- หน้าแรก
- วิชายุทธ์ที่ฉันสร้างโด่งดังไปทั่วโลก
- บทที่ 2 - ค่ายปั้นดาวบู๊
บทที่ 2 - ค่ายปั้นดาวบู๊
บทที่ 2 - ค่ายปั้นดาวบู๊
"วันนี้ลองอีกสักครั้ง"
หลี่สิงหยิบกล่องใบหนึ่งออกมาจากลิ้นชัก เมื่อเปิดออก ด้านในมีป้ายยุทธ์วางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบหลายกอง รวมกับ 3 แผ่นที่เขาเพิ่งได้มาวันนี้ ตอนนี้เขามีทั้งหมด 36 แผ่นแล้ว
เขาล้มตัวลงนอนอีกครั้ง พนมมือวางป้ายยุทธ์แผ่นหนึ่งไว้ที่กลางอก หลับตาลง และเปิดใช้งานป้ายยุทธ์ด้วยสัญชาตญาณ
วินาทีถัดมา ป้ายยุทธ์เปล่งแสงสีทองจางๆ
ความฝัน
เริ่มต้นขึ้น
เมื่อหลี่สิงรู้สึกตัวอีกครั้ง เขาก็มายืนอยู่ในพื้นที่ว่างเปล่าสีขาวโพลน รอบกายไม่มีอะไรเลย
ที่นี่คือความฝันปลอดภัยที่สร้างขึ้นจากป้ายยุทธ์
หลี่สิงรู้สึกได้ชัดเจนว่าพละกำลังของร่างกายเพิ่มขึ้นกว่าในโลกความจริงมาก นี่เป็นผลจากการที่ร่างเดิมใช้ป้ายยุทธ์ฝึกฝนมาหลายปี
นอกจากนี้ เขายังรู้สึกถึงกระแสความอบอุ่นสายหนึ่งในร่างกาย นั่นคือกำลังภายในที่เขาฝึกฝนจนสำเร็จ!
แม้จะได้สัมผัสมาหลายครั้งแล้ว แต่หลี่สิงก็ยังอดตื่นเต้นไม่ได้ เขาใช้จิตควบคุมกระแสความอบอุ่นให้ไหลเวียนไปทั่วร่าง สัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย
เมื่อโคจรลมปราณไปที่ขาทั้งสองข้าง เขาดีดตัวกระโดดไปข้างหน้า ร่างพุ่งไกลไปถึงสี่ห้าเมตรในคราวเดียว!
สถิติโลกกระโดดไกลยืนกระโดดบนโลกเดิมอยู่ที่สามเมตรกว่าไม่ถึงสี่เมตร แต่เขาทำลายสถิติได้อย่างง่ายดาย
นี่คืออานุภาพของกำลังภายใน!
"หวังว่าครั้งนี้จะสำเร็จนะ"
หลี่สิงสูดหายใจลึก หลับตาลงเริ่มจินตนาการ
วินาทีต่อมา เขาเข้าสู่สภาวะมองเห็นภายในร่าง เห็นเส้นชีพจรและจุดฝังเข็มยิบย่อยในร่างกายได้อย่างชัดเจน
ในความจริงเส้นชีพจรและจุดฝังเข็มเหล่านี้ไม่มีอยู่จริง แต่ในความฝัน การฝึกวรยุทธ์จะขาดสิ่งเหล่านี้ไปไม่ได้
แต่สิ่งที่หลี่สิงจะทำตอนนี้ไม่ใช่การฝึกยุทธ์ แต่คือการสร้างวิชายุทธ์
วิชายุทธ์ทั้งหมดในความฝันไม่ได้เกิดขึ้นเองจากความว่างเปล่า แต่มีตรรกะให้สืบค้น มีกฎเกณฑ์ให้อ้างอิง ต่อให้กฎนี้ปีศาจฝันร้ายจะเป็นคนกำหนด ตัวมันเองก็ต้องปฏิบัติตามเช่นกัน นั่นหมายความว่ามนุษย์สามารถสร้างวิชายุทธ์ที่แข็งแกร่งกว่าที่ปีศาจฝันร้ายฝึกฝนได้ โดยอาศัยกฎเหล่านี้!
《ทฤษฎีพื้นฐานร้อยแปดเส้นชีพจรมนุษย์》 《หลักการสามร้อยหกสิบห้าจุดฝังเข็มใหญ่ของมนุษย์》 《กฎการคำนวณวงโคจรหนึ่งพันแปดจุดฝังเข็มเล็กของมนุษย์》 หนังสือสามเล่มนี้คือทฤษฎีพื้นฐานทางวรยุทธ์ที่คนรุ่นก่อนสรุปออกมาจากกฎความฝันในเขตประเทศจีน การสร้างสรรค์วิชายุทธ์ทั้งหมดล้วนหนีไม่พ้นหนังสือสามเล่มนี้ เปรียบเหมือนกฎการบวกลบคูณหารในวิชาคณิตศาสตร์
ร่างเดิมเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้จิงอู่ ในความทรงจำย่อมมีความรู้ที่เกี่ยวข้อง แต่สิ่งที่หลี่สิงจะทำในตอนนี้ไม่ใช่การสร้างสรรค์บนพื้นฐานทฤษฎี แต่เป็นการปั้นน้ำเป็นตัว!
ก่อนข้ามมิติมา เขาเป็นนักเขียนนิยายกำลังภายในไส้แห้ง อาศัยใจรัก เขียนไปเจ๊งไป เจ๊งมาเจ็ดปี ก็ยังทนเขียนมาเจ็ดปี
หลังข้ามมิติมา ทุกครั้งที่เขาเข้าสู่ความฝัน วิชายุทธ์ต่างๆ ในนิยายกำลังภายในที่เขาเคยอ่านก่อนข้ามมิติจะผุดขึ้นมาในหัว และให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าพวกมันพร้อมจะกลายเป็นความจริงได้ทุกเมื่อ!
คัมภีร์เก้าอิม ลมปราณภูตอุดร สิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกร เก้ากระบี่เดียวดาย กระบี่หกชีพจร...
แต่เมื่อเขาพยายามจะทำให้วิชาเหล่านี้ปรากฏเป็นรูปธรรม มิติความฝันทั้งหมดก็จะเริ่มไม่เสถียร และเริ่มผลาญป้ายยุทธ์อย่างรวดเร็ว
"อาจจะต้องใช้ป้ายยุทธ์มากกว่านี้?"
ด้วยความคิดนี้ หลี่สิงจึงเริ่มสะสมป้ายยุทธ์ และพยายามครั้งแล้วครั้งเล่า
ไม่แน่ว่านี่อาจจะเป็นสูตรโกงที่ติดตัวเขามาตอนข้ามมิติก็ได้! เพราะเขาไม่เคยได้ยินว่ามีใครต้องใช้ป้ายยุทธ์ในการสร้างวิชายุทธ์มาก่อน
ครั้งนี้เขามีป้ายยุทธ์ในมือ 36 แผ่น เขาเริ่มจินตนาการถึงชื่อและลักษณะของวิชายุทธ์เหล่านั้นในความทรงจำทีละวิชา พยายามทำให้พวกมันปรากฏขึ้นมา
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ จู่ๆ มิติความฝันก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง!
"ต่อไปผมขอประกาศกติกาการแข่งขันรอบแรกของ 《ค่ายปั้นดาวบู๊ ซีซั่น 2》 ครับ!"
ภายในห้องส่งขนาดใหญ่ ที่นั่งแบบอัฒจันทร์ทางซ้ายและขวาเต็มไปด้วยผู้คน พิธีกรยืนอยู่กลางห้องส่ง ด้านหลังมีกระดานไวท์บอร์ดที่ติดป้ายชื่อเอาไว้มากมาย
ที่นี่คือสถานที่ถ่ายทอดสดรายการ 《ค่ายปั้นดาวบู๊ ซีซั่น 2》
โลกใบนี้มีวงการบันเทิงเช่นกัน แต่ที่มีเอกลักษณ์ที่สุดคือ 'วงการยุทธ์' ที่เหล่าดาราบู๊รวมตัวกัน
เนื่องจากการจะได้รับป้ายยุทธ์จำเป็นต้องมีความสนใจ ยิ่งมีคนดูความฝันมาก ป้ายยุทธ์ที่ได้ตอนจบก็ยิ่งมาก ทางที่ดีที่สุดคือให้คนทั้งประเทศสละเวลาวันละไม่กี่ชั่วโมงมาดูความฝัน แต่นั่นมันเป็นไปไม่ได้ในความเป็นจริง
แม้ปีศาจฝันร้ายจะเกี่ยวพันถึงความเป็นความตายของมนุษยชาติ แต่การฆ่าคนของปีศาจฝันร้ายเหมือนการต้มกบในน้ำอุ่น ต่อให้ช่วงแรกมันคุ้มคลั่ง จำนวนคนที่ตายก็ยังมีจำกัด เผลอๆ ช่วงแรกคนที่ถูกปีศาจฆ่าตายในแต่ละวันอาจจะน้อยกว่าคนที่ตายเพราะอุบัติเหตุรถชนทั่วประเทศเสียอีก
วิกฤตการณ์คือสิ่งที่ค่อยๆ สั่งสม เหมือนกับคงไม่มีใครมานั่งสนใจปัญหาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รั่วไหลของบางประเทศทุกวี่ทุกวัน การจะให้ทุกคนคอยติดตามสถานการณ์ในแดนฝันร้ายด้วยความสมัครใจตลอดเวลานั้นเป็นไปไม่ได้
ประเทศจีนย่อมสามารถออกกฎบังคับให้ทุกคนต้องดูความฝันวันละไม่กี่ชั่วโมงได้ แต่ถ้าบังคับแบบนี้ติดต่อกันหลายสิบปี มันก็เหมือนบังคับให้ทุกคนต้องทำงานล่วงเวลาทุกวัน สุดท้ายก็จะบั่นทอนความกระตือรือร้นของทุกคน เหลือไว้แต่ความด้านชาและความเบื่อหน่าย ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการพัฒนาวงการยุทธ์เลย
แล้ววิธีที่ดีที่สุดที่จะดึงดูดให้คนอยากเข้ามาดูความฝันด้วยตัวเองคืออะไร? ในชีวิตจริงมีโมเดลที่ประสบความสำเร็จและทำได้จริงอยู่แล้ว นั่นคือ วงการบันเทิง!
เพราะความบันเทิงคือส่วนหนึ่งของชีวิต ถ้าทำให้จอมยุทธ์ในความฝันกลายเป็นไอดอลของประชาชน ทำให้การดูความฝันกลายเป็นความบันเทิงบวกความรักชาติ ให้ทุกคนอยากเข้าไปดูดาราบู๊ที่ตัวเองชอบในความฝันด้วยความสมัครใจ พลังแห่งความตั้งใจก็จะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง!
นี่คือสาเหตุที่โลกใบนี้มีดาราบู๊
ดังนั้นรูปแบบการพัฒนาของวงการยุทธ์ในโลกนี้จึงคล้ายคลึงกับวงการบันเทิง มีการประกวดและรายการวาไรตี้ต่างๆ ก่อนที่หลี่สิงจะข้ามมิติมา ร่างเดิมได้สมัครรายการประกวดที่ชื่อว่า 《ค่ายปั้นดาวบู๊ ซีซั่น 2》 และได้รับคัดเลือกจนกลายเป็นหนึ่งในร้อยผู้เข้าแข่งขัน
วันนี้เป็นวันที่เข้าค่ายอย่างเป็นทางการ ตอนนี้หลี่สิงกำลังอยู่ในรายการสด
"กติกาของรอบแรกคือการแข่งแบบแพ้คัดออก 1 ต่อ 1 ผู้เข้าแข่งขัน 100 คนจะต้องถูกคัดออก 50 คนในรอบแรก!"
สิ้นเสียงพิธีกร ทั่วทั้งฮอลล์ก็เต็มไปด้วยเสียงฮือฮา
แข่งรอบแรกก็คัดออกครึ่งหนึ่งเลย นี่มันโหดกว่ากติกาของซีซั่นแรกเยอะมาก
แต่นี่ยังไม่จบ พิธีกรหันไปชี้กระดานไวท์บอร์ดด้านหลัง
"บนกระดานนี้มีป้ายชื่อทั้งหมด 43 คน พวกเขาล้วนเป็นผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านเข้ารอบ 64 คนสุดท้ายจากซีซั่น 1 ต่อไปผมจะใช้วิธีจับฉลากเรียกชื่ออีก 57 คนที่เหลือขึ้นมาแปะป้ายชื่อของตัวเอง พวกคุณสามารถเลือกคู่ต่อสู้จากผู้เข้าแข่งขันรุ่นพี่ 43 คนนี้ได้!"
"ฮือฮา——"
ฝั่งขวาของพิธีกรเกิดเสียงเซ็งแซ่ คนที่นั่งฝั่งนี้ล้วนเป็นเด็กใหม่ของซีซั่นนี้ ส่วนฝั่งซ้ายคือผู้เข้าแข่งขันจากซีซั่นที่แล้ว
《ค่ายปั้นดาวบู๊》 ซีซั่น 1 ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก เหลียงเฟยอวี่ แชมป์ซีซั่น 1 ได้เซ็นสัญญากับบริษัทซินเยว่ หนึ่งในห้ายักษ์ใหญ่แห่งยุทธภพ และเมื่อปีที่แล้วก็คว้ารางวัล 'หน้าใหม่ยอดเยี่ยมแห่งปี' จากเวที 'เทพยุทธ์อวอร์ด' เป็นราชาหน้าใหม่อย่างสมศักดิ์ศรี!
นอกจากนี้ อีกเก้าคนที่ติดสิบอันดับแรกต่างก็ได้เดบิวต์ และหลายคนก็ไปได้สวยจนก้าวขึ้นมาเป็นดาราบู๊ระดับสามกันแล้ว
จากตรงนี้ก็รู้ได้เลยว่าคุณภาพของผู้เข้าแข่งขันซีซั่น 1 นั้นสูงแค่ไหน เหล่ารุ่นพี่ที่ยังไม่ได้เดบิวต์ที่เหลืออยู่ ขอแค่เป็นคนที่ผ่านเข้ารอบ 64 คนสุดท้ายมาได้ ไม่มีใครเป็นไก่อ่อนสักคน!
"ว้าว เปิดซีซั่นมาก็เล่นแรงขนาดนี้เลยเหรอ?"
เหนือศีรษะของผู้เข้าแข่งขันทั้งร้อยคน บนชั้นสองตรงข้ามกับกระดานไวท์บอร์ด มีคนห้าคนนั่งอยู่ พวกเขาคือเมนเทอร์ของซีซั่นนี้
คนที่พูดเมื่อครู่คือชายสวมแว่นกันแดด ไว้เคราแพะ แต่งตัวนำสมัย
เขาชื่อ มั่วซาน ถนัดวิชาตัวเบา ฉายา 'เงาภูตตามวิญญาณ' เป็นเมนเทอร์ด้านวิชาตัวเบาของค่ายปั้นดาว
ชายที่นั่งข้างมั่วซานย้อมผมสีขาวโพลน เขาคือ 'อสุราขาว' เหอฉี่หมิง รับหน้าที่เมนเทอร์ด้านอาวุธลับ
สองคนนี้รับหน้าที่ตำแหน่งเดิมตั้งแต่ซีซั่นที่แล้ว ถือเป็นหน้าเก่าของค่าย
ทางซ้ายของเหอฉี่หมิงคือชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมเล็กน้อย รอยยิ้มใจดี
เขานั่งอยู่ตรงกลางกลุ่มเมนเทอร์ทั้งห้า เห็นได้ชัดว่าบารมีสูงสุด เขาคือดาราบู๊ระดับ 【ราชัน】 ผู้เพิ่งพิชิตแดนฝันร้าย 《เงาโลหิต》 ได้สำเร็จเมื่อคืน เหยียนไห่หลง คนในยุทธภพเรียกขานว่า 'ราชามังกรแขนเหล็ก' รับหน้าที่เป็นเมนเทอร์ด้านเพลงหมัดมวยของซีซั่นนี้
ก็เพราะความดังของซีซั่น 1 ซีซั่นนี้ถึงเชิญซูเปอร์สตาร์ระดับราชันอย่างเหยียนไห่หลงมาได้
ทางซ้ายของเหยียนไห่หลงมีสาวสวยสดใสวัยขบเผาะนั่งอยู่สองคน คือเจียงเหม่ยฉีและหลิวนวิ๋นชิง
พวกเธอเป็นหน้าใหม่ของค่ายเช่นกัน โดย 'กระบี่นกยูง' เจียงเหม่ยฉี เป็นเมนเทอร์ด้านศัสตราวุธ และ 'แสงรุ่งอรุณ' หลิวนวิ๋นชิง เป็นเมนเทอร์ด้านการสร้างสรรค์วรยุทธ์
"แบบนี้สิถึงจะน่าสนุก!"
ได้ยินมั่วซานพูด เจียงเหม่ยฉีก็ชูกำปั้นขึ้นอย่างตื่นเต้น ทำท่าเหมือนคนชอบดูเรื่องสนุกไม่กลัวเรื่องใหญ่
มั่วซานหันไปมองเธอแล้วยิ้ม "รุ่นพี่ซีซั่น 1 เก่งๆ กันทั้งนั้น เด็กใหม่ต้องมาเจอกับคนพวกนี้ตั้งแต่รอบแรก ไม่ง่ายเลยนะ"
เจียงเหม่ยฉี "ฉันเชื่อว่าในบรรดาเด็กใหม่ซีซั่นนี้ต้องมีคนเก่งๆ แน่นอนค่ะ"
มั่วซาน "งั้นก็ต้องรอดูกัน"
ขณะที่ทั้งสองคุยกัน พิธีกรด้านล่างก็จับชื่อเด็กใหม่คนแรกได้แล้ว ให้เขาถือป้ายชื่อตัวเองขึ้นเวทีไปเลือกคู่ต่อสู้ เลือกใครก็เอาป้ายชื่อตัวเองไปแปะไว้ใต้ชื่อคนนั้น
"พวกคุณทายซิว่าเขาจะเลือกใคร?"
มั่วซานหันไปถามเมนเทอร์อีกสี่คน
"ฉันทายว่าเขาต้องเลือกแปะที่ว่างแน่ๆ"
เจียงเหม่ยฉีตอบ
เนื่องจากรุ่นพี่มีแค่ 43 คน ดังนั้นเด็กใหม่ที่ได้ขึ้นเวทีก่อนจึงมีโอกาสเลือกแปะป้ายชื่อในช่องว่าง เพื่อเลี่ยงการเจอกับรุ่นพี่เหล่านั้น
และก็เป็นไปตามคาด ผู้เข้าแข่งขันคนนี้ตัดสินใจแปะป้ายชื่อตัวเองลงในช่องว่างทันที
ผู้เข้าแข่งขันสี่คนถัดมาที่ถูกเรียกก็เลือกแปะในช่องว่างกันหมด ไม่มีใครอยากเจอรุ่นพี่ตั้งแต่รอบแรก
กล้องจับภาพไปที่กลุ่มรุ่นพี่ฝั่งซ้าย แทบทุกคนมีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า
ความรู้สึกที่ถูกคนอื่นหวาดกลัวนี่มันดีจริงๆ!
"หมายเลข 97 หลี่สิง!"
ทันใดนั้น พิธีกรก็จับได้หมายเลขของหลี่สิง
หลี่สิงลุกจากที่นั่ง ถือป้ายชื่อตัวเองเดินขึ้นไปบนเวที
"โห คนนี้หล่อใช้ได้เลยนะเนี่ย"
เมื่อเห็นหลี่สิงปรากฏตัว เมนเทอร์ทั้งห้าต่างก็มีความคิดนี้แวบเข้ามาในหัวพร้อมกัน
(จบแล้ว)