- หน้าแรก
- ฟาร์มป่วนในท้องปลา
- บทที่ 22 เปิดขายถังผลิตออกซิเจนจากสาหร่าย
บทที่ 22 เปิดขายถังผลิตออกซิเจนจากสาหร่าย
บทที่ 22 เปิดขายถังผลิตออกซิเจนจากสาหร่าย
บทที่ 22 เปิดขายถังผลิตออกซิเจนจากสาหร่าย
หลังจากเก็บก้อนปุ๋ยทั้ง 8 ก้อนลงกล่องเสบียงเรียบร้อยแล้ว โจวเหวินก็วางกล่องลง แล้วหยิบปุ๋ยสองก้อนที่เหลือบนพื้น เดินตรงไปยังกระบะปลูกพืชขนาดเล็ก
ปุ๋ยแต่ละก้อนมีขนาดเท่ากำปั้น สีเขียวขี้ม้า ผิวสัมผัสเหมือนดินโคลน ส่งกลิ่นเหม็นตุๆ ออกมา แต่หลังจากผ่านกระบวนการหมักแล้ว กลิ่นของมันก็ไม่ได้ฉุนรุนแรงเหมือนตอนแรก
โจวเหวินไม่รู้ว่าต้องใช้ยังไงให้ถูกวิธี เลยลองวางก้อนปุ๋ยลงไปบนหน้าดินในกระบะปลูกพืชดื้อๆ
ทันทีที่ก้อนปุ๋ยสัมผัสกับดิน มันก็ละลายหายวับไปราวกับก้อนหิมะเจอกองไฟ กลายเป็นของเหลวสีเขียวเข้มซึมหายลงไปในดินอย่างรวดเร็ว
"แบบนี้ถือว่าใส่ปุ๋ยสำเร็จแล้วสินะ สะดวกดีแฮะ" โจวเหวินยิ้มอย่างพอใจ แล้วจัดการใช้ปุ๋ยอีกก้อนกับกระบะที่เหลือ
จากนั้นเขาก็หยิบน้ำแร่มาสองขวด รดน้ำลงไปในกระบะปลูกพืชทั้งสองกระบะจนชุ่ม
แตงโมเริ่มปลูกตั้งแต่วันที่สี่ ส่วนมันเทศปลูกวันที่ห้า ตอนนั้นเขาใช้น้ำแค่ครึ่งขวดในการรด แต่วันนี้เป็นวันที่เจ็ดแล้ว ทั้งเถาแตงโมและเถามันเทศต่างโตขึ้นมาก น้ำแค่ครึ่งขวดคงไม่พอเลี้ยงดูพวกมันอีกต่อไป จึงต้องรดให้เต็มขวด
"น้ำจืดดูเหมือนจะไม่ค่อยพอใช้แฮะ" โจวเหวินมองขวดเปล่าสองใบในมือ แล้วหันไปมองน้ำแร่อีกเจ็ดขวดที่เหลือ
ตอนนี้โจวเหวินไม่ได้กังวลเรื่องน้ำดื่ม ถ้าขาดแคลนจริงๆ เขาก็สามารถเอาถังผลิตออกซิเจนไปแลกน้ำแร่มาได้
แต่ถ้าต้องใช้น้ำแร่รดน้ำต้นไม้ไปตลอด แผนขยายพื้นที่เพาะปลูกของเขาคงไปไม่รอด เพราะตอนนี้แหล่งน้ำแร่เดียวที่หาได้คือจากกล่องเสบียง ซึ่งต้องพึ่งดวงล้วนๆ
ข้อจำกัดนี้ทำให้เป็นไปไม่ได้เลยที่จะหาน้ำจำนวนมากผ่านการแลกเปลี่ยน เพราะในเมื่อยังผลิตน้ำจืดเองไม่ได้ และน้ำจืดก็เป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิต ทุกคนย่อมต้องเก็บตุนน้ำไว้ให้ตัวเองก่อน เหลือใช้จริงๆ ถึงจะยอมเอามาขาย
"ช่างเถอะ คิดการณ์ไกลไปก็เท่านั้น ตอนนี้ฉันไม่มีที่ว่างสำหรับวางกระบะปลูกเพิ่มแล้วด้วย"
ฐานไม้ที่โจวเหวินสร้างขึ้นมีพื้นที่แค่ 6 ตารางเมตร กระบะปลูกพืชสองอันกินที่ไปแล้ว 2 ตารางเมตร ถังหมักปุ๋ยอีก 1 ตารางเมตร ไหนจะกองกล่องเสบียงที่วางซ้อนกันสูงเป็นพะเนิน พื้นที่ที่เหลือก็คือที่ซุกหัวนอนของเขา
ถังผลิตออกซิเจนทำจากหิน ไม่ต้องกลัวโดนน้ำพัด เลยวางไว้ด้านล่างได้ ส่วนกระบวยตักมูลสัตว์ก็กินที่นิดหน่อย วางพาดไว้ริมฐานไม้ฝั่งติดผนังกระเพาะ
สรุปคือ ณ ตอนนี้ ต่อให้เขาอยากปลูกเพิ่ม ก็ไม่มีพื้นที่ให้ปลูกแล้ว
ส่วนจะขยายฐานไม้ก็เป็นไปไม่ได้ เพราะพื้นที่ในกระเพาะมีจำกัด ขืนขยายฐานไม้ออกไปอีก มันจะไปขวางทางกินอาหารของแฟนธอม เลวีอาธานเปล่าๆ
"เจ้าหนู 180 ตัน รีบๆ โตไวๆ นะ"
โจวเหวินพึมพำเบาๆ พร้อมกับเปิดสมุดภาพสิ่งมีชีวิตในระบบ พลิกไปหน้าแรก เขาอยากรู้ว่าผ่านไปหลายวัน แฟนธอม เลวีอาธานโตขึ้นแค่ไหนแล้ว
อายุ: 7 วัน
ช่วงวัย: แรกเกิด
ความยาวลำตัว: 35 เมตร
น้ำหนัก: 200 ตัน
ประเภทอาหาร: สาหร่าย
วิธีการกิน: กรองกิน
ประเมิน: ทารกยักษ์หนัก 200 ตัน
"โตขึ้น 5 เมตร อัตราการเติบโตไวใช้ได้เลย เฉลี่ยวันละเกือบเมตร"
วันนี้เพิ่งเริ่ม ยังนับไม่ครบวัน เท่ากับว่าในเวลา 6 วัน มันโตขึ้นถึง 5 เมตร อัตราการเติบโตระดับนี้ถือว่าผิดสามัญสำนึกไปไกลโข
"อัตราการเติบโตสำคัญมาก แต่ชิ้นส่วนอาหารเร่งโตของแฟนธอม เลวีอาธานดันหายากชะมัด" โจวเหวินมีอยู่แค่ 3 ชิ้น กว่าจะหาครบสิบชิ้นคงอีกนาน
"เดี๋ยวพอขายถังผลิตออกซิเจนไปสักพัก พอคนเริ่มเปิดกล่องได้วันละ 3 กล่อง ถึงตอนนั้นชิ้นส่วนน่าจะโผล่มาเยอะขึ้น"
โจวเหวินพูดเปรยๆ เสียงคลื่นน้ำดังแว่วมาจากทางหลอดอาหาร ได้เวลาอาหารของแฟนธอม เลวีอาธานแล้ว
โจวเหวินรีบสวมชุดเกราะหนามทั้งสี่ชิ้น มือกระชับดาบกระดูกปลายาวหนึ่งเมตร เตรียมพร้อมรับมืออันตรายที่อาจเกิดขึ้น
ซ่า... ซ่า... น้ำทะเลทะลักเข้ามาในกระเพาะอย่างรวดเร็ว โจวเหวินขยับไปใกล้โซนกระบะปลูกพืช อาศัยแสงจากหนอนบอลแสงอาทิตย์ผสมกับแสงไฟฉายบนหัว ช่วยขยายขอบเขตการมองเห็นในความมืดให้กว้างขึ้น
เขานั่งยองๆ เกร็งหน้าท้อง ยกดาบกระดูกปลาขวางหน้าอก เพื่อปกป้องร่างกายท่อนบนที่ไร้เกราะป้องกัน
รออยู่สักพัก เมื่อไม่เห็นความเคลื่อนไหวใดๆ ในน้ำ โจวเหวินก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาเปิดหน้าต่างการสร้างเพื่อเตรียมผลิตถังผลิตออกซิเจน แต่ก็พบว่าเหลือหินแค่ 10 ก้อน
เดิมทีเขามีหิน 210 ก้อน เมื่อวานสร้างไป 20 เครื่อง เลยเหลือหินแค่ 10 ก้อน
โจวเหวินไม่ตื่นตระหนก เขาหยิบเนื้อกุ้งฟอสฟอรัสหนาม 10 ชิ้นออกจากกล่องเสบียง แล้วโพสต์แลกหินในตลาดกลาง
ช่วงนี้ผู้รอดชีวิตเจอกุ้งฟอสฟอรัสหนามกันเยอะแล้ว ราคาเนื้อกุ้งเลยตกลงมาพอสมควร แต่ถึงอย่างนั้นเนื้อก้อนโตหนัก 3-4 ชั่งก็ยังถือเป็นอาหารที่มีค่า การแลกเนื้อกุ้งหนึ่งชิ้นกับหิน 20 ก้อนยังทำได้สบายๆ
ไม่นาน โจวเหวินก็ได้หินมา 200 ก้อนจากการแลกเปลี่ยน รวมกับที่มีอยู่เดิม 10 ก้อน เขาจึงสร้างถังผลิตออกซิเจนรวดเดียว 21 เครื่อง บวกกับของที่เหลือจากเมื่อวานอีก 9 เครื่อง รวมเป็น 30 เครื่องพอดี
เมื่อสร้างสินค้าสำหรับขายวันนี้เสร็จ พื้นที่ในกระเพาะกว่าหนึ่งในสามก็ถูกจับจองจนแน่นขนัด โจวเหวินต้องรีบระบายถังผลิตออกซิเจนพวกนี้ออกไปให้หมดก่อนที่แฟนธอม เลวีอาธานจะกินอาหารรอบสอง
เมื่อน้ำลดจนแน่ใจว่าไม่มีสัตว์อันตรายติดมาด้วย โจวเหวินก็เริ่มโพสต์ข้อความลงในช่องแชทโลก
[ทุกคนคงรอกันนานแล้ว ผมไม่พูดพร่ำทำเพลงนะ เริ่มขายถังผลิตออกซิเจนจากสาหร่ายได้เลย วันนี้มีโควตาขายแค่ 20 เครื่อง]
[ทำไมแค่ 20 เครื่องเองวะ?]
[นั่นสิ น้อยไปไหม?]
[ฉันกะไว้แล้วเชียวว่าถังผลิตออกซิเจนไม่ใช่ของหาง่าย แต่ก็นึกว่าวันนึงจะขายสักร้อยเครื่อง ไม่คิดว่าจะน้อยขนาดนี้]
[นายจงใจกั๊กของเพื่อโก่งราคาใช่ไหม!]
[ฉันว่ามันตั้งใจจะนำหน้าคนเดียวมากกว่า เลยขายให้น้อยๆ กลัวพวกเราจะตามทัน]
...
พอโจวเหวินประกาศจำนวนขาย ช่องแชทโลกก็แทบแตก ผู้คนโวยวายกันยกใหญ่เพราะของมีน้อยเกินไป
[ทุกคนใจเย็นๆ ก่อน ผมไม่ได้เจตนาจะขายน้อย แต่ผมเพิ่มกำลังการผลิตไม่ได้จริงๆ]
[ดูชื่อก็รู้แล้วว่าถังผลิตออกซิเจนจากสาหร่ายต้องใช้สาหร่ายทำ ซึ่งมันเป็นอาหารหลักของแฟนธอม เลวีอาธาน]
[ถ้าผมผลิตเยอะเกินไป จะต้องใช้สาหร่ายมหาศาล ซึ่งจะไปกระทบการเจริญเติบโตของแฟนธอม เลวีอาธาน ในโลกนี้เลวีอาธานคือบ้าน คือฐานที่มั่นของเรา ผมถามหน่อยว่าถ้าเป็นพวกคุณ พวกคุณจะยอมแลกไหม?]
พอเจอคำถามนี้เข้าไป พวกที่โวยวายให้เพิ่มจำนวนก็เงียบกริบ แน่นอนว่ายังมีพวกเห็นแก่ตัวบางคนที่ยังเรียกร้องไม่เลิก
สำหรับคนพวกนั้น โจวเหวินเมินเฉยไปเลย ยังไงซะถังผลิตออกซิเจนก็เป็นของที่เขาสร้าง สิทธิ์ขาดอยู่ที่เขา ถ้าทุกคนจะมาบีบบังคับให้เขาทำลายผลประโยชน์ตัวเอง เขาก็พร้อมจะยกเลิกการขาย ให้มันไม่ต้องได้ใช้กันสักคน
[ผมรู้ว่าทุกคนร้อนใจ และเข้าใจความรู้สึกดี ถึงผมจะผลิตให้ได้ไม่เยอะ แต่ผมรับรองว่าจะขายในราคาที่ยุติธรรมแน่นอน]
[ราคาเท่าไหร่?]
[หวังว่าลูกพี่จะเห็นแก่เพื่อนมนุษย์ร่วมชะตากรรม อย่าขายแพงนักเลยนะ]
...