- หน้าแรก
- โรงจำนำของอัปมงคล รับจำนำเฉพาะของต้องสาป
- บทที่ 40 แต่งหน้าศพ
บทที่ 40 แต่งหน้าศพ
บทที่ 40 แต่งหน้าศพ
"โอ้โห สรรพคุณเยอะขนาดนั้นเลยเหรอครับ?"
เครื่องรางพี่สาวแบบนี้ก็แค่กลยุทธ์ใหม่ของพวกขายเครื่องรางสายดำ เปลี่ยนแค่ชื่อแต่เนื้อในก็เหมือนเดิม ลู่เฟยอดสงสัยไม่ได้ว่าพวกพ่อค้าหน้าเลือดพวกนี้โฆษณาชวนเชื่อไว้อย่างไรบ้าง
ลูลู่เปิดมือถือของเธอ แล้วเลื่อนหาคำโฆษณาให้ลู่เฟยดู
"บูชาพี่สาวพราย ช่วยบันดาลความปรารถนาให้เป็นจริง เรียกทรัพย์ เสริมเสน่ห์ให้คนรักคนหลง ดึงดูดเพศตรงข้าม ป้องกันมือที่สาม ช่วยให้คนรักเก่ากลับมา หรือแม้แต่ช่วยให้มือที่สามได้เลื่อนขั้นเป็นตัวจริง ขจัดภัย ขจัดมาร ขจัดคนถ่อย ดูดเงินดูดทอง เสริมดวงอุปถัมภ์ คุ้มครองรอบด้าน..."
"เดี๋ยวๆๆ ผมไม่ได้ตาฝาดใช่ไหม?" ลู่เฟยอ้าปากค้าง "เครื่องรางพี่สาวมีสรรพคุณเยอะขนาดนี้เลยเหรอครับ?"
ทั้งกันมือที่สาม และช่วยมือที่สามเลื่อนขั้น ถ้าทั้งเมียหลวงเมียน้อยซื้อไปบูชาคนละอัน จะเกิดอะไรขึ้นล่ะเนี่ย?
"คนขายเขาว่ามาแบบนี้น่ะค่ะ" ลูลู่เก็บมือถือด้วยสีหน้าจนใจ "ฉันก็เลยลองซื้อมาเสี่ยงดวงดูอันหนึ่ง"
"แล้วผลลัพธ์เป็นยังไงครับ ครอบจักรวาลจริงอย่างที่คุยไว้ไหม?" ลู่เฟยถามต่อ
ลูลู่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า "ช่วงแรกๆ ก็ได้ผลดีจริงค่ะ ยอดคนติดตามเริ่มขยับขึ้น แต่ว่า..."
ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางหนาเตอะฉายแววกระอักกระอ่วน "ไม่นานมันก็เกิดผลตีกลับ ยอดคนติดตามลดฮวบ สถานการณ์ตอนนี้แย่มากค่ะ"
ลู่เฟยนึกถึงข่าวฉาวพวกนั้น มิน่าล่ะถึงต้องปิดบังใบหน้ามิดชิดขนาดนี้ คงกลัวคนจำได้นี่เอง
"ไม่ว่าจะเป็นเครื่องรางพี่สาวหรือเครื่องรางสายดำอื่นๆ ล้วนเป็นวิชาสายมาร ดูเหมือนจะช่วยให้สมหวัง แต่ความจริงแล้วเป็นการดึงเอาวาสนาและโชคลาภในอนาคตมาใช้ล่วงหน้า" ลู่เฟยกล่าว "คุณรู้ไหมครับว่าเครื่องรางพวกนี้ทำมาจากอะไร?"
ลูลู่ชะงักไปนิด "คนขายบอกว่า เป็นวิญญาณหญิงสาวแสนสวยที่ตายโหง อยากจะสร้างบุญกุศลเพื่อจะได้ไปเกิดในภพภูมิที่ดี เลยมาช่วยคนให้สมหวังค่ะ"
"ข้ออ้างไร้สาระแบบนี้ คุณเชื่อด้วยเหรอครับ?" ลู่เฟยอดขำไม่ได้ "เครื่องรางสายดำส่วนใหญ่ใช้ศพทารก วิธีการทำก็โหดเหี้ยมอำมหิต ต้องทรมานให้ทารกตายทั้งเป็น ยิ่งแรงอาฆาตมาก ยิ่งขลังมาก"
"เช่นเดียวกัน วิธีการทำเครื่องรางพี่สาว ก็คงโหดร้ายไม่ต่างกันหรอกครับ"
"เมื่อเทียบกับเครื่องรางสายขาว เครื่องรางสายดำอาจจะเห็นผลเร็วกว่า แต่ข้อห้ามก็เยอะกว่า ถ้าพลาดนิดเดียวอาจโดนของตีกลับได้"
"แต่ทำไมมันถึงตีกลับเร็วขนาดนี้ล่ะคะ? เพิ่งจะเริ่มเห็นผล ยังไม่ทันได้ตามที่ขอ ก็เกิดเรื่องซะแล้ว เถ้าแก่ลู่คะ เครื่องรางอันนี้มีปัญหาหรือเปล่า?" ลูลู่สงสัย
"อันนี้พูดยากครับ จริงๆ แล้วพระเครื่องหรือเครื่องรางในท้องตลาดเก้าสิบเปอร์เซ็นต์เป็นของปลอม แต่ของปลอมไม่น่าจะทำให้เกิดผลตีกลับรุนแรงขนาดนี้" ลู่เฟยพิจารณาเครื่องรางพี่สาวอีกครั้ง
มีไอหยินแผ่ออกมาจริงๆ น่าจะเป็นของแท้
"แต่ความปรารถนาของฉันยังไม่เป็นจริงเลยนะคะ" ลูลู่ขมวดคิ้ว
ลู่เฟยจึงถามว่า "คุณลูลู่ขอพรอะไรไปครับ?"
"ฉัน... ก็แค่เรื่องงาน ขอให้รักษาตำแหน่งเดิมเอาไว้ได้ก็พอ" ลูลู่นวดขมับ "ช่างเถอะค่ะ พูดไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ สิ่งสำคัญคือต้องจัดการปัญหาพวกนี้ก่อน"
"สรุปว่าคุณลูลู่จะจำนำเครื่องรางพี่สาวอันนี้กับโรงรับจำนำอักษรเสียใช่ไหมครับ?"
"ใช่ค่ะ! เถ้าแก่ลู่คะ ฉันขอเลือกจำนำแบบไถ่ถอนได้ไหมคะ?" ลูลู่รีบถาม
หลังจากกลับไปคราวก่อน เธอไปสืบเรื่องโรงรับจำนำอักษรเสียมาแล้ว พบว่าเป็นโรงรับจำนำในตำนานที่ไม่เพียงแต่ขายของเสริมดวง แต่ยังรับซื้อของอัปมงคลด้วย
คำตอบของเธอทำให้ลู่เฟยประหลาดใจมาก "ทำไมถึงเลือกจำนำไถ่ถอนครับ?"
ต้องเข้าใจก่อนว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ที่เจอของอัปมงคลเล่นงาน แทบจะอยากเขวี้ยงทิ้งไปให้ไกลๆ ชาตินี้อย่าได้เจอกันอีก น้อยคนนักที่จะยอมเสียเงินมาไถ่คืนกลับไป
"ฉันจำนำเครื่องรางพี่สาวไว้กับคุณ คุณช่วยสะกดวิญญาณพี่สาวข้างในให้สงบลง อย่าให้ออกมาอาละวาด แล้วฉันจะมาไถ่คืนค่ะ" ลูลู่กล่าว
ลู่เฟยอึ้งไปครู่หนึ่ง ถึงเข้าใจเจตนาของเธอ
เธอยังอยากใช้เครื่องรางพี่สาวต่อ แค่อยากให้ลู่เฟยช่วยจัดการกับผลกระทบที่ตีกลับเท่านั้น
โลกนี้มีเรื่องดีๆ แบบนั้นด้วยเหรอ?
"คุณลูลู่ครับ เกรงว่าคงจะเป็นไปไม่ได้" ลู่เฟยตอบ
"ฉันเพิ่มเงินให้ก็ได้ค่ะ!" ลูลู่ร้อนรน
"ไม่ใช่เรื่องเงินครับ" ลู่เฟยส่ายหน้า "โรงรับจำนำอักษรเสียรับซื้อของอัปมงคล รวมถึงช่วยลูกค้าจัดการปัญหาที่เกิดจากของอัปมงคลด้วย แต่การจะแก้ปัญหา ต้องกำจัดวิญญาณร้ายที่สิงสถิตอยู่ วิธีที่จะเก็บวิญญาณร้ายไว้แต่กำจัดอันตราย มันไม่มีหรอกครับ ถ้ามีคนบอกคุณว่ามี เขาต้องเป็นพวกต้มตุ๋นแน่นอน"
"ไม่มีทางเลยเหรอคะ?" ลูลู่ถามอย่างกึ่งเชื่อกึ่งไม่เชื่อ
"อย่างน้อยผมก็ทำไม่ได้ครับ" ลู่เฟยผายมือ
ลูลู่มองหน้าลู่เฟย พอแน่ใจว่าเขาไม่ได้แกล้งเล่นตัวเพื่อโก่งราคา ก็แสดงสีหน้าผิดหวังอย่างรุนแรง
"นึกว่าโรงรับจำนำอักษรเสียจะแน่สักแค่ไหน ที่แท้ก็ไร้น้ำยา!"
"คุณลูลู่ครับ ไม่ว่าคุณจะมองโรงรับจำนำอักษรเสียยังไง ในฐานะเถ้าแก่ ผมมีหน้าที่ต้องเตือนคุณว่า รีบกำจัดเครื่องรางพี่สาวอันนี้ทิ้งซะ ไม่อย่างนั้นอาจจะมีอันตรายถึงชีวิต" ลู่เฟยไม่ถือสาท่าทีของเธอ
"ขู่ให้กลัวเหรอ! ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะหาคนเก่งๆ ไม่ได้!" เธอแค่นเสียง เก็บเครื่องรางพี่สาว สวมหมวกและหน้ากาก แล้วเดินปึงปังออกไป
"มารยาททรามจริงๆ!"
หู่จึบ่นไล่หลัง
"เถ้าแก่อุตส่าห์เตือนด้วยความหวังดี ถึงจะไม่จำนำ ก็ควรขอบคุณสักคำสิ ทำนิสัยแบบนี้ มิน่าถึงได้ดับอนาถ"
"ใจเย็นน่า การค้าขายมันก็มีทั้งสำเร็จและล้มเหลว เราแค่ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดก็พอ"
ลู่เฟยไม่ได้ใส่ใจ
เพราะวัสดุที่ใช้ทำเครื่องรางพี่สาวนั้นธรรมดามาก แค่พลาสติกเกรดต่ำ ไม่มีค่าอะไรพิเศษ ไม่สามารถเปลี่ยนจากของอัปมงคลให้กลายเป็นของวิเศษได้ ถือว่าไม่ใช่สินค้าทำกำไรที่ดีนัก
ตอนนี้เขามีเงินหลายแสน ไม่เดือดร้อนเรื่องรับซื้อของอัปมงคล
สามปีไม่เปิดร้าน เปิดร้านทีเดียวอยู่ได้สามปี
ส่วนความปลอดภัยของลูลู่ ขนาดเจ้าตัวยังไม่ห่วง แล้วลู่เฟยคนนอกจะไปเดือดร้อนทำไม?
ช่วงนี้หู่จึเหมางานทำความสะอาดและงานจุกจิกไปหมด ลู่เฟยแค่เปิดร้าน กินข้าว ดื่มชา ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย
ถ้าไม่ใช่เพราะยังไม่มีข่าวคราวของคุณปู่ ชีวิตแบบนี้ถือว่าน่าอิจฉาเลยทีเดียว สภาพจิตใจเขาเลยค่อนข้างดี
แต่หู่จึกลับรู้สึกไม่พอใจแทน ตามดูข่าวฉาวของลูลู่ในเน็ตทุกวัน แล้วมารายงานลู่เฟยเป็นระยะ
"เถ้าแก่ๆ ดูสิ ยัยลูลู่ไลฟ์สดบ้าบออีกแล้ว!"
ลู่เฟยกำลังเล่นเกมอยู่ หู่จึยัดโทรศัพท์ใส่มือเขา
ตอนแรกกะจะมองผ่านๆ แต่สภาพของลูลู่ทำเอาเขาตกใจ
ในไลฟ์ ลูลู่แต่งหน้าได้สยองขวัญมาก หน้าขาววอกเหมือนฉาบปูน แต่แก้มสองข้างปัดบลัชออนสีแดงเป็นวงกลม
ที่น่ากลัวกว่าคือดวงตาของเธอ ลูกตาดำขยายใหญ่จนเกือบเต็มเบ้าตา
เธอร้องไห้ไปหัวเราะไปหน้ากล้อง ด่าทอตัวเองว่าเป็นหญิงแพศยา ราวกับมีความแค้นฝังลึกกับตัวเอง
สุดท้าย ถึงขั้นถอดเสื้อผ้า ใช้มีดกรีดผิวหนังตัวเอง
พฤติกรรมวิปริตทำเอาคนดูช็อกไปตามๆ กัน คอมเมนต์เงียบกริบไปสองวินาที ก่อนจะตามมาด้วยคำอุทานหยาบคายเต็มหน้าจอ
จากนั้น สัญญาณก็ถูกตัด ไลฟ์ถูกแบน
"เถ้าแก่ เธอโดนผีสิงหรือเปล่า?" ตอนแรกหู่จึก็สมน้ำหน้า แต่พอเห็นอาการผิดปกติขนาดนี้ ก็เริ่มขนลุก
"ไม่ว่าใช่หรือไม่ใช่ เกรงว่าเธอคงอยู่ได้อีกไม่นานแล้วล่ะ" ลู่เฟยเองก็นึกไม่ถึงว่าเครื่องรางพี่สาวจะออกฤทธิ์แรงและเร็วขนาดนี้
"การแต่งหน้าแบบนี้ เรียกว่า 'แต่งหน้าศพ' มีแต่คนตายเท่านั้นแหละที่ต้องแต่งหน้าหนาเตอะขนาดนี้ เพื่อปิดบังรัศมีแห่งความตาย!"