- หน้าแรก
- โรงจำนำของอัปมงคล รับจำนำเฉพาะของต้องสาป
- บทที่ 27 ไก่กินหนอน มังกรสู้เสือ
บทที่ 27 ไก่กินหนอน มังกรสู้เสือ
บทที่ 27 ไก่กินหนอน มังกรสู้เสือ
บรรยากาศที่เพิ่งผ่อนคลายลง กลับตึงเครียดขึ้นมาอีกครั้งในชั่วพริบตา
ลู่เฟยร้อนใจ "จะให้เธอกลับมาไม่ได้นะ! ถ้าปีศาจทำสำเร็จเมื่อไหร่ ครอบครัวคุณจบเห่แน่!"
ซูลี่กั๋วเข้าใจสถานการณ์ดี จึงตะโกนใส่โทรศัพท์ "เสี่ยวหนิง กลับไปที่มหาวิทยาลัยเดี๋ยวนี้! ห้ามดื้อ!"
จากนั้นก็หันไปสั่งซูหมิงเซวียนเสียงดัง "รีบจองตั๋วเครื่องบินให้น้องสาวแกกลับอเมริกาเดี๋ยวนี้!"
ซูหมิงเซวียนรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างลนลาน
"ไม่! หนูไม่กลับ!" เสียงในโทรศัพท์ของซูหนิงเสวี่ยเต็มไปด้วยความดื้อรั้น "พ่อทำเกินไปแล้ว! แม่ป่วยหนักขนาดนั้นพ่อยังไม่ให้หนูไปเยี่ยม ในใจพ่อมีแต่เรื่องธุรกิจ..."
"เสี่ยวหนิง เชื่อพ่อนะลูก! พ่อกำลังหาทางช่วยแม่อยู่!" ซูลี่กั๋วเหงื่อกาฬไหลพราก "เดี๋ยวพ่อจะอธิบายให้ฟังทีหลัง ตอนนี้ถ้าลูกกลับมา ทุกอย่างจะสูญเปล่า..."
"ทำไม..."
ซูหนิงเสวี่ยยังพูดไม่ทันจบ เสียงก็ขาดหายไปดื้อๆ
เงียบไปวินาทีเดียว ก็มีเสียง ตุบ ดังลอดออกมาจากหูฟัง
ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าสับสนวุ่นวาย และเสียงตะโกนด้วยความตกใจของผู้คนมากมาย
"มีคนเป็นลม..."
"คุณหนูครับ เป็นอะไรไหมครับ..."
"รถพยาบาล! รีบเรียกรถพยาบาลเร็ว..."
สัญญาณตัดไป
ซูลี่กั๋วตัวเย็นเฉียบ มือสั่นระริก
"เสี่ยวหนิง เสี่ยวหนิงเป็นอะไรไป? เถ้าแก่ลู่น้อย ตระกูลซูของผม... ยังมีทางรอดไหม?"
ไม่มีใครคาดคิดว่าซูหนิงเสวี่ยจะกลับมาปุบปับแบบนี้
บรรยากาศในห้องรับแขกหนักอึ้ง
"เพิ่งจะเริ่มเอง ยังพอมีโอกาสครับ! ปีศาจต้องใช้เวลาในการดูดกลืนพลังชีวิตจากอวัยวะภายใน" ลู่เฟยพยายามคุมสติ พูดรัวเร็ว "ท่านประธานซู ส่งคนไปรับตัวคุณหนูซู เดี๋ยวนี้ ให้เธอได้รับการรักษาที่ดีที่สุด ประคองอาการไว้ก่อน"
"ลุงฟู่กุ้ย ลุงมากับผม เราต้องไปยื้อเวลาที่ห้องพระ!"
หลิวฟู่กุ้ยชี้หน้าตัวเองอย่างงงๆ "ผมเหรอ?"
"ทำไม ไม่อยากทำเหรอ?"
"เปล่าครับเปล่า! ผมแค่ทำอะไรไม่เป็น กลัวจะเป็นตัวถ่วงคุณ!"
"ไม่หรอก! ตามมา!"
ลู่เฟยไม่รอช้า ลากแขนหลิวฟู่กุ้ยวิ่งไปทางห้องพระ
ซูลี่กั๋วก็เริ่มเคลื่อนไหวทันที โบกมือไล่ซูหมิงเซวียน "แกรีบพาคนไปที่สนามบินไปช่วยน้องสาวแก! ต้องรักษาชีวิตน้องไว้ให้ได้ ไม่งั้นแกก็ไม่ต้องกลับมาอีก!"
"ครับพ่อ!"
ซูหมิงเซวียนวิ่งขาอ่อนออกไปจากห้องรับแขก
ซูลี่กั๋วรีบโทรหาพ่อบ้าน ได้ความว่าซื้อไก่ตัวผู้ได้แล้ว กำลังเดินทางไปเลือกแมวดำ
"แยกกันไปทำงาน ให้คนเอาไก่ตัวผู้กลับมาก่อน!"
"ครับ"
วางสายเสร็จ ซูลี่กั๋วสูดหายใจลึก เมื่ออยู่ลำพัง ใบหน้าของเขาถึงฉายแววสิ้นหวังออกมา
หากพระเจ้ามีจริง เขาพร้อมแลกทุกอย่างเพื่อให้ตระกูลซูปลอดภัย!
ณ ห้องพระในเรือนรับรอง
ลู่เฟยตรงดิ่งไปที่รูปปั้นพระแม่
รูปปั้นหน้าแหลมตาชี้แบบนี้ มันรูปลักษณ์ของปีศาจงูในนิทานชัดๆ
พระแม่บ้าบออะไร แม่งูซะมากกว่า!
รูปปั้นแม่งูแสยะยิ้ม กอดก้อนทองคำในอ้อมอก แผ่ไอหยินออกมาทั่วร่าง ดวงตาหินคู่นั้นเปลี่ยนเป็นสีเขียวเรืองแสง รูม่านตาขยายเป็นแนวตั้ง ราวกับกำลังเยาะเย้ยลู่เฟย
ต่อให้ลู่เฟยดูออกแล้วไง ก็ยังช้ากว่ามันก้าวหนึ่งอยู่ดี!
"ลุงฟู่กุ้ย ผมขอยืมของอย่างหนึ่ง"
"อะไรครับ?"
หลิวฟู่กุ้ยตัวสั่นงันงก
"ขอยืม 'เลือดบริสุทธิ์' สักคำ!" ลู่เฟยสั่งให้เขาอ้าปากแล้วกัดปลายลิ้น
หลิวฟู่กุ้ยกลัวเจ็บ แต่พอคิดว่านี่คือโอกาสทองในการผูกมิตรกับตระกูลซู ก็กัดฟันกรอด กัดปลายลิ้นตัวเองจนเลือดซึม แล้วพ่นเลือดใส่รูปปั้นแม่งู
ลมเย็นพัดวูบ ดวงตาสีเขียวของแม่งูกลับกลายเป็นตาหินตามเดิมทันที
"ได้ผล!"
ลู่เฟยดีใจ
แต่หลิวฟู่กุ้ยกลับหน้ามืดตาลายแทบจะยืนไม่อยู่
ด้วยความที่ใช้ชีวิตสำมะเลเทเมา ร่างกายเขาไม่แข็งแรงเหมือนลู่เฟย พ่นเลือดคำเดียวถึงกับหมดสภาพ
"คราวนี้ทุ่มสุดตัวจริงๆ แล้วนะเนี่ย"เขาทรุดตัวลงนั่งหอบบนเบาะรองนั่ง
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
ไก่ตัวผู้หงอนแดงอายุห้าปี ก็ถูกส่งมาถึงคฤหาสน์!
"เถ้าแก่ลู่น้อย!" ซูลี่กั่อุ้มไก่เข้ามาในห้องพระด้วยตัวเอง วิ่งมาอย่างเร็วที่สุด
"เยี่ยม! มาทันเวลาพอดี"
ลู่เฟยรับไก่มา แก้เชือกที่มัดขาไก่ออกอย่างรวดเร็ว แล้วโยนใส่รูปปั้นแม่งู
กระต๊าก! กระต๊าก!
ไก่ตัวผู้กระพือปีกบินขึ้นไปเกาะบนหัวรูปปั้นแม่งู แล้วเริ่มจิกตีทันที
ติง! ติง! ติง!
เสียงจะงอยปากกระทบหินดังสนั่น
ใบหน้าของรูปปั้นหินบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดและหวาดกลัว
"แมวดำจะมาถึงเมื่อไหร่ครับ?" ลู่เฟยถามต่อ
"ใกล้แล้วครับ กำลังมา!" ซูลี่กั๋วร้อนใจดั่งไฟเผา "จะทันไหมครับ?"
"มีไก่ช่วยกดดันอยู่ น่าจะทันครับ!" ลู่เฟยเองก็ไม่มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ มาถึงขั้นนี้แล้ว ต้องทุ่มสุดตัว
เขาควักมีดสั้นที่ทำจากเขี้ยวสุนัขออกมาเตรียมไว้ หากไก่พลาดท่า เขาจะใช้เลือดนิ้วกลางตัวเองเข้าแลกกับแม่งู!
ทุกคนจ้องมองไก่ตัวผู้อย่างลุ้นระทึก แทบไม่กล้าหายใจ
ชั่วขณะหนึ่ง
ในห้องพระมีเพียงเสียงไก่จิกหินดัง ติง ติง
แคร๊ก
ไก่ตัวนี้ตัวใหญ่และดุร้ายมาก หลังจากจิกตีอย่างบ้าคลั่ง รอยร้าวก็ปรากฏขึ้นบนหัวรูปปั้น
แต่ยังไม่ทันได้ดีใจ ของเหลวสีดำกลิ่นฉุนก็ไหลซึมออกมาจากรอยร้าว พอไก่โดนของเหลวนั้นเข้า ก็กระพือปีกด้วยความเจ็บปวด ร่วงตกลงมาจากรูปปั้น
"พิษงู!"
ลู่เฟยใจหายวาบ เตรียมกรีดนิ้วกลางเข้าสู้
ในวินาทีความเป็นความตายนั้นเอง
"แมวดำมาแล้วครับ!"
พ่อบ้านวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้องพระ สะดุดล้มลงกับพื้น
แมวดำทมิฬกระโจนออกจากอ้อมอกพ่อบ้าน ลอยตัวกลางอากาศ พุ่งเข้าใส่แม่งู
เมี้ยว—
กรงเล็บแหลมคมข่วนใส่รูปปั้นหินเป็นทางยาว
ไก่ตัวผู้ก็ตะเกียกตะกายลุกขึ้นมา จิกตีที่ฐานรูปปั้น
โดนรุมกินโต๊ะแบบนี้ รูปปั้นหินสั่นคลอนไปมา ทนไม่ไหวอีกต่อไป แตกกระจายดัง ตูม
สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใน เผยโฉมออกมา
ลู่เฟยตาเป็นประกาย
ที่แท้ก็คราบงู!
ทั้งไก่และแมวต่างสนใจคราบงูนั้นมาก แย่งกันจะเข้าไปกิน
ลู่เฟยฉวยโอกาสตาอยู่ สวมถุงมือแล้วคว้าคราบงูยัดใส่กระเป๋าตัวเองอย่างรวดเร็ว
ไก่กับแมวงงเป็นไก่ตาแตก หยุดทะเลาะกันแล้วหันมามองลู่เฟยพร้อมกัน
"มองหน้าฉันก็ไม่มีประโยชน์ ของสิ่งนี้เป็นของฉัน ไว้เดี๋ยวหาของอร่อยให้กิน!" ลู่เฟยยิ้มแฉ่ง รูดซิปกระเป๋า
อุตส่าห์ลำบากแทบตายเพื่อให้ได้วัตถุอัปมงคลชิ้นนี้ จะยอมให้พวกแกคาบไปกินได้ยังไง?
จากนั้นเขาก็ตรวจสอบเศษซากรูปปั้น
ก้อนทองคำแตกออก ข้างในเต็มไปด้วยไข่งูสีขาวขุ่น!
"ทำบ้านตระกูลซูเป็นรังวางไข่จริงๆ ด้วย" ลู่เฟยรู้สึกขยะแขยง กวักมือเรียกสัตว์ทั้งสอง
"พวกนี้ของพวกแก"
ไก่กับแมวรีบวิ่งเข้ามา แย่งกันกินไข่งูจนเกลี้ยง
ลู่เฟยถอนหายใจโล่งอก ปาดเหงื่อบนหน้าผาก หันไปบอกซูลี่กั๋ว "ท่านประธานซูครับ เรียบร้อยแล้ว"
หัวใจของซูลี่กั๋วยังเต้นแรงไม่หยุด
การต่อสู้เมื่อครู่ แม้เขาจะไม่ได้ลงมือเอง แต่ก็รู้สึกระทึกขวัญสั่นประสาท
พอเหตุการณ์สงบลง ถึงรู้สึกว่าแผ่นหลังเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ
เขายังวางใจไม่ได้ "แล้วครอบครัวผม..."
"หลังจากวันนี้ไป อาการน่าจะดีขึ้นครับ ถ้าท่านประธานซูยังไม่วางใจ พรุ่งนี้ค่อยเอาของสิ่งนี้มาจำนำกับผมก็ได้ ผมจะเก็บรักษาไว้ให้ก่อน" ลู่เฟยยิ้ม
"ผมเชื่อใจเถ้าแก่ลู่น้อยแน่นอนครับ..."
ทันใดนั้น โทรศัพท์ของซูลี่กั๋วก็ดังขึ้นอีกครั้ง เป็นสายจากซูหมิงเซวียน
"พ่อครับ น้องเล็ก..."