- หน้าแรก
- โรงจำนำของอัปมงคล รับจำนำเฉพาะของต้องสาป
- บทที่ 51 ผลกรรม
บทที่ 51 ผลกรรม
บทที่ 51 ผลกรรม
หู่จึชกไปหมัดเดียวยังไม่หนำใจ เงื้อหมัดขึ้นซ้ำอีก ตุ้บตั้บ!
ไม่นึกเลยว่าคนเลี้ยงผีจะเปราะบางขนาดนี้ โดนไปแค่สามสี่หมัดก็นอนกองกับพื้น ลุกไม่ขึ้นแล้ว
คนเลี้ยงผีแม้จะมีวิชาอาคมแก่กล้า แต่การคลุกคลีกับภูตผีปีศาจเป็นเวลานาน ทำให้ไอหยินแทรกซึมเข้าสู่ร่างกาย ร่างกายจึงอ่อนแอกว่าคนทั่วไป พอไม่มีผีคุ้มครอง ก็มีสภาพไม่ต่างจากกระสอบทราย
หู่จึเหยียบหลังชายคนนั้นไว้ แล้วด่ากราด "กล้าดียังไงมาแย่งของจากโรงรับจำนำอักษรเสีย รนหาที่ตายชัดๆ!"
"โรงรับจำนำอักษรเสีย? พวกแกเป็นคนของโรงรับจำนำอักษรเสียรึ?" ชายชุดดำเงยหน้าที่เปรอะเปื้อนเลือดมองลู่เฟยด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ "ในวงการเขาลือกันว่าโรงรับจำนำอักษรเสียถือตัวนักหนา ที่แท้ก็เห็นแก่เงิน ช่วยคนชั่วทำเลวเหมือนกันนี่หว่า!"
"ยังจะมาปากดีอีก!" หู่จึออกแรงเหยียบเพิ่ม "แกต่างหากที่รับเงินมาเลี้ยงผีทำร้ายคน ยังมีหน้ามาใส่ร้ายป้ายสีโรงรับจำนำอักษรเสีย!"
ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วแผ่นหลัง ชายชุดดำกัดฟันกรอด ตะโกนด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว "ข้าไม่ได้รับเงินใคร! ข้าต้องการจะฆ่านังสารเลวนั่น! มัน... มันเป็นคนบีบให้เสี่ยวฉินต้องตาย ข้าจะแก้แค้นให้เสี่ยวฉิน!"
"เสี่ยวฉิน?" ลู่เฟยขมวดคิ้ว
เมื่อคืน ลูลู่เคยพูดถึงเพื่อนคนหนึ่ง ชื่อเสี่ยวฉิน
หู่จึถามด้วยความสงสัย "เสี่ยวฉินกระโดดตึกฆ่าตัวตายไม่ใช่เหรอ?"
"ถ้าไม่ใช่เพราะมัน เสี่ยวฉินไม่มีวันกระโดดตึก! มันจ้างหน้าม้าไปป่วนไลฟ์เสี่ยวฉิน ด่าว่าเสี่ยวฉินสร้างภาพสู้ชีวิต ด่าว่าเสี่ยวฉินหน้าตาอัปลักษณ์! มันยังหลอกให้เสี่ยวฉินไปศัลยกรรมอีก!"
ชายชุดดำตะโกนอย่างบ้าคลั่ง
"คลินิกเถื่อนนั่น มันก็เป็นคนแนะนำให้เสี่ยวฉิน! เสี่ยวฉินศัลยกรรมแล้วหน้าพัง หมดอาลัยตายอยาก ถึงได้กระโดดตึก"
"เสี่ยวฉินต้องจบชีวิตลงแบบนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะมันบีบคั้น แล้วจะเป็นเพราะอะไร? มันแค่ไม่ได้เป็นคนผลักเสี่ยวฉินลงไปกับมือ แต่จะบอกว่ามันไม่ใช่ฆาตกรได้งั้นเหรอ?"
"ข้าจะฆ่ามัน! แก้แค้นให้เสี่ยวฉิน!"
เรื่องราวช่างแตกต่างจากที่ลูลู่เล่าอย่างสิ้นเชิง
หู่จึตกตะลึง แต่ก็ยังกึ่งเชื่อกึ่งไม่เชื่อ
"แกแต่งเรื่องขึ้นมาเองทั้งนั้นแหละ! อย่าคิดนะว่าทำแบบนี้แล้วพวกข้าจะปล่อยแกไป!"
"ทำไมข้าต้องแต่งเรื่อง? ข้าต้องการให้นังผู้หญิงใจดำนั่นตายตกไปตามกัน!" ใบหน้าของชายชุดดำบิดเบี้ยว ดวงตาเต็มไปด้วยเพลิงแค้น
แววตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังถึงขีดสุดแบบนั้น แสร้งทำไม่ได้แน่
ลู่เฟยมองเขาอย่างครุ่นคิด "คุณเป็นอะไรกับเสี่ยวฉิน?"
"ข้าเป็นแฟนเขา เดิมทีเราวางแผนจะแต่งงานกันปลายปีนี้ แต่นังสารเลวนั่นอาศัยจังหวะที่ข้าไปทำงานต่างเมือง บีบให้เสี่ยวฉินฆ่าตัวตาย ข้าปกป้องเสี่ยวฉินไม่ได้ ข้ามันไม่ใช่ลูกผู้ชาย..."
น้ำตาแห่งความเสียใจไหลรินอาบแก้มชายชุดดำ
"แต่คุณไม่ได้แค่จะฆ่าลูลู่ คุณยังต้องการจะแย่งร่างเธอด้วย"
"ใช่! แค่ฆ่ามันจะไปมีประโยชน์อะไร? เสี่ยวฉินก็ฟื้นกลับมาไม่ได้ นอกจาก... เสี่ยวฉินจะใช้ร่างของมันมีชีวิตอยู่ต่อไป" ชายชุดดำแสยะยิ้มวิปริต
"ดวงของพวกมันสองคนเหมือนกันเปี๊ยบ!"
"เมื่อก่อน เสี่ยวฉินรักมันเหมือนพี่น้องแท้ๆ ถึงขนาดฉลองวันเกิดด้วยกัน!"
"เสี่ยวฉินผิดที่จิตใจดีเกินไป อ่อนต่อโลกเกินไป ถึงได้หลงเชื่อมัน"
"มันฆ่าเสี่ยวฉิน ถ้าเสี่ยวฉินจะใช้ร่างของมันเพื่อมีชีวิตอยู่ต่อไป จะเรียกว่าลิขิตสวรรค์ไม่ได้เชียวรึ?"
หู่จึเห็นอีกฝ่ายพูดจาหนักแน่น ก็เริ่มลังเล หันไปขอความเห็นจากลู่เฟย
"เถ้าแก่ คิดว่ามันพูดจริงไหมครับ?"
"จริง" ลู่เฟยตอบ
ไม่ว่าจะยอมทุ่มทุนใช้ไม้หยินเฉินราคาแพงระยับมาเลี้ยงผี หรือยอมเสี่ยงตายบุกมาแย่งไม้หยินเฉินคืน ล้วนแสดงให้เห็นว่าวิญญาณในนั้นสำคัญกับเขามากแค่ไหน
หู่จึอึ้ง
ที่แท้ความจริงก็เป็นแบบนี้นี่เอง
ไม่ใช่ปิงปิงจ้างคนมาเล่นงานลูลู่ แต่เป็นลูลู่เองที่ทำกรรมไว้กับคนอื่น จนเขาตามมาแก้แค้น
กรรมตามสนอง!
มองในมุมหนึ่ง การที่เธอต้องตกอยู่ในสภาพยับเยินแบบนี้ ก็สมควรแล้ว
"ช่วยคนชั่วแบบนั้น โรงรับจำนำอักษรเสียของพวกแกก็ไม่ใช่สถานที่ที่ดีนักหรอก!" ชายชุดดำจ้องลู่เฟยตาขวาง ระบายความแค้นทั้งหมดไปที่เขา
ลู่เฟยไม่ได้โกรธ เขากลับรู้สึกเห็นใจชายที่ถูกความแค้นกัดกินจิตใจผู้นี้เสียด้วยซ้ำ
"ลูลู่มีความผิดจริง แต่วิธีการของคุณมันก็โหดร้ายผิดมนุษย์มนา โรงรับจำนำอักษรเสียไม่ได้เข้าข้างใคร เราแค่ทำตามหน้าที่รับซื้อของเท่านั้น ผมต้องการแค่ไม้หยินเฉิน ความแค้นของพวกคุณไม่เกี่ยวกับผม!"
ลู่เฟยส่งสัญญาณมือให้หู่จึปล่อยตัวชายชุดดำ
"ไม่เกี่ยวเหรอ? หึ ตลกสิ้นดี แกขัดขวางเสี่ยวฉิน ก็เท่ากับช่วยนังสารเลวนั่นไม่ใช่รึไง? เอาเสี่ยวฉินคืนมา!"
ชายชุดดำพุ่งเข้าใส่ลู่เฟยอย่างบ้าคลั่ง แต่โดนหู่จึถีบสวนจนกระเด็น ลุกไม่ขึ้นไปพักใหญ่
ทันใดนั้น
โกศไม้ในมือลู่เฟยก็สั่นอย่างรุนแรง เงาดำสายหนึ่งพุ่งออกมา ฝ่าแสงแดดร้อนแรง บินถลาไปหาชายชุดดำ
"เสี่ยวฉิน อย่า..." ชายชุดดำตะโกนด้วยความตื่นตระหนก
วิญญาณผีสาวบินไปกางแขนปกป้องเขาไว้
"ขอร้องล่ะ อย่าทำร้ายเขา!"
"เสี่ยวฉิน อย่าไปขอร้องมัน!" ชายชุดดำรีบถอดเสื้อคลุมหัววิญญาณสาวไว้ กันแสงแดดให้เธอ
"พี่ซาน ที่จริงฉันเหนื่อยมากแล้ว ฉันไม่อยากแก้แค้นแล้ว... ฉันอยู่ต่อก็รังแต่จะเป็นภาระให้พี่ ฉันว่าถึงเวลาที่ฉันต้องไปแล้วล่ะ" วิญญาณสาวส่ายหน้า
"ไม่ เธอจะไปไหนไม่ได้! เสี่ยวฉิน เธอห้ามทิ้งพี่ไปนะ" ชายชุดดำสังหรณ์ใจไม่ดี
"หน้าเธอก็พังยับเยินแล้ว ได้ลิ้มรสความเจ็บปวดเหมือนที่ฉันเคยโดน..." วิญญาณสาวยิ้มเศร้า "ต่อให้ฉันแย่งร่างเธอมาได้ ฉันก็ต้องใช้ชีวิตเหมือนซากศพเดินดิน โดนแสงแดดไม่ได้ ต้องทนทรมานกับร่างกายที่เน่าเปื่อยทุกวัน มีชีวิตอยู่แบบนั้นจะมีความหมายอะไร?"
"พี่หาวิธีได้ พี่รักษาเธอได้แน่ เชื่อพี่สิ!" ชายชุดดำร้อนรน
คนกับผีอยู่คนละภพภูมิ
การฝืนรั้งวิญญาณให้อยู่ในโลกมนุษย์ เป็นการฝืนลิขิตสวรรค์ ย่อมไม่มีจุดจบที่ดี ในฐานะคนเลี้ยงผี เขาเองก็รู้ดีแก่ใจ
เขาแค่ไม่อยากยอมรับความจริง
"ฉันเหนื่อยจริงๆ พี่ซาน ฉันอยู่ต่อรังแต่จะทำให้พี่เจ็บปวด ลืมฉันซะเถอะ แล้วใช้ชีวิตต่อไปให้ดีนะ"
วิญญาณสาวบินออกไปรับแสงสุดท้ายของตะวัน ยิ้มให้ชายชุดดำเป็นครั้งสุดท้ายด้วยความโล่งใจ
"ม่ายยยย—"
ชายชุดดำโบกมือเป็นพัลวัน สั่งให้ฝูงอีกาผีบินไปบังแสงแดดให้เธอ
แต่อีกาผีกลับสลายกลายเป็นเถ้าถ่านไปพร้อมกับร่างของเธอ
"ไม่..."
ชายชุดดำวิ่งถลาเข้าไป แต่คว้าได้เพียงเถ้าธุลีที่ปลิวว่อน
"เสี่ยวฉิน..."
เขาทรุดลงกับพื้น ร้องไห้โฮอย่างไม่อายใคร
ลู่เฟยกับหู่จึมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกซับซ้อน
เดิมทีตั้งใจจะมาคิดบัญชี กลับต้องมาเจอเรื่องสะเทือนใจ
ความแค้นเปรียบเสมือนดาบสองคม ไม่เคยมีผู้ชนะที่แท้จริง
ลู่เฟยถอนหายใจ เปิดโกศไม้ เทเถ้ากระดูกและเส้นผมข้างในออกมาทั้งหมด ทิ้งไว้ให้ชายชุดดำ
"อย่าคิดว่าทำแบบนี้แล้วข้าจะปล่อยนังผู้หญิงใจดำนั่นไป! ข้าไม่ปล่อยมันไว้แน่! ไม่มีวัน!" ชายชุดดำคำราม
ลู่เฟยไม่พูดอะไร พยักหน้าให้หู่จึ แล้วเดินถือไม้หยินเฉินจากไป
ที่โรงรับจำนำ
ลูลู่ได้รับข้อความจากลู่เฟย ก็รีบบึ่งมาด้วยความดีใจ
"เถ้าแก่ลู่ เรียบร้อยแล้วเหรอคะ?"
"ครับ" ลู่เฟยวางโกศไม้หยินเฉินลงบนเคาน์เตอร์ "วิญญาณข้างในไปสู่สุคติแล้ว ถ้าไม่เชื่อลองส่องกระจกดูตาตัวเองสิครับ รูม่านตากลับมาเป็นปกติแล้ว"
ลูลู่หยิบกระจกพกขึ้นมาส่อง พอมั่นใจแล้วก็น้ำตาไหลพรากด้วยความปลื้มปิติ
"เยี่ยมไปเลย! ดีใจจัง! ฉันรอดแล้ว! ฉันว่าแล้วเถ้าแก่ลู่ต้องทำได้!"
แต่ทว่า ลู่เฟยกับหู่จึกลับมีสีหน้าเรียบเฉย เย็นชาผิดปกติ
ลูลู่ดีใจอยู่พักหนึ่ง พอได้สติ ก็สังเกตเห็นบรรยากาศที่เปลี่ยนไป
"เป็นอะไรไปคะ เถ้าแก่ลู่?"
"คุณลูลู่ ตอนที่พวกผมไปเอาโกศไม้กลับมา เราเจอผู้ชายคนหนึ่ง ชื่อเขามีคำว่า 'ซาน' คุณรู้จักไหมครับ?" ลู่เฟยถาม
ลูลู่สะดุ้งเล็กน้อย สายตาล่อกแล่ก "ไม่รู้จักค่ะ!"