- หน้าแรก
- โรงจำนำของอัปมงคล รับจำนำเฉพาะของต้องสาป
- บทที่ 44 อักขระปราบผี
บทที่ 44 อักขระปราบผี
บทที่ 44 อักขระปราบผี
หน้าต่างบานเดียวถูกปิดสนิท แม้จะเปิดไฟสว่างจ้า แต่ห้องพักเล็กๆ ที่รกรุงรังนี้ก็ยังดูมืดสลัว
กลิ่นเหม็นเน่าลอยคละคลุ้งยิ่งกว่าเดิม
"เข้าใจแล้วค่ะ ฉันจะพยายาม" ลูลู่นั่งลงบนโซฟาเล็กๆ ที่มีเสื้อผ้ากองพะเนิน โยนหน้ากากและแว่นกันแดดไปข้างๆ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นฉายแววหวาดกลัว ร่างกายสั่นเทาไม่หยุด
ลู่เฟยใช้ชาดที่เหลือ เขียนอักษรคำว่า 'เจี้ยน' ลงบนฝ่ามือซ้ายของหู่จึ
"เถ้าแก่ นี่คือยันต์เหรอ?" หู่จึมองฝ่ามือตัวเองด้วยความตื่นเต้น
"ไม่ใช่ นี่คืออักษรปราบผี อ่านว่า 'เจี้ยน' โบราณว่าไว้ คนตายกลายเป็นผี คนยังกลัวผี ผีตายกลายเป็นเจี้ยน ผีย่อมกลัวเจี้ยน ถ้าเจอผีมาหลอกหลอน นายใช้อักษรนี้ซัดมันได้เลย" ลู่เฟยกำชับอย่างจริงจัง "ระวังหน่อยนะ อย่าให้เลอะเลือน"
"รับทราบครับ!" หู่จึกอดมือขวาประคองมือซ้ายไว้อย่างหวงแหน
มีอักษรปราบผีนี้ก็เหมือนมียันต์กันภัยชั้นยอด ความมั่นใจของหู่จึเพิ่มขึ้นอีกโข
"เถ้าแก่ลู่ ฉันขออักษรนี้ด้วยได้ไหมคะ?"
ลูลู่ที่นั่งอยู่ข้างๆ รีบยื่นมือซีดขาวออกมาขอ
"การเขียนอักษรนี้กินพลังสมาธิมาก ผมเขียนได้ทีละครั้งเท่านั้น อีกอย่าง คุณใช้เลือดตัวเองเลี้ยงวิญญาณพี่สาว เขียนไปก็ไร้ผลครับ" ลู่เฟยปฏิเสธ
"พวกคุณมีของป้องกันตัวกันหมด แล้วฉันจะไม่ยิ่งอันตรายเหรอคะ?" ลูลู่หน้าเสีย
ถ้าส่งวิญญาณไม่สำเร็จ ลู่เฟยก็แค่เสียลูกค้า แต่สำหรับเธอ มันหมายถึงชีวิต!
"ในเมื่อผมรับปากว่าจะซื้อเครื่องรางพี่สาว ผมก็ต้องรับประกันความปลอดภัยของคุณ ถ้าไม่เชื่อใจกัน เราแยกย้ายกันตอนนี้เลยก็ได้ ผมไม่คิดเงินสักแดง" ลู่เฟยพูดอย่างไม่ยี่หระ
"ไม่ค่ะ เถ้าแก่ลู่ ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น ฉันแค่กลัวมากไปหน่อย" ลูลู่รีบส่ายหน้า
ลู่เฟยเป็นที่พึ่งเดียวของเธอแล้ว
หู่จึพูดแทรก "กลัวอะไร เถ้าแก่ผมบอกว่าจะคุ้มครองคุณ ก็ต้องทำได้แน่นอน"
"ค่ะ ฉันเชื่อพวกคุณ! แล้วเราต้องรอให้พี่สาวออกมาเหรอคะ?" ลูลู่พยายามฝืนยิ้มเอาใจ แต่อนิจจา รอยแผลเป็นบนใบหน้าทำให้รอยยิ้มนั้นดูน่าเกลียดน่ากลัว
"คุณทำตัวตามปกติเลยครับ อยากทำอะไรก็ทำ ส่วนที่เหลือปล่อยเป็นหน้าที่พวกเรา" ลู่เฟยส่งสัญญาณมือให้หู่จึ ทั้งสองแยกย้ายไปซ่อนตัวตามมุมห้องเงียบๆ คอยสังเกตการณ์เครื่องรางพี่สาว
"ตามปกติ..." ลูลู่ยิ้มเศร้า "ปกติตอนนี้ฉันต้องเตรียมตัวไลฟ์สดแล้ว แต่ตอนนี้บัญชีฉันโดนแบนหมด..."
เธอเดินไปที่โต๊ะคอมพิวเตอร์ เปิดคอมฯ ดูบัญชีที่มีผู้ติดตามนับล้านของตัวเองที่ถูกระงับการใช้งาน ความเจ็บใจอัดแน่นอยู่ในอก
กว่าจะไต่เต้ามาเป็นเน็ตไอดอลชื่อดังได้ เธอต้องทุ่มเทไปมากมายมหาศาล
แต่วงการนี้มีคลื่นลูกใหม่เกิดขึ้นเสมอ
เพื่อรักษาบัลลังก์เอาไว้ เธอถึงต้องยอมเสี่ยงซื้อเครื่องรางพี่สาวมาบูชา
แต่ใครจะไปคิดว่า นอกจากจะไม่ช่วยกู้สถานการณ์แล้ว ยังฉุดเธอดิ่งลงเหวขนาดนี้
ต่อให้รอดตายไปได้ จะยังมีโอกาสกลับมาไลฟ์สดได้อีกไหม?
ลูลู่ลูบรอยแผลบนใบหน้า แล้วหันไปมองโกศไม้บนโต๊ะบูชา...
เวลาผ่านไปทีละวินาที
ราตรีย่างกรายเข้ามา
อพาร์ตเมนต์เน็ตไอดอลเริ่มคึกคัก บางห้องเปิดเพลงเสียงดัง บางห้องคุยกันลั่น ทางเดินมีเสียงฝีเท้าเดินไปมาไม่ขาดสาย
ยิ่งข้างนอกอึกทึกเท่าไหร่ ในห้องนี้ก็ยิ่งเงียบสงัดจนน่าขนลุก
ลู่เฟยซ่อนตัวในมุมมืด จับตาดูอาการของลูลู่ไม่วางตา
จากประสบการณ์สามครั้งที่ผ่านมา ตอนนี้เขาเริ่มรับมือกับเรื่องลี้ลับได้อย่างใจเย็นขึ้นมาก
ลูลู่นั่งเหม่ออยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ร่างกายไม่ขยับเขยื้อน ถ้าไม่สังเกตเห็นหน้าอกที่ยังกระเพื่อมเบาๆ คงนึกว่าเป็นศพที่ลืมตาค้าง
แสงสลัวจากหน้าจอคอมพิวเตอร์สาดส่องกระทบใบหน้า แต่ดวงตาดำขลับของเธอกลับไร้ประกาย ไม่สะท้อนแสงใดๆ
ทันใดนั้น
มุมปากของเธอค่อยๆ ยกขึ้น เผยรอยยิ้มสยองขวัญ
"มาแล้ว?!"
รอยยิ้มนั้นเหมือนกับรอยยิ้มในห้องน้ำห้างสรรพสินค้าไม่มีผิด หู่จึใจเต้นรัว ยกมือซ้ายที่มีอักษรปราบผีขึ้นมาเตรียมพร้อม
"หึ หึ"
ลูลู่หัวเราะในลำคอสองที หยิบเครื่องสำอางบนโต๊ะบูชาขึ้นมา เริ่มแต่งหน้าหน้ากระจก
เธอทาแป้งจนหน้าขาววอก แต่ทาปากแดงสด และปัดแก้มแดงเป็นวงกลม ดูเหมือนตุ๊กตากระดาษที่ใช้ในพิธีกงเต็กไม่มีผิด
แต่งหน้าศพ!
เธอแต่งไปยิ้มไปอย่างพึงพอใจ แล้วค่อยๆ หันกลับมา กวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยดวงตาดำมืด
"ฉันสวยไหม?" เธอบิดตัวไปมาด้วยท่าทางกระมิดกระเมี้ยน แล้วถามเสียงเบา
ไม่ใช่เสียงของลูลู่
ลู่เฟยกระชับแส้กิ่งหลิวในมือ เตรียมพร้อมโจมตี
"ฉันสวยหรือเปล่า?"
ลูลู่ถามอากาศธาตุ พอไม่มีเสียงตอบรับ รอยยิ้มก็เปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันที
"ไม่สวย! ฉันยังสวยไม่พอ! เนื้อตัวฉันมันเยอะเกินไป หน้าฉันยังเรียวไม่พอ..."
ใบหน้าของเธอบิดเบี้ยวด้วยความเกรี้ยวกราด คว้ามีดกันคิ้วบนโต๊ะขึ้นมา เงื้อจะกรีดหน้าตัวเอง
เพียะ!
เสียงแส้ตวัดแหวกอากาศดังสนั่นในห้องมืดสลัว
ลู่เฟยเห็นลูลู่จะทำร้ายตัวเอง จึงลงมือทันที ตวัดแส้กิ่งหลิวไปพันรัดข้อมือข้างที่ถือมีดของเธอไว้
"กรี๊ดดด—"
ลูลู่กรีดร้องโหยหวน ควันดำพวยพุ่งออกมาจากแขน
แส้กิ่งหลิวตีผีจะส่งผลถึงวิญญาณโดยตรง ต่อให้สิงอยู่ในร่างคนก็หนีไม่พ้น
เห็นได้ผล ลู่เฟยก็ไม่รอช้า หวดแส้ซ้ำไปอีกที
ร่างลูลู่พลิ้วหลบได้ด้วยท่าทางผิดมนุษย์
"นังแพศยาสมควรตาย! ทำไมต้องช่วยมันด้วย!" เธอตะโกนก้องด้วยความอาฆาตแค้น "ตายซะ! ตายกันให้หมด!"
เลือดไหลปริ่มออกจากดวงตาทั้งสองข้าง แผลเป็นบนใบหน้าและตามตัวเริ่มขยับยุกยิก เลือดสดๆ ไหลทะลักออกมา ดูสยดสยองพองขน
หู่จึขนลุกซู่ แต่ก็กัดฟันกระโดดออกมาจากมุมมืด ร่วมมือกับลู่เฟยปิดล้อมลูลู่ไว้ซ้ายขวา
ทั้งสองค่อยๆ ขยับเข้าหาลูลู่
ในลำคอของลูลู่ส่งเสียง ครืดคราด น่าขนลุก ก่อนจะพุ่งเข้าใส่ทั้งสองคนอย่างบ้าคลั่ง
ลู่เฟยตวัดแส้กิ่งหลิวสวนทันที
เพียะ!
แววตาของลูลู่ฉายความหวาดกลัว ร่างกายพลิกตัวหลบแส้ได้อย่างไร้น้ำหนัก แล้วฉวยโอกาสตลบหลัง ใช้กรงเล็บตะปบเข้าใส่หู่จึ
ใบหน้าศพเปื้อนเลือดที่พุ่งเข้ามา ระยะประชิดขนาดนี้ช่างน่าสะพรึงกลัว
หัวใจหู่จึเต้นรัวเร็ว เขาตะลีตะลานซัดฝ่ามือซ้ายที่มีอักษรปราบผีออกไป
ตึง!
ร่างของลูลู่เหมือนถูกพลังที่มองไม่เห็นกระแทกอย่างแรง จนกระเด็นลอยละลิ่วไปชนโซฟาล้มคว่ำ
"แม่เจ้าโว้ย! ร้ายกาจขนาดนี้เชียว!"
เห็นอานุภาพของอักษรปราบผี หู่จึก็ฮึกเหิมขึ้นมาทันที
เขากับลู่เฟยรีบตรงเข้าไปหาลูลู่
ลูลู่มองด้วยสายตาเคียดแค้น ไม่กล้าปะทะตรงๆ จึงเปลี่ยนเป้าหมาย พุ่งไปทางประตูหวังจะหนี แต่พอไปชนโดนขี้เถ้าธูปที่โรยไว้ ก็เจ็บปวดจนต้องกลิ้งกลับมาอย่างทุลักทุเล
เพียะ!
ยังไม่ทันตั้งตัว แส้กิ่งหลิวก็หวดลงมาอีกครั้ง
"กรี๊ดดด—"
ควันดำพวยพุ่ง เสียงกรีดร้องโหยหวนดังก้องห้องพัก
แต่ที่แปลกคือ เสียงกรีดร้องนั้นกลับเป็นเสียงผู้หญิงสองคนซ้อนกัน!
"เกิดอะไรขึ้น? หรือว่ามีผีสองตัว?" ลู่เฟยตกใจ
"เถ้าแก่ สองตัวก็ไม่กลัว จัดไปคนละตัวเลย!" หู่จึร้อนวิชา อยากแสดงฝีมือ ซัดฝ่ามือออกไปอีกครั้ง
ลูลู่รีบหลบวูบ ร่างกายลอยละลิ่วหนีเข้าไปในห้องน้ำ
ทันใดนั้น
พรึ่บ ไฟในห้องดับลง
ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความมืดมิดทันที