- หน้าแรก
- ฟาร์มป่วนในท้องปลา
- บทที่ 84 กิลด์อันดับหนึ่งในใต้หล้า
บทที่ 84 กิลด์อันดับหนึ่งในใต้หล้า
บทที่ 84 กิลด์อันดับหนึ่งในใต้หล้า
บทที่ 84 กิลด์อันดับหนึ่งในใต้หล้า
[พี่เหวิน ให้กิลด์ผมออกหน้าไปกดดันไอ้แซ่หวังนั่นหน่อยไหมครับ?]
เจียงไห่เทาส่งข้อความมา ไอ้แซ่หวังที่เขาพูดถึงก็คือผู้รอดชีวิตที่เพิ่งเปิดได้ [แบบแปลนถังผลิตออกซิเจนจากสาหร่าย] ใบที่สอง เขาชื่อว่า หวังเซวียน
[ไม่ต้องหรอก กดดันไม่ลงหรอก ถังผลิตออกซิเจนจากสาหร่ายเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่สำคัญที่สุด ตราบใดที่หวังเซวียนไม่ขึ้นราคาหน้าเลือด การจะไปกดดันเขาเป็นไปไม่ได้เลย]
[แต่มีคนด่าพี่เยอะเลยนะ พี่เหวิน]
[ช่างเถอะ อย่าไปสนพวกนั้นเลย]
[จริงสิ นายลองติดต่อหวังเซวียนดูหน่อยสิ ลองดูว่าจะดึงตัวเขาเข้ากิลด์ได้ไหม]
[หือ? ยังจะดึงมันเข้ากิลด์อีกเหรอครับ?]
เจียงไห่เทารู้ดีว่าที่เขารอดชีวิตมาได้จนถึงตอนนี้ แถมยังได้เป็นถึงหัวหน้ากิลด์ ทั้งหมดเป็นเพราะโจวเหวินคอยอุ้มชู ไม่อย่างนั้นเขาคงอดตายไปนานแล้ว เขาจึงรู้สึกหมั่นไส้หวังเซวียนที่มาแย่งตำแหน่งของโจวเหวินไปสุดๆ
[ใช่ ถังผลิตออกซิเจนจากสาหร่ายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเสริมความมั่นคงให้กิลด์ ใครได้ตัวหวังเซวียนไป ก็จะสามารถพัฒนากิลด์ให้แข็งแกร่งและมั่นคงที่สุดได้]
[ไม่ขนาดนั้นมั้งครับ ผมว่าติดตามพี่เหวินต่างหากถึงจะทำให้กิลด์แข็งแกร่งที่สุด]
[ฮ่าๆ เดี๋ยวนี้หัดประจบเก่งขึ้นนะ แต่สายตาเฉียบแหลมใช้ได้ อย่างไรก็ตาม เราต้องแสดงท่าทีให้เห็น กิลด์อื่นต้องรุมจีบหวังเซวียนแน่ นายกับเฉินซินเองก็ห้ามตกขบวน]
[รับทราบครับ พี่เหวิน]
หลังจากคุยกับเจียงไห่เทาจบ เฉินซินก็ส่งข้อความมาถามเรื่องเดียวกันว่าจะให้ชวนหวังเซวียนเข้ากิลด์ไหม โจวเหวินย่อมบอกให้เธอลองชวนดูอยู่แล้ว
ไม่นาน การแบกน้ำหนักออกกำลังกายของวันนี้ก็จบลง เวลาล่วงเลยมาจนเกือบถึงช่วงกล่องเสบียงกล่องที่สอง
[ติ๊ง! ได้รับ หิน x10, ทราย x10, หญ้าแห้ง x10]
กล่องเสบียงกล่องที่สองให้มาแต่วัสดุพื้นฐาน โจวเหวินเก็บพวกมันเข้าคลังทันที
ในขณะเดียวกัน ในช่องแชทโลก การรุมจีบหวังเซวียนของกิลด์ต่างๆ ก็ใกล้จะสิ้นสุดลง บทสรุปคือหวังเซวียนไม่ยอมเข้าร่วมกิลด์ไหนเลย แต่เลือกที่จะตั้งกิลด์ของตัวเองขึ้นมา ชื่อว่า กิลด์อันดับหนึ่งในใต้หล้า
การกระทำนี้ถือว่าฉลาดมาก ในเมื่อมีแบบแปลนที่มีมูลค่าสูงลิ่วอยู่ในมือ ทำไมต้องไปเป็นลูกน้องคนอื่น สู้ตั้งกิลด์เป็นหัวหน้าเองไม่ดีกว่าหรือ?
เพียงแต่ชื่อกิลด์นั้นดูจะโอ้อวดเกินไปหน่อย คนชอบทำตัวโลว์โปรไฟล์อย่างโจวเหวินเห็นแล้วถึงกับขมวดคิ้ว ถึงแม้หวังเซวียนจะมีแบบแปลนถังผลิตออกซิเจนซึ่งคู่ควรกับชื่อนี้ แต่ในฐานะดาวรุ่งดวงใหม่ การตั้งชื่อข่มกิลด์อื่นแบบนี้มันดูไม่เห็นหัวใครไปหน่อย
แถมหวังเซวียนยังใช้ถังผลิตออกซิเจนจากสาหร่ายเป็นจุดขาย ใครที่เข้าร่วมกิลด์อันดับหนึ่งในใต้หล้า และส่งมอบวัสดุพื้นฐาน 300 ชุด จะได้รับถังผลิตออกซิเจนฟรีหนึ่งเครื่อง และสมาชิกกิลด์จะได้รับสิทธิ์ซื้อเครื่องที่สองในครึ่งราคาเป็นกรณีพิเศษ
ต่อมา เขาประกาศว่าที่เคยบอกว่าจะขายแบบไม่จำกัดจำนวนนั้นทำไม่ได้จริง แม้จะมีการซื้อขายสาหร่ายได้ แต่น้ำทะเลมีจำกัด ต่อให้รับซื้อน้ำทะเล ก็ไม่สามารถผลิตแบบไม่จำกัดได้ เพราะเวลาของคนเรามีจำกัด
สุดท้าย หวังเซวียนจึงกำหนดจำนวนขายไว้ที่วันละ 1,000 เครื่อง
การจำกัดจำนวนนี้กลับกลายเป็นกลยุทธ์ที่ดึงคนจากกิลด์อื่นไปได้เพียบ เพราะกิลด์ส่วนใหญ่ที่ตั้งขึ้นมักจะใช้แบบแปลนอาวุธหรือเครื่องป้องกันเป็นจุดขาย ซึ่งเมื่อเทียบกับถังผลิตออกซิเจนแล้ว มันคนละเรื่องกันเลย
ถ้าหวังเซวียนขายแบบไม่จำกัดจำนวน สมาชิกกิลด์อื่นก็อาจจะซื้อขายกันเองได้ แต่พอจำกัดจำนวน แถมเข้ากิลด์อันดับหนึ่งในใต้หล้า ยังแจกฟรีอีกเครื่อง และซื้อเครื่องที่สองได้ครึ่งราคา ข้อเสนอแบบนี้ทำให้หลายคนทนอยู่กิลด์เดิมไม่ไหว
กิลด์อันดับหนึ่งในใต้หล้า เพิ่งก่อตั้งก็สร้างศัตรูกับทุกกิลด์ทันที แต่กิลด์อื่นก็ทำอะไรหวังเซวียนไม่ได้ เพราะถังผลิตออกซิเจนคือทุกสิ่งทุกอย่าง กิลด์ใหญ่ๆ เองก็ต้องการรับซื้อจำนวนมากเหมือนกัน นอกจากจะด่าไม่ได้แล้ว ยังต้องเข้าไปแสดงความยินดีเพื่อผูกมิตรไว้อีกต่างหาก
กิลด์ผู้รอดชีวิต ของเฉินซินก็โดนแย่งสมาชิกไปกว่า 20 คน ส่วนใหญ่เป็นคนที่เพิ่งเข้ามาวันนี้ เนื่องจากมีคนตายทุกวัน จึงมีผู้รอดชีวิตหน้าใหม่ที่ผ่านเกณฑ์เข้ามาร่วมกิลด์อยู่เรื่อยๆ
ส่วนกิลด์พี่เจียง ของเจียงไห่เทา โดนแย่งไปประมาณ 30 กว่าคน ซึ่งก็เป็นเด็กใหม่ทั้งหมด เมื่อเทียบกับสัดส่วนแล้วถือว่าเสียน้อยกว่าเฉินซิน เพราะกิลด์พี่เจียง มีสมาชิกถึงสองพันคน ส่วนเฉินซินมีแค่ห้าร้อย
สาเหตุหลักที่คนไหลออกน้อยเพราะกิลด์พี่เจียงมี [แบบแปลนหมวกเกราะหนาม] เป็นจุดขายเหมือนกัน ซึ่งสำคัญไม่แพ้ถังผลิตออกซิเจน อันหนึ่งช่วยรักษาชีวิต อีกอันช่วยเพิ่มจำนวนกล่องเสบียง สำหรับผู้รอดชีวิตแล้ว ทั้งสองอย่างสำคัญพอๆ กัน
ขนาดกิลด์ของเจียงไห่เทายังโดนดึงคนไป 30 กว่าคน กิลด์อื่นไม่ต้องพูดถึง โดนแย่งไปร้อยสองร้อยคนถือเป็นเรื่องปกติ แต่ที่เสียหายหนักที่สุดคือกิลด์เถิงเฟย ของจ้าวเถิง
เดิมทีจ้าวเถิงรับคนแบบไม่คัดกรอง การเข้าร่วมแทบไม่ต้องจ่ายอะไร คนเลยแห่ลาออกกันเยอะมาก จากกิลด์ที่มีสมาชิกสามพันคน ร่วงฮวบเหลือไม่ถึงพันคน
จ้าวเถิงแทบจะกระอักเลือดตาย อุตส่าห์ค่อยๆ สร้างกิลด์ขึ้นมา พอเจอ กิลด์อันดับหนึ่งในใต้หล้า ประกาศรับคนทีเดียว สมาชิกหายไปถึงสองในสาม
แต่ที่น่าเจ็บใจกว่านั้นคือ กิลด์อันดับหนึ่งในใต้หล้า รับคนได้แค่ 3,000 คน และมีเงื่อนไขการเข้า คนที่ออกจากกิลด์จ้าวเถิงส่วนใหญ่คุณสมบัติไม่ถึง ออกไปได้ไม่นานก็ต้องซมซานกลับมาตายรัง
ถึงอย่างนั้นจ้าวเถิงก็ไม่ได้ว่าอะไร ใครกลับมาเขาก็รับหมด เพราะคนพวกนี้มีไว้เพื่อเก็บเกี่ยวสาหร่ายฟรีๆ อยู่แล้ว จะซื่อสัตย์หรือไม่เขาไม่สน ขอแค่ยอมส่งสาหร่ายให้ก็พอ
เขาแค่ต้องรักษาผลประโยชน์ของสมาชิกระดับบนที่จะคอยสนับสนุนเขาไว้ให้ได้ ส่วนพวกระดับล่างจะเป็นยังไงก็ช่างหัวมัน
[เถ้าแก่โจว ฉันเจอปลาสากกระจกแล้ว ต้องส่งให้คุณไหมคะ?]
[ไม่ต้อง เธอขายเองเถอะ หรือจะเอาไว้แจกเป็นรางวัลให้สมาชิกกิลด์ก็ได้]
[แล้วกระดูกปลากับหนังปลาล่ะคะ?]
[ส่งหนังปลามา ส่วนกระดูกปลาเธอเก็บไว้เถอะ]
โจวเหวินคิดสักพัก ในเมื่อเฉินซินเริ่มเจอปลาสากกระจกแล้ว ก็ยก [แบบแปลนมีดกระดูกปลา] ให้เธอไปเลยแล้วกัน เพราะตอนนี้เขามีมีดฟันดาบและดาบใหญ่เหล็กที่ดีกว่าแล้ว มีดกระดูกปลาแทบจะไร้ประโยชน์สำหรับเขา
หลังจากเฉินซินส่งหนังปลามาให้ โจวเหวินก็ส่ง [แบบแปลนมีดกระดูกปลา] กลับไปให้เธอ
[ต่อจากนี้ เธอสร้างมีดกระดูกปลาเองได้เลย แต่จะขายให้ใครต้องมาบอกฉันก่อน]
[รับทราบค่ะ ขอบคุณค่ะเถ้าแก่]
ความจริงหนังปลาก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรมากนัก อนาคตอาจจะเอาไปขายเป็นกระจกได้ โจวเหวินก็แค่เรียกเก็บพอเป็นพิธี เป็นสัญลักษณ์ว่าเขายังคุมอยู่
สองสามชั่วโมงต่อมา กล่องเสบียงกล่องที่สามของวันก็มาถึง โจวเหวินเปิดดูข้างในก็ยังคงเป็นวัสดุพื้นฐาน เขาจึงเก็บเข้าคลังไป
สรุปภาพรวมวันนี้ สำหรับแฟนธอม เลวีอาธานถือว่าราบรื่นดี ไม่โดนสัตว์ยักษ์ไล่ล่า แต่สำหรับโจวเหวินนั้นถือว่าซวยบัดซบ โดนทั้งแบคทีเรียทั้งปรสิตเล่นงาน
แถมยังมีคนเปิดได้ [แบบแปลนถังผลิตออกซิเจนจากสาหร่าย] ใบที่สอง ทำให้ชื่อเสียงของเขาป่นปี้ไม่มีชิ้นดี
แต่โจวเหวินไม่ได้ยึดติดกับชื่อเสียงมากนัก ตอนแรกที่ต้องทำตัวเด่นเพราะมันจำเป็นต้องใช้ชื่อเสียงสร้างฐานอำนาจ แต่ในเมื่อตอนนี้ชื่อเสียงพังไปแล้ว เขาก็พร้อมที่จะถอยฉากออกจากสายตาผู้คน กลับไปซ่อนตัวอยู่ในเงามืดอย่างแท้จริง