เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 55 สองผู้หลักแหลม

บทที่ 55 สองผู้หลักแหลม

บทที่ 55 สองผู้หลักแหลม


การดัดนิสัยจ้าวเจียนเจียเป็นแผนการที่โจวหยวนคิดไว้นานแล้ว ไม่ใช่เพราะเขารีบร้อน แต่เป็นเพราะพ่อตาเร่งยิกๆ อยู่ตลอด

สำหรับโจวหยวน เขาไม่รังเกียจที่จะอยู่ร่วมกับจ้าวเจียนเจียแบบเรียบง่ายไปเรื่อยๆ รอจนถึงเวลาที่เหมาะสมค่อยพัฒนาความสัมพันธ์

แต่ในเมื่อพ่อตาเอ่ยปากเร่งรัดมาหลายรอบ ในฐานะลูกเขยก็ต้องไว้หน้าท่านบ้าง จึงต้องเร่งแผนการนี้ขึ้นมา

จากการสังเกตมาสักพัก โจวหยวนพอจะรู้นิสัยของจ้าวเจียนเจียแล้ว

นางเป็นคุณหนูในห้องหอ ไม่เคยลำบาก เก่งทั้งโคลงกลอนและดนตรีวาดภาพ นิสัยเรียบร้อยอ่อนหวาน แต่เป็นความอ่อนหวานที่เกิดจากการอบรมมารยาท พอเจอเรื่องใหญ่จริงๆ ก็มักจะร้อนรน

นางเป็นคนเกลียดความชั่วร้าย รักความยุติธรรม ตรงไปตรงมาและจิตใจดี ซึ่งก็หมายความว่านางไม่ชอบคนไม่เอาถ่าน และปรารถนาคนที่จะมาพิชิตใจนางได้

โจวหยวนสังเกตว่า พอเขาแสดงความเข้มแข็ง จ้าวเจียนเจียจะอ่อนลง แต่พอเขาทำตัวยอมๆ นางกลับแข็งข้อขึ้นมาทันที

ดังนั้นวิธีดัดนิสัยนางจึงง่ายมาก ด้านหนึ่งต้องแสดงความแข็งแกร่ง แสดงความสามารถให้นางยอมรับ อีกด้านหนึ่งต้องทำหมางเมิน เย็นชาใส่นาง

ทำแบบนี้ นางจะทั้งนับถือทั้งโกรธ แต่ก็ขาดเขาไม่ได้

พอนางทนไม่ไหว ก็จะเข้ามาขอโทษเอง ความสัมพันธ์ก็จะพัฒนาไปเอง

ดังนั้น แม้พ่อตาจะคะยั้นคะยอให้พาจ้าวเจียนเจียไปหลินอันด้วย แต่โจวหยวนก็ยังยืนกรานจะไม่พาไป ปล่อยให้นางเคว้งคว้างไปก่อน

อีกอย่างเรื่องขอหย่า ต้องเอามาขยายผลสักหน่อย วันหน้าจะได้ใช้เป็นข้ออ้างให้นางยอมรับหนิงเยว่และสาวๆ คนอื่นในอนาคต

โจวหยวนไม่ใช่ผู้เคร่งศีลธรรม และไม่ใช่วิญญูชนอะไร

เรื่องผู้หญิง เขาไม่เคยเกี่ยงว่าจะมีเยอะเกินไป

โยนเรื่องวุ่นวายทิ้งไปก่อน โจวหยวนมุ่งหน้าไปที่โม่ยวิ่นไจ

เรื่องในอวิ๋นโจวเคลียร์เกือบหมดแล้ว ต้องคุยกับฉวี่หลิงเรื่องรายละเอียดการเดินทางไปหลินอัน จะได้เตรียมตัวและเตรียมของถูก

"ไปหลินอันไม่มีภารกิจสำคัญอะไรหรอก แค่ไปร่วมงานเลี้ยงใหญ่ๆ พบปะขุนนาง บัณฑิตผู้มีชื่อเสียงเท่านั้นเอง"

"เรื่องเข้าสังคม ข้าไม่ห่วงคุณชายโจวหรอก เพราะเรื่องในงานชุมนุมกวีที่อวิ๋นโจว ข้าสืบมาหมดแล้ว"

ฉวี่หลิงเป็นคนพูดตรง ไม่มีจริตจะก้านความอ่อนหวานแบบสาวเจียงหนาน กลับดูเปิดเผย ตรงไปตรงมา และมีความมั่นใจในตัวเองอย่างประหลาด

ความมั่นใจนี้กลายเป็นเสน่ห์ดึงดูด ทำให้คนไม่รู้สึกหมั่นไส้ แต่กลับรู้สึกชื่นชม

โจวหยวนยึดคติ "พูดภาษาคนกับคน พูดภาษาผีกับผี" กับคนจริงใจก็ต้องจริงใจตอบ กับคนเจ้าเล่ห์ก็ต้องเจ้าเล่ห์กว่า

เขาจึงพูดตรงๆ "สรุปง่ายๆ คือไปเป็นพรีเซนเตอร์ให้โม่ยวิ่นไจสินะ พอข้าไปทัวร์หลินอัน โม่ยวิ่นไจก็จะกลายเป็นร้านหนังสือและโรงพิมพ์อันดับหนึ่งที่ไม่มีใครไม่รู้จัก"

"ข้าคงไม่ทำให้ฟรีๆ หรอกนะ เจ้าต้องมีค่าตอบแทนให้ข้าหน่อย"

ฉวี่หลิงทำหน้าไม่ถูก ใจหนึ่งก็รู้สึกว่าโจวหยวนนิสัยคล้ายนาง แต่อีกใจก็รู้สึกว่าหมอนี่เขี้ยวลากดิน จะเอาเปรียบเขาไม่ง่ายเลย

"กล้าขอค่าตอบแทนอีกเหรอ?"

ฉวี่หลิงแกล้งโกรธ "โม่ยวิ่นไจยังใจป้ำไม่พอหรือไง? แปดหมื่นตำลึงจ่ายสดทันที ภาษีก็จ่ายให้ล่วงหน้าแล้ว"

"แถมข้ายังช่วยโปรโมทชื่อเสียงท่านจนดังกระฉ่อนไปทั่วเจียงหนานแล้ว นี่ไม่นับเป็นค่าตอบแทนเหรอ?"

โจวหยวนแย้ง "คนละเรื่องกัน เรื่อง 'สามก๊ก' เราต่างก็ได้ประโยชน์ แต่การไปโชว์ตัวที่หลินอัน มันไม่ได้อยู่ในหน้าที่คนเขียนหนังสือนะ!"

ฉวี่หลิงยิ้มจนตาหยี กัดฟันพูด "เอาเป็นว่าข้าไม่จ่ายเงินเพิ่มแล้ว! แต่ถ้าจะพูดถึงผลประโยชน์... การที่ท่านไปออกงานพร้อมข้า เท่ากับท่านมีความสัมพันธ์กับตระกูลฉวี่ นี่แหละคือผลประโยชน์มหาศาลสำหรับท่าน"

"โจวหยวน วันข้างหน้าท่านต้องหาความก้าวหน้า ต้องมีชื่อเสียงในแวดวงบัณฑิต แต่ท่านขาดฐานอำนาจ นี่คือจุดอ่อนใหญ่สุดของท่าน"

"การได้เป็นเพื่อนกับข้า นั่นแหละคือฐานอำนาจที่ใหญ่ที่สุด!"

พูดถึงตรงนี้ นางเชิดหน้าขึ้น "อย่าบอกนะว่าท่านไม่ได้ให้จ้าวเฉิงสืบประวัติตระกูลฉวี่ ข้าไม่เชื่อหรอก"

โจวหยวนหัวเราะ "ครับๆ สืบแล้วๆ ข้ายั่งรู้อีกว่าแม่นางฉวี่หลิงอายุยี่สิบสามแล้ว ยังไม่ได้แต่งงาน เป็นสาวเทื้อของจริง"

"ได้ยินมาว่าที่หนีมาอยู่หลินอันก็เพราะหนีงานแต่ง ทำเอาว่าที่สามีโกรธจนด่ากราดตระกูลฉวี่เลยนี่นา"

จริงๆ ข้อมูลส่วนตัวของฉวี่หลิง ไฉ่หนีเป็นคนบอกมาทั้งนั้น

ฉวี่หลิงหน้าแดงแปร๊ด ลุกพรวดขึ้น ตะโกนลั่น "หนีงานแต่งแล้วไง! ก็ยังดีกว่าเป็นเขยแต่งเข้าบ้านอย่างท่าน!"

โจวหยวนสวน "เขยแต่งเข้าบ้านก็ยังถือว่าแต่งแล้ว ดีกว่าไม่มีใครเอานะ"

ฉวี่หลิงเดาะลิ้น ยิ้มเยาะ "อย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะ ท่านกับจ้าวเจียนเจียแค่สร้างภาพ สามีภรรยาแค่ในนาม ยังไม่เคยร่วมหอด้วยซ้ำ"

"ท่านน่าอายกว่าข้าเยอะ!"

จะมาแข่งกันเรื่องนี้ทำไมเนี่ย!

โจวหยวนโวยวาย "พอเถอะ! เลิกทับถมกันเองได้แล้ว หัวอกเดียวกันแท้ๆ"

"เฮ้อ นั่นสินะ แต่ละบ้านก็มีเรื่องทุกข์ใจต่างกันไป"

ฉวี่หลิงส่ายหน้าอย่างจนใจ แล้วพูดต่อ "สาวๆ ตระกูลใหญ่ในหลินอันกำลังตั้งตารอท่านอย่างใจจดใจจ่อ อยากเห็นโฉมหน้านักพรตหยวนอี้ตัวจริง"

"ด้วยฝีมือการโปรโมทของข้า บทกวีและวีรกรรมของท่านแพร่ไปทั่วแล้ว"

"แม้แต่สาวงามในหอนางโลมแถวทะเลสาบซีหูยังยกย่องท่านกันใหญ่ บอกว่าถ้าได้ปรนนิบัติท่าน ไม่คิดเงินสักแดงเดียว"

โจวหยวนกัดฟัน "นี่! เกินไปแล้วมั้ง! เพื่อโปรโมทโม่ยวิ่นไจ ถึงกับเอาเรื่องส่วนตัวข้าไปขาย!"

ฉวี่หลิงย้อน "เหอะ! ท่านแคร์ด้วยเหรอ? เขยแต่งเข้าบ้านที่พัวพันกับนางโลม แถมยังกิ๊กกั๊กกับลูกสาวตระกูลเซวีย เจ้าชู้ประตูดินขนาดนี้ ข้าช่วยโฆษณาให้ ท่านน่าจะแอบดีใจมากกว่ามั้ง!"

โจวหยวนหลุดขำ

ก็จริง เขาไม่ได้ถือสาเรื่องนี้ การสร้างชื่อเสียงคือสิ่งที่เขาต้องการ

คนเราต้องมีความก้าวหน้า ชื่อเสียงจึงสำคัญ วันข้างหน้าอาจใช้ช่องทางพิเศษหาตำแหน่งขุนนางสักตำแหน่ง ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว

ไม่ว่าจะในอดีตชาติก่อนหรือในยุคราชวงศ์ต้าจิ้น การสอบขุนนางเป็นเส้นทางหลักก็จริง แต่ไม่ใช่ทางเดียว

ยังมีช่องทางอื่น เช่น "รับราชการเพราะบารมีบรรพบุรุษ"

"เลื่อนขั้นจากเสมียน" หรือ "การแนะนำจากผู้ใหญ่" ซึ่งมีช่องว่างให้พลิกแพลงได้

ไม่ต้องอ่านหนังสือสอบ ก็ได้เป็นขุนนาง เหมาะกับคนขี้เกียจอย่างโจวหยวนที่สุด

แต่โจวหยวนก็ยังต่อรอง "อย่างน้อยค่ากินอยู่เดินทางเจ้าต้องจัดการนะ ข้าไปต่างถิ่น กลัวโดนหลอกไปขาย"

ฉวี่หลิงกลอกตามองบน "งกชะมัด เรื่องแค่นี้ยังจะคิดเล็กคิดน้อย แต่ในฐานะคนสำคัญของโม่ยวิ่นไจ เรื่องที่พักอาหารการกินเราจัดการให้อยู่แล้ว จะได้สะดวกเวลาออกงานด้วย"

"กลับไปเตรียมตัวซะ วันที่ยี่สิบห้าเดือนหกเช้าตรู่เราจะออกเดินทาง เย็นๆ ก็ถึงหลินอัน"

หลินอันเป็นเมืองเอกมณฑล ถนนหนทางจากอวิ๋นโจวกว้างขวางสะดวกสบาย รถม้าวิ่งได้เร็ว วันละห้าร้อยลี้ไม่ใช่เรื่องยาก

โจวหยวนพยักหน้า "ตกลง ส่งรถม้าไปรับข้าที่จวนตระกูลจ้าวด้วย ดีลตามนี้"

เขาลุกขึ้นกำลังจะลงบันได ก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากข้างล่าง เถ้าแก่ร้านวิ่งกระหืดกระหอบขึ้นมา หน้าตื่นตระหนก

"คะ... คุณหนู! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!"

เถ้าแก่ตะโกนลั่น "เกิดจลาจลที่ตรอกหว่าเซี่ยงแล้วขอรับ!"

จบบทที่ บทที่ 55 สองผู้หลักแหลม

คัดลอกลิงก์แล้ว