เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 59: ของฝากราคาเป็นแสน

บทที่ 59: ของฝากราคาเป็นแสน

บทที่ 59: ของฝากราคาเป็นแสน


ระหว่างที่กำลังกินข้าวกันอยู่นั้น ภายนอกก็เริ่มมีเสียงจอแจดังขึ้น

โจวไคเทียนรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งออกไปดู

ไม่นานนัก โจวไคเทียนก็กลับเข้ามา ในมือยังถือของบางอย่างไว้ด้วย

"บอสครับ คุณเสิ่นอยากขอเข้าพบ"

โจวไคเทียนกลัวเฉียนจื้อหยงไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร เขาจึงเสริมว่า "เขาคือคนนั้นที่บอกจะลงทุนให้ 300 ล้านน่ะครับ"

เมื่อได้ยินว่าเป็นคนที่จะให้เงิน 300 ล้าน ที่เกือบทำให้เขากำไรจนหมดตัวเฉียนจื้อหยงก็โมโหทันที

"ไม่พบ!"

"ไล่ไอ้หมอนั่นไปให้ไกลที่สุด"

"ผมไม่ต้องการเงินของเขา"

ตอนนี้ ใครคิดจะเอาเงินมาลงทุนให้เขา ก็เหมือนมีความแค้นไม่เผาผีกับเขามาตั้งแต่ชาติปางก่อน

"ว่าแต่นั่นในมือคุณคืออะไร?" เฉียนจื้อหยงถาม

"ไวน์ครับ" โจวไคเทียนตอบ

จูต้าเฉียงเหลือบมองไวน์แล้วพูดว่า  "ไวน์สองขวดนี้… ราคาเป็นแสนเลยนะครับ"

อะไรนะ?

เป็นแสน!!

เฉียนจื้อหยงโยนตะเกียบทิ้ง "เร็วเข้า! ไปเชิญเขาเข้ามาเลย!"

เขาทั้งวิ่งทั้งกระโดดไปที่ประตู เปิดมันออกอย่างรวดเร็ว ก็พบกับชายหัวล้านคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ตรงหน้า

"เข้ามาได้เลยครับ" เฉียนจื้อหยงพุ่งเข้าไปกอดอีกฝ่ายไว้แน่น

ชายคนนั้นอวบอ้วนพอสมควร เฉียนจื้อหยงจึงพูดด้วยความห่วงใย "คุณต้องดูแลสุขภาพดีๆ นะครับ"

สายตาที่เขามองไปยังคุณเสิ่น เต็มไปด้วยความสนิทสนมและอ่อนโยน

"ฮ่าฮ่าฮ่า..." คุณเสิ่นหัวเราะพลางปรบมือให้เฉียนจื้อหยง

"ผมล่ะชอบหนุ่มๆ ที่เปิดเผยแบบคุณจริงๆ"

เฉียนจื้อหยงเชิญคุณเสิ่นเข้ามาข้างในด้วยตัวเอง พร้อมกับดึงเก้าอี้ให้เขานั่งอย่างสุภาพ

ตอนที่โจวไคเทียนจะรินไวน์ให้คุณเสิ่น เฉียนจื้อหยงก็แย่งขวดไวน์มาทันที

"ผมจัดการเอง!"

เขารินไวน์ให้เต็มแก้ว ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงสนิทสนม "ตอนที่ผมเห็นหน้าคุณครั้งแรก ก็รู้สึกเหมือนเป็นญาติที่พลัดพรากกันมานาน"

"มันเป็นความผูกพันแบบอธิบายไม่ได้"

"คุณต้องมาหาผมบ่อยๆ นะครับ"

"ถ้าพอจะมีของฝากติดมือมาด้วย มันก็จะดีมากๆ"

"แต่จริงๆ แล้ว ไม่ใช่เพราะของฝากหรอก ผมแค่อยากใกล้ชิดกับคุณเท่านั้น"

เฉียนจื้อหยงพูดด้วยความจริงใจเต็มใบหน้า ราวกับอยากควักหัวใจออกมาให้ดูตรงนั้นเลย

เขายกแก้วขึ้นมา

"แก้วนี้ผมขอดื่มให้คุณ เชิญตามสบายเลยครับ"

ขณะที่เฉียนจื้อหยงกำลังจะซัดไวน์หมดแก้ว คุณเสิ่นก็พูดขึ้นว่า "ลูกสาวของผมเพิ่งอายุแค่สามขวบนะ"

สามขวบ?

เฉียนจื้อหยงที่สติไวกว่าใคร เปลี่ยนท่าทีในทันที  "เอ่อ… ไม่ใช่แบบนั้นครับ"

"การที่เราได้เจอกันท่ามกลางผู้คนนับล้าน นี่คือพรหมลิขิต ราวกับว่าเราเคยเป็นพี่น้องกันเมื่อชาติก่อน"

"แก้วนี้ ผมขอดื่มให้คุณ"

"หมดแก้ว!"

แม้จะไม่ถนัดเรื่องดื่ม แต่เฉียนจื้อหยงก็ซัดไวน์ลงไปทั้งแก้วอย่างไม่ลังเล

เขาวางแก้วลง แล้วแอบใช้เท้าเขี่ยขวดไวน์สองขวดบนพื้นไปทางจูต้าเฉียง

จูต้าเฉียงเข้าใจทันที ส่งสายตารับรู้กลับไป พร้อมกับรีบเก็บไวน์ซ่อนไว้อย่างระมัดระวัง

หลังจากนั้นไม่นาน เฉียนจื้อหยงก็ดื่มจนเมามายหมดสภาพ

เช้าวันถัดมา

เมื่อเฉียนจื้อหยงรู้ว่าเมื่อวานอาหารทั้งหมดที่ร้านเป็นคุณเสิ่นเป็นคนจ่าย ความรู้สึกซาบซึ้งในใจเขายิ่งท่วมท้น

หลังจากเดินออกจากห้องพัก โจวไคเทียนก็เดินเข้ามา "บอสครับ คุณอี้มาแล้วครับ"

"หืม?" เฉียนจื้อหยงยังรู้สึกมึนหัว ไม่อยากเจอใครเท่าไหร่

เมื่อวานเขาดื่มหนักเกินไปจริงๆ เขาจะไม่แตะเหล้าอีกแล้ว!

"บอสครับ คุณอี้ก็นำไวน์มาด้วยสองขวด… เหมือนกับที่คุณเสิ่นเอามาเป๊ะเลยครับ" โจวไคเทียนอธิบาย

"งั้นจะรออะไรอยู่ล่ะ?" เฉียนจื้อหยงลุกขึ้นอย่างกระปรี้กระเปร่า

แล้วก็เป็นอย่างนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า…

เฉียนจื้อหยงอยู่ในเมืองเซินเฉิงอีกหลายวัน

พี่ชายทั้งหลายที่เมืองเซินเฉิงนั้นใจดีเหลือเกิน วันๆ คอยเอาไวน์มาให้เขาไม่ขาดสาย

แค่ไม่กี่วัน บัญชีส่วนตัวของเขาก็มีเงินเข้าแล้วถึง 500,000

และพี่ชายทั้งหลายยังเลี้ยงข้าวเขาทุกวัน ร้านอาหารที่ไปก็เป็นร้านสุดหรูทั้งนั้น

เฉียนจื้อหยงจำอะไรแทบไม่ได้เลย รู้แค่ว่าซีฟู้ดที่กินตัวใหญ่มาก สด และรสชาติดีมาก

เขาเพิ่งได้รู้ว่าบนโลกนี้ยังมีของอร่อยที่อร่อยกว่าเนื้อ

เขาตัดสินใจแล้ว เมื่อได้เงินจากระบบ 100 ล้าน เขาจะเลี้ยงตอบแทนพี่ชายทั้งหลายทันที

ฝั่งซูเปอร์มาร์เก็ตหยงเหนียน ผู้จัดการซุนกับผู้จัดการหลี่รีบวิ่งหน้าตั้งเข้าห้องทำงานของเจ้านาย

"ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!"

เมื่อได้ยินคำว่า "เกิดเรื่องใหญ่แล้ว" ที่ได้ยินจนชินหู ยามานากะ มัตสึก็รู้สึกเจ็บจี๊ดที่หัวใจทันที

มันเกิดขึ้นบ่อยเกินไปแล้ว!

ทุกครั้งที่ได้ยินว่า "เรื่องใหญ่" กระเป๋าเงินของเขาก็หายไปทีละหลายสิบล้าน

คราวนี้จะเรื่องอะไรอีกล่ะ?

ผู้จัดการซุนพูดว่า  "โจวไคเทียนไปเมืองเซินเฉิง แล้วกำลังจะระดมทุนให้ร้านหม้อไฟเหอหลี่เหลา"

"โจวไคเทียนคือใคร?" ยามานากะ มัตสึถาม

ชื่อมันคุ้นๆ เหมือนเคยได้ยิน แต่นึกไม่ออกว่าเคยได้ยินที่ไหน

ผู้จัดการหลี่ที่อยู่ข้างๆ รีบอธิบาย "เขาก็คือไอ้หมอนั่นที่เฉียนจื้อหยงจ้างมาจากเมืองเซินเฉิง"

"คนที่ไปพูดปลุกใจในซูเปอร์มาร์เก็ตจนทำให้พนักงานกระตือรือร้นนั่นแหละครับ"

"จนเราหลงเชื่อว่ามันได้ผลดีจริง แล้วเราก็ไปจ้างวิทยากรฝีปากทองมาคนนึงเหมือนกัน"

"สุดท้ายกลายเป็นว่าพนักงานโดนล้างสมองจนเกือบเสียสติ"

ยามานากะ มัตสึก็นึกออกทันที

ไอ้เวรนั่นนี่เอง!

แค่นึกถึง ภาพเงินหลายสิบล้านที่เสียไปเพราะไอ้เวรนั่นก็ลอยขึ้นมา

จู่ๆ หัวใจก็เจ็บจี๊ดขึ้นมาอีกแล้ว

"ยา! ยา!!" ยามานากะ มัตสึเอามือกุมหน้าอกก่อนจะล้มลงไปกับพื้น

ผู้จัดการสองรีบพุ่งเข้ามา ค้นหายาจากตัวเจ้านาย แล้วรีบป้อนยาให้ทันที

"แฮ่ก แฮ่ก…" ยามานากะ มัตสึหายใจหอบแรง

ร่างกายเขาเคยแข็งแรงมาก แต่ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ รับผิดชอบซูเปอร์มาร์เก็ตบ้าบอนี่ เขาก็นอนไม่หลับเลยสักคืน

หลายเดือนมานี้ กลางคืนไม่ได้นอน กลางวันก็นอนไม่ได้

ยิ่งกว่านั้น ยังถูกสูบเงินออกจากกระเป๋าอยู่เป็นระยะๆ

เขารู้สึกราวกับว่าพลังชีวิตและวิญญาณของตัวเองกำลังถูกสูบออกไปพร้อมกับเงิน

แม้แต่บางคืนจะหลับได้ในที่สุด ก็ยังต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะฝันร้าย

เงินก็ไม่ได้หาได้สักหยวน สิ่งที่หาได้กลับเป็นโรคหัวใจ

ในตอนนั้นเอง ยามานากะ อาริกิก็ได้รับข่าว รีบผลักประตูเข้ามาทันที

เมื่อเห็นว่ายามานากะ มัตสึกำลังหายใจหอบแรง ก็รีบเข้าไปถามด้วยความเป็นห่วง "น้องชาย เป็นอะไรรึเปล่า?"

ยามานากะ มัตสึกลับสะบัดมือของพี่ชายออกด้วยความโมโห

"ไปให้พ้น!"

"ทั้งหมดเป็นเพราะนาย"

"ถ้าไม่ใช่เพราะฉันมารับช่วงต่อซูเปอร์มาร์เก็ตเน่าๆ ของนาย ฉันก็คงไม่ต้องขาดทุนขนาดนี้"

"แล้วฉันก็คงไม่ต้องป่วยเป็นโรคหัวใจแบบนี้"

พอคิดถึงเรื่องร้ายๆ ที่เจอมาตลอดหลายเดือน ยามานากะ มัตสึก็ควบคุมอารมณ์ไม่ไหวอีกต่อไป

เดี๋ยวก็โวยวายด่าพี่ชาย เดี๋ยวก็ร้องไห้ออกมาเหมือนเด็ก

เมื่อเห็นน้องชายสติแตก ยามานากะ อาริกิก็รีบโผเข้ากอดแล้วปลอบ

"ไม่เป็นไรน้องชาย เรามีเงินมากกว่าเฉียนจื้อหยง"

"หากเขาคิดจะมาสู้กับเราด้วยเงิน ก็ไม่มีทางชนะได้หรอก"

"พวกเราเป็นพี่น้องที่ใจเดียวกัน จะไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้"

เมื่อได้ยินคำพูดของพี่ชาย ยามานากะ มัตสึก็ค่อยๆ สงบลง

ยามานากะ อาริกิถอนหายใจ

น้องชายของเขาเป็นคนที่เก่งมาก ตั้งแต่อายุน้อยก็สะสมทรัพย์สินได้หลายพันล้าน

แต่เพราะว่าเก่งเกินไปนั่นแหละ เจึงไม่เคยลิ้มรส "ความล้มเหลว" เลยแม้แต่นิดเดียว

พอเจอกับอุปสรรคขึ้นมาจริงๆ ก็เลยรับไม่ไหวจนสติหลุด

แต่เขาเชื่อว่าน้องชายจะต้องฟื้นตัวกลับมาได้แน่นอน

ยามานากะ มัตสึกลับมายิ้มได้อีกครั้ง "ยังจำตอนที่นายเพิ่งมาที่นี่ได้ไหม?"

"ตอนนั้นนายบอกว่า เฉียนจื้อหยงมันก็แค่ไอ้หนุ่มกระจอกคนหนึ่ง"

"นายแค่ลงมือเล็กน้อย มันก็ต้องคุกเข่าขอร้องต่อหน้าเรา!"

จบบทที่ บทที่ 59: ของฝากราคาเป็นแสน

คัดลอกลิงก์แล้ว