เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 51 ร่วมหุ้นหอไป๋เยียน

บทที่ 51 ร่วมหุ้นหอไป๋เยียน

บทที่ 51 ร่วมหุ้นหอไป๋เยียน


ทางฝั่งจ้าวเฉิงพอได้ดื่มยา อาการก็ดีขึ้นมาก แต่ทางฝั่งองครักษ์เสื้อแพรนี่สิอาการหนัก

รวมทั้งหวังอ๋างด้วย หัวหน้ากองร้อยสามนาย หัวหน้ากองพันหนึ่งนาย และผู้บัญชาการอีกหนึ่งนาย ต้องอดทนต่ออาการปวดท้องรุนแรง ขณะเดียวกันก็ต้องจัดทัพออกเดินทาง

เนื่องจากคดีนี้เกี่ยวข้องกับลัทธิอู๋เซิงและถือเป็นความลับสุดยอด กองทหารประจำเมืองอวิ๋นโจวจะไม่มีส่วนร่วมในการปราบโจรครั้งนี้ กองกำลังองครักษ์เสื้อแพรนับพันนายจึงยกโขยงกันมุ่งหน้าสู่อำเภอชิงซานอย่างเอิกเกริก

ตามคำบอกเล่าของพ่อตา สยงคว่อไห่อยู่ในตำแหน่งผู้บัญชาการกองปราบฝ่ายใต้มานานเกินไปแล้ว ครั้งนี้ที่จัดให้เฉพาะองครักษ์เสื้อแพรออกโรง ก็เพราะหวังจะโกยผลงานชิ้นใหญ่ เผื่อจะได้เลื่อนขั้นขึ้นไปอีกสักนิด อย่างน้อยได้เป็นผู้ช่วยเจ้ากรมก็ยังดี

โจวหยวนยังเข้าไปไม่ถึงแวดวงนั้น ย่อมไม่สนใจรายละเอียดพวกนี้ ใครมีหน้าที่อะไรก็ทำไป เขารู้แค่ว่าเรื่องที่เขาต้องทำ ยังต้องมีการเก็บกวาดให้เรียบร้อย

กลับถึงบ้าน เขาก็เรียกหมิงรุ่ยมาหาทันที

"หมิงรุ่ย แผลหายหรือยัง? ถ้าหายแล้วไปทำงานให้ข้าหน่อย"

แผลของหมิงรุ่ยยังไม่หายดีหรอก แต่มีโอกาสทำงานให้เจ้านาย มีหรือจะปล่อยให้หลุดมือ

"เขยท่านสั่งมาได้เลยขอรับ!"

เจ้าหมิงรุ่ยทำเห็ดหอมหายจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ ตอนนี้แทบอยากจะเขียนใบรับรองคาดโทษ (ใบประกันความสำเร็จทางทหาร) เพื่อแสดงความจงรักภักดี

โจวหยวนยิ้ม "ไปสืบดูซิว่าในอวิ๋นโจวมีนักเล่านิทานคนไหนเก่งๆ บ้าง ข้าจะจ้างมาเป็นพิเศษ ให้เดือนละห้าตำลึง"

ห้าตำลึงไม่ใช่เงินน้อยๆ ครอบครัวห้าคนกินอยู่หลับนอน เดือนหนึ่งใช้จ่ายแค่ประมาณสามตำลึงเท่านั้น

นักเล่านิทานทั่วไป วันหนึ่งหาได้สามสิบอีแปะก็ถือว่าเก่งแล้ว

งานง่ายๆ แบบนี้ หมิงรุ่ยรับคำทันที "เขยท่านวางใจ ข้าจะไปเชิญตัวมาให้ได้!"

โจวหยวนโบกมือ "ให้เขามารอที่จวนพรุ่งนี้เช้าตรู่"

ไล่หมิงรุ่ยไปแล้ว วันอันยาวนานก็ผ่านพ้นไป พระอาทิตย์กำลังตกดิน แสงสุดท้ายสาดส่องท้องฟ้า ยามสนธยากำลังมาเยือน

เขานั่งเอกเขนกบนเก้าอี้ กินผลไม้ จิบชาใส และให้จื่อหยวนนวดผ่อนคลาย

เรื่องราวมาถึงขั้นนี้ ถือว่าสำเร็จเสร็จสิ้นเกือบหมดแล้ว สบายใจจริงๆ

อีกไม่กี่วันข้าจะไปเดินเล่นที่เมืองหลินอัน ไปดูสะพานขาด ดูทะเลสาบซีหู แล้วก็ไปหาความสำราญที่หอนางโลมทางโน้นสักหน่อย

ผลข้างเคียงของพลังบริสุทธิ์ไร้ขอบเขต (ชุนหยางอู๋จี๋กง) กระตุ้นเขาอยู่ตลอด ถ้าไม่ใช่เพราะโจวหยวนคิดว่าร่างนี้ยังบริสุทธิ์อยู่ ไม่อยากจะเสียซิงให้สาวคณิกา ป่านนี้คงปล่อยผีไปนานแล้ว

"จื่อหยวน อีกไม่กี่วันไปเที่ยวเมืองหลินอันกับข้าไหม?"

โจวหยวนจำเป็นต้องมีคนดูแลเรื่องส่วนตัว จะไม่พาจื่อหยวนไปก็คงไม่ได้

จื่อหยวนชะงัก แล้วยิ้มแก้มปริ "เมืองหลินอัน? เขยท่านจะไปหลินอันเหรอเจ้าคะ! ดีจังเลย!"

โธ่เอ๊ย ก็แค่ไปเมืองเอกของมณฑล ดูทำท่าตื่นเต้นเข้าสิ เหมือนบ้านนอกเข้ากรุง

เหมือนจะดูออกว่าโจวหยวนคิดอะไร จื่อหยวนพูดแก้เขิน "ก็บ่าวโตมาในเมืองอวิ๋นโจว ไม่เคยไปต่างเมืองเลยนี่เจ้าคะ ถ้าได้ไปเปิดหูเปิดตาที่หลินอัน ก็คงดีมากเลย"

"เขยท่านไม่รู้หรอก เหมยเซียงขี้คุยจะตาย นางเคยไปหลินอัน มาอวดข้าตั้งหลายรอบ บอกว่าตึกที่นั่นสูงกว่า ทะเลสาบซีหูก็สวยมาก"

โจวหยวนหัวเราะ "ได้ ครั้งนี้ข้าจะพาเจ้าไปเที่ยวให้หนำใจ ให้เจ้ากลับมาคุยข่มพวกนางบ้าง"

พูดถึงตรงนี้ เขาถามด้วยความสงสัย "เหมยเซียงคือใคร?"

จวนตระกูลจ้าวมีสาวใช้แค่สี่คน นอกจากจื่อหยวน ก็มีชิงหยวน (ติดตามจ้าวเจียนเจีย) หงหยวน (ติดตามแม่ยาย) และลวี่หยวน (ดูแลพ่อตา)

จื่อหยวนยิ้ม "สาวใช้ของคุณหนูหร่วนจื่อเจ้าค่ะ นางติดตามคุณหนูหร่วนจื่อมาตั้งแต่เด็ก ไปมาหลายที่ แม้แต่เมืองหลวงก็เคยไปนะเจ้าคะ"

"อะแฮ่ม!"

โจวหยวนกระแอมแก้เก้อ ตระกูลจ้าวแม้จะเป็นขุนนางใหม่มาแรง แต่รากฐานยังตื้นเขิน เทียบกับตระกูลลั่วไม่ได้หรอก

ทั้งแผ่นดิน มีอ๋องต่างแซ่แค่หกคน แม้ตระกูลลั่วจะตกต่ำลง แต่ก็ยังขึ้นชื่อว่าเป็นอ๋อง

โจวหยวนได้แต่พูดว่า "วันหน้า ข้าจะพาเจ้าไปที่พวกนั้นให้หมดเลย"

สาวน้อยจื่อหยวนเพิ่งสิบหก กำลังอยู่ในวัยช่างฝัน ได้ยินโจวหยวนขายฝันก็เชื่อสนิทใจ ตั้งอกตั้งใจนวดให้เขายิ่งกว่าเดิม

"โจวหยวน! โจวหยวน!"

เสียงเรียกตื่นตระหนกดังมาจากข้างนอก พร้อมกับร่างของจ้าวเจียนเจียที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามา

หน้าแดงก่ำ หอบหายใจแฮ่กๆ แววตาตื่นเต้นดีใจสุดขีด "ได้ยินข่าวข้างนอกหรือยัง?"

"ข่าวอะไร?"

"หอเฟิ่งหมิงซวยหนักแล้ว!"

จ้าวเจียนเจียรีบเล่า "ดูเหมือนคนตระกูลสวีจะวางยาในอาหาร ทำเอาท่านเจ้าเมืองหลินพิษกำเริบ ตอนนี้คนของหอเฟิ่งหมิงสี่สิบกว่าคนโดนจับหมดแล้ว หนิงเยว่ไม่ต้องแต่งงานแล้ว!"

นางพูดรัวเร็ว ตาเป็นประกาย ย้ำอีกครั้ง "หนิงเยว่ไม่ต้องไปเป็นอนุให้ไอ้สารเลวนั่นแล้ว!"

โบราณว่า บัณฑิตยอมตายเพื่อคนที่รู้ใจ

ตอนนี้จ้าวเจียนเจียรู้ว่าเพื่อนรักรอดพ้นจากกองไฟ จะไม่ให้ดีใจได้ยังไง

โจวหยวนยิ้ม "ดีแล้วนี่ เจ้าไม่ไปเยี่ยมนางเหรอ?"

จ้าวเจียนเจียเลิกคิ้ว "ต้องไปอยู่แล้ว! ให้ชิงหยวนเตรียมของขวัญแล้วเนี่ย! ท่านก็ไปแต่งตัวสิ! ฟ้าจะมืดแล้วนะ!"

โจวหยวนชะงัก แล้วตอบว่า "ข้าไม่ไปดีกว่า"

จ้าวเจียนเจียขมวดคิ้ว สีหน้าไม่พอใจ "หนิงเยว่นับถือท่านเหมือนพี่ชาย ตอนนี้นางรอดพ้นเคราะห์กรรม ท่านจะไม่ไปหน่อยเหรอ?"

"โจวหยวน เรื่องหย่าก็ส่วนเรื่องหย่า นั่นมันเรื่องของข้ากับท่าน ท่านโกรธข้าก็อย่าไปพาลใส่หนิงเยว่สิ นั่นไม่ใช่วิสัยวิญญูชนนะ"

โจวหยวนชื่นชมความตรงไปตรงมาของจ้าวเจียนเจียในจุดนี้

เขาโบกมือ ยิ้มบางๆ "ไม่ใช่แบบนั้น แต่ข้าไปหานางมาแล้ว"

จ้าวเจียนเจียตาโต "อะไรนะ? ท่านรู้ข่าวก่อน แล้วไม่รีบมาบอกข้า แอบไปหาหนิงเยว่ก่อนงั้นเหรอ?"

"เสียแรงที่พอข้ารู้ข่าว ก็รีบวิ่งกลับมาบอกท่านแท้ๆ"

นางบ่นอุบอิบ แต่ด้วยความดีใจจึงไม่ถือสาโจวหยวน รีบออกเดินทางไปจวนตระกูลเซวียทันที

ดูทรงแล้ว คืนนี้คงเป็นคืนรวมแก๊งสาวๆ คงคุยกันดึกดื่น ไม่กลับบ้านแน่

ดีเลย โจวหยวนจะได้ใช้เวลาคิดเรื่องการร่วมหุ้นหอไป๋เยียน

การร่วมหุ้นหอไป๋เยียน ไม่ใช่ความคิดชั่ววูบ แต่เขาคิดไว้มานานแล้ว

ในเมื่อตระกูลเซวียถึงขั้นเอาหนิงเยว่ใส่พานถวายเพราะเรื่องเงิน โจวหยวนจะไม่ยอมให้พวกเขาทำแบบนั้นได้อีก สู้เอาหอไป๋เยียนมาอยู่ในกำมือ แล้วจ่ายเงินปันผลให้พวกเขาตามกำหนดดีกว่า

แบบนี้รับประกันได้ว่าตระกูลเซวียจะมีเงินใช้ ไม่ต้องมาวุ่นวายกับหนิงเยว่ อีกทั้งยังเป็นการผูกมัดผลประโยชน์กับเขา เพื่อปูทางสู่การแต่งงานกับหนิงเยว่ในอนาคต

เงินที่ได้จาก "สามก๊ก" ส่วนใหญ่เขากะจะเอามาลงทุนกับหอไป๋เยียนนี่แหละ

และโจวหยวนไม่กลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่ตกลง สถานการณ์แบบนี้ ตระกูลเซวียไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ยิ่งข้อเสนอของเขามันเย้ายวนใจสุดๆ

โจวหยวนไม่เชื่อหรอกว่า ฮูหยินเซวียที่เห็นแก่เงิน จะปฏิเสธลง

แต่การจะทำให้หอไป๋เยียนกลับมาคึกคัก นอกจากกลยุทธ์เสริมแล้ว รสชาติอาหารถือเป็นหัวใจสำคัญ

โชคดีที่โจวหยวนคิดเรื่องนี้มาหลายวันแล้ว

เขาขุดเอาความรู้เรื่องอาหารยุคปัจจุบันที่รวบรวมไว้ ออกมาปรับใช้ หาเครื่องปรุงทดแทนของยุคนี้ อันไหนไม่มีก็ตัดออก

คัดเลือกมาแปดเมนูเด็ด เพื่อเป็นเมนูซิกเนเจอร์ใหม่ของหอไป๋เยียน แค่นี้ก็เหลือเฟือ

อย่าลืมสิ ยังมีไม้ตายอย่าง "สามก๊ก" อยู่อีกทั้งเล่ม

จบบทที่ บทที่ 51 ร่วมหุ้นหอไป๋เยียน

คัดลอกลิงก์แล้ว