- หน้าแรก
- จากเขยแต่งเข้า สู่ยอดคนโปรดของจักรพรรดินี
- บทที่ 52 เศรษฐีหน้าโง่
บทที่ 52 เศรษฐีหน้าโง่
บทที่ 52 เศรษฐีหน้าโง่
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น หมิงรุ่ยพาตัวนักเล่านิทานมาที่จวนตระกูลจ้าว
โจวหยวนให้รออยู่ครู่หนึ่ง จนกระทั่งเขาออกกำลังกายเสร็จเรียบร้อย ถึงได้ออกมาพบชายชราเคราแพะผู้นี้
หลังจากเชิญให้นั่ง โจวหยวนก็ถามเข้าประเด็น "เมื่อก่อนท่านเล่านิทานอยู่ที่ไหน?"
ชายชราดูเกร็งๆ รีบตอบ "เรียนนายท่าน ผู้น้อยเล่านิทานอยู่ที่โรงน้ำชาโม่เซียงเล่ามาสิบห้าปีแล้วขอรับ"
อาชีพนักเล่านิทานไม่ใช่เรื่องง่าย หากชื่อเสียงเสียไปก็จบเห่ทันที
การที่ทำมาได้ถึงสิบห้าปี แสดงว่าต้องมีฝีมือและมีฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่น
โจวหยวนถามต่อ "โรงน้ำชาโม่เซียงให้ค่าจ้างเดือนละเท่าไหร่?"
ชายชราตอบ "เดือนละสองพันห้าร้อยอีแปะขอรับ"
เทียบอัตราแลกเปลี่ยนหนึ่งพันอีแปะเท่ากับหนึ่งตำลึงเงิน ก็เท่ากับสองตำลึงครึ่ง แต่ความจริงตอนนี้ค่าเงินตำลึงแพงกว่านั้น มักต้องใช้ถึงพันสามร้อยอีแปะถึงจะแลกได้หนึ่งตำลึง
สรุปแล้ว ตาแก่นี่ได้เงินเดือนละประมาณสองตำลึงเท่านั้น
โจวหยวนยื่นข้อเสนอ "มาทำงานกับข้า เล่าวันละสองรอบ ข้าให้เดือนละห้าตำลึง ถ้าผลตอบรับดีมีรางวัลเพิ่มให้"
ชายชราฉีกยิ้มกว้างทันที ถูมืออย่างนอบน้อม "นายท่านว่ายังไง ผู้น้อยเอาตามนั้นขอรับ!"
โจวหยวนหยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมา ยื่นให้ชายชรา "เอากลับไปอ่านให้คล่อง อีกสามวันต้องเริ่มเล่า!"
แม้จะเป็นนักเล่านิทาน แต่ส่วนใหญ่ก็อ่านหนังสือไม่ออก อาศัยครูพักลักจำและเล่าปากต่อปาก
แต่ชายชราคนนี้เคยเป็นครูสอนหนังสือมาก่อน จึงอ่านออกเขียนได้
พอเห็นปกหนังสือ เขาก็เบิกตาโพลงด้วยความยินดี "นี่... นี่มัน 'สามก๊ก'!"
หนังสือเล่มนี้กำลังดังระเบิดเถิดเทิง ทั่วทั้งเจียงซู เจ้อเจียง เจียงซี ไม่มีใครไม่รู้จัก แม้แต่เด็กสามขวบยังรู้จักกวนอูและโจโฉ
แน่นอนว่าที่ยังไม่รู้จักขงเบ้ง เพราะเนื้อเรื่องยังดำเนินไปไม่ถึงตอนเยือนกระท่อมสามครา
ความจริงตามท้องตลาดก็มีคนเอา 'สามก๊ก' ไปเล่าบ้างแล้ว แต่ก็ได้แค่ตอนแรกๆ ไม่มีทางหาตอนล่าสุดได้
แต่โจวหยวนมี!
นี่คือไม้ตายที่จะกอบกู้หอไป๋เยียน!
ไปกินข้าวที่นั่น ได้ฟัง 'สามก๊ก' ตอนล่าสุดไปด้วย นี่มันไพ่ตายชัดๆ!
หลังจากไล่ตาแก่ที่กำลังตื่นเต้นกลับไป โจวหยวนก็โบกมือสั่ง "หมิงรุ่ย เตรียมรถม้า ไปหอไป๋เยียน"
......
วันนี้โจวหยวนแต่งตัวดูดีเป็นพิเศษ จริงๆ ก็แค่ใส่ชุดใหม่ที่เพิ่งซื้อมาเมื่อไม่นานนี้
ด้วยรูปร่างที่เฟิร์มขึ้นจากการออกกำลังกาย บวกกับเสื้อผ้าดีๆ ทำให้เขาดูมีราศีจับ ดูน่าเกรงขามขึ้นมาทันตา
พอไปถึงหอไป๋เยียน แม้จะเป็นช่วงสาย เสี่ยวเอ้อก็รีบเข้ามาต้อนรับ "เชิญขอรับนายท่าน รับอะไรดีขอรับ!"
โจวหยวนปรายตามอง โยนเศษเงินให้ แล้วสั่ง "ไปเรียกหลงจู๊ (ผู้จัดการร้าน) มา"
หลงจู๊เป็นคนหนุ่ม ตัวไม่สูง แต่แววตาดูฉลาดเฉลียว
เขารีบเดินเข้ามา ถามเสียงเบา "นายท่าน มีอะไรให้รับใช้ขอรับ?"
โจวหยวนพูดเรียบๆ "ส่งคนไปที่จวนตระกูลเซวีย เชิญฮูหยินเซวียมาที่นี่หน่อย"
หลงจู๊หน้าเปลี่ยนสี ถอยหลังไปสองก้าว "พี่ชาย ฮูหยินเซวียไม่ใช่ใครจะเรียกพบก็พบได้นะ"
โจวหยวนตัดบท "อย่าลีลา รีบไปเชิญมา บอกว่าข้าจะมาขอซื้อหอไป๋เยียน คุยธุระสำคัญ"
เรื่องใหญ่ขนาดนี้หลงจู๊ตัดสินใจเองไม่ได้ สุดท้ายก็กัดฟันตอบ "งั้นเชิญนายท่านรอสักครู่ แต่ข้าไม่รับปากนะว่าฮูหยินจะมาด้วยตัวเอง"
ความจริงพอพูดถึงเรื่องขายหอไป๋เยียน ฮูหยินเซวียก็หูผึ่งแล้ว
หอเฟิ่งหมิงเพิ่งเกิดเรื่องใหญ่ หอไป๋เยียนน่าจะหายใจหายคอคล่องขึ้น แต่ดันซวยตรงที่ก่อนหน้านี้หอไป๋เยียนดันไปร่วมโปรโมทกับหอเฟิ่งหมิง เลยโดนหางเลขไปด้วย ลูกค้ายิ่งหดหายไปกันใหญ่
ฮูหยินเซวียท้องเสียไปทั้งวันทั้งคืน ร่างกายและจิตใจบอบช้ำ พอคิดว่าหอไป๋เยียนจะไปไม่รอด ก็ร้องไห้โฮออกมา
เมื่อคืนจ้าวเจียนเจียกับเซวียหนิงเยว่ต้องช่วยกันปลอบทั้งคืน
"ซื้อหอ?"
ฮูหยินเซวียตื่นเต้น "สงสัยจะเป็นเศรษฐีต่างเมือง ไม่รู้เรื่องรู้ราวในอวิ๋นโจวแน่ๆ เร็วเข้า หนิงเยว่รีบไปกับแม่ ต้องรั้งลูกค้าคนนี้ไว้ให้ได้"
จ้าวเจียนเจียยิ้ม "เห็นไหมคะท่านป้า ข้าบอกแล้วว่าท่านต้องโชคดี นั่นไง 'เศรษฐีหน้าโง่' (หมูตู้) มาให้เชือดถึงที่แล้ว"
ฮูหยินเซวียกำหมัดแน่น "เจียนเจีย หลานเป็นคนมีความรู้มีไหวพริบ ไปกับพวกเราแม่ลูกด้วยเถอะ ช่วยกันกล่อมขายหอไป๋เยียนออกไปให้ได้ อย่าให้มันเน่าคามือเลย!"
จ้าวเจียนเจียตอบรับ "ได้ค่ะ ไปกันเถอะ"
นางไม่ได้ชอบฮูหยินเซวียหรอก แต่ทำเพื่อหนิงเยว่ล้วนๆ
สามสาวจึงรีบบึ่งไปที่หอไป๋เยียน
พอเข้าไปถึง ฮูหยินเซวียก็รีบถาม "อยู่ไหน? คนซื้ออยู่ไหน?"
หลงจู๊รีบรายงาน "อยู่ที่ห้องทิงอวี่เซวียนขอรับ"
นั่นเป็นห้องหรูที่สุดของหอไป๋เยียน เอาไว้รับรองแขกคนสำคัญ
ฮูหยินเซวียจัดเสื้อผ้า กระแอมไอ ปรับอารมณ์ให้ดูดีที่สุด แล้วเดินตรงไปยังห้องทิงอวี่เซวียน
ผลักประตูเข้าไป นางก็ฉีกยิ้มหวาน "แขกจากที่ไหนหนอมาเยือน ไม่บอกกล่าวกันล่วงหน้าเลย..."
น้ำเสียงของนางเป็นกันเองสุดๆ แต่รอยยิ้มกลับแข็งค้างไปทันที
"เป็นเจ้า!"
ฮูหยินเซวียอุทานลั่น
โจวหยวนก็อึ้งเหมือนกัน มองจ้าวเจียนเจียกับเซวียหนิงเยว่ ตาจ้องตา
เดี๋ยวนะ มาคุยธุรกิจ พาหลานสาวมาด้วยเหรอ?
พาหลานมาไม่ว่า พาเมียข้ามาด้วยทำไม?
คุณป้าครับ! แบบนี้ข้าจะคุยยังไงล่ะเฮ้ย!
"โจวหยวน! ท่านมาทำอะไรที่นี่?"
จ้าวเจียนเจียเปิดฉากถามก่อน "แล้วคนที่จะมาซื้อหอล่ะ? ท่านไล่เขาไปแล้วเหรอ?"
ได้ยินประโยคนี้ ฮูหยินเซวียหน้าซีดเผือด
โจวหยวนยิ้มขื่น "เจียนเจีย เป็นไปได้ไหมว่า... คนที่จะมาซื้อหอ ก็คือข้าเอง?"
เซวียหนิงเยว่ตกใจ พึมพำว่า "พี่โจว ท่านจะซื้อหอเหรอ? ไม่ได้นะ ตอนนี้หอไป๋เยียนไม่มีราคา กิจการไปไม่รอดแล้ว"
"นังลูกไม่รักดี! พูดบ้าอะไรของแก!"
ฮูหยินเซวียแทบอกแตกตาย มีอย่างที่ไหนเอาศอกงัดข้อกลัวเขาจะเสียเปรียบหรือไง
นางรีบฝืนยิ้ม "เอ่อ... เจียนเจีย ถ้าตระกูลจ้าวอยากจะซื้อหอ ก็บอกป้าล่วงหน้าสิ ไม่เห็นต้องเป็นทางการขนาดนี้"
"หลานเป็นเพื่อนรักของหนิงเยว่ ป้าขายให้ราคาพิเศษอยู่แล้ว!"
จ้าวเจียนเจียยังงงๆ แต่พอนึกขึ้นได้ ก็รีบปฏิเสธ "ไม่! เราไม่ซื้อ!"
ฮูหยินเซวียแย้ง "ก็โจวหยวนมาอยู่นี่ไง!"
จ้าวเจียนเจียร้อนรน "สถานการณ์หอไป๋เยียนตอนนี้ พวกเรารู้ดีอยู่แก่ใจ แทบจะเจ๊งอยู่แล้ว ตระกูลจ้าวของเราไม่มีทางยอมเป็น 'หมูตู้' หรอก!"
ฮูหยินเซวียหน้าเปลี่ยนสี ทันใดนั้นก็พูดว่า "เจียนเจีย พูดแบบนี้ไม่ถูกนะ หอไป๋เยียนเปิดมาตั้งสิบปี จะเป็นหมูตู้ได้ยังไง!"
นางหันไปหาโจวหยวน ยิ้มหวาน "เอ่อ เจ้าชื่อโจวหยวนใช่ไหม? เจ้าเป็นรุ่นลูก ป้าไม่โกงเจ้าหรอก หกหมื่นตำลึงเท่านั้น!"
"ไม่ได้!"
จ้าวเจียนเจียตกใจ ร้องเสียงหลง "หอไป๋เยียนที่ไหนจะค่าหกหมื่น! ตอนนี้ไม่มีลูกค้าเลยสักคน โจวหยวนท่านบ้าไปแล้วเหรอ! ท่านพ่อไม่มีทางยอมแน่!"
เซวียหนิงเยว่มองทั้งสองคนที่ทะเลาะกัน ทำอะไรไม่ถูก ได้แต่พูดเสียงอ่อย "อย่าทะเลาะกันเลยนะ..."
โจวหยวนปวดหัวจี๊ด นึกแล้วเชียว! คนเยอะเรื่องแยะ
เขาตบโต๊ะดังปัง ตวาดลั่น "หุบปากกันให้หมด!"
เสียงดังสนั่น ทำเอาผู้หญิงสามคนในห้องยืนตัวแข็งทื่อ