เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 50 วอร์ตันบิสซิเนสสคูล

บทที่ 50 วอร์ตันบิสซิเนสสคูล

บทที่ 50 วอร์ตันบิสซิเนสสคูล


"อ่า... ฮ่าๆ... ไม่เจอกันนานเลยนะครับท่านอัยการ ช่วงนี้ยุ่งอยู่กับเรื่องอะไรเหรอครับ?"

เมื่อแทซูกลับมาที่สถานีตำรวจกูโรซึ่งไม่ได้แวะมาหลายวัน เขาได้พบกับผู้กองพัคแฮยองอีกครั้ง อีกฝ่ายรีบเข้ามาทักทายด้วยท่าทีประจบประแจง แต่ทว่าจางแทซูกลับเอ่ยประโยคที่ทำให้เขาต้องประหลาดใจ

"ผมกำลังมองหาตัวเลือกเจ้าหน้าที่สืบสวนที่เหมาะสมอยู่ครับ ไม่ทราบว่าที่นี่คุณพอจะรู้จักใครที่พอจะแนะนำให้ได้บ้างไหม?"

"อะไรนะครับ? จะให้ไปเป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนที่สำนักงานอัยการกลางกรุงโซลเหรอครับ? แล้วท่านคิดว่า... ผมเป็นยังไงบ้างครับ?"

"นอกจากคุณแล้ว ยังมีคนอื่นที่พึ่งพาได้อีกไหมครับ?"

ได้ยินคำพูดของจางแทซู พัคแฮยองก็รู้สึกผิดหวังอย่างแรง ใบหน้าเปื้อนยิ้มเจื่อนๆ ด้วยความขัดเขินและเสียดาย

"ฮ่าๆ ท่านก็พูดไป จริงๆ แล้วผมก็ถือว่าเป็นตำรวจที่ยอดเยี่ยมใช้ได้เลยนะครับ! เรื่องคราวก่อนมันเป็นอุบัติเหตุจริงๆ!"

"พอเถอะครับ เลิกพูดเรื่องนั้นได้แล้ว ตกลงคุณรู้จักคนที่พึ่งพาได้บ้างไหม?"

"อ่า โอกาสดีขนาดนี้ ท่านไม่คิดจะเก็บไว้ให้ผมจริงๆ เหรอครับ?"

"นี่คุณ ถ้าคราวหน้าเจอเคสแบบพัคซองมินอีก คุณจะกล้าบุกเข้าไปเป็นคนแรกไหมล่ะ?"

"อึ้ก!"

พอเอ่ยถึงชื่อพัคซองมิน พัคแฮยองก็รู้สึกพะอืดพะอมขึ้นมาทันที ตั้งแต่ผ่านคดีนั้นมา ตอนนี้แค่เห็นอาหารแมวกระป๋องเขาก็อยากจะอ้วกแล้ว เกรงว่าแผลใจนี้คงติดตัวไปตลอดชีวิต

......

ท้ายที่สุด จางแทซูก็ไม่ได้คนที่ต้องการจากพัคแฮยอง เขาจึงจำต้องกลับไปที่สำนักงานอัยการด้วยความผิดหวัง

ช่างเถอะ ถ้าหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ในเร็วๆ นี้ ก็คงต้องควบตำแหน่งเจ้าหน้าที่สืบสวนเองไปก่อน ยังไงซะก่อนจะกลับชาติมาเกิด เขาก็ทำงานด้านการรวบรวมพยานหลักฐานมาก่อนอยู่แล้ว

เมื่อคิดได้ดังนั้น จางแทซูก็ไม่ดันทุรังอีกต่อไป เขากลับไปตั้งใจจัดการงานอื่นที่คั่งค้างอยู่ในมืออย่างวางใจ

......

เช้าวันรุ่งขึ้น จางแทซูไปทำงานตามปกติ แต่พอใกล้จะถึงช่วงเที่ยง เขาก็ได้รับข้อความจากคิมซังชัน แห่งมิแร อินเวสท์เมนท์

"คุณจางครับ ฝ่ายนั้นยอมรับข้อเสนอราคาของเราแล้วครับ เชิญคุณเข้ามาเซ็นสัญญาโอนหุ้นได้เลยครับ!"

"โอ้ เร็วขนาดนี้เลยเหรอครับ?"

"ครับ ผลลัพธ์จริงดีกว่าที่คาดการณ์ไว้เสียอีก! เราใช้เงิน 3 พันล้านวอน ได้หุ้นฮันเททรานสปอร์ตมา 4.99%! ที่เหลือก็แค่ทยอยเก็บหุ้นเพิ่มจากตลาดรองอีกหน่อยก็พอครับ!"

"อ่า จริงเหรอครับเนี่ย?"

"เยี่ยมไปเลยครับ!"

ได้ยินข่าวดีจากปลายสาย จางแทซูดีใจจนเนื้อเต้น เขาไม่สนใจข้าวเที่ยง รีบออกจากที่ทำงานแล้วเรียกแท็กซี่ตรงดิ่งไปยังบริษัทหลักทรัพย์มิแร อินเวสท์เมนท์ทันที

แม้จะเป็นการลงทุนแบบไม่เปิดเผยตัวตน แต่เนื่องจากจางแทซูเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจในเงินทุนผ่านชื่อของมารดา บริษัทหลักทรัพย์จึงจำเป็นต้องได้รับการมอบอำนาจจากเขาเพื่อดำเนินการ เมื่อจางแทซูไปถึง เขาก็จัดการเซ็นชื่อลงในข้อตกลงอย่างราบรื่น

หลังจากการมอบอำนาจเสร็จสิ้น ตอนนี้เขาได้ครอบครองหุ้นของฮันเททรานสปอร์ต 4.99% แล้ว ขั้นตอนต่อไป คือการกว้านซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เพิ่ม

......

"คุณจางครับ เนื่องจากแผนการดำเนินไปได้ด้วยดี เราอาจจะเริ่มลงมือเร็วกว่ากำหนด อ้อ จริงสิ ในเมื่อคุณเป็นคนที่คุณชเวแนะนำมา ข้อเสนอแนะของพวกเราคือ ถ้ามีปัญหาอะไร คุณลองปรึกษาคุณชเวดูสิครับ!"

"เอ๊ะ? ดูเหมือนคุณจะรู้จักเธอนะครับ?"

"ใช่ครับ สมัยอยู่อเมริกาพวกเราเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกันครับ!"

"เพื่อนร่วมรุ่น?"

มองดูคิมซังชันที่อายุน่าจะเฉียดห้าสิบปี อ้างว่าเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับชเว ยูรา จางแทซูรู้สึกประหลาดใจมาก!

"อ่า... ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าตอนนั้นพวกคุณเรียนที่..."

"อ๋อ วอร์ตันบิสซิเนสสคูล (Wharton Business School) ครับ พวกเราเจอกันที่นั่น!"

......

"วอร์ตัน?"

ได้ยินชื่อนี้ จางแทซูถึงกับสูดหายใจเฮือก

เขาเดาไว้อยู่แล้วว่าชเว ยูรา น่าจะเป็นคนเก่ง แต่ไม่นึกว่าจะโปรไฟล์เลิศเลอขนาดนี้

วอร์ตันบิสซิเนสสคูล คือโรงเรียนธุรกิจที่เก่าแก่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา และเป็นต้นกำเนิดของหลักสูตร MBA สมัยใหม่ ที่จางแทซูรู้สึกว่าที่นี่เจ๋ง ไม่ใช่เพราะชเว ยูราเรียนเก่งแค่ไหน แต่เป็นเพราะที่นั่นไม่ใช่ที่ที่คนทั่วไปจะเข้าไปเรียนได้ง่ายๆ โดยปกติแล้วต้องเป็นระดับผู้บริหารของบริษัท Fortune 500 ถึงจะมีโอกาสไปอบรมที่นั่น ถ้าคุณเป็นแค่นักเรียนจนๆ คุณอาจจะพยายามสอบเข้ามหาวิทยาลัยยอนเซได้ แต่ถ้าอยากเข้าเรียนโรงเรียนธุรกิจระดับนี้ เหอะๆ เลิกฝันไปได้เลย อย่าว่าแต่อย่างอื่น แค่ค่าเทอมก็แพงหูฉี่จนรับไม่ไหวแล้ว ดังนั้นคนที่ไปเรียนที่นั่น ต่อให้เรียนไม่เก่ง แต่ทรัพยากรทางธุรกิจและคอนเนคชั่นในมือต้องไม่ธรรมดาแน่นอน

ตกลงแล้วทางบ้านของชเว ยูรา เป็นผู้บริหารระดับไหนของฮันเทกรุ๊ปกันแน่? หัวกะทิที่จบจากวอร์ตัน กลับมารับผิดชอบโครงการอะไรในโรงแรมฮันเท?

จางแทซูรู้สึกว่า เขาคงยังไม่เข้าใจความหวังดีของรุ่นพี่พัคแทจูอย่างลึกซึ้งพอ เดิมทีเขาคิดว่าหลานสาวของรุ่นพี่ก็แค่ลูกคุณหนูบ้านรวยที่ไปเรียนต่อนอกธรรมดาๆ นึกไม่ถึงว่าจะเป็น "สาวสวยรวยเก่ง" ที่มีทรัพยากรทางบ้านหนุนหลังแข็งแกร่งขนาดนี้

มิน่าล่ะ ที่บ้านเธอถึงมีพ่อบ้าน ซึ่งเป็นความหรูหราที่คนทั่วไปเอื้อมไม่ถึง เขายังจะหน้าด้านไปบอกข่าววงใน แล้วถามเธออีกว่าพึ่งข่าวนี้เลื่อนตำแหน่งได้ไหม? ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่เพื่อนร่วมรุ่นที่เธอรู้จัก มีคนไหนบ้างที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งสำคัญในบริษัทชั้นนำระดับโลก?

......

หลังจากเดินออกมาจากมิแร อินเวสท์เมนท์ จางแทซูเงยหน้ามองล็อตเต้เวิลด์ทาวเวอร์ที่สูงเสียดฟ้าด้านหลัง แล้วรู้สึกว่าตัวเองช่างตัวเล็กจ้อย

แม้เขาจะไม่คุ้นเคยกับสถาบันการเงินของเกาหลี แต่ในฐานะคนธรรมดา เขารู้จักล็อตเต้เวิลด์ทาวเวอร์ดี นี่คือตึกที่สูงที่สุดในโซล และได้ยินว่าติดอันดับท็อป 5 ของโลก บริษัทที่เช่าสำนักงานอยู่ที่นี่ได้ จะเป็นพวกต้มตุ๋นไปได้ยังไง? แล้วไหนจะธนาคารโครยอก่อนหน้านี้อีก นั่นเป็นองค์กรที่ในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง พวกคนใหญ่คนโตในทำเนียบประธานาธิบดีถึงขนาดยอมขายศักดิ์ศรีของชาติเพื่อรักษาเอาไว้ แล้วเขาจะยังมีอะไรต้องกังวลอีก? ถึง 1 หมื่นล้านวอนจะฟังดูเยอะ แต่นั่นมันเงินวอน ถ้าเทียบเป็นเงินหยวนก็แค่ประมาณ 50 ล้านหยวน เงินจำนวนนี้ เกรงว่าอาจจะไม่พอให้คนที่เรียนวอร์ตันใช้จ่ายได้กี่ปีด้วยซ้ำ!

ยิ่งคิด จางแทซูก็ยิ่งรู้สึกว่าชเว ยูรา ไม่ธรรมดา แต่ยังไงทั้งคู่ก็รู้จักกันผ่านการดูตัว บางทีฝ่ายหญิงอาจจะยังไม่รู้สึกว่าถึงขั้นที่ต้องเปิดเผยเรื่องทางบ้านให้รู้ เธอเลยไม่ค่อยพูดถึงเรื่องครอบครัวละมั้ง!

......

ขากลับ จางแทซูนั่งอยู่ในรถแท็กซี่ ส่งข้อความหาชเว ยูรา บอกเธอว่าเพิ่งออกมาจากมิแร อินเวสท์เมนท์ และทุกอย่างราบรื่นดี หลังจากส่งข้อความไปไม่นาน เขาก็ได้รับข้อความตอบกลับจากชเว ยูรา

"โอปป้าเก่งมากค่ะ! ขอให้หลังจากนี้ราบรื่นแบบนี้ตลอดไปนะคะ!"

เธอส่งสติ๊กเกอร์ขี้เล่นตามมา แล้วถามจางแทซูว่าเย็นนี้ว่างไปฟังคอนเสิร์ตไหม จางแทซูปรับอารมณ์ไม่ทัน จึงรีบถามกลับไปว่า

"คอนเสิร์ตเหรอครับ ผมไม่เคยไปฟังมาก่อนเลย! มันสนุกเหรอครับ?"

"แน่นอนว่าไม่สนุกเท่าเพลงป๊อปหรอกค่ะ แต่โอปป้าทำงานในสำนักงานอัยการไม่ใช่เหรอคะ? ได้ยินว่าพวกข้าราชการระดับสูงชอบฟังดนตรีคลาสสิกกันทั้งนั้น ลองไปเรียนรู้ไว้บ้าง เผื่อวันหน้าโอปป้าต้องออกงานสังคม จะได้เอาไปใช้ประโยชน์ได้ไงคะ!"

จบบทที่ บทที่ 50 วอร์ตันบิสซิเนสสคูล

คัดลอกลิงก์แล้ว