- หน้าแรก
- เทพฮีลสายป่วน
- บทที่ 770 ป่าใต้ทะเล
บทที่ 770 ป่าใต้ทะเล
บทที่ 770 ป่าใต้ทะเล
โซเฟียควบคุมร่างกายของเจียงเสี่ยว พลางถอยออกจากห้องนี้อย่างระมัดระวัง เธอยังคิดไม่ออกชั่วขณะว่าจะนำหนังสือเล่มนั้นออกไปโดยรักษาสภาพให้สมบูรณ์ได้อย่างไร
ณ ปากประตู คนทั้งสองสบตากัน ลังเลอยู่ครู่ใหญ่ โซเฟียจึงเอ่ยเสียงเบาว่า “ไปดูที่อื่นก่อนเถอะ”
เจียงเสี่ยวพยักหน้า ทว่าเขาได้เห็นที่นี่จากแผนที่ภูมิประเทศที่วาฬยักษ์สแกนไว้เนิ่นนานแล้ว นอกจากอาคารหลังนี้แล้ว ก็ไม่น่าจะมีสิ่งใดอีก
ยี่สิบนาทีต่อมา...
“โซเฟีย! เจียงเสี่ยวผี!” เสียงตะโกนของเจ้าชายบีโน่ดังแว่วมาจากเบื้องล่าง
ภายในปราสาท จูเลียตกำลังแหวกว่ายอยู่ในโถงทางเดินชั้นสอง มือถือตะเกียงวิญญาณทะเล จ้องมองภาพวาดสีน้ำมันที่สีซีดจางและเลือนราง พลางค้นหาร่องรอยของภาพคนในนั้น เมื่อได้ยินเสียงของเจ้าชายบีโน่ เธอก็รีบแหวกว่ายออกมาเหมือนกัน
ทั้งสี่คนมารวมตัวกันที่รูปปั้นใจกลางปราสาท เจ้าชายบีโน่ใช้สามง่ามเคาะเบาๆ ที่พื้นใต้เท้ารูปปั้นแล้วกล่าวว่า “ข้างในกลวง”
“หืม?” โซเฟียเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
บีโน่เอ่ย “ปราสาทนี้ตั้งตระหง่านอยู่บนหน้าผา อุโมงค์นี้อาจจะทอดลึกลงไปในภูเขาเบื้องล่าง ข้างในอาจจะมีสมบัติล้ำค่าก็ได้นะ!”
เจียงเสี่ยวขมวดคิ้วเล็กน้อย ทำไมวาฬยักษ์จึงสแกนไม่พบ? เป็นเพราะมันถูกปิดผนึกไว้หรือ? วาฬยักษ์สามารถสแกนได้เพียงสิ่งที่อยู่บนพื้นผิวเท่านั้นหรือ?
โซเฟียพยักหน้า “ตามหากลไกดู”
บีโน่กล่าว “จะหากลไกอะไรกันเล่า ระเบิดเข้าไปก็สิ้นเรื่องแล้ว”
โซเฟียเอ่ย “ผลผลิตจากอารยธรรมแบบนี้ พวกเราควรจะระมัดระวังให้มากหน่อย อย่างไรเสีย นี่ก็เป็นอุโมงค์ลับ”
เจ้าชายบีโน่เกาศีรษะ หันไปมองเจียงเสี่ยวแล้วกล่าวว่า “นายวาร์ปเข้าไป แล้วเปิดประตูจากข้างใน จะต้องง่ายกว่าการหากลไกจากข้างนอกเป็นแน่”
พลางพูด เจ้าชายบีโน่ก็พลางเงยหน้ามองไปรอบๆ อดไม่ได้ที่จะเบ้ปาก ด้วยท่าทางจนปัญญา
เจียงเสี่ยว: “...”
นี่นายคิดจะโยนฉันไปตายดาบหน้าเลยสินะ?
เจียงเสี่ยวค่อยๆ ดำดิ่งลงไป พลางชี้ไปยังพื้นเบื้องล่าง
เจ้าชายบีโน่ยืนอยู่ใต้เท้ารูปปั้นขนาดใหญ่ ร่างกายแนบชิดกับชายเสื้อคลุม ใช้สามง่ามเคาะพื้นแล้วกล่าวว่า “ใช่แล้ว อยู่ใต้รูปปั้นนี้พอดี”
พลางพูด เจ้าชายบีโน่ก็พลางใช้สามง่ามเคาะไปทั่วแล้วกล่าวว่า “ข้างในกลวงทั้งหมด พวกเขารูปร่างใหญ่โต อุโมงค์ก็ใหญ่โตเหมือนกัน นายไม่ต้องกลัวว่าจะวาร์ปเข้าไปในก้อนหินหรอก กว้างขวางมาก”
เจียงเสี่ยวยักไหล่ ก็ได้
รับเงินเขามา ก็ต้องช่วยเขาขจัดภัย ทุกอย่างล้วนพูดคุยกันได้
เจียงเสี่ยวถือตะเกียงวิญญาณทะเล ร่างกายพลันวูบไหว วาร์ปเข้าไปในอุโมงค์ใต้ดินโดยตรง
“อาโอ~” เจียงเสี่ยวกะพริบตา พ่นฟองอากาศขนาดใหญ่ออกมา เขาเห็นบันไดที่ทอดลึกลงไป กว้างขวางมาก และขั้นบันไดก็กว้างใหญ่เหมือนกัน
บันไดนี้ไม่รู้ว่าจะทอดไปสู่ที่ไหรรรรรรรรน อย่างน้อยในตอนนี้แสงจากตะเกียงวิญญาณทะเลก็ยังส่องไปไม่ถึง
เจียงเสี่ยวหันมองซ้ายขวา ก็พบว่าบนผนังมีก้อนหินที่นูนออกมาจริงๆ
อืม...
เจียงเสี่ยวลอยเข้าไป มองดูก้อนหินทรงกลมขนาดใหญ่เจ็ดก้อนบนผนังเบื้องหน้า ซึ่งเรียงตัวกันเป็นวงกลม
นี่มันมีวิธีการใช้งานอย่างไรกัน?
เจียงเสี่ยวเหยียดมือออกไป เคาะๆ ตีๆ บนก้อนหิน ดูเหมือนจะไม่มีปฏิกิริยาใดๆ?
เอ๊ะ?
ผนังนี้สามารถกดเข้าไปได้หรือ? มีรอยแยกเป็นวงกลมอย่างเห็นได้ชัดนี่นา?
ฝ่ามือของเจียงเสี่ยวกดลงไปตรงกลางวงกลมก้อนหิน ในฝ่ามือปกคลุมไปด้วยแสงสีคราม พลางผลักไปข้างหน้าเบาๆ
วงกลมก้อนหินขนาดใหญ่ถูกกดเข้าไปจริงๆ
แกร๊ก!
เสียงทึบดังขึ้นครั้งหนึ่ง เจียงเสี่ยวเงยหน้าขึ้นมอง แต่กลับเห็นฐานของรูปปั้นชายหนุ่มผู้ถือหนังสือขนาดใหญ่ ค่อยๆ เคลื่อนตัวออก
สีหน้าของเจียงเสี่ยวพลันเปี่ยมไปด้วยความยินดี สองสามวินาทีต่อมา เจ้าชายบีโน่ก็พุ่งเข้ามาแล้ว พลางลูบศีรษะของเจียงเสี่ยวอย่างชื่นชม
เจียงเสี่ยวเอนศีรษะไปข้างหลังด้วยสีหน้ารังเกียจ การเอนศีรษะครั้งนี้หาได้เป็นเรื่องเล็กน้อยไม่ เสื้อคลุมบนร่างสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวของเจียงเสี่ยว มันพลันสะบัดชายเสื้อขึ้น ตบเจ้าชายบีโน่กระเด็นออกไป
เจียงเสี่ยว: “...”
โซเฟียและจูเลียตเพิ่งจะแหวกว่ายเข้ามา ก็มีเงาร่างหนึ่งพุ่งผ่านข้างกายไป พร้อมกับกระแสน้ำที่ปั่นป่วน
ฟิ้ว~
จูเลียตทำหน้างุนงง อะไรพุ่งผ่านฉันไปเมื่อครู่?
สองสามวินาทีต่อมา เจ้าชายบีโน่ก็แหวกว่ายกลับมาด้วยสีหน้าขุ่นเคือง แต่กลับไม่กล้าเข้าใกล้เจียงเสี่ยวอีก
เจียงเสี่ยวยกไหล่ขึ้น เอียงศีรษะ ใช้แก้มถูไถกับเสื้อคลุม เป็นการให้กำลังใจ
แกช่างยอดเยี่ยมจริงๆ!
“ไปกันเถอะ” โซเฟียเอ่ยขึ้น
“หึ” เจ้าชายบีโน่มองเสื้อคลุมของเจียงเสี่ยวอย่างไม่พอใจ แต่ก็ยังคงเป็นผู้นำ ดำดิ่งลงไปอย่างรวดเร็ว
การเดินทางครั้งนี้ กลับเหนือความคาดหมายของทุกคน
ปราสาทหลังนี้สร้างขึ้นบนหน้าผาใต้ทะเล ตามความคิดของทีมสี่คน อุโมงค์นี้ควรจะทอดลึกลงไปในภูเขา มีห้องหินพิเศษ หรือห้องเก็บสมบัติอะไรทำนองนั้น
แต่ทว่า ตามความเร็วและเวลาที่ทุกคนดำดิ่งลงไป เกรงว่าพวกเขาคงจะทะลุผ่านภูเขาทั้งลูก และเข้าสู่ใต้พิภพไปแล้ว!
“ทางออก!” เจ้าชายบีโน่พลันเอ่ยขึ้น ร่างกายพุ่งทะยานออกไปอย่างแรง
เจียงเสี่ยวและคนอื่นๆ ตามมาติดๆ แต่กลับต้องตกตะลึงกับภาพเบื้องหน้า
ลานกว้างที่ปรากฏขึ้นนั้นเหนือความคาดหมายของทุกคน ที่นี่ไม่ใช่ห้องลับ แต่เป็นป่า!
เมื่อมองไปรอบๆ ก็เห็นผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ ในสภาพแวดล้อมที่มืดมิดแบบนี้ โดยปกติแล้วทุกคนย่อมมองไม่เห็นสภาพแวดล้อมที่อยู่ไกลออกไป แต่ทว่า ภายในป่าแห่งนี้ กลับมีจุดแสงดาวลอยฟุ้งอยู่ทุกหนแห่ง
ราวกับว่าที่นี่ไม่ใช่ใต้ทะเล แต่เป็นป่าบนบกจริงๆ มีหิ่งห้อยที่งดงามบินว่อนอยู่ทุกหนแห่ง
นั่นคือสัตว์ดาราชนิดหนึ่งหรือ?
เจ้าชายบีโน่เอ่ยขึ้นว่า “ไม่พบสิ่งมีชีวิต”
เจียงเสี่ยวกลับตกตะลึง พลางชี้ไปยังแสงระยิบระยับที่ลอยอยู่เต็มฟ้า ในปากพ่นฟองอากาศออกมาเป็นสาย
เจ้าชายบีโน่เข้าใจความหมายของเจียงเสี่ยว พลางส่ายไหล่แล้วกล่าวว่า “น่าจะเป็นแสงระยิบระยับที่ป่าแห่งนี้ปลดปล่อยออกมา?”
เจียงเสี่ยวเบ้ปาก ยังจะเรียกว่าป่าอีกหรือ?
ไม้พวกนี้ เกรงว่าจะแตกสลายเพียงแค่สัมผัส แล้วยังจะสามารถปลดปล่อยแสงสว่างออกมาได้อีกหรือ?
คนทั้งกลุ่มแหวกว่ายไปข้างหน้า ใต้สมุทรแห่งนี้มีโลกอีกใบซ่อนอยู่ ต้นไม้ในป่าก็ไม่สูงนัก ส่วนใหญ่สูงราวๆ ยี่สิบกว่าเมตร และก็ไม่อุดมสมบูรณ์นัก
“ระวังหน่อย หากสัมผัสโดน ต้นไม้เหล่านี้จะแตกสลาย พวกเราพยายามอย่าทำลายสภาพแวดล้อมของที่นี่ รอให้กลับไปรายงานแล้ว ให้ผู้เชี่ยวชาญมาสำรวจที่นี่อีกครั้ง” ขณะที่ทุกคนค่อยๆ เข้าใกล้ป่าแห่งนี้ เจ้าหญิงโซเฟียก็เอ่ยกำชับขึ้น
“อืม” เจ้าชายบีโน่เอ่ยรับคำอย่างไม่ใส่ใจ พลางหลบหลีกต้นไม้อย่างระมัดระวัง และสำรวจต้นไม้สูงตระหง่านที่เต็มไปด้วยใบไม้เหล่านี้ “มันจะแตกสลายเพียงแค่สัมผัสจริงๆ หรือ? ฉันว่าพวกมันเติบโตได้ดีมาก ดูสิใบไม้ยังคงเขียวขจีอยู่เลย”
สิ้นเสียงพูด เจียงเสี่ยวและโซเฟียที่เพิ่งจะก้าวเข้าสู่ชายป่า ร่างกายก็พลันหยุดชะงัก
ทั้งสองสบตากัน โซเฟียพลันตะโกนเสียงดังขึ้นว่า “กลับมา! รีบกลับมาเร็ว!”
“หืม?” เจ้าชายบีโน่ใจหายวาบ ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น รีบถอยหลังกลับอย่างรวดเร็ว
ในขณะที่เขาพยายามจะถอยออกมา ต้นไม้เหล่านี้ก็พลันเปลี่ยนรูปร่าง ลำต้นของมันราวกับสามารถยืดออกได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด พุ่งเข้าหาเจ้าชายบีโน่อย่างรวดเร็ว!
ในขณะเดียวกัน ป่าใต้ทะเลทั้งผืนก็ “มีชีวิต” ขึ้นมา พลันเติบโตอย่างบ้าคลั่ง ราวกับเถาวัลย์ขนาดใหญ่นับไม่ถ้วน พุ่งเข้าหาทุกคน
“เฮ้!” ร่างของเจ้าชายบีโน่ว่องไวดุจปลา แหวกว่ายหลบหลีกไปมาในน้ำ หลบหลีกการโจมตีของท่อนไม้ขนาดใหญ่ได้อย่างหวุดหวิดหลายครั้ง ในขณะที่เขากำลังยิ้มเยาะอย่างเย็นชาและรับมือได้อย่างสบายๆ เถาวัลย์เส้นเล็กๆ เส้นหนึ่งก็พลันพุ่งออกมาจากใต้ดิน พันเข้าที่ข้อเท้าของเขา!
“บัดซบ!” เจ้าชายบีโน่สีหน้าตกใจ สบถออกมาคำหนึ่ง สามง่ามในมือรีบแทงไปยังเถาวัลย์ที่อยู่ใต้เท้า
ในชั่วพริบตาที่ร่างกายของเขาถูกฉุดรั้งไว้ ท่อนไม้ขนาดใหญ่ราวกับงูยักษ์หลายตัว มีความยืดหยุ่นอย่างมาก พันธนาการเจ้าชายบีโน่ไว้ในทันที และยังคงรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ
“อ๊า!!!” เจ้าชายบีโน่พลันร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ในปากพ่นฟองอากาศออกมาเป็นจำนวนมาก ร่างกายถูกรัดแน่น บิดเบี้ยวจนดูไม่ได้ สามง่ามในมือค่อยๆ ร่วงหล่นลง
จูเลียตรีบเหยียดมือทั้งสองข้างออกไป ในชั่วพริบตา ความเจ็บปวดบนร่างของเจ้าชายบีโน่ก็บรรเทาลงเล็กน้อย
เจียงเสี่ยววาร์ปไปอยู่ข้างกายเจ้าชายบีโน่ในทันที คว้าสามง่ามขึ้นมา แล้วแทงไปยังท่อนไม้ที่หนาและยืดหยุ่นนั้น!
ครั้งนี้ เป็นการแทงที่มาพร้อมกับแสงสีครามคุณภาพทองคำ
เจ้าชายบีโน่ที่ถูกเถาวัลย์พันธนาการไว้ ถูกกระแทกจมลงไปในพื้นดินโดยตรง
และเถาวัลย์นั้นราวกับรู้สึกเจ็บปวด ก็รีบหดกลับไปอย่างรวดเร็ว
เจียงเสี่ยวและเจ้าชายบีโน่ยังไม่ทันได้ขยับ ก็รู้สึกได้ถึงกระแสน้ำเชี่ยวกรากพัดเข้ามา ทั้งสองคนถูกพัดกลับไปอยู่ข้างกายโซเฟียอย่างรวดเร็ว
“โอ้สวรรค์ โอ้สวรรค์...” เจ้าชายบีโน่เจ็บจนตัวสั่น มือข้างหนึ่งกดลงบนไหล่ของตนเอง แล้วดึงขึ้นอย่างแรง
ต่อกระดูกด้วยตัวเองหรือ?
เจียงเสี่ยวรีบเหวี่ยงระฆังออกมาสายหนึ่ง พลางเคลื่อนที่ไปมาระหว่างคนทั้งสอง
เมื่อมองไปยังที่ไกลๆ ป่าใต้ทะเลที่เคยเงียบสงบ ในตอนนี้กลับเดือดพล่าน ต้นไม้ขนาดใหญ่และสูงตรง ราวกับงูยักษ์หลายตัว กำลังแกว่งไกวไปมาในน้ำทะเล ราวกับกำลังข่มขู่ทีมสี่คน!
ไม่มีสิ่งมีชีวิต งั้นหรือ?
หากเจียงเสี่ยวสามารถพูดได้ ประโยคนี้คงจะถูกโยนใส่หน้าเจ้าชายบีโน่ไปแล้ว
“พวกมันกำลังปกป้องอะไรอยู่?” โซเฟียพึมพำกับตนเองเบาๆ
เจ้าชายบีโน่ที่อยู่ข้างๆ ทำหน้าขุ่นเคือง นี่นายเป็นพี่สาวฉันจริงๆ หรือ? ไม่สนใจฉันเลยสักนิดหรือ?
จูเลียตพลันตบไหล่ของโซเฟีย พลางชี้ไปที่ปลายจมูกของตนเอง
“หืม?” ดวงตาของโซเฟียสว่างวาบขึ้น ราวกับเข้าใจความหมายของจูเลียตแล้ว จึงกล่าวว่า “ลองดูสิ”
จูเลียตพยักหน้า ร่างกายหลบอยู่หลังคนทั้งสาม ค่อยๆ เหยียดมือทั้งสองข้างออกไป
แคร่ก แคร่ก...
แผ่นดินกำลังปริแยก ฝุ่นดินกำลังฟุ้งกระจาย!
จูเลียตไม่ได้เป็นผู้ปลุกพลังสายดินหรือสายโคลน แต่ทว่าเธอกลับเชี่ยวชาญด้านพืชพรรณโดยเฉพาะ
เะอไม่ได้กำลังฉีกกระชากแผ่นดิน แต่กำลังถอนต้นไม้ขึ้นมาทั้งรากทั้งโคนอย่างแรง!
ต้นไม้กลุ่มหนึ่งที่อยู่ใกล้ชายป่า พลันแกว่งไกวอย่างบ้าคลั่ง เต้นระบำไปมา
ต้นไม้ใหญ่แต่ละต้นก่อให้เกิดคลื่นยักษ์ แต่ละต้นเติบโตอย่างบ้าคลั่ง ราวกับแส้ขนาดใหญ่ ฟาดฟันเข้าใส่คนทั้งกลุ่ม
โซเฟียเหยียดมือข้างหนึ่งออกไป กระแสน้ำนับไม่ถ้วนหมุนวนเป็นเกลียวคลื่น ก่อตัวขึ้นเป็นวง ในท่ามกลางฟองอากาศที่ปั่นป่วน เจียงเสี่ยวเห็นตาข่ายขนาดใหญ่ที่ถูกถักทอขึ้นมา
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
ท่อนไม้ขนาดใหญ่และยืดหยุ่นฟาดฟันเข้าใส่ “ตาข่ายประมงขนาดใหญ่” อย่างต่อเนื่อง ท่าทางของโซเฟีย ก็เปลี่ยนจากมือข้างเดียวเป็นเหยียดมือทั้งสองข้างออกไป
แคร่กๆ!
ในที่สุดท่อนไม้ขนาดใหญ่หลายต้นก็ถูกจูเลียตถอนขึ้นมาทั้งรากทั้งโคน ในชั่วพริบตานั้น ราวกับว่าพวกมันได้สูญสิ้นชีวิตไปแล้ว!
ต้นไม้ที่แกว่งไหวอย่างบ้าคลั่งไม่ขยับเขยื้อนอีกต่อไป ราวกับว่าได้กลายเป็นต้นไม้จริงๆ ถูกต้นไม้รอบๆ ที่ยังไม่ถูกถอนรากถอนโคนและกำลังฟาดฟันอย่างบ้าคลั่งด้วยความเจ็บปวดฟาดจนแตกละเอียด
ข้อเท็จจริงได้พิสูจน์แล้วว่า ในดินแดนอันเป็นเอกลักษณ์ ย่อมมีเทพเจ้าอันเป็นเอกลักษณ์
ในตอนนี้ แม้แต่ป่าที่ทำให้สองราชาสังหารต้องปวดเศียรเวียนเกล้า ก็ถูกจูเลียตถอนขึ้นมาในมือ ร่วงหล่น ตาย และถูกฟาดจนแตกหักเป็นชิ้นๆ
ทุกคนก้าวไปข้างหน้าทีละก้าว และจูเลียตก็กำลังพิชิตป่าแห่งนี้ทีละก้าวเหมือนกัน
งานนี้ช่างใหญ่หลวงนัก แต่กลับไม่อาจหยุดยั้งความมุ่งมั่นของทุกคนได้
จูเลียตในทีมนั้น ก็เป็นเพียงตัวนำโชคมาโดยตลอด ในตอนนี้ ในที่สุดก็มีโอกาสได้แสดงฝีมือ และก็เต็มใจที่จะตอบแทนการดูแลและปกป้องของทุกคนตลอดมา
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ป่าแห่งนี้ ในที่สุดก็ไม่มี “เสียง” อีกต่อไป พวกมันเงียบสงบลง ราวกับกลายเป็นไม้จริงๆ ลอยอยู่ในทะเล กระจัดกระจายอยู่ใต้พื้นดิน
และเมื่อป่าแห่งนี้ร่วงหล่นลง จุดแสงระยิบระยับที่ให้แสงสว่างแก่ทะเลก็พลันสลายหายไป
ในตอนนี้ เหลือเพียงตะเกียงวิญญาณทะเลสองดวงในทีมที่ให้แสงสว่าง
เจ้าชายบีโน่เอียงศีรษะเล็กน้อย สัมผัสอย่างละเอียด แล้วเอ่ยขึ้นว่า “ไม่มีสิ่งมีชีวิต”
เมื่อได้ยินดังนั้น เจียงเสี่ยวก็ค่อยๆ แหวกว่ายไปข้างกายเจ้าชายบีโน่ เหยียดมือออกไปจับไหล่ของเขา หันหน้าเข้าหาบีโน่ แล้ว... “บุ๋งๆๆๆ!”
โซเฟีย: “...”
จูเลียต: “...”
เจียงเสี่ยวถึงกับพ่นฟองอากาศใส่หน้าเจ้าชายบีโน่จนเต็ม...
เจียงเสี่ยวใช้ท่าโจมตีฟองสบู่!
ร่างของเจ้าชายบีโน่รีบลอยถอยหลังไป เหยียดมือออกไปปัดฟองอากาศ สีหน้ากลับดูอึดอัดเล็กน้อย แล้วกล่าวว่า “ครั้งนี้ไม่มีสิ่งมีชีวิตจริงๆ แล้ว”
“นำทาง” โซเฟียเอ่ยขึ้น พลางส่งสัญญาณให้บีโน่
เจ้าชายบีโน่ทำหน้าขุ่นเคือง แต่ก็ยังคงแหวกว่ายเข้าไป...