- หน้าแรก
- เกิดใหม่ปีเก้าแปดได้รับระบบแฟลชเซลล์หนึ่งหยวน
- บทที่ 26 หลินหว่านจวินจะลาออก
บทที่ 26 หลินหว่านจวินจะลาออก
บทที่ 26 หลินหว่านจวินจะลาออก
บทที่ 26 หลินหว่านจวินจะลาออก
บ้านของหลินหว่านจวินอยู่ไกลจากโรงเรียนพอสมควร ราวเจ็ดถึงแปดกิโลเมตร เธอต้องปั่นจักรยานไปกลับทุกวัน
บ้านของเธอตั้งอยู่ในชุมชนแออัดชานเมือง สภาพแวดล้อมโดยรอบไม่ค่อยดีนัก
เมื่อหลินหว่านจวินกลับถึงบ้าน ทุกคนในครอบครัวต่างรอเธออยู่พร้อมหน้า
เพราะรู้ว่าเธอกลับบ้านค่ำทุกวัน คนที่บ้านจึงกินข้าวกันไปก่อนแล้ว แต่ก็เก็บกับข้าวไว้ให้หลินหว่านจวินเรียบร้อย
"กลับมาแล้วค่ะ" หลินหว่านจวินตะโกนบอกจากหน้าประตู
ทันทีที่ประตูเปิดออก น้องชายและน้องสาวของเธอก็วิ่งกรูออกมาต้อนรับอย่างร่าเริง
"พี่ใหญ่กลับมาแล้ว"
น้องๆ ต่างดีใจที่เห็นหลินหว่านจวินกลับบ้าน
หลินหว่านจวินเป็นลูกคนโต มีน้องสาวคนรองและน้องชายคนเล็ก
น้องสาวชื่อหลินหว่านชิง น้องชายชื่อหลินอี้หมิง
หลินหว่านชิงกำลังเรียนอยู่ชั้น ม.3 ส่วนหลินอี้หมิงเรียนอยู่ชั้น ม.1
หลินหว่านจวินหิ้วถุงแอปเปิ้ลไว้ในมือ แล้วพูดเรียบๆ ว่า "บ้านเพื่อนพี่ปลูกผลไม้ เขาเอาแอปเปิ้ลมาแจกที่โรงเรียน ให้พี่มาตั้งถุงใหญ่แน่ะ"
"เขาบอกว่าปลูกเอง อร่อยและดีต่อสุขภาพ พี่เลยเอามาให้พวกเราชิมดู"
พูดไป หลินหว่านจวินก็ชูถุงแอปเปิ้ลให้ดู
ความจริงสองพี่น้องตาไวเห็นถุงแอปเปิ้ลในมือพี่สาวตั้งแต่แรกแล้ว แต่พี่ใหญ่ยังไม่พูดอะไร พวกเขาเลยไม่กล้าถาม
พอพี่ใหญ่พูดขึ้นมาเอง สองพี่น้องก็ดีใจจนเนื้อเต้น
"ได้กินแอปเปิ้ลแล้ว! เย้ ไม่ได้กินมาตั้งนานแล้ว" น้องชายร้องอย่างดีใจ
แม้น้องสาวจะดีใจไม่แพ้กัน แต่ด้วยความที่เป็นพี่คนรองจึงมีความคิดความอ่านมากกว่า เธอถามด้วยความสงสัย "พี่คะ เพื่อนพี่เขาให้มาจริงๆ เหรอ?"
"ก็เพื่อนให้มาสิ ไม่งั้นพี่จะไปเอาแอปเปิ้ลพวกนี้มาจากไหนล่ะ?" หลินหว่านจวินตอบยิ้มๆ
"พวกเธอกินแอปเปิ้ลกันไปนะ พี่ขอไปกินข้าวก่อน" หลินหว่านจวินยิ้มให้ทั้งสองคน
"พี่ใหญ่ งั้นพวกเรากินแอปเปิ้ลเลยนะ" สองพี่น้องไม่มีเหตุผลให้ปฏิเสธอยู่แล้ว
ไม่นาน สองพี่น้องก็แกะถุง หยิบแอปเปิ้ลคนละลูกไปล้าง แล้วเริ่มกัดกินอย่างเอร็ดอร่อย
หลินหว่านจวินเข้าไปกินข้าวในครัว ปล่อยให้น้องๆ นั่งกินแอปเปิ้ลกันในห้องนั่งเล่น
"โห แอปเปิ้ลนี่อร่อยสุดยอดไปเลย! แอปเปิ้ลของเพื่อนพี่ใหญ่นี่มันเทพจริงๆ!" หลินอี้หมิงตะโกนออกมาทั้งที่เคี้ยวตุ้ยๆ
ปากของเขาเต็มไปด้วยเนื้อแอปเปิ้ล มันอร่อยเกินคำบรรยายจริงๆ ทั้งหอม หวาน กรอบ นุ่ม ละมุนลิ้น
นี่เป็นแอปเปิ้ลที่อร่อยที่สุดเท่าที่เขาเคยกินมาในชีวิต
หลินหว่านชิงเองก็เคี้ยวไปยิ้มไปจนตาหยี แอปเปิ้ลนี่อร่อยจริงๆ ถูกปากเด็กผู้หญิงอย่างเธอมาก
บ้านฐานะยากจนอย่างพวกเขา นานๆ ทีถึงจะได้กินผลไม้อร่อยๆ แบบนี้
ผลไม้ที่ได้กินคราวนี้มันวิเศษจริงๆ
"พวกเธอสองคนเว่อร์ไปหรือเปล่า? มันจะอร่อยอะไรขนาดนั้น?" หลินหว่านจวินที่กำลังกินข้าวอยู่ ได้ยินเสียงน้องๆ ทำท่าทางเกินจริง ก็อดขำไม่ได้
เจ้าเด็กแสบสองคนนี้เล่นใหญ่กันจริงๆ
"พี่คะ พี่ลองกินดูหรือยัง? แอปเปิ้ลของเพื่อนพี่มันอร่อยจริงๆ นะ ถ้าได้กินพี่จะรู้เอง" หลินหว่านชิงรีบยืนยัน
"มันอร่อยขนาดนั้นเชียว?" หลินหว่านจวินถามอย่างไม่อยากเชื่อ
"อร่อยจริงๆ นะพี่! เดี๋ยวหนูไปล้างให้พี่ลูกนึง" ว่าแล้วหลินหว่านชิงก็คว้าแอปเปิ้ลอีกลูกวิ่งไปล้างในครัว
พอล้างเสร็จ เธอยังใจดีใช้มีดปอกผลไม้หั่นเป็นชิ้นๆ ให้พี่สาวกินง่ายๆ อีกด้วย
ทันทีที่หั่นแอปเปิ้ล กลิ่นหอมสดชื่นของแอปเปิ้ลก็ฟุ้งกระจายไปทั่ว
ทุกคนในบ้านได้กลิ่นหอมนี้พร้อมกัน หลินหว่านจวินเองก็ได้กลิ่น
หลินหว่านจวินแทบไม่อยากเชื่อว่าแอปเปิ้ลจะหอมได้ขนาดนี้
เธอใช้ตะเกียบคีบแอปเปิ้ลชิ้นหนึ่งใส่ปาก แล้วก็พบว่ามันอร่อยมากจริงๆ
"ไม่นึกเลยว่าแอปเปิ้ลที่อีตานั่นให้มาจะอร่อยขนาดนี้ เขาไปซื้อมาจากไหนนะ?" หลินหว่านจวินคิดในใจ
ขณะที่สามพี่น้องกำลังมีความสุขกับการกินแอปเปิ้ล แม่ของพวกเขาก็เดินออกมาด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม
ครอบครัวลำบากอยู่แล้วเพราะมีลูกถึงสามคน ยิ่งเมื่อเร็วๆ นี้เสาหลักของบ้านอย่างพ่อของหลินหว่านจวินได้รับบาดเจ็บจนล้มป่วย
สถานการณ์ของครอบครัวยิ่งแย่ลงไปอีก ชีวิตความเป็นอยู่ยากลำบากแสนเข็ญ
พ่อแม่ของหลินหว่านจวินเริ่มปรึกษากันว่าจะให้หลินหว่านจวินลาออกจากโรงเรียนแล้วไปหางานทำ
ยังไงซะหลินหว่านจวินก็อายุสิบแปดแล้ว โตพอที่จะออกไปทำงานหาเงินได้แล้ว
หลินหว่านจวินเป็นผู้หญิง ผู้หญิงไม่จำเป็นต้องเรียนสูงๆ หรอก รีบหางานทำหาเงินได้เร็วๆ มีประโยชน์กว่าเรียนต่ออีกตั้งหลายปี
พ่อแม่ของหลินหว่านจวินไม่รู้หนังสือ อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้สักตัว แม้พวกเขาจะรู้สึกว่าการเรียนเป็นสิ่งมีประโยชน์ แต่ก็มองว่ามันไม่ได้สำคัญขนาดนั้น
หรือจะพูดให้ถูกคือ พวกเขาค่อนข้างหัวโบราณ ให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่า ถ้าเป็นลูกชาย พวกเขาคงดิ้นรนส่งให้เรียนมหาวิทยาลัยแน่นอน แต่กับลูกสาว... ไม่จำเป็นขนาดนั้น
ในเมื่อที่บ้านฐานะยากจน แทนที่จะให้หลินหว่านจวินเรียนต่อ สู้ให้ออกมาทำงานเลยดีกว่า
ต่อให้หลินหว่านจวินเรียนจบมหาวิทยาลัย สุดท้ายก็ต้องออกมาทำงานอยู่ดี ตอนนี้ก็แค่ให้ทำงานเร็วขึ้นไม่กี่ปี
ถ้าหลินหว่านจวินออกมาทำงาน น้องชายและน้องสาวก็จะได้เรียนต่อ แต่ถ้าไม่... ก็ไม่แน่ว่าลูกทั้งสามคนจะได้เรียนหนังสือกันไหม
แม่ของหลินหว่านจวินลังเล อึกอักเหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ก็ไม่กล้าพูด
"แม่คะ มีอะไรหรือเปล่า?" หลินหว่านจวินวางตะเกียบลงแล้วถามเสียงเบา
"ลูกแม่... เรียนจบ ม.6 แล้ว ออกไปหางานทำเลยได้ไหมลูก?" แม่ของหลินหว่านจวินเอ่ยถามเสียงอ่อย
หัวใจของหลินหว่านจวินหล่นวูบทันทีที่ได้ยิน
ผลการเรียนของหลินหว่านจวินยอดเยี่ยมมาก เธอถือเป็นระดับหัวกะทิของโรงเรียน
ด้วยความสามารถของหลินหว่านจวิน การสอบติดมหาวิทยาลัยเป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้ว ปัญหาอยู่ที่ว่าจะสอบติดมหาวิทยาลัยระดับไหนต่างหาก
ตามปกติ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เธอน่าจะสอบติดมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับ 985 หรือ 211 ได้สบายๆ
หลินหว่านจวินเป็นเด็ก ม.6 ย่อมรู้ซึ้งถึงความสำคัญของการศึกษา และเธอก็ปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะได้เรียนต่อในมหาวิทยาลัยดีๆ
แต่สถานการณ์ตอนนี้ทำให้เธอจนปัญญา
เธอรู้สถานะทางการเงินของที่บ้านดี แน่นอนว่าเธอรู้ด้วยว่าต่อให้สอบติดมหาวิทยาลัยดีๆ ค่าเล่าเรียนก็จะเป็นภาระหนักอึ้งของครอบครัว
ในใจเธอก็สับสนขัดแย้งอยู่แล้ว พอแม่พูดออกมาแบบนี้ เหมือนฟางเส้นสุดท้ายในใจขาดผึง
หลินหว่านจวินเป็นเด็กมีความคิดความอ่าน เธอเข้าใจความหมายที่แม่ต้องการจะสื่อดี เธอจึงตอบกลับเสียงเบา
"แม่ไม่ต้องห่วงค่ะ จบ ม.6 แล้วหนูจะออกไปหางานทำ หนูจะไม่เรียนต่อมหาวิทยาลัยแล้วค่ะ"
พูดจบ สีหน้าของหลินหว่านจวินก็สงบนิ่ง
แต่ความเจ็บปวดรวดร้าวในใจ มีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้นที่รู้
จบบท