- หน้าแรก
- อัยการหนุ่มข้ามมิติ ป่วนกรุงโซล
- บทที่ 18 อิแทวอน
บทที่ 18 อิแทวอน
บทที่ 18 อิแทวอน
หลังจากกลับออกมาจากบ้านของชเวกึมฮวาน แทซูและคิมจุนยองก็กลับมายังสถานีตำรวจกูโรอีกครั้ง ซึ่งตอนนี้เป็นเวลาอาหารกลางวันพอดี
ทันทีที่เดินเข้าประตูสำนักงานมา แทซูก็ได้กลิ่นซอสจาจังมยอนหอมฉุยลอยมาแต่ไกล และเมื่อเดินไปถึงโต๊ะทำงานของพัคแฮยอง ก็พบว่าหมอนั่นกำลังก้มหน้าก้มตากินจาจังมยอนอยู่จริงๆ
"เจริญอาหารดีจังนะครับ ผู้กองพัคแฮยอง!"
"ท่านอัยการ!"
เมื่อเห็นจางแทซูโผล่มาแบบไม่ทันตั้งตัว พัคแฮยองก็รีบลุกขึ้นยืนทำความเคารพตามสัญชาตญาณ แต่ทว่าคราบซอสสีดำที่ยังเลอะอยู่รอบปาก ทำให้ภาพลักษณ์ของเขาดูมอมแมมไม่น้อย
"ทำงานหนักเลยนะครับ! พวกคุณสองคนทานมื้อเที่ยงหรือยังครับ?"
"ยังไม่มีเวลาทานเลยครับ!"
"อ่า! งั้น... เฮ้ย คุณนั่นแหละ... ช่วยสั่งมื้อเที่ยงให้ท่านอัยการหน่อยสิ ไอชิ... ไม่มีมารยาทกันซะเลย!"
"ช่างเถอะครับ พวกเรายังไม่รีบ ผมมีเรื่องอยากให้คุณช่วยตรวจสอบหน่อย เกี่ยวกับชเวกึมฮวานและอันแจกยู ผมไปเจอหลักฐานที่บ้านชเวกึมฮวานมาว่า หมอนั่นเป็นอดีตนักกีฬาอีสปอร์ตอาชีพ คุณช่วยเช็คประวัติอันแจกยูให้หน่อย ว่าเขาเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตมืออาชีพเหมือนกันหรือเปล่า"
"นักกีฬาอีสปอร์ตมืออาชีพ?"
พัคแฮยองที่อายุอานามปาเข้าไปสี่สิบกว่าปีแล้ว ได้ยินคำนี้เข้าก็ทำหน้างุนงง
"นักกีฬาอีสปอร์ตมืออาชีพหมายถึงคนที่ยึดการเล่นเกมเป็นอาชีพหาเลี้ยงปากท้องครับ เข้าใจตามนี้นะครับผู้กองพัค"
"เล่นเกม... หาเลี้ยงปากท้อง? มีคนแบบนี้อยู่ด้วยเหรอครับ?"
"เดี๋ยวนี้มันกลายเป็นอาชีพไปแล้วครับ แถมยังฮิตมากในหมู่คนรุ่นใหม่ด้วย ถ้าเล่นเก่งๆ ก็แทบจะกลายเป็นไอดอลที่มีคนบูชาเลยทีเดียว! เพราะงั้นอย่าไปดูถูกคนพวกนี้เชียวนะครับ ตอนนี้ผมสงสัยว่า คดีฆ่าหั่นศพครั้งนี้ อาจจะมีมูลเหตุจูงใจมาจากความขัดแย้งในวงการอีสปอร์ต!"
"เอ่อ... อ๋อ ครับ!"
แม้จะยังไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่ในฐานะตำรวจ พัคแฮยองก็ต้องปฏิบัติตามทิศทางการสืบสวนที่จางแทซูกำหนด หลังจากรับคำสั่งเสร็จ เขาก็จดบันทึกทุกอย่างลงในสมุดอย่างตั้งใจ
"จริงสิ อีกเรื่องที่ผมอยากให้ช่วยเช็ค ชเวกึมฮวานบอกว่าเขาเคยได้ไอเทมหายากมาจากมือของอันแจกยู ช่วยไปสืบดูหน่อยว่ามันคือไอเทมอะไร และมูลค่าการซื้อขายในหมู่ผู้เล่นอยู่ที่ราคาเท่าไหร่?"
"ยังมีเรื่องไอเทมอีกเหรอครับ? ได้ครับ เดี๋ยวผมจะสั่งให้ลูกน้องไปตรวจสอบเดี๋ยวนี้!"
"จำไว้นะครับ พรุ่งนี้ผมต้องเห็นบทสรุปผลการสืบสวนเรื่องพวกนี้"
แทซูกำชับพัคแฮยองด้วยน้ำเสียงจริงจังอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าบะหมี่ของพัคแฮยองเย็นชืดจนแทบกินไม่ได้แล้ว เขาจึงพยักหน้าอย่างพอใจ แล้วชวนคิมจุนยองเดินออกมาจากสถานีตำรวจกูโร!
เนื่องจากตระเวนสืบเบาะแสมาตลอดทั้งเช้า ทั้งแทซูและคิมจุนยองต่างก็เริ่มหิวโซ ทั้งสองจึงแวะร้านซุปกระดูกวัว สั่งชุดอาหารมาคนละชุดแล้วลงมือทานทันที
ซุปกระดูกวัวในโซลแม้รสชาติจะใช้ได้ แต่การใช้ชีวิตในเมืองใหญ่นั้นไม่ง่าย วัตถุดิบย่อมไม่จัดเต็มเหมือนตอนที่จางแทซูกินที่บ้านเกิด แต่ร้านอาหารในโซลมีข้อดีอยู่อย่างหนึ่ง คือเครื่องเคียงจัดมาให้เยอะมาก นอกจากกิมจิและถั่วงอกที่เป็นของพื้นฐานแล้ว ยังแถมไส้กรอกเลือดและลูกชิ้นปลาแผ่นมาให้อีก แค่เครื่องเคียงพวกนี้ก็กินกับข้าวได้อิ่มแล้ว สองคนที่วิ่งวุ่นมาทั้งเช้าโดยที่น้ำไม่ได้ตกถึงท้อง พอได้ซุปกระดูกวัวร้อนๆ ไหลลงคอ ก็รู้สึกราวกับรูขุมขนทั่วร่างกายเปิดออกอย่างสดชื่น
แทซูใช้ช้อนตักน้ำซุปราดลงบนข้าวสวย ข้าวที่ชุ่มไปด้วยน้ำซุปทำให้กลืนคล่องคอยิ่งขึ้น แม้เวลากินจะมีเสียงซดน้ำซุปดังซู้ดซ้าดดูไม่งามนัก แต่พอตกถึงท้องแล้วกลับรู้สึกสบายตัวเป็นที่สุด
ทั้งสองก้มหน้าก้มตาซดซุปกันอยู่พักใหญ่ จนกระทั่งเดินออกจากร้านซุปกระดูกวัว ร่างกายของพวกเขาก็อุ่นวาบจนเหงื่อซึมออกมาไม่น้อย
"คุณเจ้าหน้าที่ งานต่อไปต้องรอผลการสืบสวนล่าสุดจากสถานีตำรวจกูโรอยู่ดี ช่วงบ่ายนี้ก็ไม่มีอะไรแล้ว คุณรีบกลับไปพักผ่อนเถอะครับ!"
"เอ๊ะ จะดีเหรอครับ?"
"สบายใจได้! แค่เอารถไปเก็บก็พอ เดี๋ยวช่วงบ่ายผมจะโทรไปถามความคืบหน้ากับทางสถานีตำรวจเอง พรุ่งนี้เช้าเจอกันเวลาเดิมที่ใต้ตึกอพาร์ตเมนต์ผมครับ!"
หลังจากแยกทางกับเจ้าหน้าที่สืบสวนคิมจุนยอง แทซูก็เดินมุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟใต้ดิน ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ เขาแทบไม่ได้นอนดีๆ เลยเพราะโดนโทรศัพท์ของพัคแฮยองปลุก ตอนนี้เขาจึงอยากรีบกลับไปนอนเอาแรงสุดๆ
เพราะวันนี้เลิกงานเร็ว แทซูจึงตั้งใจว่าจะแวะซูเปอร์มาร์เก็ตซื้อวัตถุดิบไปทำมื้อเย็นดีๆ ให้รางวัลตัวเองสักหน่อย แต่ทันทีที่เขาเดินออกมาจากสถานีรถไฟใต้ดิน จู่ๆ แอปพลิเคชัน KakaoTalk ในมือถือก็แจ้งเตือนข้อความเข้า
พูดถึง KakaoTalk การใช้งานมันก็คล้ายๆ กับ WeChat ของจีนนั่นแหละ นอกจากจะใช้แชทคุยกับเพื่อนได้แล้ว ยังมีฟังก์ชันการชำระเงินเหมือนกัน แถมยังมีเกมและคูปองส่วนลดต่างๆ ด้วย เรียกได้ว่ายิ่งพัฒนาก็ยิ่งครบวงจร จนกลายเป็นแอปพื้นฐานที่คนเกาหลีขาดไม่ได้
แต่ทว่าแทซูเรียนจบมาหลายปีแล้ว ความสัมพันธ์กับเพื่อนฝูงก็ขาดหายไปนาน ช่วงไม่กี่ปีมานี้ นอกจากไปเป็นทหารเกณฑ์ เขาก็เอาแต่หมกตัวอ่านหนังสืออยู่ในห้องสอบโกชีวอนทั้งวันทั้งคืน จนตอนนี้สอบติดเป็นอัยการได้แล้ว พออยากจะกลับไปติดต่อเพื่อนเก่า ก็พบว่ากาลเวลามันย้อนกลับไปไม่ได้เสียแล้ว
เพื่อนผู้หญิงในห้องสมัยก่อน บางคนก็แต่งงานมีครอบครัว บางคนก็ไปเรียนต่อเมืองนอก ส่วนบางคนก็ทำงานเป็นพนักงานกินเงินเดือนงกๆ อยู่ในบริษัทใหญ่ โดยมองไม่เห็นอนาคตว่าจะได้เลื่อนตำแหน่งเมื่อไหร่
ดังนั้น การได้รับข้อความทาง KakaoTalk จึงเป็นเรื่องที่ทำให้แทซูแปลกใจมาก
แต่เมื่อเขาเปิดแอปดูชื่อคนส่ง ก็ถึงบางอ้อทันที
คนที่ส่งข้อความมาคือ ชเว,ยูรา หญิงสาวที่เขาเคยไปทานข้าวด้วยในนัดดูตัววันนั้นนั่นเอง
"คุณอัยการคะ ครั้งก่อนฉันเคยทานข้าวกับคุณ ไม่รู้ว่ายังจำฉันได้ไหม? วันนี้ฉันเริ่มงานที่บริษัทใหม่วันแรกค่ะ ถึงจะอยากฉลองสักหน่อย แต่เพื่อนสมัยเรียนก็ไม่ได้ติดต่อกันนานแล้ว ฉันคิดว่า... ถ้าคุณพอมีเวลา เราไปดื่มกันสักแก้วดีไหมคะ? ไม่รู้ว่าคุณจะรังเกียจหรือเปล่า"
เมื่อเห็นข้อความจากชเว,ยูรา แทซูก็รู้สึกเข้าอกเข้าใจขึ้นมาทันที จะว่าไป เรื่องที่เขาได้เป็นอัยการ ก็ดูเหมือนจะไม่มีเพื่อนคนไหนให้ร่วมแบ่งปันความยินดีด้วยเหมือนกัน
อย่างไรเสีย หญิงสาวคนนี้ก็เป็นหลานสาวของรุ่นพี่พัคแทจู และทั้งสองก็เคยเจอกันครั้งแรกในฐานะคู่ดูตัว หลังจากคิดคำพูดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็พิมพ์ตอบกลับไปว่า
"ได้สิครับ! มื้อเย็นอยากทานอะไร? เดี๋ยวผมไปรับ!"
"ไปอิแทวอนเป็นไงคะ? ได้ยินว่าที่นั่นคึกคักมาก แต่ฉันยังไม่เคยไปเลย! เมื่อก่อนตอนเรียนก็ไปดื่มไม่ได้ พอมหาลัยก็ไปเรียนเมืองนอก เลยไม่มีโอกาสได้ไป คุณอัยการช่วยพาฉันไปหน่อยได้ไหมคะ?"
"แน่นอนครับ ด้วยความยินดี!"