เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 76 นักข่าวบุกถึงที่

บทที่ 76 นักข่าวบุกถึงที่

บทที่ 76 นักข่าวบุกถึงที่


วันรุ่งขึ้นหลังจากงานเลี้ยงที่ "เบิร์นนิ่งซัน" จบลงอย่างไม่ค่อยสู้ดีนัก สำนักงานอัยการกลางกรุงโซลก็ต้องต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญคนหนึ่ง และแขกคนนี้ดันเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่อัยการไม่ชอบขี้หน้าที่สุดเสียด้วย — นักข่าว!

"ขอโทษครับ ไม่ทราบว่าท่านอัยการจางแทซูอยู่ในห้องทำงานไหมครับ? ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากจะขอเข้าพบท่านสักหน่อย"

โกซังอูพูดจบก็ยิ้มให้กับเจ้าหน้าที่รัฐที่ทำหน้าที่ต้อนรับ

เจ้าหน้าที่คนนั้นยกหูโทรศัพท์เพื่อตรวจสอบว่าจางแทซูอยู่ในห้องหรือไม่ เมื่อได้รับคำตอบยืนยัน ก็ผายมือเชิญให้โกซังอูขึ้นไปได้

โกซังอูรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่ไม่ถูกกีดกันหรือบ่ายเบี่ยง แต่เขาก็ไม่ได้คิดจะออมมือในการพบปะครั้งนี้ ความจริงแล้ว จากเบาะแสที่เขาสืบมาได้ การที่จางแทซูดองคดีของนาดงฮวีเอาไว้ เป็นเรื่องที่ทำให้เขาสงสัยอย่างมาก

โกซังอูเดินพลางคิดคำนวณในใจว่าจะหลอกล่อเอาข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากปากจางแทซูได้อย่างไร จนกระทั่งประตูลิฟต์เปิดออก เขาถามทางจนมาถึงหน้าห้องทำงานของจางแทซู

ทันทีที่เดินเข้าไปในสำนักงานส่วนหน้า เขาเห็นคนสองสามคนกำลังง่วนอยู่กับงาน เมื่อดูป้ายชื่อบนโต๊ะ โกซังอูก็รู้ว่าคนเหล่านี้คือเลขานุการและเจ้าหน้าที่ธุรการ

อาจเป็นเพราะเห็นคนนอกเดินเข้ามา อิมจีฮโยจึงรีบลุกขึ้นเดินออกมาต้อนรับ

"ไม่ทราบว่าใช่คุณโกซังอูที่จะมาขอพบท่านอัยการหรือเปล่าคะ?"

"ใช่ครับ ตอนนี้ท่านอัยการจางสะดวกไหมครับ?"

"ท่านกำลังรอคุณอยู่พอดีค่ะ เชิญตามดิฉันเข้ามาได้เลยค่ะ!"

อิมจีฮโยพูดจบก็เดินนำไปที่ประตูห้องทำงาน เคาะประตูเบาๆ เพื่อแจ้งจางแทซูว่าโกซังอูมาถึงแล้ว เมื่อได้รับอนุญาตจากคนข้างใน เธอจึงค่อยๆ เปิดประตู แล้วผายมือเชิญให้โกซังอูเข้าไป

ด้วยเหตุนี้ โกซังอูจึงได้ก้าวเข้ามาในห้องทำงานของจางแทซูเป็นครั้งแรก

ก่อนจะมาที่นี่ โกซังอูได้ทำการบ้านสืบประวัติมาล่วงหน้าแล้ว ความจริงเขารู้สึกสนใจในตัวอัยการหนุ่มคนนี้ไม่น้อย

จางแทซูจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยยอนเซ ซึ่งเป็นตัว Y ในกลุ่มมหาวิทยาลัยระดับท็อป "SKY" ของเกาหลี เรื่องวุฒิการศึกษาถือว่าไร้ที่ติ และก่อนจะเรียนจบ เขาเคยเข้ารับราชการทหาร โดยถูกส่งไปประจำการที่หน่วยปืนใหญ่ยอนชอน ซึ่งตั้งอยู่ติดกับเส้นขนานที่ 38

ประวัติแบบนี้มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นลูกหลานคนจนที่ไร้เส้นสาย ไม่อย่างนั้นเขาคงมีวิธีหลีกเลี่ยงการไปลำบากในที่แบบนั้นได้เป็นหมื่นวิธี เช่น ไปเป็นตำรวจเกณฑ์ในโซล ซึ่งเป็นวิธียอดฮิตที่พวกดาราใช้เลี่ยงการเป็นทหาร หรือไม่ก็หาใบรับรองแพทย์มายืนยันว่าป่วยหนักจนไม่สามารถรับราชการทหารได้ เหมือนอย่างลูกชายของประธานอีแห่งฮันเทกรุ๊ป มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของเกาหลี

แต่น่าเสียดาย ลูกคนจนไม่มีช่องทางแบบนั้น บัณฑิตหัวกะทิจากยอนเซจึงถูกส่งไปอยู่ในหน่วยปืนใหญ่ยอนชอนที่เคยมีข่าวครูฝึกซ้อมทหารเกณฑ์ใหม่จนตาย สิ่งนี้ยืนยันได้ว่าพ่อแม่ของจางแทซูเป็นกลุ่มคนรากหญ้าที่ไม่มีอำนาจวาสนาจริงๆ

แต่เด็กคนนี้กลับรักดีและมีความมุมานะ สามปีหลังจบมหาวิทยาลัย เขาสอบผ่านเนติบัณฑิต ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นข้อสอบที่ยากที่สุดในเกาหลีได้ในคราวเดียว แถมยังสอบได้คะแนนเป็นอันดับหนึ่งของประเทศในปีนั้น จนได้บรรจุเข้าทำงานในสำนักงานอัยการกลางกรุงโซลที่ใครๆ ต่างอิจฉา

เมื่อพิจารณาว่าตึกฝั่งตรงข้ามคือสำนักงานอัยการสูงสุด คนที่ทำงานอยู่ที่นี่จึงถือว่าเป็นกลุ่มอัยการที่อยู่ใกล้กับการเลื่อนตำแหน่งมากที่สุดในทางหนึ่ง! เพราะเมื่อไหร่ที่ได้ดิบได้ดี ก็สามารถย้ายข้ามไปทำงานที่ตึกตรงข้ามได้ทันที! แต่สำหรับลูกคนจน การจะไต่เต้าไปถึงจุดนั้นคงเป็นเรื่องยากน่าดู!

......

เมื่อโกซังอูเดินเข้ามาในห้อง จางแทซูที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานก็รีบลุกขึ้นยืนต้อนรับอย่างกระตือรือร้น

"นี่เป็นครั้งแรกเลยที่มีนักข่าวมาหาผมที่นี่! ได้ยินว่าคุณมาจาก 'โชซอนอิลโบ' ยังไม่ได้ถามเลยว่า..."

"อ้อ... ผมโกซังอู จากฝ่ายข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์โชซอนอิลโบครับ วันนี้ถือวิสาสะมารบกวน ความจริงมีเรื่องอยากจะขอความรู้จากท่านอัยการสักหน่อยครับ"

"ขอความรู้? อย่าใช้คำนั้นเลยครับ! ความจริงผมเคยอ่านบทความของคุณตั้งแต่สมัยผมยังเด็กๆ คุณยังจำวิกฤตการเงินเอเชียตอนนั้นได้ไหมครับ?"

"อ่า นั่นมัน... นึกไม่ถึงเลยว่าท่านอัยการจะรู้จักผมด้วย!"

พอได้ยินจางแทซูเอ่ยถึงวิกฤตการเงินเอเชีย โกซังอูก็ยิ้มออกมาทันที สมัยนั้นเขาเขียนบทความแฉทฤษฎีสมคบคิดที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เข้ามาควบคุมเศรษฐกิจเกาหลี จนถึงขั้นทำให้สถานทูตสหรัฐฯ ออกมาประท้วง ประสบการณ์ช่วงนั้นถือเป็นเกียรติประวัติที่เจิดจรัสที่สุดในชีวิตการเป็นนักข่าวของเขา!

แต่วิกฤตครั้งนั้นมันผ่านมา 20 กว่าปีแล้ว ตอนนั้นจางแทซูน่าจะอายุแค่ไม่กี่ขวบไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงสนใจข่าวการเมืองเครียดๆ แบบนั้นได้?

บทสนทนาเปิดตัวของจางแทซูทำให้โกซังอูรู้สึกประทับใจไม่น้อย แต่ในฐานะนักข่าวอาชีพ โกซังอูรู้ดีว่าเป้าหมายของเขาคืออะไร เขามาเพื่อสืบสวนคดีเมาแล้วขับของนาดงฮวี ซึ่งในคดีนี้ จางแทซูในฐานะอัยการเจ้าของคดี ปฏิบัติต่อคดีของนาดงฮวีแตกต่างจากคดีอื่นอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้น โกซังอูจึงเปิดประเด็นเข้าเรื่องทันที

"ความจริงวันนี้ที่มารบกวนท่าน ผมอยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับคดีของนาดงฮวีครับ ผมรู้ว่าคดีนี้ถูกส่งฟ้องต่อศาลแขวงโซลไปแล้ว แต่ผมสงสัยอยู่นิดหน่อย... ดูจากไทม์ไลน์แล้ว คดีของนาดงฮวีไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ ก่อนหน้านี้ท่านส่งฟ้องคดีอื่นไปที่ศาลแล้วหลายคดี ถ้าคำนวณจากเวลาเกิดเหตุ ดูเหมือนคดีของนาดงฮวีจะถูกดองอยู่ที่ท่านนานผิดปกติ ไม่ทราบว่าผมพอจะรู้สาเหตุได้ไหมครับ?"

"อ้อ... ที่แท้ก็เรื่องนี้นี่เอง..."

จางแทซูแกล้งทำเป็นเพิ่งเข้าใจด้วยท่าทีใจเย็น แต่ในใจกลับเริ่มคิดคำนวณ ดูเหมือนโกซังอูคนนี้จะถูกดึงดูดมาด้วยโทรศัพท์ลึกลับของฮาจินวอนจริงๆ

ก่อนหน้านี้ ตอนที่จางแทซูปั่นหุ้นฮันเททรานสปอร์ต สหภาพแรงงานไปหาส.ส. นาจองแท จนอีกฝ่ายออกมาพูดโจมตีผู้ถือหุ้น เหตุการณ์นั้นเกือบทำให้จางแทซูจบเห่

แต่โชคดีที่อีอึนยอนพาพ่อของเธอไปกินข้าวที่ฮันเททรานสปอร์ต จนฉุดราคาหุ้นกลับขึ้นมาได้อย่างปาฏิหาริย์ เมื่อพ้นวิกฤต จางแทซูก็ไม่คิดจะยืดเยื้อ รีบเทขายหุ้นทำกำไรก้อนโตทันที

ความจริงพอลองมาคิดดู ความขัดแย้งระหว่างเขากับนาจองแทถือว่าจบไปแล้ว จนกระทั่งตอนนี้ที่โกซังอูเพิ่งจะโผล่มาสืบคดีเมาแล้วขับของลูกชายนาจองแท

เขาควรจะราดน้ำมันลงกองไฟซ้ำอีกทีดีไหมนะ?

จางแทซูลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงความคิดเรื่อง "อิทธิพล" ที่เขาเคยนอนคิดอยู่คนเดียวในคืนนั้น

ในฐานะอัยการ จะทำยังไงถึงจะเพิ่มอิทธิพลของตัวเองในวงการยุติธรรมได้?

วิธีที่ตรงไปตรงมาที่สุด ก็คือการโค่น "บิ๊กเนม" สักคนสองคน และถ้ามองในมุมนี้... นาจองแทก็น่าจะเป็นเป้าหมายที่เหมาะเหม็งเลยทีเดียว!

จบบทที่ บทที่ 76 นักข่าวบุกถึงที่

คัดลอกลิงก์แล้ว