เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 60 ข้อห้ามของเพชฌฆาต

บทที่ 60 ข้อห้ามของเพชฌฆาต

บทที่ 60 ข้อห้ามของเพชฌฆาต


มาถึงขั้นนี้แล้ว ต่อให้เถ้าแก่เหลียงจะเสียใจแค่ไหนก็สายไปเสียแล้ว

"วันที่ข้าได้รับดาบหัวผีมา ข้าก็รีบติดต่อไปหาเสี่ยกระเป๋าหนักคนนั้นทันที เขารับปากว่าจะมารับของในอีกสองวัน"

"ข้าเลยเอาดาบไปซ่อนไว้ในช่องลับที่ห้องนอน"

"ช่วงแรกๆ ก็ยังปกติดี แต่บางครั้งข้าจะได้ยินเสียงแว่วๆ ในหัว เหมือนมีใครบางคนกำลังคุยกับข้า แต่ฟังไม่ได้ศัพท์ นึกว่าเป็นเสียงวิ้งในหู เลยไม่ได้ใส่ใจ"

"แต่วันต่อมา เสียงนั้นมันดังขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกำลังตะโกนว่า 'เจ็บ! เจ็บเหลือเกิน! รีบๆ ฟันสิ...' ดังจนข้าปวดหัวไปหมด"

"ตั้งแต่นั้นมา ข้าก็เริ่มมึนๆ งงๆ บางทีภาพตรงหน้าก็เบลอ เห็นภาพหลอนเป็นคนถือดาบเดินตรงเข้ามาหา"

"ข้ากลัวมาก สังหรณ์ใจว่าต้องเป็นเพราะไอ้ดาบหัวผีเล่มนั้นแน่ๆ"

พูดถึงตรงนี้ เถ้าแก่เหลียงก็อดไม่ได้ที่จะตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่

"ถ้าตอนนั้นข้าไม่หน้ามืดตามัวเห็นแก่เงิน ครอบครัวข้าก็คงยังอยู่ดีมีสุข"

"พอรู้สึกว่าดาบมีปัญหา ข้าก็ไปหาคนทำยันต์มาแปะไว้ หวังว่าจะสะกดมันได้ รอให้เสี่ยคนนั้นมารับไปก็จบเรื่อง"

"ข้าก็ไม่รู้ว่ายันต์มันได้ผลไหม เสียงนั่นเดี๋ยวมาเดี๋ยวหาย แต่พอตกดึก..."

"ตอนข้านอนหลับ จู่ๆ ก็รู้สึกเย็นวาบที่คอ เหมือนมีดาบมาจ่ออยู่ ข้าสะดุ้งตื่น ลืมตาขึ้นมาถึงรู้ว่าเป็นแค่ฝัน ที่คอไม่มีดาบ แต่ลูกเมียข้าหายไปจากเตียง"

"ข้าเริ่มแปลกใจ ลูกข้าโตแล้ว ปกติไม่ค่อยตื่นมาเข้าห้องน้ำกลางดึก พวกเขาหายไปไหนกัน?"

"ข้าเลยลุกไปดู แล้วก็เจอพวกเขาอยู่ในห้องครัว"

"เมียข้าถือมีดอยู่ กำลังจะปาดคอตัวเอง ข้าตกใจแทบสิ้นสติ รีบพุ่งเข้าไปแย่งมีด"

"แรงเมียข้าเยอะมาก กว่าจะแย่งมีดมาได้ ข้าก็หมดแรง ทรุดลงนั่งพักบนเก้าอี้"

"ตอนนั้นมันกลางคืนชัดๆ แต่ไม่รู้ทำไมจู่ๆ ก็กลายเป็นตอนกลางวัน..."

เถ้าแก่เหลียงขยุ้มผมตัวเองอย่างแรง

"หู่จึวิ่งเข้ามา เห็นข้าก็ร้องเสียงหลงแล้ววิ่งหนีไป"

"ข้าถึงเพิ่งรู้ตัวว่า ตัวเองเลือดท่วมตัว ในมือก็ถือมีดเปื้อนเลือด ส่วนหัวของลูกเมีย... กองอยู่ที่เท้า"

"ข้าจำได้แม่นว่าข้าเข้าไปแย่งมีด ไม่รู้จริงๆ ว่าทำไมเรื่องมันถึงกลายเป็นแบบนี้"

"ตำรวจบอกว่าข้าเป็นคนฟัน... ทีแรกข้าไม่เชื่อ ลูกเมียคือแก้วตาดวงใจของข้า ข้าจะทำลงได้ยังไง... แต่มาตอนนี้ จะใช่ฝีมือข้าหรือไม่คงไม่สำคัญแล้ว พวกเขาตายเพราะไอ้ดาบเล่มนั้นที่ข้าอุตริรับเข้ามาในบ้าน"

"คนที่สมควรตายที่สุดคือข้าเอง"

เถ้าแก่เหลียงกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บปวด

หู่จึอยากจะปลอบใจ แต่ก็พูดไม่ออก

ลู่เฟยเองก็ได้แต่ถอนหายใจ

วัตถุอัปมงคลนั้นอันตรายนัก คนธรรมดาเข้าไปยุ่งเกี่ยว เบาหน่อยก็แค่ซวยหรือเจ็บไข้ได้ป่วย แต่ถ้าหนักหน่อยก็ถึงขั้นบ้านแตกสาแหรกขาด

หมดเวลาเยี่ยมแล้ว

"เถ้าแก่ลู่ ได้โปรดรับดาบเล่มนั้นไปที! ข้ายกทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้คุณเลยก็ได้ ไม่อย่างนั้นต่อให้ตายไป ข้าก็ไม่มีหน้าไปพบลูกเมีย..."

ก่อนจากกัน เถ้าแก่เหลียงก้มหัวคำนับลู่เฟยและหู่จึอย่างซาบซึ้ง

ออกจากเรือนจำ ทั้งสองคนต่างมีความรู้สึกที่ซับซ้อน

ตอนนี้พูดอะไรไปก็ไร้ประโยชน์ สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องรีบไปจัดการกับดาบเล่มนั้น เพื่อให้ดวงวิญญาณของเถ้าแก่เนี้ยและลูกชายได้ไปสู่สุคติ

กลับมาถึงถนนค้าของเก่า ทั้งสองตรงดิ่งไปที่ร้านตัวเป่าเซวียน

ที่แท้ในห้องนอนมีช่องลับซ่อนอยู่ มิน่าล่ะ พวกเขาหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ

ในช่องลับมีตู้เซฟ

หู่จึใช้รหัสที่เถ้าแก่เหลียงให้มาเปิดตู้เซฟ นอกจากเงินสดและเครื่องประดับจำนวนหนึ่งแล้ว ยังมีดาบใหญ่เล่มหนึ่งถูกห่อด้วยผ้าสีดำวางทะแยงอยู่

บนดาบมียันต์สีเหลืองแปะอยู่สามแผ่น แม้จะมีผ้าดำห่อหุ้มมิดชิด แต่ก็ยังแผ่รังสีอำมหิตเย็นยะเยือกออกมา

"เจ้านี่เอง!"

ลู่เฟยสวมถุงมือ แล้วหยิบดาบเล่มนั้นออกมา

ตัวดาบหนักอึ้ง ให้สัมผัสเย็นเฉียบ

ทั้งสองไม่แตะต้องทรัพย์สินอื่นในตู้เซฟ ปิดช่องลับให้เหมือนเดิม แล้วพาดาบกลับมาที่โรงรับจำนำอักษรเสีย

ดาบใหญ่ห่อผ้าดำถูกวางขวางไว้บนเคาน์เตอร์

"ความจริงแล้ว ดาบหัวผีส่วนใหญ่ ต่อให้มีไอสังหาร ก็มักจะเลือนหายไปตามกาลเวลา ดาบที่เฮี้ยนขนาดนี้ หายากมาก"

ลู่เฟยสีหน้าเคร่งเครียด

"เถ้าแก่ ให้ข้าเปิดเองดีกว่า" หู่จึกลัวว่าเปิดผ้าออกมาแล้วจะมีอันตราย

"ไม่เป็นไร"

ลู่เฟยยื่นมือออกไป ค่อยๆ แกะผ้าสีดำที่พันรอบดาบหัวผีออกทีละชั้น

ใบดาบสนิมเขรอะปรากฏแก่สายตา

ตัวดาบยาวประมาณหนึ่งเมตรยี่สิบ ใบดาบตรง ปลายตัดเฉียง สันหนาหน้ากว้าง ด้ามจับทำจากไม้มะเกลือ แกะสลักเป็นรูปหัวผีหน้าตาดุร้าย

หัวมีเขา ปากมีเขี้ยวโง้ง

ตรงกลางใบดาบมีรอยบิ่น แสดงให้เห็นว่าผ่านการบั่นคอคนมาไม่น้อย

"นี่คือดาบหัวผีของแท้แน่นอน!" ลู่เฟยหรี่ตามอง

"ดาบหัวผีที่ดี ปลายดาบต้องคมกริบเข้าเนื้อไม้ ใบมีดต้องตัดเหล็กดั่งหยวกกล้วย ยาวสามชี้เจ็ดนิ้ว เพื่อตัดสามขวัญเจ็ดวิญญาณ กว้างหกนิ้วเจ็ดกระเบียดเพื่อตัดหกกิเลสเจ็ดอารมณ์"

"ด้ามไม้มะเกลือต้องดำเงางาม ดำสนิทจนสะท้อนแสง"

"ถึงดาบเล่มนี้จะขึ้นสนิม ไม่คมกริบเหมือนก่อน ด้ามไม้มะเกลือก็หมองลงไปแล้ว แต่ก็ยังพอดูออกว่าเป็นดาบหัวผีที่ร้ายกาจมาก"

หู่จึมองอย่างระแวดระวัง "ดาบเล่มนี้มีวิญญาณร้ายสิงอยู่ด้วยหรือเปล่าครับ?"

"ตอนนี้ฉันเห็นแค่ไอหยินกับไอสังหาร" ลู่เฟยพันผ้าดำกลับเข้าไปใหม่ "เพชฌฆาตมีข้อห้ามสำคัญสองข้อ!"

"ข้อแรก ต้องประหารในยามอู่ซึ่งเป็นช่วงที่พลังหยางสูงสุด ไม่อย่างนั้นวิญญาณอาฆาตอาจจะตามมารังควานได้"

"ข้อสอง ดาบหัวผีห้ามตัดหัวคนเกินร้อยศพ ไม่อย่างนั้นเพชฌฆาตจะไร้ทายาทสืบสกุล และดาบหัวผีจะกลายเป็นดาบกินคน"

"แต่ดาบเล่มนี้เป็นมรดกตกทอดของชาวนา แสดงว่าเพชฌฆาตไม่ได้ไร้ทายาท ดาบเล่มนี้คงตัดหัวคนมาไม่ถึงร้อยศพ ปัญหาน่าจะอยู่ที่อื่น"

"วางไว้สักสองสามวันก่อน รอดูว่ามันจะแสดงอิทธิฤทธิ์อะไรออกมา"

พอนึกถึงจุดจบของเถ้าแก่เหลียง หู่จึก็ใจคอไม่ดี "เดี๋ยวข้าเฝ้าให้เอง เผื่อว่า..."

"ไม่ต้องกังวลขนาดนั้น ที่นี่คือโรงรับจำนำอักษรเสีย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เรามีวิธีรับมือ" ลู่เฟยตบไหล่หู่จึ แล้วเอาดาบไปวางไว้บนชั้นวางของหลังเคาน์เตอร์

วันนั้นทั้งวัน ผ่านไปอย่างสงบสุข

ลู่เฟยและหู่จึไม่ได้ยินเสียงแปลกปลอมอะไร

ตกกลางคืน

ทั้งสองปิดร้านแล้วนั่งเฝ้าอยู่ในร้าน

หู่จึคอยเหลือบมองดาบหัวผีสีดำทะมึนเล่มนั้นเป็นระยะๆ จิตใจว้าวุ่นไม่สงบ

ลู่เฟยดูใจเย็นกว่ามาก เพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่ต้องเผชิญหน้ากับวัตถุอัปมงคล อีกอย่างตอนนี้เขามีพลังวัตรแล้ว ภูตผีปีศาจทั่วไปทำอะไรเขาไม่ได้ง่ายๆ

ดึกสงัด ลู่เฟยหลับตาลงทำสมาธิ

หู่จึไม่กล้าประมาท จ้องมองความเคลื่อนไหวของดาบหัวผีเขม็ง แต่ไม่รู้ทำไม เขาเริ่มรู้สึกหนังตาหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ จนเผลอสัปหงกไปในที่สุด

"ฮือ ฮือ ฮือ"

"ฮือ ฮือ ฮือ..."

ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ลู่เฟยเหมือนจะได้ยินเสียงเด็กร้องไห้อย่างน่าเวทนา

"เด็ก?"

ลู่เฟยลืมตาโพลง จ้องมองไปที่ดาบหัวผี

ดาบหัวผียังคงวางนิ่งอยู่บนชั้นไม้ ไม่มีอะไรผิดปกติ

แต่เสียงร้องไห้ของเด็กกลับดังชัดขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังร้องไห้อยู่ในหัวของเขา

ร้องไห้ไป พลางตะโกนว่าเจ็บปวดไป

"เจ็บ... เจ็บเหลือเกิน..." เสียงร้องโหยหวนจนน่าใจหาย

"อยู่ไหน?"

ลู่เฟยขมวดคิ้ว กวาดสายตามองไปรอบโรงรับจำนำ ไม่พบที่มาของเสียงร้อง แต่กลับเห็นหู่จึหลับตาปี๋ มือทำท่าเหมือนกำลังกำดาบ

กำลังฟันใส่อากาศธาตุอย่างบ้าคลั่ง

จบบทที่ บทที่ 60 ข้อห้ามของเพชฌฆาต

คัดลอกลิงก์แล้ว