เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 ดวงตาเรืองแสง

บทที่ 12 ดวงตาเรืองแสง

บทที่ 12 ดวงตาเรืองแสง


บทที่ 12 ดวงตาเรืองแสง

"จริงสิ ที่เมื่อกี้สร้างกระบะปลูกพืชไม่ได้ เป็นเพราะไม่มีฐานหรือเปล่า?"

พอคิดได้แบบนั้น ดวงตาของโจวเหวินก็เป็นประกายขึ้นมา เขาคิดว่ามีความเป็นไปได้สูงมาก จึงลงมือสร้างกระบะปลูกพืชขนาดเล็กทันที

"สำเร็จไหม? สำเร็จ! ฮ่าๆๆ!"

เป็นไปตามคาด กระบะปลูกพืชขนาดเล็กถูกสร้างขึ้นบนฐานไม้สำเร็จ โจวเหวินดีใจจนเนื้อเต้น ในที่สุดเขาก็จะพึ่งพาตัวเองได้แล้ว

"วันนี้วันดี~ สิ่งที่หวังไว้ก็สมดั่งใจ..." โจวเหวินร้องเพลงอย่างอารมณ์ดี หยิบเมล็ดแตงโมออกจากกล่องเสบียง แล้วบรรจงฝังลงในดินของกระบะปลูก

"อ่า... วันนี้เก็บเกี่ยวผลกำไรได้เยอะจริงๆ ไม่รู้ว่าแตงโมต้องใช้เวลาเท่าไหร่ถึงจะโตนะ" โจวเหวินรำพึง

หลังจากนั้นโจวเหวินก็ไม่มีอะไรทำ เขาเอนตัวนอนพักผ่อนบนฐานไม้ที่แห้งสนิท รอคอยกล่องเสบียงกล่องที่สาม

สามชั่วโมงต่อมา กล่องเสบียงใบที่สามก็มาถึง โจวเหวินนั่งรออยู่บนฐานไม้ จนกระทั่งน้ำทะเลลดลงหมด เขาถึงกระโดดลงไปเปิดกล่อง

[ติ๊ง! ได้รับ ชิ้นส่วนสารานุกรมอาหารเร่งการเจริญเติบโตของแฟนธอม เลวีอาธาน (1/10)]

"สารานุกรมอาหารเร่งโต?"

แค่เห็นชื่อ โจวเหวินก็พอเดาออกว่ามันคืออะไร มันน่าจะเป็นคู่มือที่รวบรวมรายชื่ออาหารที่ช่วยให้แฟนธอม เลวีอาธานโตเร็วขึ้น แต่ตอนนี้เขามีแค่ชิ้นส่วนเดียว ยังทำอะไรไม่ได้ จึงเก็บมันไว้อย่างระมัดระวัง

โจวเหวินเหลือบดูช่องซื้อขาย ยังไม่มีใครเอาแบบแปลนมาแลกกุ้งฟอสฟอรัสหนาม เขาจึงเปลี่ยนรายการแลกเปลี่ยนเป็นวัสดุพื้นฐานแทน

เพียงไม่กี่นาที เนื้อกุ้ง 7 ตัวสุดท้ายก็ถูกกวาดไปจนเกลี้ยง

กุ้ง 17 ตัว แลกเปลี่ยนเป็นวัสดุพื้นฐานได้ถึง 850 ชิ้น ประกอบด้วย หิน ไม้ ดิน อย่างละ 200 ชิ้น ทรายและหญ้าแห้งอย่างละ 100 ชิ้น และเศษผ้าอีก 50 ชิ้น

เมื่อครู่สร้างฐานไม้ใช้ไม้ไป 120 ชิ้น กระบะปลูกพืชขนาดเล็กใช้ไม้ 10 ชิ้น กับดินอีก 10 ชิ้น

ตอนนี้ทรัพยากรพื้นฐานทั้งหมดที่โจวเหวินมีคือ: ไม้ 90, หิน 210, ดิน 210, ทราย 110, หญ้าแห้ง 110 และเศษผ้า 50 ชิ้น

"ไม้เปลืองชะมัด วันหลังต้องหาแลกไม้เพิ่มหน่อยแล้ว" โจวเหวินคิดในใจ

แฟนธอม เลวีอาธานหยุดเคลื่อนไหว แสดงว่าถึงเวลานอนแล้ว

วันนี้โจวเหวินเพิ่งกินขนมปังไปก้อนเดียว ตอนนี้เสบียงมีเหลือเฟือ เขาเลยตัดสินใจจะกินผลไม้กระป๋องฉลองเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตสักหน่อย

"กริ๊ก!"

เขาดีงห่วงเปิดฝากระป๋องออก กลิ่นหอมหวานเลี่ยนๆ ปนกับความหอมสดชื่นของพีชเหลืองลอยมาแตะจมูก

โจวเหวินยื่นจมูกเข้าไปสูดดมเต็มปอด ทำหน้าเคลิบเคลิ้ม ก่อนจะอดใจไม่ไหวซดน้ำเชื่อมคำโต รสหวานที่ห่างหายไปนานแผ่ซ่านไปทั่วปาก กระตุ้นต่อมรับรสให้ตื่นตัว

"อ่า~ มีชีวิตอยู่นี่มันดีจริงๆ" โจวเหวินไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า แค่ปลากระป๋องผลไม้โง่ๆ กระป๋องเดียวจะทำให้เขาซาบซึ้งได้ขนาดนี้

ไม่มีตะเกียบ โจวเหวินเช็ดมือกับเสื้อ แล้วใช้นิ้วคีบพีชเหลืองครึ่งซีกชิ้นโตใส่ปากช้าๆ

เนื้อพีชอวบอิ่มเต็มคำ ยิ่งเคี้ยวรสพีชยิ่งเข้มข้น รสหวานละมุนตัดเปรี้ยวนิดๆ ช่างกลมกล่อมจนไม่อยากกลืน

ไม่นาน พีชเหลืองก็หมดเกลี้ยง น้ำเชื่อมหยดสุดท้ายก็ไม่เหลือ โจวเหวินมองกระป๋องเปล่าพลางเลียริมฝีปากอย่างเสียดาย แต่เขาไม่คิดจะเปิดกินเพิ่มอีก

โจวเหวินเก็บกระป๋องเปล่าไว้ แล้วล้มตัวลงนอนบนฐานไม้ ไม่นานก็ผล็อยหลับไป

เขาฝันดี... ฝันว่าแตงโมสุกแล้ว และเขากำลังกัดกินแตงโมคำโตอย่างเอร็ดอร่อย

...

วันใหม่เริ่มต้นขึ้น โจวเหวินถูกปลุกด้วยแรงสั่นสะเทือนของกระเพาะเหมือนเช่นเคย

การนอนครั้งนี้เป็นการหลับที่สบายที่สุดในรอบ 5 วันที่มายังโลกนี้ การได้นอนบนฐานไม้ยกสูงทำให้เขาไม่ต้องสัมผัสกับพื้นดินที่เปียกชื้น

สิ่งแรกที่โจวเหวินทำหลังตื่นนอน คือรีบไปดูกระบะปลูกพืช เพื่อเช็กว่าเมล็ดแตงโมงอกหรือยัง แต่ผลลัพธ์กลับทำให้เขาผิดหวัง ผ่านไปหนึ่งคืน เมล็ดแตงโมไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย

"อัตราการเติบโตคงไม่ใช่ว่าเท่ากับบนโลกหรอกนะ" โจวเหวินพึมพำด้วยความผิดหวัง

เขาคิดว่าในโลกนี้พืชจะโตเร็วกว่าปกติ เพราะนี่คือโลกเอาชีวิตรอด อาหารขาดแคลน ถ้าพืชโตช้าแบบโลกเดิม กว่าจะได้กินคงอดตายกันหมด

"หรือเป็นเพราะไม่มีแสงแดด?" โจวเหวินมองไปรอบๆ พื้นที่ที่มืดมิด แล้วฉุกคิดขึ้นได้

ทุกวันนี้เขาใช้ชีวิตได้เพราะไฟฉายคาดหัว ถ้าปิดไฟก็มืดสนิท และพืชผักต้องการแสงแดดในการสังเคราะห์แสง

"ถ้าปลูกไม่ขึ้นเพราะไม่มีแดดจริง... งั้นโครงการเกษตรกรรมของฉันก็จบเห่สิ" โจวเหวินมองกระบะปลูกที่ว่างเปล่าด้วยสีหน้าหดหู่

ในกระเพาะนี้ไม่มีทางที่แสงอาทิตย์จะส่องถึง จะให้ย้ายกระบะออกไปปลูกข้างนอกก็เป็นไปไม่ได้

"ไม่รู้ว่าจะเปิดหากล่องที่ดรอปแบบแปลนหลอดไฟได้ไหม แต่..."

ไม่มีแสงอาทิตย์ ทางรอดเดียวคือแสงเทียม แต่ด้วยวัสดุที่มีตอนนี้ ต่อให้ได้แบบแปลนหลอดไฟมา เขาก็สร้างมันไม่ได้อยู่ดี

ความฮึกเหิมที่จะเป็นเจ้าพ่อเกษตรกรรมมอดดับลงทันที โจวเหวินทิ้งตัวลงนอนแผ่หลากลายเป็นปลาเค็มที่หมดไฟ ไร้ซึ่งแรงบันดาลใจใดๆ

ผ่านไปสักพัก แฟนธอม เลวีอาธานก็เริ่มกินอาหารมื้อแรกของวัน

โจวเหวินที่นอนซมอยู่ก็นึกถึงเหตุการณ์ที่โดนหนอนสมอโจมตีเมื่อวาน เขาดีดตัวลุกขึ้นทันที สวมหมวกเกราะหนามและหมุนชาร์จไฟฉายเตรียมพร้อม

ถึงจะเฟลเรื่องปลูกผัก แต่เขายังไม่อยากตาย ความระทึกเมื่อวานยังติดตา เขาต้องตื่นตัวตลอดเวลา

ซ่า... ซ่า...

น้ำทะเลทะลักเข้ามาในกระเพาะ โจวเหวินถอยไปยืนชิดด้านในสุดของฐานไม้ ทิ้งระยะห่างจากผิวน้ำประมาณสองเมตร กันไม่ให้หนอนสมอใช้ขาเกี่ยวลากเขาลงน้ำ

โจวเหวินอาศัยแสงไฟฉายสาดส่องไปมาที่ผิวน้ำเบื้องหน้า ไม่เห็นร่องรอยของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่แหวกว่ายอยู่

ในขณะที่โจวเหวินคิดว่ารอบนี้คงไม่มีหนอนสมอปนมา ทันใดนั้น! จุดแสงสองจุดก็สว่างวาบขึ้นในน้ำ

จุดแสงนั้นกลมดิก ขนาดเท่ากำปั้น ราวกับดวงตาคู่หนึ่งที่จ้องเขม็งมาที่เขาจากใต้น้ำ

โจวเหวินเหงื่อแตกพลั่ก รีบนั่งยองๆ เอาหลังแนบชิดผนังกระเพาะ พยายามทำตัวให้เล็กที่สุดเพื่อหลบเข้ามุมอับสายตา

"แม่งเอ๊ย! ตัวบ้าอะไรอีกวะเนี่ย?" โจวเหวินสบถในใจ มือขยับไปเช็กหมวกเกราะหนามบนหัวให้แน่นหนาเพื่อความอุ่นใจ

โจวเหวินไม่กล้าขยับตัวสุ่มสี่สุ่มห้า เขาจะรอให้น้ำลดก่อนค่อยดูสถานการณ์

สิ่งมีชีวิตในโลกนี้ล้วนเป็นสัตว์ทะเล การสู้ในน้ำกับบนบกนั้นต่างกันคนละเรื่อง แถมพอน้ำลด ไม่มีน้ำมาบดบังสายตา เขาจะได้เห็นชัดๆ ว่าไอ้เจ้าของดวงตาเท่ากำปั้นนี่มันตัวใหญ่แค่ไหน และเขาพอจะฟัดกับมันไหวไหม

ช่วงเวลารอน้ำลดช่างยาวนานเหลือเกิน เหงื่อเม็ดโตผุดเต็มหน้าผากโจวเหวิน เขาเครียดจนตัวเกร็ง อยู่ในท่านั่งยองเตรียมพร้อมกระโดดหนีทุกเมื่อหากสัตว์ประหลาดพุ่งเข้ามา

ในที่สุด น้ำทะเลก็ลดลงจนแห้งสนิท โจวเหวินรวบรวมความกล้า ย่องเบาๆ ไปที่ขอบฐานไม้ แล้วสาดไฟฉายลงไปดู

ภายใต้แสงไฟ สัตว์ประหลาดยักษ์ที่เขาจินตนาการไว้กลับไม่มีอยู่จริง สิ่งที่เห็นว่าเป็นดวงตาเรืองแสงในน้ำเมื่อกี้ แท้จริงแล้วคือวัตถุทรงกลมที่เปล่งแสงได้สองลูก

"อ๊ะ? นี่มันอะไร?"

โจวเหวินเต็มไปด้วยความสงสัย เมื่อเห็นว่าลูกบอลเรืองแสงสองลูกนั้นดูไม่มีพิษภัย เขาจึงกระโดดลงจากฐานไม้ เดินเข้าไปดูใกล้ๆ ในระยะสองสามเมตร

"นี่มันหลอดไฟเหรอ?"

ลูกบอลทรงกลมทั้งสองลูกเปล่งแสงสีขาวนวลออกมา แต่ความสว่างไม่มากนัก น้อยกว่าไฟฉายคาดหัวของเขาเสียอีก รัศมีส่องสว่างแค่ประมาณหนึ่งเมตรเท่านั้น

จบบทที่ บทที่ 12 ดวงตาเรืองแสง

คัดลอกลิงก์แล้ว