- หน้าแรก
- โรงจำนำของอัปมงคล รับจำนำเฉพาะของต้องสาป
- บทที่ 25 เลือดบริสุทธิ์
บทที่ 25 เลือดบริสุทธิ์
บทที่ 25 เลือดบริสุทธิ์
บนฐานดอกบัว พระแม่นั่งขัดสมาธิอย่างสงบนิ่ง
ร่างห่มคลุมด้วยผ้าโปร่งบาง มือข้างหนึ่งจีบนิ้วถือดอกไม้ อีกข้างโอบอุ้มก้อนทองคำไว้แนบอก
บ่งบอกถึงความหมายแห่งการโอบอุ้มทรัพย์สินเงินทอง
แม้เทวรูปทั้งองค์จะแกะสลักจากหินสีเขียว แต่กลับดูมีชีวิตชีวาราวกับมีลมหายใจ
ทรวดทรงองค์เอวอ้อนแอ้น ใบหน้างดงามยั่วยวน
มุมปากแย้มยิ้ม ดวงตาหวานฉ่ำราวกับหยาดน้ำค้าง จ้องมองผู้คนด้วยสายตาเปี่ยมรักใคร่
เสน่ห์เย้ายวนใจ ชวนให้ผู้คนหลงใหลเคลิบเคลิ้ม
"พระแม่ช่างงดงามเหลือเกิน..."
ลู่เฟยรู้สึกเหม่อลอย จิตใจเริ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
"เห็นไหมล่ะ เทวรูปพระแม่ไม่มีปัญหาอะไรเลย" เสียงของปรมาจารย์หยางดังขึ้น "หน้าตาเปี่ยมเมตตา สง่างามสมเป็นผู้มีบุญบารมี"
"ใช่ สวยจริงๆ"
"สวยมาก..."
คนอื่นๆ ต่างพากันเออออห่อหมกด้วยความหลงใหล
โดยเฉพาะหลิวฟู่กุ้ย น้ำลายแทบจะย้อยลงมา
"ไม่ถูกสิ!" ลู่เฟยใจหายวาบ
เทวรูปพระพุทธรูปจะดูยั่วยวนขนาดนี้ได้ยังไง?
ท่ามกลางกลิ่นหอมตลบอบอวล ลู่เฟยรู้สึกมึนหัวตื้อๆ ถูกแรงดึงดูดจากพระแม่เข้าครอบงำอย่างไม่อาจต้านทาน
ดวงตาคู่นั้นของพระแม่ราวกับจะกระชากวิญญาณเขาออกจากร่าง
"มีปัญหาแน่!" ลู่เฟยกัดปลายลิ้นตัวเองอย่างแรง
รสเลือดคาวหวานคละคลุ้งในปาก ความเจ็บปวดกระตุ้นสติ ภาพตรงหน้าของลู่เฟยพลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ความงดงามของเทวรูปพระแม่หายวับไปกับตา
ใบหน้าแหลมตอบ ดวงตาเรียวรีชี้ขึ้น มุมปากมีเขี้ยวโง้งโผล่ออกมา
น่าเกลียดน่ากลัว ดูยังไงก็ปีศาจชัดๆ!
"วิชาสะกดจิต!"
ลูกไม้ตื้นๆ แบบนี้ไม่ได้แปลกใหม่อะไร วัตถุอัปมงคลหลายชิ้นมีความสามารถในการล่อลวงจิตใจคน
เพียงแต่วิชาสะกดจิตของพระแม่องค์นี้ร้ายกาจเป็นพิเศษ ถึงขนาดสะกดคนจำนวนมากพร้อมกันได้
ที่ลู่เฟยต้องกัดปลายลิ้น เพราะเลือดจากปลายลิ้นหรือที่เรียกว่า "เลือดบริสุทธิ์" เป็นจุดรวมพลังหยางของมนุษย์ มีฤทธิ์ขับไล่สิ่งชั่วร้ายและแก้ทางไสยเวท
ดวงตาของเขากลับมาแจ่มใส สมองปลอดโปร่ง
"ไอ้ปรมาจารย์หยางจอมปลอม สะกดพระแม่ไม่ได้สักนิด แค่เล่นละครตบตา!" เขาแค่นเสียง เตรียมจะปลุกคนอื่นให้ตื่น
แต่ทว่า ดวงตาหินของเจ้าสิ่งชั่วร้ายนั้นกลับกลอกไปมา เปลี่ยนเป็นสีเขียวเรืองแสงน่าสยดสยอง
"ไอ้คนนี้ลบหลู่พระแม่ ไม่เคารพพระแม่ สมควรตายหมื่นครั้ง!" ปรมาจารย์หยางตะโกนลั่น พุ่งเข้าใส่ลู่เฟยเป็นคนแรก
"ฆ่ามัน!"
ซูหมิงเซวียนตามมาเป็นคนที่สอง กัดฟันกรอดด้วยความเกลียดชัง
ตามด้วยหลิวฟู่กุ้ย และพ่อบ้านจาง
คนเหล่านี้ล้อมกรอบลู่เฟยไว้ สีหน้าบ้าคลั่ง ดวงตาขาวโพลนเหมือนมีฝ้าขาวปกคลุม
มีเพียงซูลี่กั๋วที่ยืนกุมขมับ ต่อสู้กับความรู้สึกภายในใจอย่างยากลำบากอยู่ข้างๆ
"ฆ่ามัน!"
"ฆ่ามันซะ!"
พวกเขาเงื้อหมัดใส่ลู่เฟย
"บังอาจ!"
ลู่เฟยไม่ถอยหนี ตวาดก้อง แล้วเงื้อมือตบหน้าปรมาจารย์หยางฉาดใหญ่
ฝ่ามือนี้ใส่แรงเต็มเหนี่ยว ตบจนปรมาจารย์หยางหน้าหัน ตัวแข็งทื่อ รอยนิ้วมือแดงเถือกปรากฏชัดบนใบหน้า
จากนั้น ลู่เฟยก็หันไปตบหน้าซูหมิงเซวียนอีกฉาด
ร่างกายของซูหมิงเซวียนอ่อนแออยู่แล้ว โดนตบทีเดียวถึงกับหมุนติ้วเหมือนลูกข่าง
เพียะ! เพียะ! เพียะ!
เสียงตบหน้าดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องพระ
ลู่เฟยกระหน่ำตบสองคนนี้ไปหลายทีจนเจ็บมือ ถึงได้หยุด แล้วพ่นเลือดจากปลายลิ้นใส่เทวรูปพระแม่
ทันใดนั้น ทุกคนก็สะดุ้งตื่นจากภวังค์ แววตากลับมาสดใส มองไปรอบๆ ด้วยความงุนงง
"โอ๊ย หน้าฉัน เจ็บจัง!"
"ใครตบฉันเนี่ย?"
ซูหมิงเซวียนกับปรมาจารย์หยางกุมแก้มบวมเป่ง พยายามนึกย้อนเหตุการณ์เมื่อครู่ พอจำได้ซูหมิงเซวียนก็โกรธจนควันออกหู
"แกกล้าดียังไงมาตบฉัน แกกินดีหมีหัวใจเสือมาหรือไง..."
"คุณชายซู เข้าใจผิดแล้วครับ ผมกำลังช่วยคุณต่างหาก" ลู่เฟยตอบเสียงเรียบ
"เหลวไหล!" ซูหมิงเซวียนเต้นเร่า "ลุงจาง ไปเรียกบอดี้การ์ดมา กระทืบมันให้ตาย..."
ลู่เฟยตวาดสวน "แหกตาดูกันให้ชัดๆ ว่าพระแม่หน้าตาเป็นยังไง!"
ทุกคนชะงัก หันกลับไปมองเทวรูปพระแม่อีกครั้ง แล้วก็ต้องหน้าถอดสี
"ทำไมกลายเป็นแบบนี้ไปได้?"
"พระแม่แสนสวยเมื่อกี้หายไปไหน?"
ลู่เฟยกล่าว "นี่ต่างหากคือโฉมหน้าแท้จริงของพระแม่! เมื่อกี้พวกคุณโดนมันสะกดจิตกันหมด"
"เป็นไปได้ยังไง?" ซูหมิงเซวียนยืนอึ้ง ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
หลิวฟู่กุ้ยได้สติเป็นคนแรก ร้องโวยวาย "งั้นก็แสดงว่า พระแม่ไม่ได้โดนสะกดไว้เลยน่ะสิ! ปรมาจารย์หยาง คุณหลอกท่านประธานซูเหรอ!"
สีหน้าของซูลี่กั๋วมืดครึ้มลง ราวกับสิงโตที่กำลังจะระเบิดโทสะ
ปรมาจารย์หยางหน้าซีดเผือด ตัวสั่นงันงก "ผมจะกล้าหลอกท่านประธานซูได้ยังไง! เมื่อกี้ผมสะกดพระแม่ไว้ได้จริงๆ นะครับ มัน... มันบอกยอมแพ้ผมเองกับปาก... คุณชายซูช่วยยืนยันได้..."
ก่อนหน้านี้ ตอนที่เขาแทงกระบี่เหรียญทองแดงออกไป จู่ๆ ก็มีลมเย็นพัดปะทะหน้า
ภาพตรงหน้ามืดดับไปชั่วขณะ รู้สึกเหมือนมีอะไรมารัดคอ เขาตกใจกลัวจนแทบสิ้นสติ พยายามแกว่งกระบี่ไปมามั่วซั่ว
ทันใดนั้น แรงรัดก็คลายออก
เขาได้สติกลับมาพร้อมกับเสียงกระซิบข้างหูว่าพระแม่ยอมแพ้แล้ว
ให้ตายเขาก็ไม่กล้าหลอกตระกูลซู เขาคิดว่าตัวเองสะกดพระแม่ได้จริงๆ
"คุณชายซู ช่วยพูดหน่อยสิครับ" เขามองซูหมิงเซวียนอย่างขอความช่วยเหลือ
ซูหมิงเซวียนเองก็สับสนไปหมด
ลู่เฟยพูดแทรก "โดนปีศาจปั่นหัวยังไม่รู้ตัวอีก! รู้ไหมว่าพวกคุณเกือบทำคนตระกูลซูตายกันหมด ถ้ายังขืนบูชามันต่อไป มันก็จะดูดพลังชีวิตจากอวัยวะภายในของคนไปเรื่อยๆ!"
"รอจนมันรวบรวมพลังครบห้าอวัยวะเมื่อไหร่ ต่อให้เทวดาหน้าไหนก็ช่วยตระกูลซูไม่ได้แล้ว!"
"อะ... อะไรนะ?" ปรมาจารย์หยางหน้าถอดสี ร่างกายโอนเอนจะล้มมิล้มแหล่
ซูลี่กั๋วรีบถาม "เถ้าแก่ลู่น้อย พลังชีวิตจากอวัยวะภายในห้าอย่าง หมายความว่ายังไง?"
"ท่านประธานซูครับ คนในบ้านคุณป่วยที่อวัยวะภายในกันหมดใช่ไหมครับ? หัวใจ ตับ ม้าม ปอด ขาดแค่ไตอีกอย่างเดียว ก็จะครบห้าอวัยวะแล้ว ถูกไหมครับ?" ลู่เฟยถามอย่างใจเย็น
ซูลี่กั๋วพยักหน้าแรงๆ
"ตั้งแต่โบราณมา มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับภูตผีปีศาจที่ปลอมตัวเป็นเทพเจ้ามาหลอกลวงผู้คนนับไม่ถ้วน บ้างก็เพื่อหลอกกินเครื่องเซ่นไหว้ช่วยในการบำเพ็ญเพียร บ้างก็เพื่อดูดกลืนพลังชีวิตของมนุษย์"
"ทุกๆ เจ็ดวัน ปีศาจจะดูดพลังชีวิตจากอวัยวะภายในของคนได้หนึ่งครั้ง เมื่อรวบรวมครบห้าอวัยวะ มันจะสามารถแปลงร่างเป็นมนุษย์ได้ ถึงตอนนั้น มันจะสวมรอยเป็นคนตระกูลซู ยึดครองทุกอย่าง และคนตระกูลซูทั้งหมดก็จะกลายเป็นอาหารของมัน"
สิ้นคำพูดของลู่เฟย ห้องพระตกอยู่ในความเงียบสงัด
แค่รูปปั้นปีศาจเล็กๆ องค์เดียว ถึงกับจะกลืนกินคนทั้งตระกูล!
หลิวฟู่กุ้ยไม่ใช่คนตระกูลซู ยังรู้สึกขนลุกซู่ หนาวสะท้านไปทั้งตัว
เขาลูบแขนตัวเอง รีบถอยห่างจากพระแม่ไปยืนข้างลู่เฟย
เทวรูปพระแม่บนโต๊ะบูชา ดูเหมือนจะยิ่งน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ ในสายตาของทุกคน ราวกับพร้อมจะเขมือบคนได้ทุกเมื่อ
ซูลี่กั๋วสูดหายใจลึก พยายามคุมสติ "เถ้าแก่ลู่น้อย ตกลงมันคือปีศาจอะไรกันแน่? แล้วจะรับมือยังไง?"
"ขอโทษครับท่านประธานซู ผมไม่ทราบ ตอนนี้ผมดูออกแค่นี้ครับ" ลู่เฟยถามต่อ "คนล่าสุดที่ป่วย ผ่านมาแล้วกี่วันครับ?"
สองพ่อลูกตระกูลซูมองหน้ากัน สีหน้าย่ำแย่สุดขีด
"เจ็ดวัน วันนี้เป็นวันที่เจ็ดพอดี!" ซูลี่กั๋วเสียงแห้งผาก
ลู่เฟยตกใจ "อะไรนะ วันนี้วันสุดท้ายแล้วเหรอ? งานเข้าแล้วสิ ถ้ายังหาวิธีไม่ได้..."
ตระกูลซูทั้งตระกูลอาจถึงคราววิบัติ!
เหงื่อเย็นผุดเต็มหน้าผากซูลี่กั๋ว กัดฟันถาม "ถ้าวันนี้ไม่มีการเจรจาธุรกิจ จะยื้อเวลาได้ไหม?"
"ลองดูก็ได้ครับ"
ซูลี่กั๋วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทันที สั่งการให้พนักงานทุกคนในบริษัทหยุดงานสามวัน ใครกล้าปิดดีลธุรกิจในช่วงสามวันนี้ เขาจะทำให้ไม่มีที่ยืนในเมืองเจียงตูอีก
"เถ้าแก่ลู่น้อย ภายในสามวันนี้ คุณจะจัดการปีศาจตนนี้ได้ไหม?"
ลู่เฟยทำหน้าจริงจัง "ท่านประธานซูครับ กฎของโรงรับจำนำอักษรเสียท่านน่าจะรู้ดี ถ้าจะให้ผมจัดการวัตถุอัปมงคล ท่านต้องจำนำมันไว้กับผม"