- หน้าแรก
- วิชายุทธ์ที่ฉันสร้างโด่งดังไปทั่วโลก
- บทที่ 39 - ยามบุปผาข้าเบ่งบาน
บทที่ 39 - ยามบุปผาข้าเบ่งบาน
บทที่ 39 - ยามบุปผาข้าเบ่งบาน
ถ้วยชาและกาน้ำชาบินช้ากว่าถั่วลันเตาแน่นอน ชายแก่ตาบอดหลบได้สบายๆ แต่ทว่า... พลังทำลายตอนถ้วยและการะเบิดออกนั้น รุนแรงกว่าถั่วลันเตาหลายขุม!
เศษกระเบื้องปลิวว่อน ปักเข้าที่พื้น เสา และโต๊ะกินข้าว จนเป็นรูพรุน...
ถ้าเมื่อกี้ถั่วลันเตาคือประทัด ตอนนี้สิ่งที่หลี่สิงดีดออกไปก็อัปเกรดเป็น 'ระเบิดมือ' แล้ว!
ชาม ตะเกียบ จาน เศษไม้ ขาเก้าอี้ที่หัก... หลี่สิงคว้าทุกอย่างที่อยู่ใกล้มือดีดออกไป แสดงให้เห็นถึงความหมายที่แท้จริงของคำว่า 'ทุกสรรพสิ่งล้วนเป็นอาวุธลับ'!
ไม่ใช่แค่จับของปาออกไปมั่วๆ แล้วจะเรียกว่าอาวุธลับได้ จุดศูนย์ถ่วงของวัตถุอยู่ตรงไหน? ควรหมุนควงหรือพุ่งตรง? จะอัดลมปราณเข้าไปยังไงไม่ให้ของพังก่อนถึงเป้าหมาย แต่ไปแรงที่สุดตอนกระทบเป้า?
รายละเอียดพวกนี้มีเยอะมาก ดังนั้นวิชาอาวุธลับส่วนใหญ่ถึงใช้ได้กับอาวุธเฉพาะทางไม่กี่อย่าง การจะทำได้ถึงขั้น 'ทุกสรรพสิ่งล้วนเป็นอาวุธลับ' นั้นแทบเป็นไปไม่ได้
แต่ตอนนี้หลี่สิงใช้ดีดนิ้วศักดิ์สิทธิ์ดีดสารพัดสิ่งของออกไป ยิ่งเป็นคนที่เชี่ยวชาญอาวุธลับยิ่งดูออกว่ามันยากขนาดไหน! ของแต่ละชิ้นต้องปรับเปลี่ยนวิธีดีดและลมปราณให้เหมาะสม ของทุกชิ้นที่พุ่งออกไปถึงได้มีความเร็วและพลังทำลายที่น่ากลัว วิชาแบบนี้สิถึงจะเรียกว่า 'ศักดิ์สิทธิ์' (เสินทง)!
ลำพังแค่ขั้น 'หนึ่งดีดสองขณะจิต' ของหลี่สิง ต่อให้ดีดของได้ทุกอย่าง ก็คงสร้างปัญหาให้ชายแก่ตาบอดไม่ได้มาก แต่พอทุกนัดมี 'ปราณปราบมาร' แถมไปด้วย ความอันตรายก็พุ่งปรี๊ด
ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!
ถ้วยชาระเบิด! กาน้ำชาระเบิด! ชามตะเกียบระเบิด! ท่อนไม้ระเบิด!
เศษไม้และเศษกระเบื้องปลิวว่อน ชั้นสองของโรงเตี๊ยมเหมือนกำลังเกิดพายุ และชายแก่ตาบอดก็อยู่ใจกลางพายุนั้น
เขาหลบหนีอย่างทุลักทุเล เสื้อผ้าถูกเศษวัสดุที่พุ่งด้วยความเร็วสูงบาดจนขาดวิ่น ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลเลือดซิบ
แถมเพราะเสียงระเบิดมันดังสนั่นและถี่ยิบ ทำให้เขาหูอื้อตาลาย จับตำแหน่งหลี่สิงไม่ได้ แทบไม่มีโอกาสสวนกลับ
คนดูอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าจะเล่นกันแบบนี้
ทำไมมันถึงได้โชว์เหนือขนาดนี้?!
เทียบกับเขาแล้ว ผู้เข้าแข่งขันทุกคนก่อนหน้านี้ดูจืดชืดไปเลย แม้แต่หานสิงที่ใช้กลยุทธ์ 'แอบข้ามคลังเฉิน' ฆ่าชายแก่ได้ ก็ยังเทียบไม่ติด
ของที่หลี่สิงดีดออกไป ระเบิดเป็นดอกไม้ไฟดอกแล้วดอกเล่ากลางโรงเตี๊ยม งดงามจนน่าขนลุก
สมกับคำกล่าวที่ว่า... ยามบุปผาของข้าเบ่งบาน
บุปผาทั่วหล้าล้วนร่วงโรย! (ไป่ฮว๋าซา!)
หลังจากดีด 'อาวุธลับ' ออกไปกว่าห้าสิบชิ้น ลมปราณของหลี่สิงก็ใกล้หมด เขาตัดสินใจปิดฉากโชว์เดี่ยวนี้เสียที เริ่มจากดีดถ้วยชาสองใบใส่ชายแก่ แล้วอาศัยเสียงระเบิดกลบเสียง ดีดตะเกียบไม้ตามไปอีกข้าง
แอบข้ามคลังเฉิน - ฉบับหลี่สิง!
ชายแก่ตาบอดตอนนี้แผลตามตัวไม่หนักหนา ส่วนใหญ่เป็นแผลถลอก แต่สภาพจิตใจยับเยิน หูก็พังยับเยิน เจอท่าไม้ตายนี้เข้าไปเลยไม่ทันระลึกรู้ โดนตะเกียบเสียบทะลุคอ ตายคาที่
หลี่สิงออกจากความฝัน กลับมายืนบนเวทีท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงเชียร์ที่ดังกระหึ่มราวกับคลื่นสึนามิ
"หลี่สิง!"
"หลี่สิง!"
"หลี่สิง!"
"..."
ไม่รู้ใครเริ่มก่อน แต่ผู้ชมห้าร้อยคนในห้องส่งต่างตะโกนเรียกชื่อเขาซ้ำๆ
บนที่นั่งเมนเทอร์ เหอฉี่หมิงและมั่วซานหน้าตึงเปรี๊ยะ โดยเฉพาะเหอฉี่หมิง เขาไม่นึกเลยว่าหลี่สิงจะซ่อนเขี้ยวเล็บรอดพ้นสายตาเขาไปได้!
ส่วนเหยียนไห่หลงหน้าตาสดชื่นปลื้มปริ่ม เขาดูคนไม่ผิดจริงๆ แต่ก็ยอมรับว่าประเมินเด็กคนนี้ต่ำไป
หลิวนวิ๋นชิงที่นั่งข้างๆ ก็มองหลี่สิงด้วยสายตาทึ่งจัด ไม่นึกว่ารุ่นน้องคนนี้จะสร้างเซอร์ไพรส์ได้ครั้งแล้วครั้งเล่า
"บางทีฉันอาจจะไปแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องการสร้างวิชายุทธ์กับเขาได้นะ?"
ความคิดนี้แวบเข้ามาในหัว ทำให้หลิวนวิ๋นชิงยิ่งตั้งตารอคอยรอบที่ตัวเองเป็นกรรมการคุมสอบมากขึ้นไปอีก
"หลี่สิง"
พอเสียงเชียร์ซาลง เหยียนไห่หลงก็คว้าไมค์ถามก่อนใคร
"บอกพวกเราหน่อยได้ไหม ว่าเมื่อกี้ทำได้ยังไง?"
หลี่สิงยิ้มบางๆ "เพราะช่วงนี้ผมไม่ได้สร้างแค่วิชา 'ดีดนิ้วศักดิ์สิทธิ์' แต่ยังสร้างวิชาลมปราณมาอีกวิชาครับ"
ฮือฮา!
เสียงตื่นตกใจดังระงม
วิชาลมปราณถือเป็นวิชาที่มีสถานะสูงสุดในบรรดาวิชายุทธ์ นักสร้างสรรค์ที่สร้างวิชาลมปราณได้ย่อมมีภาษีดีกว่าคนที่สร้างได้แค่วิชาอื่น
"นายสร้างวิชาลมปราณได้ด้วย?"
เหยียนไห่หลงมองหลี่สิงอย่างประหลาดใจ "งั้นพลังระเบิดที่นายใช้เมื่อกี้ ก็มาจากคุณสมบัติของลมปราณวิชานี้สินะ?"
หลี่สิงพยักหน้า "ถูกต้องครับ"
คราวนี้คนดูตื่นเต้นกันใหญ่ เพราะนั่นหมายความว่าพวกเขาก็มีโอกาสทำฉากอลังการแบบเมื่อกี้ได้เหมือนกัน
แน่นอน ถ้ามีปัญญาฝึก 'ลมปราณอรหันต์ปราบมาร' จนสำเร็จนะ
"ลมปราณวิชานี้ชื่อ ลมปราณอรหันต์ปราบมาร (หลัวฮั่นฝูหมอกง) คะแนนประเมิน 91 คะแนน เมื่อฝึกสำเร็จจะได้ครอบครอง 'ปราณปราบมาร' (ฝูหมอจิ้น) ผลลัพธ์ก็อย่างที่เห็น เป็นลมปราณที่มีคุณสมบัติระเบิดครับ"
หลี่สิงแนะนำวิชาเองเสร็จสรรพ
ลมปราณ 91 คะแนน?!
ได้ยินตัวเลขนี้ ทุกคนในงานถึงกับตะลึง
วิชาที่คะแนนเกิน 90 คือระดับท็อป นี่ขนาดสร้างออกมาแค่ไม่กี่ขั้นแรกยังปาไป 91 ถ้าหลี่สิงสร้างจนครบสมบูรณ์ อนาคตมันต้องเป็นวิชาระดับ 100+ หรือระดับตำนานแน่นอน!
สายตาที่เหยียนไห่หลงมองหลี่สิงเต็มไปด้วยความชื่นชม
"ปราณปราบมารที่ว่า รวบรวมพลังได้เร็วไหม? เพราะฉันเห็นนายใช้ได้ทุกครั้งที่โจมตีเลย"
หลิวนวิ๋นชิงถามด้วยความสนใจ
หลี่สิง: "คุณสมบัติของปราณปราบมารคือการควบรวมอัตโนมัติ และจะปรับเข้ากับวิชาที่ใช้โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องเสียสมาธิควบคุมเลยครับ"
"ว้าว..."
เสียงฮือฮาดังขึ้นอีก เพราะฟังดูแล้ว ลมปราณอรหันต์ปราบมารเหมือนการติดบัฟเทพให้ตัวเองชัดๆ!
"ลมปราณอรหันต์ปราบมารสร้างได้กี่ขั้นแล้ว?"
"สามขั้นครับ"
"ดีดนิ้วศักดิ์สิทธิ์ล่ะ?"
"สามขั้นเหมือนกันครับ"
เหยียนไห่หลงถามรัวๆ แล้วขมวดคิ้วนิดหน่อย "นายอย่าจับปลาหลายมือเกินไป ถ้าคราวหน้าเข้าสู่สภาวะ 'รู้แจ้ง' อีก ทางที่ดีควรเลือกเติมเต็มวิชาใดวิชาหนึ่งให้สมบูรณ์ก่อน"
แม้แค่วิชาสามขั้นแรกก็มีคนยอมโหลดไปเสี่ยงดวง หรือโหลดเพราะชอบ เพราะอยากสนับสนุน แต่ถ้าเป็นวิชาฉบับสมบูรณ์ ย่อมดึงดูดใจกว่า และทำยอดโหลดได้ง่ายกว่า เพราะตั้งแต่ขั้นสี่ไป 'ราคา' จะแพงขึ้น
อย่าง 'เทพท่องร้อยพลิกแพลง' แค่ขั้นแรกยอดโหลดก็เกือบสิบล้านแล้ว แต่ถ้าอยากทะลุสามสิบล้านหรือร้อยล้าน มีแค่ขั้นเดียวคงยากมาก
แต่ถ้าหลี่สิงทำจนครบชุด ต่อให้ขายทั้งชุดราคาหนึ่งล้านป้ายยุทธ์ ขอแค่มีดาราบู๊ร้อยคนยอมซื้อ ยอดโหลดก็ทะลุร้อยล้านแล้ว!
(จบแล้ว)