- หน้าแรก
- เกิดใหม่ปีเก้าแปดได้รับระบบแฟลชเซลล์หนึ่งหยวน
- บทที่ 25 มอบแอปเปิ้ล
บทที่ 25 มอบแอปเปิ้ล
บทที่ 25 มอบแอปเปิ้ล
บทที่ 25 มอบแอปเปิ้ล
จางซูไม่ได้แสดงความเศร้าโศกใดๆ เลย ตรงกันข้าม เขากลับรู้สึกตื่นเต้นระคนยินดีอยู่ลึกๆ
ในเมื่อพ่อและลุงใหญ่ต่างก็ล้มหมอนนอนเสื่อ ตระกูลจางสูญเสียเสาหลักไป แล้วใครล่ะที่จะขึ้นมาบริหารงานตระกูลจางต่อจากนี้?
แน่นอนว่าต้องเป็นเขา... จางซู พี่ใหญ่แห่งรุ่นหลานคนนี้สิ
ความจริงแล้ว ตามปกติเรื่องนี้คงไม่ตกถึงมือจางซูหรอก
เพราะทรัพย์สินส่วนใหญ่ของตระกูลจางอยู่ในมือของลุงใหญ่ จางหมิงกวาง
ดังนั้น อำนาจการบริหารตระกูลจางควรจะตกเป็นของจางเล่ยในที่สุด
แต่ตอนนี้จางเล่ยกำลังมีเคราะห์ จางเล่ยกำลังจะติดคุก
คดีทำร้ายร่างกายโดยเจตนาของจางเล่ยจะว่าเล็กก็เล็ก จะว่าใหญ่ก็ใหญ่ แต่ถ้าคดีนี้มีมูลความผิดจริง จางเล่ยคงต้องนอนคุกอย่างน้อยก็หลายปี
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ถ้าจางเล่ยมีประวัติอาชญากรรม อนาคตของเขาก็ดับวูบ
ตระกูลจางไม่มีทางฝากผีฝากไข้ไว้กับคนขี้คุกอย่างจางเล่ยแน่นอน
ถ้าเป็นแบบนั้น อำนาจของตระกูลจางอาจจะตกมาอยู่ในมือของจางซูแทน
แน่นอนว่านี่เป็นเพียงสถานการณ์ในฝัน
ยังมีความเป็นไปได้ที่อำนาจสุดท้ายจะยังคงอยู่ในมือของจางเล่ย
จางซูย่อมไม่พอใจกับสถานการณ์นั้น แต่ก็จนปัญญา
ทว่า จางซูคาดไม่ถึงเลยว่าเหตุการณ์ไม่คาดฝันจะเกิดขึ้นซ้ำซ้อน
ทั้งพ่อและลุงใหญ่ต่างเส้นเลือดในสมองแตกเข้าโรงพยาบาลไปพร้อมกัน
หลังจากทั้งคู่เข้าโรงพยาบาล ตระกูลจางก็ขาดผู้นำ แล้วใครล่ะจะมาดูแลกิจการใหญ่โตและธุรกิจมากมายของตระกูลจาง?
คำตอบก็คือเขา... คนของตระกูลจางที่เหลืออยู่คนนี้ไง
เมื่อคิดได้ดังนั้น จางซูก็แทบจะกลั้นรอยยิ้มที่มุมปากไม่อยู่
ส่วนเรื่องสุขภาพของพ่อกับลุงใหญ่ เขาไม่สนเลยสักนิด
ต้องยอมรับว่าโดยเนื้อแท้แล้ว เขาเป็นคนเลือดเย็นมาก
ในใจของเขา ผลประโยชน์ของตัวเองสำคัญที่สุด จะพ่อ จะลุง หรือสุขภาพของใครในครอบครัว จะเป็นยังไงก็ช่าง
เขาไม่แคร์สุขภาพของคนในครอบครัวเลย
เขาสนแค่ผลประโยชน์ที่ตัวเองจะได้รับเท่านั้น
จางซูคิดเรื่องนี้วนเวียนอยู่ในหัว แต่แน่นอนว่าเขาไม่โง่พอที่จะพูดมันออกมา
แค่ได้เห็นพ่อนอนเป็นผักอยู่บนเตียงคู่กับลุงใหญ่ ความปิติยินดีในใจก็แทบจะทะลักออกมา
เฉินผิงอันไม่รู้เรื่องพวกนี้
เขารู้แค่ว่าตระกูลจางจะไม่มีจุดจบที่ดี
จางเล่ยอาจจะแค่ติดคุก แต่จางหมิงกวางกับจางหมิงเลี่ยงต้องกลายเป็นอัมพาตแน่นอน
ส่วนจางเล่ยจะได้เข้าคุกจริงไหม ก็ยังพูดยาก เพราะเฉินผิงอันที่เป็นผู้เสียหายไม่ได้บาดเจ็บอะไรเลย การจะเอาผิดจางเล่ยให้ถึงที่สุดอาจจะยากหน่อย
จางเล่ยอาจจะอ้างได้ว่าแค่อยากจะสั่งสอนเฉินผิงอัน หรือแค่อยากจะท้าต่อยเฉยๆ
ถ้าจางเล่ยใช้ข้ออ้างนี้ คดีอาญาอาจจะไม่สำเร็จก็ได้
ยังไงซะเฉินผิงอันก็ไม่มีอำนาจบารมีทางสังคม ไม่มีสิทธิ์ไปแทรกแซงคดี การจะเอาผิดจางเล่ยให้หนักคงไม่ง่าย
แต่ก็ช่างเถอะ ถ้าจางเล่ยติดคุก ก็ถือว่าโชคดีไป
ถ้าจางเล่ยติดคุก เฉินผิงอันก็คงตามไปหาเรื่องจางเล่ยในคุกไม่ได้
มองในแง่นี้ การติดคุกอาจจะถือเป็นโชคดีของจางเล่ยก็ได้ที่รอดพ้นจากเงื้อมมือเขา
แต่ถ้าจางเล่ยไม่ติดคุก นั่นแหละคือความซวยของจางเล่ย
เฉินผิงอันจะตามจองเวรจางเล่ยต่อ
ไม่ว่าผลจะออกมาแบบไหน เฉินผิงอันก็รับได้ทั้งนั้น
...
เสียงออดหมดเวลาเรียนภาคค่ำดังขึ้นในที่สุด นักเรียนในห้องต่างตื่นเต้น รีบเก็บกระเป๋าเดินออกจากห้องกันขวักไขว่
เฉินผิงอันล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเป้ (ทำทีหยิบของจากระบบ) แล้วหยิบถุงใส่แอปเปิ้ลออกมาถุงหนึ่ง
เฉินผิงอันรีบเดินไปหาหลี่เมิ่งอวิ๋น แล้วยื่นถุงแอปเปิ้ลให้
"ฉันเตรียมแอปเปิ้ลพวกนี้มาให้เธอเอาไปฝากที่บ้าน ลองให้คนที่บ้านชิมดูนะ"
เฉินผิงอันวางแอปเปิ้ลลง ทิ้งท้ายไว้แค่นั้น แล้วส่งยิ้มให้หลี่เมิ่งอวิ๋น ก่อนจะหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
"ขอบใจนะ!"
หลี่เมิ่งอวิ๋นตั้งท่าจะปฏิเสธ แต่พอนึกถึงรสชาติแสนอร่อยของแอปเปิ้ล เธอก็กลืนคำปฏิเสธลงคอไป
ได้ยินคำขอบคุณของหลี่เมิ่งอวิ๋น เฉินผิงอันก็ยิ้มและโบกมือให้โดยไม่หันกลับมามอง เขาเดินออกจากห้องเรียนไปแล้ว
เฉินผิงอันเดินออกจากห้องด้วยฝีเท้าเบาสบาย มุ่งหน้าตรงไปยังห้องเรียนข้างๆ อย่างรวดเร็ว
ในห้องเรียนข้างๆ หลินหว่านจวินก็กำลังเก็บกระเป๋าอยู่เหมือนกัน
เฉินผิงอันไม่รีบร้อน เขาหยุดยืนรอที่หน้าประตูห้องครู่หนึ่ง
พอเห็นหลินหว่านจวินเก็บกระเป๋าเสร็จและเดินออกมา เฉินผิงอันก็หยิบถุงแอปเปิ้ลอีกถุงออกมาจากกระเป๋าเป้
โชคดีที่ไม่มีใครมาค้นกระเป๋าเขา เลยไม่มีใครรู้ว่าเขาขนแอปเปิ้ลมาเยอะขนาดนี้
เฉินผิงอันมีแอปเปิ้ลตั้ง 100 ชั่ง (50 กิโลกรัม) เก็บไว้กินเองก็เหลือเฟือ เอาไปแจกบ้างก็เหมาะสมดี
"หลินหว่านจวิน ขอโทษที่คราวที่แล้วทำให้เธอโกรธนะ นี่แอปเปิ้ลถือเป็นการไถ่โทษจากฉัน"
เฉินผิงอันเดินเข้าไปหาหลินหว่านจวินแล้วพูดอย่างใจกว้าง
"ไม่ต้องหรอก เพื่อนกันทั้งนั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร" หลินหว่านจวินมองแอปเปิ้ลในมือเฉินผิงอันแล้วส่ายหน้าปฏิเสธ
"รับไปเถอะ อย่าเกรงใจกันเลย เพื่อนๆ อยู่กันเยอะแยะ ยื้อยุดฉุดกระชากกันมันดูไม่งามนะ"
พูดจบ เฉินผิงอันก็คว้ามือหลินหว่านจวิน แล้วยัดถุงแอปเปิ้ลใส่มือเธอทันที
"ถ้าเธอไม่ชอบจริงๆ ก็เอาไปทิ้งซะ"
"แต่ถ้าทิ้งไปเฉยๆ ก็น่าเสียดายแย่"
"ยังไงซะแอปเปิ้ลพวกนี้ก็ใช้เงินซื้อมา"
"ส่วนจะจัดการกับแอปเปิ้ลพวกนี้ยังไง ก็แล้วแต่เธอเลย"
เฉินผิงอันทิ้งระเบิดไว้แค่นั้น แล้วหันหลังเดินหนีไปทันที ไม่เปิดโอกาสให้หลินหว่านจวินได้เปลี่ยนใจหรือปฏิเสธ
"ทำไมนายถึงเป็นคนแบบนี้นะ?" หลินหว่านจวินบ่นอุบ ดูเหมือนจะโกรธนิดๆ
เพราะการกระทำแบบมัดมือชกของเฉินผิงอันทำให้เธอรู้สึกอึดอัด
หลินหว่านจวินรู้ว่าเฉินผิงอันคิดยังไง แต่เธอไม่มีความสนใจในเรื่องพรรค์นี้
เธอยังเด็ก อยู่แค่ ม.6 หน้าที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือการเรียนและสอบเข้ามหาวิทยาลัย
หลินหว่านจวินรู้ตัวดีว่าอะไรสำคัญที่สุดสำหรับเธอ
เธอไม่สนใจเรื่องอื่น
หลินหว่านจวินคิดอยากจะทิ้งแอปเปิ้ลถุงนี้เหมือนกัน แต่พอก้มมองถุงในมือ แอปเปิ้ลสีแดงสดใสน่ากิน แถมยังส่งกลิ่นหอมฟุ้งแตะจมูก
เธอหยิบแอปเปิ้ลขึ้นมาดม กลิ่นหอมเข้มข้นลอยเข้าจมูกทันที
"นี่มันอะไรกัน? ทำไมแอปเปิ้ลถึงหอมขนาดนี้?"
หลินหว่านจวินอุทานในใจ
ตอนนี้เธอชักจะเสียดายไม่อยากทิ้งแล้วสิ
ฐานะทางบ้านเธอก็ไม่ค่อยดี ปกติแทบไม่ได้กินผลไม้ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เจอแอปเปิ้ลแบบนี้
"ช่างเถอะ เอากลับไปให้น้องๆ ชิมดีกว่า"
"ไว้ค่อยหาโอกาสตอบแทนเขาทีหลังแล้วกัน"
หลินหว่านจวินบอกกับตัวเอง
จบบท