- หน้าแรก
- อัยการหนุ่มข้ามมิติ ป่วนกรุงโซล
- บทที่ 70 การสืบสวนของนักข่าว
บทที่ 70 การสืบสวนของนักข่าว
บทที่ 70 การสืบสวนของนักข่าว
"ชนแก้ว!"
ภายในร้านหมูย่างที่อบอุ่น จางแทซูและเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาที่เพิ่งทำงานร่วมกันได้ไม่ถึงเดือน ต่างชูแก้วเหล้าขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองกิจกรรมกระชับมิตรครั้งแรกของทีม ในฐานะหัวหน้า แม้เขาจะมีอายุน้อยที่สุด แต่ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเป็นเจ้าภาพเลี้ยงต้อนรับทุกคน เพราะในสำนักงานอัยการกลางกรุงโซล งานของคนเหล่านี้ล้วนหมุนรอบตัวเขา
"ท่านอัยการจางครับ! ไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่สืบสวนของเราจะมารายงานตัวเมื่อไหร่ครับ? วันๆ ต้องมานั่งทำคดีจุกจิกพวกนี้ มันน่าเหนื่อยหน่ายจริงๆ นะครับ!"
"ต้องขอโทษด้วยครับ ตอนนี้ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้เลย อีกอย่างช่วงนี้เรายังไม่มีคดีใหญ่ที่จำเป็นต้องใช้เจ้าหน้าที่สืบสวน ผมเลยยังไม่ได้เร่งรัดเรื่องนี้เท่าไหร่! แต่ตำแหน่งที่ว่างอยู่ยังไงก็ต้องหาคนมาเติม เอาอย่างนี้ ถ้าพวกคุณมีคนที่คิดว่าเข้าท่า แนะนำให้ผมได้เลยนะครับ ผมจะพิจารณาคัดเลือกอย่างดีที่สุด!"
เมื่อได้ยินคำพูดของแทซู ชิมฮโยยอนและอิมชางซอกไม่ได้พูดอะไรต่อ ทั้งสองคนไม่ใช่เด็กใหม่ไร้เดียงสาอีกแล้ว ไม่ใช่ว่าหัวหน้าพูดอะไรมาก็จะตื่นเต้นเชื่อไปหมด อิมชางซอกผู้รู้จักกาลเทศะจึงรีบเปลี่ยนเรื่อง หันไปขอความรู้อิมจีฮโยเรื่องหมากล้อมแทน ส่วนจางแทซูนั้น ในใจกำลังครุ่นคิดถึงตำแหน่งเจ้าหน้าที่สืบสวนที่ว่างอยู่ จริงอยู่ที่ตำแหน่งนี้ว่างนานเกินไปแล้ว จำเป็นต้องหาคนมาเติมเต็มเสียที
......
ในขณะที่จางแทซูและลูกน้องกำลังสังสรรค์กันเป็นครั้งแรก ณ ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่งใกล้กับมหาวิทยาลัยคอนกุก ชายคนหนึ่งกำลังนั่งทานอาหารเงียบๆ อยู่ที่มุมห้อง
"อ้อ ขอโทษนะครับ รบกวนขอ 'เหล้าหมักหยกขาวเซจง' สักขวดได้ไหมครับ?"
"อ่า ได้แน่นอนครับคุณลูกค้า! ไม่ทราบว่าวันนี้ท่านขับรถมาหรือเปล่าครับ?"
"เอ๊ะ? ที่นี่จะสั่งเหล้าต้องถามลูกค้าด้วยเหรอครับว่าขับรถมาไหม?"
"ใช่ครับ เหล้าหมักหยกขาวเซจงเป็นเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ของร้านเรา ปรุงตามสูตรราชวงศ์โชซอนโดยใช้ข้าวชั้นดีในประเทศ รสชาติหอมหวานเป็นเอกลักษณ์ แต่มีปริมาณแอลกอฮอล์ผสมอยู่เล็กน้อยครับ ถ้าลูกค้าขับรถมา... เกรงว่าต้องรบกวนให้มาลองชิมโอกาสหน้านะครับ!"
"อ้อ... เป็นอย่างนี้นี่เอง! ใส่ใจลูกค้าดีจริงๆ! ไม่ทราบว่าพวกคุณเตือนลูกค้าทุกคนด้วยความอดทนแบบนี้ตลอดเลยเหรอครับ?"
"แน่นอนครับ!"
"อืม..."
ลูกค้าคนนั้นพยักหน้าอย่างมีความหมาย จากนั้นจึงสั่งน้ำส้มมาแทน ไม่นานนักอาหารจานถัดไปก็ถูกยกมาเสิร์ฟ
ลูกค้าท่านนี้มีชื่อว่า โกซังอู ตัวตนที่แท้จริงของเขาคือผู้สื่อข่าวจากฝ่ายข่าวการเมืองของหนังสือพิมพ์โชซอนอิลโบ คำว่าฝ่ายการเมือง หมายถึงแผนกที่คอยไล่ล่าติดตามนักการเมืองและข่าวการเมืองโดยเฉพาะ และโกซังอูคือนักข่าวที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งในแผนกนี้
ครั้งหนึ่ง เขาเคยรายงานข่าวเจาะลึกด้วยตัวคนเดียวว่าเกาหลีใต้ตกหลุมพรางของกองทุนเก็งกำไรข้ามชาติทีละขั้นตอนอย่างไรก่อนเกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง และเขายังเคยรายงานข่าวแฉว่าหลังจากบลูเฮาส์ยอมรับเงื่อนไข IMF ประเทศถูกชาวอเมริกันเอารัดเอาเปรียบอย่างไรบ้าง! บทความเหล่านั้นสร้างความโกรธแค้นให้แก่ประชาชนอย่างมาก แต่ด้วยความที่เกาหลีไม่อาจต่อกรกับมหาอำนาจอย่างอเมริกาทางเศรษฐกิจได้ จึงได้แต่ยอมจำนน แต่หลังจากบทความเผยแพร่ออกไป ประชาชนต่างพากันออกมาบริจาคทองคำช่วยชาติด้วยความคับแค้นใจ หวังจะกอบกู้เศรษฐกิจให้พ้นจากความอัปยศในการถูกควบคุมโดยมหาอำนาจ
บทความเหล่านั้นทำให้โกซังอูโด่งดังในวงการสื่อ นับตั้งแต่นั้นมา โชซอนอิลโบก็มอบหมายงานสำคัญให้เขาดูแลข่าวการเมืองใหญ่ๆ แต่เมื่อไม่กี่วันก่อน โทรศัพท์สายปริศนาสายหนึ่งได้ดึงดูดความสนใจของเขา ปลายสายไม่ระบุตัวตน แต่ทิ้งเบาะแสเกี่ยวกับลูกชายของนักการเมืองดาวรุ่ง — ส.ส. นาจองแท ว่าถูกจับข้อหาเมาแล้วขับ
ตามหลักแล้ว ถ้าโทรศัพท์สายนี้เป็นการใส่ร้ายป้ายสี นักข่าวแค่โทรเช็คแป๊บเดียวก็รู้เรื่อง ด้วยคติประจำใจที่จะไม่ปล่อยผ่านเบาะแสใดๆ โกซังอูจึงให้ลูกน้องโทรไปตรวจสอบกับทางตำรวจ ผลปรากฏว่าผิดคาด เบาะแสนี้ไม่ใช่เรื่องกุขึ้น แต่เป็นเรื่องจริง เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน นาดงฮวี ลูกชายของนาจองแท ถูกตำรวจจับกุมจริง แต่ก็ถูกปล่อยตัวออกมาอย่างรวดเร็ว!
แต่สิ่งที่น่าสงสัยคือ คดีนี้เดิมทีถูกส่งไปที่สำนักงานอัยการกลางกรุงโซลแล้ว แต่ในขณะที่คดีอื่นๆ ในช่วงเวลาเดียวกันถูกส่งฟ้องต่อศาลไปหมดแล้ว คดีนี้กลับเงียบหายไป
ความผิดปกตินี้ดึงดูดความสนใจของนักข่าวสายการเมืองโชซอนอิลโบทันที แต่ในขณะที่พวกเขากำลังจะเริ่มสืบสวน ทนายของนาดงฮวีกลับยื่นหลักฐานเพิ่มเติมต่อศาลกะทันหันถึงสองชุด ชุดแรกคือคำให้การของตำรวจเจ้าของคดี ที่อ้างว่าในคืนนั้นขณะสกัดจับรถผู้ต้องสงสัย เขาไม่ได้แสดงตัวและบัตรประจำตัวอย่างชัดเจน ซึ่งถือเป็นความผิดพลาดทางกระบวนการ ส่วนหลักฐานอีกชิ้น ชี้เป้ามาที่ร้านอาหารที่โกซังอูกำลังนั่งทานอยู่
พนักงานเสิร์ฟของร้านนี้อ้างว่า คืนนั้นลูกค้าดื่มเหล้าหมักหยกขาวเซจง แต่พนักงานไม่ได้แจ้งเตือนลูกค้าว่าเครื่องดื่มนี้มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์!
หลักฐานใหม่สองชิ้นนี้แทบจะลบล้างความผิดฐานเมาแล้วขับของนาดงฮวีได้ทั้งหมด แต่สิ่งที่โกซังอูติดใจคือ ทำไมคดีถึงถูกดองไว้ที่อัยการนานขนาดนี้? และทำไมพอเขาเริ่มสนใจคดีนี้ ทั้งร้านอาหารที่เกี่ยวข้องและตำรวจเวรคืนนั้น ถึงได้พร้อมใจกันกลับคำให้การ?
เพื่อหาคำตอบของเรื่องทั้งหมด โกซังอูจึงต้องลงพื้นที่สืบด้วยตัวเอง สิ่งแรกที่เขาต้องยืนยันคือ หลักฐานเพิ่มเติมสองชิ้นนี้ เป็นของปลอมหรือไม่?
ต้องยอมรับว่าร้านอาหารที่พวกคุณชายไฮโซชอบมาทานกันนี้ฝีมือดีจริงๆ อาหารประณีตและรสชาติถูกปาก แต่จากการสังเกตตลอดทั้งคืน โกซังอูรู้สึกว่าพนักงานที่นี่ทำงานละเอียดรอบคอบมาก สมกับเป็นร้านหรู ลูกค้าที่มาล้วนมีระดับ พนักงานที่นี่ดูไม่เหมือนพวกสะเพร่าที่จะลืมเตือนลูกค้าว่าเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์เลยสักนิด
ดังนั้น คำให้การของร้านอาหารจะเป็นความจริง หรือเป็นการจำใจกลับคำให้การเพราะอิทธิพลมืดบางอย่าง? โกซังอูรู้สึกสงสัยในความจริงข้อนี้อย่างมาก
หลังทานเสร็จ เมื่อโกซังอูหยิบบัตรเครดิตออกมาจ่ายเงิน จู่ๆ เขาก็แกล้งทำท่าทางพอใจสุดๆ แล้วพูดกับพนักงานเสิร์ฟว่า
"สมกับเป็นร้านที่คุณชายนาแนะนำจริงๆ! รสชาติไม่มีที่ติเลย! จริงสิ วันนั้นที่คุณชายนามาดื่มที่นี่ พวกคุณเห็นปากกาหมึกซึมตกหล่นบ้างไหม?"
"เอ๊ะ ปากกาหมึกซึมเหรอครับ?"
"ใช่ครับ! วันนั้นเขาดื่มหนักไปหน่อย กลับไปหาก็หาไม่เจอแล้ว ปากกาด้ามนั้นมีความสำคัญทางใจกับผมมาก... เอาอย่างนี้ดีไหมครับ รบกวนช่วยตามพนักงานที่ดูแลโต๊ะคุณชายนาในคืนนั้นมาให้หน่อยได้ไหม ผมอยากจะสอบถามเหตุการณ์วันนั้นหน่อย?"