- หน้าแรก
- ฟาร์มป่วนในท้องปลา
- บทที่ 57 กิลด์พี่เจียง
บทที่ 57 กิลด์พี่เจียง
บทที่ 57 กิลด์พี่เจียง
บทที่ 57 กิลด์พี่เจียง
[คำขอให้ลดราคาของทุกคน ผมทำให้ไม่ได้จริงๆ ครับ ไม้ 30 หน่วยนี่คือราคาทุนแล้ว ถ้าเปลี่ยนเป็นวัสดุพื้นฐาน 30 หน่วย เท่ากับผมต้องขาดทุนวัสดุพื้นฐานถึง 60 หน่วยเลยนะ]
[ท่านเทพ ช่วยพวกเราหน่อยเถอะครับ วันนี้คนตายไปตั้งเยอะ ผมเริ่มจะกลัววันพรุ่งนี้แล้ว]
[ท่านเทพเมตตาด้วยเถอะครับ]
[ถ้าลดราคาไม่ได้จริงๆ ก็เพิ่มจำนวนซื้อให้หน่อยได้ไหมครับ มีคนรับซื้อราคาสูงอยู่ พวกเราจะได้ขายต่อให้เขาได้]
โจวเหวินอ่านข้อความสุดท้ายแล้วแทบจะหัวเราะออกมาด้วยความโมโห
"ไอ้เวร! ฉันขายให้พวกแกราคาถูก แต่พวกแกเอาไปขายต่อคนอื่นราคาสูง แถมยังกล้ามาบอกฉันโต้งๆ คิดว่าฉันเป็นไอ้โง่หรือไง?"
ในช่องแชทโลกก็เต็มไปด้วยคำด่าทอ หลายคนด่าว่าหมอนี่มันโง่ เรื่องลับหลังแบบนี้กล้าเอามาพูดต่อหน้าเจ้าตัวได้ไง แต่สำหรับโจวเหวิน นี่คือโอกาสทอง
[เดิมทีผมเห็นว่ามีคนตายเยอะเกินไป เลยยอมขายฐานไม้ราคาถูก ไม่อย่างนั้นราคาฐานไม้มันต้องแพงกว่าไม้ 30 หน่วยแน่นอน]
[ผมทำด้วยความหวังดี แต่พวกคุณกลับไม่รักชีวิตตัวเอง เอาฐานไม้ไปขายต่อ เหยียบย่ำความหวังดีของผมซะงั้น]
[ช่างเถอะ ในเมื่อพวกคุณอยากใช้วัสดุพื้นฐาน 30 หน่วยแลก ก็เอาราคานั้นก็ได้ แต่ถ้าไม้ในมือผมหมดลงเมื่อไหร่ ผมก็จะหยุดขายฐานไม้ทันที]
ข้อความของโจวเหวินเต็มไปด้วยความผิดหวัง ทำให้ผู้รอดชีวิตที่ได้รับความช่วยเหลือจากเขาจริงๆ รู้สึกโกรธแค้น พากันรุมด่าไอ้พวกเห็นแก่ตัวที่เอาฐานไม้ไปขายต่อ ช่องแชทโลกกลับมาครึกครื้นเดือดพล่านอีกครั้ง
โจวเหวินเลิกสนใจพวกผู้รอดชีวิตแล้ว ส่วนเรื่องไม้ใกล้หมดนั่นมันก็แค่ข้ออ้าง เขาไม่คิดจะทำจริงๆ หรอก
ยังไงผู้รอดชีวิตก็ไม่รู้ว่าฐานไม้จริงๆ ใช้วัสดุอะไรบ้าง โจวเหวินก็ย้ำตลอดว่าขายราคาทุน เดี๋ยวเอาไม้สักแสนหน่วยมาขายบังหน้า แล้วเก็บอีกสองแสนไว้เองก็จบ
ส่วนเรื่องจะมีคนหัวหมอคำนวณต้นทุนจากปริมาณฐานไม้ที่เพิ่มขึ้นเหรอ? เป็นไปไม่ได้ เพราะเจียงไห่เทาขายหมวกเกราะหนามในราคาขาดทุนมาตลอด โจวเหวินเลยเอาไม้ส่วนหนึ่งไปโปะส่วนที่ขาดทุนให้เจียงไห่เทาอยู่เรื่อยๆ ตัวเลขมันเลยไม่นิ่ง
"เอาล่ะ เรียบร้อย" การหยุดขายฐานไม้ครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับโจวเหวินเลยสักนิด เป็นความผิดของพวกหน้าเงินที่เอาฐานไม้ไปขายต่อล้วนๆ
หลังจากใช้ผงเลือดเดือด อาการเจ็บเส้นเอ็นที่แขนก็หายเป็นปลิดทิ้ง โจวเหวินเริ่มวิดพื้นต่อ หวังจะเติมเต็มพละกำลัง 0.5 แต้มที่ขาดไป
เนื่องจากพละกำลังเพิ่มขึ้นมาสองแต้มรวด การวิดพื้นเลยกลายเป็นเรื่องกล้วยๆ แค่ครึ่งชั่วโมงเขาก็วิดไปสองร้อยทีอย่างสบายๆ และโจวเหวินก็ตระหนักได้ว่า แค่วิดพื้นอย่างเดียวคงเพิ่มพละกำลัง 0.5 แต้มนั้นไม่ได้แล้ว
ซิทอัพอีกร้อยครั้งเป็นอันจบการออกกำลังกายประจำวัน กล่องเสบียงกล่องที่สองใกล้มาแล้ว โจวเหวินสวมอุปกรณ์ครบชุดแล้วเข้าไปหลบในโซนพักผ่อน
ตอนนั้นเอง เจียงไห่เทาก็ส่งข้อความมาถามความเห็น บอกว่ามีกิลด์มาชวนไปเป็นรองหัวหน้า
เจียงไห่เทาแม้ชื่อเสียงช่วงแรกจะไม่ค่อยดี แต่การยอมขายหมวกเกราะหนามแบบขาดทุนก็ทำให้ได้คะแนนความนิยมกลับมาบ้าง
ยิ่งไปกว่านั้น เจียงไห่เทาคือคนที่รอดชีวิตจากการโจมตีของหนอนสมอเป็นคนแรก แถมยังอยู่รอดปลอดภัยมาได้ ในสถานการณ์ที่ผู้รอดชีวิตทุกคนต่างหวาดกลัว เขาจึงเปรียบเสมือนวีรบุรุษที่มีออร่าความสำเร็จเปล่งประกาย
ดังนั้นพอกิลด์ต่างๆ ชวนโจวเหวินไม่ได้ ก็เบนเข็มมาหาเจียงไห่เทาแทน
โจวเหวินแนะนำให้เจียงไห่เทาปฏิเสธไปทั้งหมด จะไปเป็นรองหัวหน้าทำไม สู้ตั้งกิลด์เองเป็นเบอร์หนึ่งไม่ดีกว่าเหรอ
[ให้ผมตั้งกิลด์เอง เป็นหัวหน้าเองเหรอ? แต่ผมทำไม่เป็นนะพี่เหวิน]
[ไม่เป็นไรหรอก ในสายตาคนอื่นนายเป็นพวกอารมณ์แปรปรวนอยู่แล้ว ใครจะเข้ากิลด์นายก็ต้องเตรียมใจมาบ้าง ไม่พอใจก็ด่า พอใจก็ชม แค่นั้นแหละ ถ้าไม่รู้อะไรจริงๆ ก็มาถามฉัน]
จากนั้นโจวเหวินก็ถ่ายทอดความรู้พื้นฐานในการตั้งกิลด์ให้เจียงไห่เทา ซึ่งจริงๆ ก็เอามาจากประสบการณ์ของเฉินซินนั่นแหละ แค่ส่งต่อให้เจียงไห่เทาทำตาม
ไม่นาน "กิลด์พี่เจียง" ก็ถูกก่อตั้งขึ้น เงื่อนไขการเข้าเหมือนกับของเฉินซิน คือต้องจ่ายวัสดุพื้นฐาน 300 หน่วย
แต่มีสวัสดิการพิเศษสองอย่าง คือสมาชิกทุกคนจะได้รับโล่ไม้ฟรีหนึ่งอัน และถ้าอยู่รอดครบสิบวันและทำประโยชน์ให้กิลด์ จะได้รับหมวกเกราะหนามเป็นรางวัล
ทันทีที่สวัสดิการนี้ประกาศออกไป ผู้รอดชีวิตจำนวนมหาศาลก็แห่กันมาสมัครเข้ากิลด์พี่เจียง
ขวานหินของกิลด์เลวีอาธาน, มีดกระดูกปลาของกิลด์ผู้รอดชีวิต หรือกริชหนามของกิลด์พลิกสมุทร ของพวกนี้เทียบไม่ได้เลยกับหมวกเกราะหนามของกิลด์พี่เจียง
หมวกเกราะหนามได้รับการพิสูจน์จากผู้รอดชีวิตจำนวนมากแล้วว่าใช้รับมือหนอนสมอได้ดีเยี่ยม
มีคำกล่าวว่า "ต้องรอดก่อนถึงจะสร้างดาเมจได้" แม้อาวุธของอีกสามกิลด์จะดีแค่ไหน โดยเฉพาะมีดกระดูกปลาของกิลด์ผู้รอดชีวิต แต่ถ้าโดนหนอนสมองับหัวทะลุตั้งแต่เริ่ม อาวุธดีแค่ไหนก็ไร้ความหมาย
ชั่วพริบตา กิลด์พี่เจียงก็เติบโตอย่างก้าวกระโดด สมาชิกพุ่งแตะสองพันคน แถมทุกคนล้วนเป็นชนชั้นกลางค่อนไปทางสูงที่มีปัญญาจ่าย 300 หน่วย ทำให้กิลด์นี้กลายเป็นกิลด์อันดับหนึ่งในโลกผู้รอดชีวิตทันที
เห็นสถานการณ์เป็นใจ โจวเหวินจึงโอนไม้ที่ได้จากการขายฐานไม้หมื่นอันไปให้เจียงไห่เทา รวมทั้งหมด 100,000 หน่วย
จากนั้นสั่งให้เจียงไห่เทาเอาวัสดุพื้นฐาน 600,000 หน่วยที่เก็บได้ ไปกว้านซื้อเปลือกกุ้งฟอสฟอรัสหนามให้หมด เพราะวัสดุพื้นฐานมันเยอะเกินไป ต่อให้เอาตู้เก็บของ 6 ใบมาใส่ก็ยังไม่พอ สู้เปลี่ยนเป็นเปลือกกุ้งดีกว่า
ราคาเปลือกกุ้งที่เคยอยู่ที่ 40 หน่วยต่อชิ้น พุ่งขึ้นไปเป็น 50 หน่วยทันที และมีแนวโน้มจะสูงขึ้นเรื่อยๆ
จ้าวเถิงเห็นเจียงไห่เทาใช้หมวกเกราะหนามกอบโกยทรัพยากรได้มหาศาล ก็รีบออกมาประกาศว่าตัวเองก็มีแบบแปลนหมวกเกราะหนาม และจะตั้ง "กิลด์เถิงเฟย" (กิลด์ทะยานบิน)
แต่ยังไม่ทันได้บิน ก็โดนโจวเหวินกับเจียงไห่เทารุมสกัดดาวรุ่ง โจวเหวินออกมาแฉว่าจ้าวเถิงเป็นคนไม่มีเครดิต ชอบโกงของ เตือนให้ทุกคนระวังตัวอย่าหลงเชื่อ
ส่วนเจียงไห่เทาประกาศกร้าวว่า ใครเข้ากิลด์จ้าวเถิง เขาจะจับมือกับจ้าวเถิงปั่นราคาหมวกเกราะหนามให้เท่ากับราคาแบบแปลน
ด้วยประวัติที่ไม่ดีของจ้าวเถิง บวกกับโดนสองขาใหญ่รุมถล่ม ผู้รอดชีวิตที่ลังเลอยู่แล้วก็พากันถอดใจ ไม่กล้าเสี่ยง
แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีคนประมาณร้อยคนสมัครเข้ากิลด์เถิงเฟย ช่วยไม่ได้ หมวกเกราะหนามมันขาดแคลนจริงๆ ย่อมมีคนยอมเสี่ยงดวง
เจียงไห่เทาก็ไม่ได้คิดจะจับมือกับจ้าวเถิงจริงๆ หรอก เขาไม่มีทางยอมแบ่งส่วนแบ่งตลาดให้จ้าวเถิงแน่
โจวเหวินมองดูกิลด์เถิงเฟยที่ตั้งขึ้นมาได้สำเร็จด้วยความกังวล คิ้วขมวดเป็นปม
จ้าวเถิงเป็นคนฉลาด และนี่คือโอกาสของเขา ถ้าเขาไม่โลภจนอมของที่สมาชิกส่งมา และแจกหมวกเกราะหนามจริงๆ กิลด์เถิงเฟยอาจจะรุ่งเรืองขึ้นมาก็ได้
"เอาไว้ก่อนเถอะ อย่างน้อยทุนเริ่มต้นเขาก็น้อยกว่าผม ผมมีสองกิลด์ในมือ จะแพ้เขาได้ยังไง" เสียงน้ำไหลดังมาจากหลอดอาหาร กล่องเสบียงกล่องที่สองมาแล้ว เรื่องจ้าวเถิงต้องพักไว้ก่อน