- หน้าแรก
- โรงจำนำของอัปมงคล รับจำนำเฉพาะของต้องสาป
- บทที่ 46 ทำเรื่องผิดมโนธรรม
บทที่ 46 ทำเรื่องผิดมโนธรรม
บทที่ 46 ทำเรื่องผิดมโนธรรม
เห็นปากที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดกำลังจะกัดแขนตัวเอง ลู่เฟยรีบยกกระจกแปดทิศขึ้นมาขวางไว้
กระจกส่องประกายสีทองเจิดจ้า สะกดข่มลูลู่ไว้ได้ทันท่วงที
ฉวยโอกาสนี้ ลู่เฟยสั่งให้หู่จึล็อกตัวลูลู่ไว้ ส่วนเขาคว้าแส้กิ่งหลิวขึ้นมา ฟาดใส่ร่างลูลู่ไม่ยั้ง
กิ่งหลิวตีผีเตี้ยลงสามนิ้ว
ไอผีบนตัวลูลู่อ่อนแรงลงเรื่อยๆ แต่ในขณะเดียวกัน ร่างกายของเธอเองก็ดูอ่อนแอลงตามไปด้วย
และทุกครั้งที่แส้ฟาดลงไป จะมีเสียงกรีดร้องโหยหวนดังประสานกันขึ้นมาสองเสียง
"ผิดปกติ!"
ลู่เฟยหยุดมือ จ้องมองลูลู่เขม็ง
"ทำไมเสียงหนึ่งถึงฟังเหมือนเสียงลูลู่?"
แส้กิ่งหลิวปราบผีได้ชะงัดนัก แต่กับคนเป็นจะไม่สร้างความเสียหายรุนแรง ลู่เฟยออมแรงไว้ แค่ทำให้เกิดรอยแดงบนผิวหนัง พักไม่กี่วันก็หาย
แล้วทำไมลูลู่ถึงร้องเจ็บปวดขนาดนั้น? ราวกับวิญญาณของเธอกำลังถูกเฆี่ยนตีไปด้วย
"เถ้าแก่ เป็นอะไรไปครับ?" หู่จึถามอย่างไม่เข้าใจ
ตอนนี้ลูลู่ดิ้นรนน้อยลงแล้ว ขอแค่ลู่เฟยฟาดแส้ต่ออีกหน่อย วิญญาณร้ายต้องแตกสลายแน่นอน
"ฉันว่ามีปัญหา!" ลู่เฟยขมวดคิ้ว "ถ้ามีผีสองตัวจริง เมื่อกี้ต้องมีผีสองตัวโผล่มาเล่นงานพวกเราสิ แต่นี่ตั้งแต่ต้นจนจบ มีแค่วิญญาณที่สิงร่างลูลู่ตัวเดียว"
"หรือว่าพวกมันสิงอยู่ในร่างลูลู่ทั้งคู่?" หู่จึเดา
"เป็นไปไม่ได้! คนเราอาจจะมีผีตามรังควานหลายตัวได้ แต่ถ้าโดนสิงร่าง จะมีได้แค่ตัวเดียว เพราะพื้นที่ในร่างคนมีจำกัด เปรียบเหมือนแก้วน้ำ ใส่ได้แก้วเดียว ไม่ใช่สองแก้ว" ลู่เฟยอธิบาย
"แล้วทำไมลูลู่ถึงเป็นแบบนี้ล่ะครับ?" หู่จึมึนตึ้บ
ลู่เฟยพูดเสียงเครียด "ฉันว่าเธอพูดความจริงไม่หมด เธอยังปิดบังอะไรเราอยู่"
"หา? จะตายอยู่แล้วยังไม่พูดความจริงอีกเหรอ? ยัยนี่คิดอะไรอยู่?" หู่จึตกใจ
"อันนี้ต้องถามเจ้าตัว คืนนี้พอแค่นี้ก่อน พรุ่งนี้ค่อยถามให้รู้เรื่อง" มีบทเรียนจากคราวก่อน ลู่เฟยจะไม่ยอมลงมือสุ่มสี่สุ่มห้า ต้องรู้ตื้นลึกหนาบางให้แน่ชัดก่อน
"แล้วจะทำยังไงกับเธอดี?" หู่จึมองดวงตาอาฆาตแค้นของลูลู่แล้วอดสั่นไม่ได้
"เรื่องนี้ง่ายมาก"
ลู่เฟยเทขี้เถ้าธูปที่เหลือรดตัวลูลู่จนโพลน
จากนั้นก็วางกระจกแปดทิศไว้ตรงข้ามกับโกศไม้เครื่องรางพี่สาว หันหน้ากระจกเข้าหาโกศ
หลังจากโดนแส้กิ่งหลิวหวดไปหลายที พลังวิญญาณอ่อนแรงลงมาก ใช้กระจกแปดทิศสะกดไว้ชั่วคราวได้
ลูลู่ตาเหลือก แล้วสลบเหมือดไป
ลู่เฟยกับหู่จึไม่กล้าหลับ เฝ้าอยู่ในห้องเหม็นเน่าตลอดทั้งคืน จนกระทั่งฟ้าสาง ถึงได้เปิดหน้าต่างระบายอากาศ
"ตื่นได้แล้ว"
หู่จึเขย่าไหล่ลูลู่ ปลุกให้ตื่น
ลูลู่ลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย รู้สึกปวดร้าวไปทั้งตัว เห็นชายสองคนยืนอยู่ริมหน้าต่าง ก็ชะงักไปนิด
"ฉันรอดแล้วเหรอคะ?"
"เปล่า คุณใกล้ตายแล้วต่างหาก!" ลู่เฟยตอบเสียงเย็น
"อะไรนะ?" ลูลู่ตกใจสุดขีด ตะเกียกตะกายลุกขึ้นนั่ง มองลู่เฟยอย่างไม่อยากเชื่อ "คุณบอกว่าจะช่วยฉันไม่ใช่เหรอ? คุณผิดคำพูด!"
"ไม่ใช่ผมผิดคำพูด แต่เป็นคุณต่างหาก ที่โกหกพวกเรามาตลอด!" ลู่เฟยแค่นเสียง
ลูลู่หน้าเสีย สายตาล่อกแล่ก "ฉะ... ฉันโกหกอะไรคะ?"
"ถ้ายังปากแข็งอยู่แบบนี้ ก็ไปหาคนอื่นช่วยเถอะ" ลู่เฟยทำหน้าเย็นชา ดึงแขนหู่จึจะเดินออกไป
"เดี๋ยว! อย่าเพิ่งไป!" ลูลู่โซซัดโซเซลงจากเตียง ขวางทางทั้งคู่ไว้ "พวกคุณรับปากว่าจะช่วยฉันแล้ว จะมาทิ้งกันกลางคันแบบนี้ได้ไง?"
"งั้นคุณจะยอมพูดความจริงไหมล่ะ?" ลู่เฟยถามกลับ
หู่จึช่วยเกลี้ยกล่อม "มาถึงขั้นนี้แล้ว อย่าปิดบังกันอีกเลย มีอะไรก็รีบพูดมาเถอะ เมื่อคืนเกือบจะปราบผีได้สำเร็จแล้ว แต่เถ้าแก่เห็นท่าไม่ดีเลยหยุดมือ"
"เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นคะ?" หลังจากโดนผีสิง ลูลู่จำอะไรไม่ได้เลย พอเห็นข้อมือตัวเองที่โดนกัดจนเหวอะหวะ ใบหน้าที่ซีดอยู่แล้วก็ยิ่งขาวซีดลงไปอีก
"วิญญาณนั่นจะดูดเลือดคุณให้หมดตัว" หู่จึบอก "เมื่อคืนเราแค่สะกดมันไว้ชั่วคราว ถ้าวันนี้พวกเราไป คุณตายสถานเดียว"
"ดูดเลือด!?" ลูลู่เข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น สีหน้าเจ็บปวดและหวาดกลัว "แต่ฉันไม่ได้ปิดบังอะไรพวกคุณจริงๆ นะคะ เครื่องรางพี่สาวนี่ฉันซื้อมาโดยบังเอิญ ไม่รู้จริงๆ ว่าทำไมมันถึงได้เฮี้ยนขนาดนี้"
ลู่เฟยมองเธอ "ผมสงสัยว่าวิญญาณของคุณถูกผูกติดกับวิญญาณพี่สาวแล้ว ถ้าทำลายวิญญาณพี่สาว วิญญาณคุณก็จะสลายไปด้วย ต่อให้โชคดีรอดมาได้ ก็จะกลายเป็นคนบ้า"
มิน่าล่ะ เมื่อคืนตอนใช้แส้ฟาดลูลู่ ถึงมีเสียงกรีดร้องดังขึ้นพร้อมกันสองเสียง
"วิญญาณผูกติดกัน ทำไมถึงเป็นแบบนี้คะ?" ลูลู่ไม่อยากจะเชื่อ "เป็นเพราะฉันใช้เลือดบูชามันหรือเปล่า?"
"เกรงว่าจะไม่ใช่แค่นั้น ผมรู้สึกว่าพฤติกรรมของมันไม่เหมือนผีสิงธรรมดา แต่เหมือนกำลัง..." ลู่เฟยนึกถึงอาการต่างๆ ของลูลู่
กลิ่นเหม็นเน่า กลัวแสงแดด
"คุณลูลู่ครับ ขอโทษนะครับ ขอดูแผ่นหลังของคุณหน่อยได้ไหม?"
"หลังฉันเป็นอะไรคะ?" ลูลู่ไม่ได้รังเกียจ เธอรู้ดีว่าสภาพตัวเองตอนนี้ดูไม่ได้ ลู่เฟยคงไม่ได้คิดจะลวนลามเธอหรอก
เธอเลิกเสื้อขึ้น เผยให้เห็นแผ่นหลัง
กลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งออกมาทันที
พอลู่เฟยกับหู่จึเห็นเข้า ก็ขนลุกซู่ไปทั้งตัว
แผ่นหลังของลูลู่มีเนื้อเน่าเปื่อยเป็นวงรีขนาดใหญ่ แต่ตัวเธอเองกลับไม่รู้สึกเจ็บปวด และรอยเน่านั้นกำลังลามออกไปเรื่อยๆ
"เป็นอะไรคะ? หลังฉันเป็นอะไร?" ลูลู่มองไม่เห็น ร้อนใจถาม
"หลังคุณเริ่มเน่าแล้ว" ลู่เฟยพูดเสียงเครียด "วิญญาณพี่สาวไม่ได้แค่จะฆ่าคุณ แต่มันกำลังจะยึดร่าง! ร่างกายเน่าเปื่อย กลัวแสงแดด ล้วนเป็นผลข้างเคียงจากการยึดร่าง"
"ยึดร่าง?" ลูลู่อึ้งกิมกี่
"ต่อให้โกศวิญญาณทำจากไม้หยินเฉิน ก็แค่ทำให้แรงอาฆาตเพิ่มขึ้น ทำไม่ได้ถึงขนาดยึดร่างหรอก" ลู่เฟยจ้องตาลูลู่เขม็ง
"สรุปแล้ว คุณลูลู่ คุณปิดบังอะไรไว้อีก?"
ลูลู่ตัวสั่นเทา ขอบตาแดงก่ำ แต่ไม่มีน้ำตาไหลออกมาแล้ว
"เรื่องเครื่องรางพี่สาว ฉันไม่ได้ปิดบังจริงๆ นะคะ"
"วันนั้นพอไลฟ์จบ ฉันได้รับข้อความส่วนตัว คนคนนั้นบอกว่ามีวิธีช่วยกู้ชื่อเสียงฉันคืนมาได้"
"ฉันก็หน้ามืดตามัวหลงเชื่อเขา เลยซื้อเครื่องรางพี่สาวมา"
"เรื่องมันก็มีแค่นี้ ฉันไม่รู้จักคนขาย เขาเป็นคนส่งของมาให้"
ท่าทางของลูลู่ดูเหมือนไม่ได้โกหก
"งั้นคุณเคยทำเรื่องผิดมโนธรรมอะไรหรือเปล่า?" ลู่เฟยถามต่อ "การยึดร่างไม่ใช่แค่มีร่างก็ทำได้ วันเดือนปีเกิดต้องสมพงษ์กันด้วย ถ้าคุณแค่บังเอิญซื้อเครื่องรางมา จะประจวบเหมาะขนาดนี้ได้ยังไง?"
"ต้องเป็นไอ้คนขายที่ตั้งใจจะทำร้ายฉันแน่ๆ!" ลูลู่ร้องไห้โฮ
"แล้วเขารู้วันเดือนปีเกิดคุณได้ยังไง? เท่าที่ผมรู้ วันเกิดที่คุณลงไว้ในเน็ตเป็นของปลอมไม่ใช่เหรอ?"
ความจริงลู่เฟยแค่เดาเอา เพราะในข่าวแฉลูลู่ มีเรื่องการปลอมอายุรวมอยู่ด้วย
ลูลู่เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ ทั้งที่คราบน้ำตายังเปรอะหน้า เธอพูดด้วยความตกตะลึง "มีแค่สองคนเท่านั้นที่รู้วันเกิดจริงๆ ของฉัน แต่ว่า... จะเป็นเธอไปได้ยังไง?"
"ใคร?"
"ปิงปิง"