เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 พานพบยอดพธูอีกครา

บทที่ 27 พานพบยอดพธูอีกครา

บทที่ 27 พานพบยอดพธูอีกครา


"ไม่เอา ไม่เอา นายท่านปล่อยข้าเถอะเจ้าค่ะ!"

จื่อหยวนดิ้นรนออกจากอ้อมกอดของโจวหยวน รีบดึงคอเสื้อขึ้นให้เรียบร้อย น้ำตาคลอเบ้าด้วยความร้อนรน

"ข้าเป็นแค่สาวใช้ตัวเล็กๆ จะ... จะทำเรื่องแบบนั้นกับนายท่านไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ"

ท่าทางน่าสงสารที่ทั้งน้อยใจและขัดเขิน ทำให้โจวหยวนใจเต้นระรัว

เขาลุกขึ้นบิดขี้เกียจ "วางใจเถอะ ไม่ปล่อยให้รอนานหรอก ข้าจะพิชิตใจคุณหนูของเจ้าให้ได้ในเร็ววัน"

"เชอะ!"

จื่อหยวนถ่มน้ำลายเบาๆ หน้าแดงก่ำ "ใครรอเจ้าคะ ข้าไม่เต็มใจสักหน่อย"

พูดถึงตรงนี้ นางก็ถอนหายใจ "เฮ้อ นายท่าน ท่านไปทีตั้งสามเดือน คุณหนูแย่เลยนะเจ้าคะ"

โจวหยวนแย้ง "นางไม่ได้รักใคร่อะไรข้าสักหน่อย จะแย่ได้ไง?"

"ใครบอก!"

จื่อหยวนรีบเถียง "ข้าอยู่กับคุณหนูมาเกือบสิบปี โตมาด้วยกัน ทำไมจะไม่รู้ใจนาง"

"คุณหนูดูเป็นคนเรียบร้อย แต่จริงๆ แล้วมองโลกในแง่ดี แต่ช่วงนี้ท่านรู้ไหม นางชอบนั่งเหม่อคนเดียว เดินไปเดินมาในสวน แล้วก็ถอนหายใจ"

"ไม่ค่อยออกไปไหน กิจกรรมชมรมกวีก็ไม่ไปร่วม ช่วงก่อนยังไปเรียนทำอาหารกับฮูหยินด้วยนะเจ้าคะ"

โจวหยวนฟังแล้วอึ้ง หรือว่าจ้าวเจียนเจียเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ?

เขาถามอย่างสงสัย "สามเดือนนี้ นางไม่ได้ไปหาผู้ชายอื่นใช่ไหม?"

"นายท่าน!"

จื่อหยวนร้องเสียงหลง "ท่านพูดถึงคุณหนูแบบนั้นได้ยังไง! คุณหนูรักนวลสงวนตัวมาตลอด จะไปหาผู้ชายที่ไหน ขนาดบัณฑิตนางยังแทบไม่คุยด้วยเลย"

โจวหยวนรีบแก้ตัว "ครับๆๆ ข้าไม่ได้หมายความอย่างนั้น ข้าหมายถึง นางไม่มีคนรักใหม่เหรอ?"

"คนรักเก่าก็ไม่มีเจ้าค่ะ!"

จื่อหยวนทำปากยื่น ไม่พอใจคำพูดนี้อย่างเห็นได้ชัด "คุณหนูแค่ไปเยี่ยมพี่ไฉ่หนีที่หอไป่ฮวาบ้างเป็นครั้งคราวเท่านั้นเอง"

เอ๊ะ? เรียกพี่สาวแล้วเหรอ?

ดูท่าความสัมพันธ์ของเจียนเจียกับไฉ่หนีจะไปได้สวยแฮะ!

โจวหยวนกับจื่อหยวนเดินคุยกันไปเรื่อยๆ ชมทิวทัศน์ที่คุ้นเคยในจวน

ฤดูร้อนมาเยือน แสงแดดสดใส ต้นไม้เขียวขจี ดูมีชีวิตชีวา

ระหว่างแมกไม้มีเรือนน้อยตั้งตระหง่าน ชายคางอนงาม ให้บรรยากาศเก่าแก่ผสมผสานระหว่างธรรมชาติและศิลปะ

โจวหยวนอารมณ์ดีมาก เหมือนผู้บำเพ็ญเพียรที่เพิ่งลงจากเขา ทุกอย่างดูแปลกใหม่ไปหมด

พอถึงเวลาอาหารเที่ยง กลิ่นอาหารลอยมาเตะจมูก โจวหยวนที่ห่างหายจากอาหารรสเลิศมานานท้องร้องโครกคราก

เขารีบไปที่ห้องอาหาร เห็นจ้าวเจียนเจียวิ่งหน้าตื่นเข้ามาจากเรือนนอก ตะโกนลั่น "ท่านแม่! ท่านแม่! โจวหยวนกลับมาแล้วเหรอคะ? พ่อบ้านบอกว่าโจวหยวน..."

เสียงขาดห้วงไปทันที เพราะนางเห็นโจวหยวนยืนอยู่ตรงหน้าแล้ว หน้าแดงแปร๊ดขึ้นมาทันที

ไม่เจอกันสามเดือน จ้าวเจียนเจียยังคงสวยเหมือนเดิม

เพราะอากาศร้อน นางจึงสวมชุดยาวผ้าโปร่งสีขาวบางเบา ยิ่งขับให้ดูบริสุทธิ์สดใส ผมดำขลับเกล้าขึ้น เผยใบหน้าเรียวสวยให้เห็นชัดเจน

พอเห็นโจวหยวน นางหน้าแดงด้วยความขัดเขิน แต่ก็แกล้งทำเป็นไม่รู้สึกรู้สา พยักหน้าให้โจวหยวนเบาๆ

"กลับมาแล้วเหรอ!"

นางทำเสียงเรียบ "ทำไมไม่อยู่บำเพ็ญเพียรที่อารามไป่หยุนต่อล่ะ? นึกว่าจะบวชไม่สึกซะแล้ว"

นั่นไง นางยังคงเป็นจ้าวเจียนเจียคนเดิม ไม่ว่าในใจจะคิดยังไง ปากต้องชนะไว้ก่อน

คนอย่างโจวหยวนที่กล้าคิดไม่ซื่อกับอาจารย์ มีหรือจะสนท่าทีเสแสร้งแบบนี้

เขากางแขนออก หัวเราะร่า "ฮูหยินจ๋า สามเดือนไม่เจอกัน นานเหมือนสามปี สามีคิดถึงเจ้าจะแย่!"

จ้าวเจียนเจียไม่ทันตั้งตัว ถูกโจวหยวนกอดเข้าเต็มเปา อึ้งไปหลายวินาที กว่าจะตั้งสติได้

"ไม่ใช่สิ โจวหยวนท่านทำอะไร! ปล่อยข้านะ!"

นางดิ้นรน หัวใจเต้นรัว แต่ไม่มีแรงขัดขืน

โจวหยวนยอมปล่อยนาง แต่ก็แอบลูบแก้มเบาๆ "คิดถึงข้าไหม?"

จ้าวเจียนเจียถอยหลังไปหลายก้าว หน้าแดงก่ำ ทั้งอายทั้งโกรธ "ท่าน! ไอ้คนฉวยโอกาส! อย่าลืมกฎสามข้อของเรานะ!"

โจวหยวนตอบ "จำได้น่า ยังไม่ได้ร่วมหอ แค่กอดนิดกอดหน่อย ไม่ผิดสัญญาหรอก"

จ้าวเจียนเจียเถียง "ใครอยากกอดท่าน ข้า... ข้าอยากให้ท่านอยู่บนเขาไปตลอดชีวิต ไม่ต้องมาทำให้ข้าโมโหต่างหาก"

โจวหยวนถอนหายใจ พยักหน้า "นั่นสินะ อาจารย์ก็บอกให้ข้ากลับไปที่อารามไป่หยุนพรุ่งนี้ ออกบวชบำเพ็ญเพียร ตัดขาดทางโลก"

คำพูดนี้ทำเอามจื่อหยวนอุทานด้วยความตกใจ จ้าวเจียนเจียก็อึ้งไปเหมือนกัน

นางอ้าปากค้าง หน้าซีดเผือด พึมพำว่า "ท่าน... ท่านยังหนุ่มแน่น จะออกบวชแล้วเหรอ?"

โจวหยวนตอบ "ในวิถีเต๋ามีแก่นแท้ นั่นคือชีวิตของข้า"

เห็นสีหน้าเด็ดเดี่ยวของเขา จ้าวเจียนเจียจมูกแสบ ความน้อยใจที่อัดอั้นทะลักออกมา

ขอบตานางแดงก่ำ หันหลังหนี กัดฟันพูด "ดี! ดี! ไปเลย! อย่ากลับมาอีกนะ!"

"ข้าจะถือว่าไม่รู้จักคนอย่างท่าน! ข้ายังสาว ยังสวย ไม่กลัวว่าจะหาสามีไม่ได้หรอก!"

โจวหยวนยิ้มกริ่ม หรี่ตาพูด "แต่ข้ามาคิดดูแล้ว แต่งเมียทั้งที ยังไม่ได้เข้าหอเลย จะหนีไปบวชได้ไง ก็เลยปฏิเสธอาจารย์ไปแล้ว"

จ้าวเจียนเจียหันขวับ ตาโต "งั้นที่พูดเมื่อกี้?"

โจวหยวนเอียงคอ "ล้อเล่นน่า"

จ้าวเจียนเจียแทบกระอักเลือด กระทืบเท้าปังๆ คว้าแจกันบนโต๊ะปาใส่โจวหยวนทันที

โจวหยวนรับไว้อย่างง่ายดาย "เฮ้ยๆ อย่าปาข้าวของสิ จะล้างผลาญสมบัติก็ไม่ใช่ราคานี้นะ"

"คนโกหก! ไอ้ตัวแสบ!"

จ้าวเจียนเจียวิ่งเข้ามาทุบตีเตะต่อย จนหอบแฮ่กๆ

พอเงยหน้าขึ้นมา ก็เห็นโจวหยวนยังยิ้มอยู่

นางโมโหจนร้องไห้โฮ "ข้า... ข้าทำเวรทำกรรมอะไรไว้ถึงมาเจอคนอย่างท่าน"

"แต่งงานแล้วก็ไม่รู้จักอ่านหนังสือหาความก้าวหน้า ไม่คิดจะสอบรับราชการ วันๆ เอาแต่เที่ยวเล่น"

"งานชุมนุมกวี ทำตัวเด่นดังครั้งเดียว แต่กลับไปล่วงเกินบัณฑิตทั่วอวิ๋นโจว ทิ้งปัญหาไว้ให้ข้าแก้"

"ข้าต้องตามไปขอโทษทีละบ้าน ท่านกลับหนีไปบำเพ็ญเพียรบนเขา หายหัวไปตั้งสามเดือน"

ยิ่งพูดยิ่งน้อยใจ ร้องไห้จนหน้าตาเลอะเทอะ น่าสงสารจับใจ

โจวหยวนแพ้น้ำตาผู้หญิง ใจอ่อนยวบ รีบปลอบ "โอ๋ๆ ไม่ร้องนะ ก็กลับมาแล้วนี่ไง"

"อีกอย่าง ไม่เห็นต้องไปขอโทษเลย จะไปแคร์สายตาคนพวกนั้นทำไม!"

จ้าวเจียนเจียเถียง "ทำไมจะไม่ต้องแคร์? ท่านพ่อเป็นผู้นำบัณฑิต เป็นผู้ว่าการเมือง จะไม่รักษาชื่อเสียงได้เหรอ?"

"ท่านเองวันข้างหน้าก็ต้องใช้ชีวิต ต้องหาความก้าวหน้า จะไม่สนใจชื่อเสียงเลยได้ยังไง?"

โจวหยวนรีบดึงนางมากอด กระซิบ "เอาล่ะๆ เรื่องมันผ่านไปแล้ว ต่อไปเรื่องพวกนี้ข้าจัดการเอง"

"ไม่ต้องมาพูดดี!"

จ้าวเจียนเจียผลักโจวหยวนออกอย่างฉลาด เช็ดน้ำตา "ห้ามกอด ห้ามจับมือ ข้าไม่หลงกลท่านอีกแล้ว"

เอ๊ะ? ฉลาดขึ้นมาเฉยเลย?

โจวหยวนยื่นนิ้วไปจิ้มมือนาง

จ้าวเจียนเจียเงื้อมือจะตี แต่โดนโจวหยวนจับมือไว้

โจวหยวนพูด "พอเถอะ ต้องใช้ชีวิตด้วยกันอีกนาน ตบตีกันไปมา ท่านพ่อตาแม่ยายเห็นจะกลุ้มใจเปล่าๆ"

จ้าวเจียนเจียดิ้นขลุกขลัก แต่สู้แรงไม่ไหว เลยปล่อยเลยตามเลย

นางเบ้ปาก "ท่านก็รู้ว่าต้องใช้ชีวิตด้วยกัน? แต่ก็ยังพูดจายั่วโมโหข้า"

พูดจบ นางก็ดึงมือออกจนได้ "เรากลับมาใช้กฎสามข้อเหมือนเดิมเถอะ"

"โจวหยวน นี่เป็นสัญญาลูกผู้ชาย ท่านจะ... จะรับปากส่งเดช แล้วฉวยโอกาสลวนลามข้าไม่ได้นะ"

เสียดายที่ข้าไม่ใช่ลูกผู้ชายแต่เป็นคนต่ำช้า!

โจวหยวนไม่ถือสา พยักหน้าหงึกหงัก "ครับๆๆ ฮูหยินพูดถูก เชื่อฟังทุกอย่างครับ"

จ้าวเจียนเจียถึงได้พอใจ มุมปากยกยิ้ม แต่พยายามกลั้นไว้

นางพูดเสียงขรึม "งั้นตกลงตามนี้นะ เวลาอยู่กันลำพัง เราต่างคนต่างอยู่ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน"

"เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น เราต้องรักษาภาพลักษณ์สามีภรรยาที่รักใคร่กลมเกลียว ไม่งั้นคนอื่นจะจับผิดเอาได้"

โจวหยวนรับปากทันที เขาพอจะมองออกแล้วว่าจ้าวเจียนเจียคิดยังไง

ก่อนที่เขาจะหาเงินสามร้อยตำลึงให้นาง นางรังเกียจ ขยะแขยง และรำคาญเขา

ก่อนงานชุมนุมกวี นางเฉยๆ ไม่ได้ชอบแต่ก็ไม่ได้เกลียด แต่รู้สึกอายเวลาพาออกงาน

จนถึงตอนนี้ ความคิดของแม่นางคนนี้อาจจะเป็น -- ก็รู้สึกไม่เลว ลองคบๆ ดูไปก่อน แล้วค่อยดูอารมณ์ว่าจะพัฒนาความสัมพันธ์ไปขั้นลึกซึ้งได้ไหม

แน่นอนว่าเด็กสาววัยรุ่น จิตใจโลเล เปลี่ยนแปลงง่าย ขอบเขตความรู้สึกอาจจะไม่ชัดเจนขนาดนั้น

แต่อย่างน้อยโจวหยวนก็มั่นใจว่า การอยู่ร่วมกับจ้าวเจียนเจียอย่างสันตินั้นไม่มีปัญหา ส่วนเรื่องกุ๊กกิ๊กกันบ้างเป็นครั้งคราว ก็ถือเป็นเรื่องปกติ

ช่วงเวลาจีบกันแบบคลุมเครือเนี่ยแหละ เป็นช่วงเวลาที่บริสุทธิ์และน่าตื่นเต้นที่สุดของความรัก

โจวหยวนสนุกกับมัน ไม่รีบร้อน

จบบทที่ บทที่ 27 พานพบยอดพธูอีกครา

คัดลอกลิงก์แล้ว