- หน้าแรก
- อัยการหนุ่มข้ามมิติ ป่วนกรุงโซล
- บทที่ 74 งานเลี้ยงไฮโซ
บทที่ 74 งานเลี้ยงไฮโซ
บทที่ 74 งานเลี้ยงไฮโซ
คืนวันอาทิตย์ จางแทซูติดตามอีอึนยอนมาที่คลับ 'เบิร์นนิ่งซัน' (Burning Sun) ในย่านกังนัม กรุงโซล เพื่อร่วมงานปาร์ตี้เพื่อนฝูงที่เธอเคยพูดถึงก่อนหน้านี้!
ในฐานะที่เป็นไนท์คลับที่บริหารงานโดย 'พัคซึงรี' สมาชิกบอยแบนด์ระดับปรากฏการณ์ของเกาหลี เบิร์นนิ่งซันจึงกลายเป็นสถานที่ที่วัยรุ่นในโซลต้องมาเช็คอินให้ได้สักครั้ง
แฟนคลับต่างชาติที่ชื่นชอบวงการบันเทิงเกาหลี หรือดาราต่างประเทศที่มาเยือนโซล มักจะแวะเวียนมาดูร้านของพัคซึงรีเสมอ แถมพัคซึงรียังชอบพาบรรดาพี่ชายคนสนิทมาเที่ยวที่ร้านอยู่บ่อยๆ ทำให้ที่นี่มักจะเจอดาราที่เห็นหน้าค่าตาในทีวีเป็นประจำ
ถ้าไม่ใช่เพราะอึนยอนพามา แทซูคงไม่มีวันย่างกรายเข้ามาที่นี่ตลอดชีวิต เพราะค่าใช้จ่ายที่นี่แพงหูฉี่ เกินกว่าที่มนุษย์เงินเดือนจะรับไหวแน่นอน
แต่เพราะรับปากอีอึนยอนไว้แล้ว จางแทซูจึงจำใจต้องตามมาด้วย!
คงเพราะรู้ล่วงหน้าว่าค่ำคืนนี้จะต้องต้อนรับแขกวีไอพี เบิร์นนิ่งซันจึงงดรับลูกค้าขาจรตั้งแต่หัวค่ำ เมื่อรถสปอร์ตของอีอึนยอนแล่นมาจอดเทียบหน้าร้าน บริเวณทางเข้าก็แทบจะกลายเป็นงานมหกรรมรถหรูไปแล้ว!
จางแทซูมองเห็นพนักงานรับรถเดินเข้ามาเปิดประตูให้ฝั่งอีอึนยอน ทันใดนั้นประตูฝั่งเขาก็ถูกเปิดออกเช่นกัน เมื่อทั้งคู่ลงจากรถ อึนยอนส่งกุญแจรถให้พนักงาน จากนั้นก็ควงแขนจางแทซู เดินย่ำไปบนพรมเนื้อนุ่มที่ปูรองรับเข้าสู่ภายในร้าน
"ไฮ อึนยอน!"
"ไฮ!"
"กลับมาเกาหลีตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ทำไมไม่มาหาพวกเราบ้างเลย?"
"อ่า โดนคุณพ่อยัดเข้าบริษัทน่ะสิ เลยยุ่งจนไม่มีเวลาเลย แต่วันนี้เห็นว่ารวมตัวกันครบ ฉันเลยไม่อยากพลาดน่ะ!"
คนที่คุยกับอึนยอนเป็นหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกัน แม้จะดูไม่สวยเท่าอึนยอน แต่สไตล์การแต่งตัวจัดว่าคล้ายคลึงกัน ทั้งสองดูสนิทสนมกันดี สอบถามสารทุกข์สุกดิบกันอยู่พักใหญ่ จนกระทั่งหญิงสาวคนนั้นหันมาถามถึงตัวตนของจางแทซู
"ว้าว แล้วหนุ่มหล่อคนนี้ใครเนี่ย? สวัสดีค่ะ ฉันชื่อชินซอนฮเย เป็นเพื่อนเก่าของอึนยอน สุดหล่อสังกัดค่ายเพลงไหนคะเนี่ย ไว้เรามาทำความรู้จักกันหน่อยไหม?"
เมื่อเห็นหญิงสาวยื่นมือมา จางแทซูก็รีบยื่นมือไปจับทักทาย แล้วตอบกลับด้วยรอยยิ้มว่า
"เอ่อ... สำนักงานอัยการกลางกรุงโซลครับ?"
"อะไรนะ?"
"ขอโทษด้วยครับ ผมไม่ใช่ศิลปิน แต่เป็นอัยการครับ!"
"อัย... การ..."
หญิงสาวได้ยินคำแนะนำตัวของจางแทซู สีหน้าก็เจื่อนลงทันที จากนั้นก็ทำท่าเหมือนหนูเจอแมว รีบหันไปพูดกับอีอึนยอนว่า
"อ่า! เหมือนจะเห็นเพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยอยู่ตรงนู้น ฉันขอตัวไปทักทายก่อนนะ ไว้ค่อยคุยกันนะอึนยอน!"
เห็นอีกฝ่ายรีบเดินหนีไป จางแทซูจึงกระซิบถามอีอึนยอนด้วยความสงสัย
"เธอเป็นอะไรไปครับ ทำไมพอได้ยินอาชีพผมถึงรีบหนีไปเลย?"
"เอ่อ... เธอเป็นลูกสาวตระกูลชินแห่งล็อตเต้น่ะค่ะ! พ่อกับลุงของเธอเพิ่งโดนอัยการหิ้วตัวไปสอบสวนเมื่อปีที่แล้ว ได้ยินว่าเพิ่งได้รับอนุญาตให้ประกันตัวเมื่อเร็วๆ นี้เอง!"
"คุณหมายถึงคดีปั่นหุ้นคดีนั้นน่ะเหรอ!"
"ชู่ว! เบาเสียงหน่อยค่ะ ขืนทุกคนในนี้รู้ว่าพี่เป็นอัยการ คืนนี้คงไม่มีใครกล้าคุยกันพอดี!"
"อ๋อ โอเคครับ! งั้นถ้ามีใครถาม คุณก็บอกว่าผมเป็นศิลปินแล้วกัน!"
"ศิลปิน? แล้วจะให้บอกว่าสังกัดค่ายไหนดีล่ะคะ?"
"ค่ายไหนก็ได้ครับ! ไม่สำคัญหรอก!"
เห็นจางแทซูทำท่าไม่ยี่หระ อีอึนยอนก็ยิ่งรู้สึกชอบเขาเข้าไปใหญ่! แต่จางแทซูสังเกตเห็นว่า แม้อึนยอนจะมีคู่ควงมาด้วย แต่ผู้ชายบางคนก็ยังทำเหมือนเขาเป็นธาตุอากาศ พอเห็นอีอึนยอน ก็รีบปรี่เข้ามาทักทายอย่างกระตือรือร้น
"อึนยอน นึกไม่ถึงว่าวันนี้คุณจะมาด้วย!"
"อ่า ใช่ค่ะ! แต่ว่า... ต้องขอประทานโทษนะคะ คุณคือ..."
"ผมนาดงฮวีไง! ปีที่แล้วที่คุณกลับมาช่วงปิดเทอมหน้าร้อน พวกเราเพื่อนๆ ยังไปเลี้ยงต้อนรับคุณ แล้วก็ไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยกัน จำไม่ได้เหรอ?"
"เอ่อ... ฉันจำได้ว่าครั้งนั้นพวกเราไปดูเอเชียนคัพกันใช่ไหมคะ! ตอนนั้นคนเยอะมาก ฉันเลยจำไม่ค่อยได้..."
"อ่า! ไม่เป็นไรครับ จริงสิ ผมขอคอนแทกต์ติดต่อคุณไว้ได้ไหม? มีเพื่อนสองสามคนอยากจะแนะนำให้รู้จักหน่อย เดี๋ยวผมพาไป!"
นาดงฮวีคนนี้แสร้งทำเป็นสนิทสนมกับอีอึนยอน แต่พฤติกรรมของเขากลับทำให้อีอึนยอนรู้สึกอึดอัด เธอหันมองจางแทซูด้วยสายตาขอความช่วยเหลือ จางแทซูเห็นดังนั้นก็รู้สึกว่านาดงฮวีคนนี้หน้าด้านเกินทน เขาจึงจับมืออีอึนยอนไว้ แล้วชี้ไปที่ที่นั่งว่างด้านข้าง
"เราไปนั่งดื่มอะไรตรงนั้นกันเถอะครับ!"
"เดี๋ยวก่อนสิ อึนยอน! วันจันทร์หน้าพวกเรากะว่าจะล่องเรือออกทะเลกัน คุณจะไปด้วยไหม? สนุกมากเลยนะ!"
"ขอโทษด้วยนะคะ! ถ้าจะล่องเรือฉันชอบแถวเมดิเตอร์เรเนียนมากกว่า อากาศที่เกาหลีหนาวเกินไปค่ะ! อีกอย่างพวกเราก็ไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นนะคะ คุณชายนา!"
อีอึนยอนตอบกลับไปประโยคหนึ่ง แล้วควงแขนจางแทซูเดินไปนั่งที่โต๊ะ เธอขยับเข้าไปกระซิบอะไรบางอย่างที่ข้างหูจางแทซู พร้อมรอยยิ้ม ดูเหมือนจะเป็นเรื่องตลก เพราะทันทีที่พูดจบ ทั้งคู่ก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน การกระทำนี้ในสายตาของนาดงฮวี มันเหมือนกับว่าทั้งคู่กำลังหัวเราะเยาะเขาอยู่
ตอนนี้นาดงฮวีเพิ่งจะสังเกตเห็นผู้ชายที่อึนยอนควงแขนอยู่ ดูรูปร่างหน้าตาดี สูงกว่าและหล่อกว่าเขาเสียอีก แต่สายตาของนาดงฮวีย่อมดูของเป็น เขาแค่กวาดตามองแวบเดียว ก็ดูออกว่าเสื้อผ้าและรองเท้าที่จางแทซูใส่อยู่ เป็นแค่เสื้อผ้าสำเร็จรูปที่หาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป ไม่ใช่ของสั่งตัดแบรนด์หรูแต่อย่างใด
จังหวะนั้นเอง พัคซึงรี เจ้าของร้านก็เดินเข้ามาทักทายคุณชายนาพอดี เห็นซึงรีเดินเข้ามาทำความเคารพและชวนดื่มด้วยท่าทีนอบน้อม นาดงฮวีที่กำลังหงุดหงิดจึงคว้าคอซึงรีไว้ แล้วชี้ไปที่จางแทซูที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ถามว่า
"ไอชิ... ไอ้หมอนั่นนายเชิญมาเหรอ? มันเป็นใครวะ?"
"คนไหนครับ? ไม่น่าใช่คนที่ผมรู้จักนะ น่าจะมากับคุณหนูอีมั้งครับ! แต่ดูทรงแล้วน่าจะเป็นเด็กฝึกหรือศิลปินค่ายไหนสักค่ายแหละครับ! คงยังไม่ดังเท่าไหร่!"
ได้ยินคำยืนยันจากพัคซึงรี นาดงฮวีก็วางใจ แม้เขาจะเป็นแค่ลูก ส.ส. ซึ่งเทียบชั้นไม่ได้กับอิทธิพลของกลุ่มแชโบล
เพราะลำพังทรัพย์สินของ ส.ส. นั้นมีจำกัด หากไม่มีกลุ่มทุนหนุนหลัง ก็ยากที่จะสู้ศึกเลือกตั้งไหว ดังนั้นนักการเมืองจึงไม่กล้าไปหาเรื่องพวกแชโบลสุ่มสี่สุ่มห้า แต่ถ้าเป็นแค่ศิลปินต๊อกต๋อยจากค่ายเพลงไหนสักแห่ง... คุณชายนาผู้นี้ไม่เห็นอยู่ในสายตาหรอก!
นาดงฮวีที่กำลังโมโหเหลือบมองพัคซึงรีข้างกาย ทันใดนั้นเขาก็ยื่นมือไปจะปลดนาฬิกาข้อมือของอีกฝ่าย
"อ้าว พี่ครับ จะทำอะไรครับ?"
"ขอยืม ริชาร์ด มิลล์ของนายหน่อย!"
"อ๋อ... ถ้าพี่ชอบ พรุ่งนี้ผมส่งเรือนใหม่ไปให้ก็ได้ครับ เรือนนี้ผมใส่จนเก่าแล้ว!"
"ไม่เป็นไรหรอก เอาไว้ใช้สั่งสอนสัตว์เลี้ยงของคุณหนูฮันเท... เรือนนี้ก็พอแล้ว!"