- หน้าแรก
- จากเขยแต่งเข้า สู่ยอดคนโปรดของจักรพรรดินี
- บทที่ 56 ความเปลี่ยนแปลงที่น่าตระหนกในอวิ๋นโจว
บทที่ 56 ความเปลี่ยนแปลงที่น่าตระหนกในอวิ๋นโจว
บทที่ 56 ความเปลี่ยนแปลงที่น่าตระหนกในอวิ๋นโจว
ตรอกหว่าเซี่ยง (ตรอกกระเบื้อง) คือที่ไหน? มันคือสลัมที่ใหญ่ที่สุดในเมืองอวิ๋นโจว เป็นที่อยู่อาศัยของกลุ่มคนที่ไม่มีที่ดินทำกิน ไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง ต้องลักขโมยและขอทานประทังชีวิต
นั่นคือภาพจำของคนอวิ๋นโจวส่วนใหญ่ แต่ความจริงแล้ว นอกจากพวกลักขโมยและขอทาน คนส่วนใหญ่ที่นั่นก็ยังทำงานรับจ้างหาเช้ากินค่ำ
งานอะไรบ้าง? ก็พวกงานแบกหามที่ท่าเรือ ก่อสร้างบ้านให้เศรษฐี ตัดไม้ ขุดแร่
ที่นั่นเปรียบเสมือนเขตหวงห้ามสำหรับคนทั่วไป ใครเข้าไปมักไม่มีจุดจบที่ดี
มีมุกตลกเล่ากันว่า "ชาวตรอกหว่าเซี่ยงมีน้ำใจไมตรี นายท่านโจวนั่งรถม้าเข้าไป แต่ขากลับต้องนุ่งกางเกงขาสั้นเดินออกมา"
บ่อนการพนัน แก๊งอันธพาล โจรผู้ร้าย อิทธิพลมืดสารพัดรูปแบบหยั่งรากลึกจนพันกันยุ่งเหยิง แม้แต่ปราบปรามยังดูแลไม่ไหว
มือปราบคนก่อนของอวิ๋นโจวก็จบชีวิตลงที่นั่น เขาบุกเดี่ยวเข้าไปจับนักโทษหลบหนี มั่นใจในฝีมือตัวเอง ไม่สนใจคำเตือนเรื่องอันตราย
แล้วเขาก็ไม่เคยได้กลับออกมาอีกเลย
หลังจากจ้าวเฉิงเข้ารับตำแหน่ง ได้ติดสินบนคนในบ่อนพนัน จึงรู้รายละเอียดการตาย
มือปราบคนนั้นถูกสาดน้ำ สาดปูนขาว จนมองไม่เห็น สุดท้ายโดนรมควันจนสำลัก แล้วถูกธนูทำเองยิงตายอนาถ
วรยุทธ์ที่มี ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง
แม้แต่เย่ชิงอิงที่ดูใจกล้าบ้าบิ่น กล้าบุกหอไป่ฮวา ความจริงแล้วนางก็ไม่กล้าย่างกรายเข้าไปในตรอกหว่าเซี่ยง
ดังนั้นข่าวที่เถ้าแก่ร้านนำมาบอก จึงถือว่าน่าตกใจสุดขีด
ถ้าพวกจลาจลจากตรอกหว่าเซี่ยงก่อเรื่องขึ้นมาจริงๆ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นแน่
ฉวี่หลิงเป็นคนต่างถิ่น ไม่เข้าใจความร้ายแรงของเรื่องนี้ ได้แต่มองโจวหยวนด้วยความงุนงง
แต่โจวหยวนตกใจจนหน้าถอดสี ตะโกนถาม "สถานการณ์เป็นยังไง!"
เถ้าแก่ร้านตอบ "สถานการณ์คือ ตอนนี้มีการปล้นฆ่าจุดไฟเผาไปทั่วถนน! แล้วก็กำลังลามมาทางนี้แล้ว!"
"พวกจลาจลถืออาวุธกันทุกคน ทั้งจอบ เสียม ค้อน ไม้หน้าสาม แล้วก็ดาบกระบี่ด้วย!"
โจวหยวนสะดุ้ง ขมวดคิ้วทันที
ปล้นฆ่าจุดไฟเผาทั่วเมือง? แถมยังมีอาวุธครบมือ?
แม่งเอ้ย นี่ไม่ใช่การจลาจลธรรมดาแล้ว ต้องมีคนบงการอยู่เบื้องหลังแน่!
เขาตะโกนลั่น "แล้วทางการล่ะ? ทางการไปมุดหัวอยู่ไหน!"
เถ้าแก่ร้านตอบเสียงสั่น "คนของทางการแตกพ่ายไปหมดแล้วขอรับ!"
ตอแหล! มือปราบถึงจะห่วยยังไงก็มีตั้งหลายร้อยคน ฝีมือก็พอตัว ไม่มีทางโดนชาวบ้านบุกแตกพ่ายง่ายๆ หรอก!
พวกจลาจลน่ะเก่งแต่กับคนไม่มีทางสู้ เจอชาวบ้านก็รังแกสารพัด แต่เจอทหารตำรวจก็วิ่งหนีหางจุกตูด
หรือว่า... ไม่ใช่แค่ชาวบ้าน?
ความคิดนี้ทำเอาโจวหยวนเหงื่อแตกพลั่ก
ตอนนี้องครักษ์เสื้อแพรยกโขยงไปปราบกบฏที่อำเภอชิงซานกันหมด มือปราบที่เหลืออยู่ในเมืองรับมือไม่ไหวแน่ ต้องใช้ทหารจริงๆ มาปราบ
แต่ทหารที่เฝ้าประตูเมืองทั้งสี่ทิศ ถ้าออกมาช่วย ทำไมถึงยังปล่อยให้เกิดจลาจลทั่วเมืองได้?
บ้าเอ้ย หรือว่าทหารพวกนั้นโดนจัดการไปแล้ว!
"เถ้าแก่! พวกมันมาแล้ว! ทำยังไงดี!"
ลูกจ้างข้างล่างตะโกนเสียงสั่น
โจวหยวนรีบวิ่งลงไปดูที่หน้าต่าง แล้วก็ต้องตกใจจนเหงื่อท่วมตัว
เขาเห็นทหารสวมเกราะเหล็ก สวมหมวกเหล็กหลายสิบนาย ถือดาบยาวเป็นมันวาว กำลังไล่ฆ่าทหารรักษาการณ์อย่างบ้าคลั่ง บีบให้ทหารรักษาการณ์ถอยร่นไม่เป็นขบวน
ข้างหลังพวกมันคือฝูงชนนับพันที่บ้าคลั่ง ทุบทำลายบ้านเรือน ปล้นทรัพย์สิน ข่มขืนผู้หญิง ถนนทั้งสายกลายเป็นนรกบนดิน
เชี่ยเอ๊ย! นี่มันจลาจลบ้านป้าแกสิ?
นี่มันกองทัพกบฏชัดๆ!
ชุดเกราะ! นั่นมันชุดเกราะสองร้อยสี่สิบชุดที่หายไปนี่หว่า?
ซวยแล้ว! เรื่องที่อำเภอชิงซานเป็นแผนลวงเสือออกจากถ้ำ ชุดเกราะไม่เคยถูกขนออกจากเมืองเลย!
ชุดเกราะสองร้อยสี่สิบชุด บวกกับมวลชนที่บ้าคลั่ง แล้วระเบิดศึกกลางเมืองอวิ๋นโจวแบบนี้ มือปราบกับทหารรักษาการณ์จะเอาอะไรไปสู้
"ปิดประตู! รีบปิดประตู!"
โจวหยวนตะโกนสั่ง ตอนนี้ไม่ต้องคิดอะไรแล้ว เอาชีวิตให้รอดก่อน
ร้านโม่ยวิ่นไจเป็นเป้าหมายใหญ่ในการปล้น โจวหยวนเห็นพวกจลาจลเริ่มหันมาทางนี้แล้ว
เขาวิ่งกลับขึ้นไปข้างบน บอกฉวี่หลิง "เกิดเรื่องใหญ่แล้ว ทั้งหมดนี่เป็นแผนการ!"
"ลัทธิอู๋เซิงปลุกระดมคนในตรอกหว่าเซี่ยงให้ก่อกบฏ มีชุดเกราะสองร้อยสี่สิบชุดนำทัพ ไม่มีใครต้านอยู่หรอก กองกำลังป้องกันเมืองมีสามพันนาย อย่างมากวันเดียวก็ปราบได้ แต่..."
ฉวี่หลิงเป็นผู้หญิง ไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้ นางแง้มหน้าต่างดูแวบเดียว ก็หน้าซีดเผือด รีบปิดหน้าต่างทันที
"ทะ... ทำยังไงดี!"
ฉวี่หลิงเสียงสั่น "ถ้าพวกมันบุกขึ้นมาล่ะ!"
ข้าจะไปตรัสรู้เรอะ ข้าก็เพิ่งเคยเจอเหมือนกันเว้ย!
โจวหยวนตะโกน "เถ้าแก่! รีบสั่งลูกน้อง เอาตู้เอาชั้นหนังสือมาขวางประตูไว้ ยื้อเวลาให้ได้นานที่สุด"
"ได้... ได้ขอรับ!"
เถ้าแก่รีบวิ่งลงไปสั่งการ ชั้นหนังสือหนักอึ้งถูกคนสี่ห้าคนช่วยกันยกมาขวางประตูทางเข้าจนแน่นหนา
เสียงทุบประตูดังมาจากข้างนอก พวกจลาจลยึดถนนสายนี้ได้แล้ว เริ่มปล้นสะดมกันอย่างบ้าคลั่ง
เสียงคำราม เสียงร้องไห้คร่ำครวญดังระงมไปทั่ว โลกทั้งใบเหมือนจะพังทลาย
ฉวี่หลิงได้ยินเสียงพวกนั้น ตัวสั่นเทา หน้าตาตื่นตระหนก สติแทบหลุด
"ตั้งสติหน่อย!"
โจวหยวนจับมือนางไว้ บีบแน่น "พวกจลาจลก็คือพวกจลาจล ต่อให้มีเยอะแค่ไหน ทหารสามพันนายก็จัดการได้"
ฉวี่หลิงถามเสียงสั่น "มัน... มันเกิดอะไร... ขึ้นกันแน่?"
โจวหยวนหน้าเครียด ครุ่นคิดอย่างหนัก
เกิดอะไรขึ้น?
ตั้งแต่ชุดเกราะหายไป ทั้งหมดคือกุศโลบาย
ดูจากตอนนี้ พวกมันมีกำลังคนในเมืองมากพอ แล้วทำไมต้องจ้างคนงานห้าคนนั้นขนของ?
แถมยังฆ่าปิดปากคนพวกนั้น จงใจให้ทางการมาสืบสวน
เพื่อให้ทางการสืบจนเจอเบาะแส และสรุปว่าชุดเกราะถูกขนออกไปนอกเมืองแล้ว
พอเกิดเรื่องที่อำเภอชิงซาน องครักษ์เสื้อแพรที่กำลังตึงเครียดก็ต้องยกโขยงออกไปปราบ เท่ากับโดนลวงออกจากถ้ำสำเร็จ
แต่นั่นเป็นแค่เป้าหมายส่วนหนึ่ง เป้าหมายที่แท้จริงของลัทธิอู๋เซิง คือการใช้คดีชุดเกราะหายเบี่ยงเบนความสนใจขององครักษ์เสื้อแพร เพื่อจะได้เตรียมการก่อจลาจลได้อย่างลับๆ
ไม่งั้นการเตรียมการในตรอกหว่าเซี่ยงคงโดนสายลับขององครักษ์เสื้อแพรจับได้ตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มแล้ว
ทั้งหมดนี้คือกับดัก!
มีแต่ตอนนี้เท่านั้นที่เป็นของจริง!
แล้ว... ลัทธิอู๋เซิงลงทุนลงแรงขนาดนี้ เพื่อจะให้โดนทหารปราบงั้นเหรอ?
เป็นไปไม่ได้!
กองกำลังป้องกันเมืองคงมาช่วยอวิ๋นโจวไม่ได้แล้ว!
ต้องรอองครักษ์เสื้อแพรกลับมาเท่านั้น!
บัดซบ อย่างน้อยต้องใช้เวลาสองวัน สองวันนี้จะอยู่รอดได้ยังไง!
จิตใจของโจวหยวนแทบระเบิด ไม่ใช่แค่ห่วงตัวเอง แต่ยังห่วงจ้าวเจียนเจีย ห่วงเซวียหนิงเยว่ด้วย
ในเมืองนี้ยังมีคนที่เขาห่วงใยอยู่นะ!
เขารู้สึกได้ว่ามือเล็กๆ ในมือเขาเย็นเฉียบและสั่นเทา
เงยหน้ามองฉวี่หลิง ยอดหญิงนักธุรกิจผู้เก่งกาจ ตอนนี้ขวัญหนีดีฝ่อไปหมดแล้ว
โจวหยวนลุกขึ้นยืน พูดเสียงหนักแน่น "สวรรค์ไม่ทอดทิ้งคนสู้ชีวิต! สู้ตายกันสักตั้งเถอะ!"
"เถ้าแก่! ในโม่ยวิ่นไจมีอาวุธไหม?"
เถ้าแก่ยิ้มขื่น "ที่นี่ร้านหนังสือนนะขอรับ จะไปมีอาวุธได้ยังไง!"
"มี! ข้ามี!"
ฉวี่หลิงตะโกนขึ้นมา "ข้ามีกระบี่เล่มหนึ่ง! หลายปีก่อนข้าไปบ้านท่านอา เห็นมันสวยดีเลยขอมา!"
"เพื่อเสริมบารมี สองปีมานี้ข้าพกติดตัวตลอด!"
นางรีบวิ่งอ้อมฉากกั้นไปหยิบกระบี่ยาวเล่มหนึ่งมาจากชั้นวาง ด้ามกระบี่ฝังอัญมณี พู่ห้อยที่ปลายด้ามดูสวยงาม ฝักกระบี่ก็ฝังด้วยโมรา
มิน่าฉวี่หลิงถึงพกติดตัว มันดูเท่จริงๆ
โจวหยวนรับมา ชักกระบี่ออกจากฝัก
คมกระบี่ยาวสามฟุต ประกายเย็นยะเยือกบาดตา กระบี่ดีจริงๆ!
โจวหยวนสูดหายใจลึก พูดทีละคำ "มีเจ้านี่อยู่ อาจจะพอรักษาชีวิตรอดได้!"