- หน้าแรก
- ย้อนเวลาฝ่าวิกฤตหิวโหย ฉันปลดล็อกทักษะพิทักษ์ชีพ
- ตอนที่ 20 ซุปไก่และไก่น้ำแดง
ตอนที่ 20 ซุปไก่และไก่น้ำแดง
ตอนที่ 20 ซุปไก่และไก่น้ำแดง
ไก่ป่าที่วิ่งเล่นบนภูเขาตลอดทั้งปี เนื้อย่อมแน่นกระชับและสดใหม่ ทำเมนูอะไรก็อร่อย ยิ่งอยู่ในยุคสมัยที่แม้แต่ข้าวก็ยังกินไม่อิ่มแบบนี้ด้วยแล้ว!
การต้มซุปไก่เป็นวิธีที่สะดวกที่สุด ลู่ไหวอันจัดการชำแหละไก่เรียบร้อย ก็จับใส่หม้อดินตั้งบนเตาถ่านเคี่ยวทันที ไม่ต้องใส่อะไรให้วุ่นวาย แค่ใส่ขิงลงไปสองแว่น แล้วโรยเกลือตอนจะตักเสิร์ฟก็พอ รสชาตินั้นรับรองว่าสดชื่นกลมกล่อมจนแทบจะกลืนลิ้น!
ส่วนไก่น้ำแดง หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ตั้งกระทะใส่น้ำมัน ซูสวินเห็นเข้าก็ยิ้มแซว "พี่เทน้ำมันเยอะอีกแล้วนะ ระวังแม่ดุเอาล่ะ!"
"ใส่น้ำมันเยอะๆ สิอร่อย!" "จริงสิ ที่บ้านมีมันฝรั่งไหม?" ลู่ไหวอันเอ่ยถาม
"ไม่มีจ้ะ พี่จะเอามันฝรั่งมาตุ๋นกับไก่หรือ?" ซูสวินนึกถึงรสชาติของมันฝรั่งตุ๋นไก่แล้วก็น้ำลายสอ แต่น่าเสียดายที่บ้านไม่มีมันฝรั่งเหลือแล้ว "มันฝรั่งถือเป็นเสบียงหลัก กินหมดไปตั้งนานแล้วจ้ะ ตอนนี้ที่บ้านเหลือแค่ข้าวฟ่าง ข้าวโพด แล้วก็มันเทศ โดยเฉพาะมันเทศมีเยอะที่สุด"
เรื่องนี้ลู่ไหวอันรู้ดี เพราะเขากินมันเทศมาสองวันติดแล้ว "ไม่มีก็ไม่เป็นไร ไก่น้ำแดงเพียวๆ ก็อร่อยเหมือนกัน"
พอน้ำมันในกระทะร้อน ก็ใส่เนื้อไก่ลงไปผัด ตามด้วยเครื่องเทศ พอเนื้อไก่เริ่มเปลี่ยนสีก็เหยาะซีอิ๊วลงไป เครื่องปรุงอื่นมีไม่มาก แต่ซีอิ๊วนี่มีเยอะทีเดียว ลู่ไหวอันหยิบไหซีอิ๊วขึ้นมาดู
ซูสวินดูเหมือนจะเข้าใจความสงสัยของเขา จึงอธิบายว่า "คอมมูนของเรามีโรงงานซีอิ๊ว ทุกๆ สามวันแรกของเดือน ถ้าไปกดซีอิ๊วที่สหกรณ์จะไม่ต้องใช้ตั๋วแลกซื้อจ้ะ ทุกบ้านเลยมีซีอิ๊วเหลือเฟือที่สุดแล้ว"
"ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง" ลู่ไหวอันลองดมกลิ่นซีอิ๊ว หอมกว่าซีอิ๊วที่เขาเคยซื้อในยุคปัจจุบันเสียอีก กลิ่นหอมของถั่วเหลืองหมักแท้ๆ กลิ่นถั่วชัดเจน ปราศจากสารปรุงแต่งและสารกันบูดใดๆ เติมน้ำลงไป แล้วเคี่ยวต่อ!
ไม่นานกลิ่นหอมของไก่น้ำแดงและซุปไก่ก็ลอยฟุ้งออกมา ลู่ไหวอันและซูสวินนั่งเฝ้าหน้าเตาด้วยกัน ซูสวินกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ "หอมจังเลย!"
ลู่ไหวอันก็กลืนน้ำลายตาม "นั่นสิ! หอมมาก!" ให้ตายเถอะ ใครจะไปอดใจไหว! ลู่ไหวอันแทบไม่กล้าพูดอะไรมาก กลัวน้ำลายจะไหลออกมา!
หลี่อิงกับซูว่างที่อยู่ในห้องเริ่มนั่งไม่ติดที่ ทั้งสองเดินเข้ามาในครัว แล้วรีบปิดประตูลงกลอน ซูว่างสูดจมูกฟุดฟิด โบกมือพัดกลิ่นหอมตรงหน้าเข้าหาตัว "จุ๊ๆๆ กลิ่นหอมขนาดนี้ ลอยไปไกลสิบลี้แล้วมั้งเนี่ย"
หลี่อิงเอ่ยสมทบ "โชคดีที่บ้านเราอยู่ห่างจากคนอื่น ไม่งั้นถ้ามีคนได้กลิ่นเข้า คงเป็นเรื่องใหญ่แน่"
ในที่สุดก็ได้เวลาเปิดฝาหม้อ วินาทีนั้นทั้งสี่คนต่างหลับตาพริ้มโดยไม่รู้ตัว ปล่อยให้กลิ่นหอมรัญจวนใจพุ่งเข้าปะทะจมูก ไม่ต้องยกกับข้าวขึ้นโต๊ะ ทุกคนลากเก้าอี้ตัวเล็กมานั่งล้อมวงกินกันหน้าเตานี่แหละ
"ไหวอัน ฝีมือเจ้านี่ยอดเยี่ยมจริงๆ" ซูว่างชูนิ้วโป้งให้ลู่ไหวอัน หลังจากกินไปได้ครึ่งท้องถึงมีเวลาพูดชม "อร่อยกว่าฝีมือเมียข้าอีก!"
หลี่อิงสวนกลับทันควัน "พ่อมันยังจำรสชาติไก่ที่ฉันทำได้อีกหรือ? กล้าเอามาเทียบกันได้ไง? ปกติฉันทำกับข้าว น้ำมันก็ไม่มี เกลือก็ไม่มี มีแต่ต้มผักป่าใส่น้ำเปล่า จะไปวัดฝีมืออะไรได้? แต่ฉันก็ต้องขอบอกไหวอันเหมือนกันนะ! ฝีมือทำอาหารสุดยอดจริงๆ!"
"ฉันก็ว่าเหมือนกันจ้ะ!" ซูสวินพูดเสียงดังสนับสนุน
"ขอบคุณคุณอาคุณน้าที่ชมครับ แล้วก็... ขอบคุณอาสวินด้วยครับ!" ลู่ไหวอันหันไปยิ้มให้ซูสวิน
อา... อาสวิน! เขาเรียกฉันว่าอาสวิน! ซูสวินก้มหน้างุดด้วยความเขินอาย
หลี่อิงกับซูว่างมองหน้ากันแล้วยิ้มกริ่ม มีลุ้นแล้ว!
ซูว่างซดซุปคำสุดท้าย แล้วถอนหายใจอย่างมีความสุข "สบายพุงจริงๆ!" "กี่ปีแล้วนะที่ไม่ได้กินอิ่มขนาดนี้ แล้วก็ไม่ได้กินของอร่อยสะใจแบบนี้!" "ต่อให้ตายตอนนี้ก็คุ้มแล้ว! อย่างน้อยก็ได้เป็นผีอิ่ม!"
"ตาแก่นี่ อย่าพูดจาเป็นลางได้ไหม ฉันว่าวันดีๆ ยังรอเราอยู่อีกเยอะ!" "นั่นสิคะท่านพ่อ ต่อไปต้องดีขึ้นเรื่อยๆ แน่นอน"
ทันใดนั้นเอง ปัง ปัง ปัง เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทั้งสี่คนตื่นตัวขึ้นมาทันที
ซูสวินถามขึ้น "หรือว่าอารองมา? มาเร็วขนาดนี้เลยหรือ? ฉันนึกว่าจะมาตอนมืดค่ำเสียอีก!" ถึงซูสวินจะพูดถึงซูเลี่ยงแบบไม่ไว้หน้า แต่ซูว่างก็พูดไม่ออก เขาลุกขึ้นไปมองลอดช่องประตู แล้วหันกลับมาบอกว่า "ไม่ใช่อาเลี่ยง อาจารย์เจ้าต่างหาก เดี๋ยวพ่อไปเปิดประตูให้"
สีหน้าของซูสวินเปลี่ยนเป็นดีใจทันที "ที่แท้ก็ท่านอาจารย์! ฉันไปเปิดเองจ้ะ ฉันจะเก็บซุปไก่ไว้ให้อาจารย์กิน!"
ลู่ไหวอันซดซุปในชามหมดก็ลุกขึ้นตาม มองซูสวินแล้วยิ้มด้วยความเอ็นดู แม่หนูน้อยคนนี้ รู้สึกอะไรก็แสดงออกทางสีหน้าหมดเลย
"ท่านอาจารย์ รีบเข้ามาเร็วเข้าจ้ะ!" "เฮ้ยๆ อย่าใจร้อนสิ! จะดึงข้าทำไมเนี่ย!" "นี่... บ้านเจ้าทำอะไรกินเนี่ย หอมเกินไปแล้ว! กินอะไรกัน? หือ? หอมขนาดนี้"
หลี่ชิงไห่ยังไม่ทันก้าวเข้าครัว ก็รู้สึกเหมือนจะถูกกลิ่นหอมน็อคจนสลบ กลิ่นเนื้อเข้มข้นขนาดนี้ กี่ปีแล้วที่ไม่ได้สัมผัส
หลี่อิงตักซุปไก่ชามโต ใส่เนื้อไก่ชิ้นใหญ่ๆ ลงไปหลายชิ้น แล้วยื่นให้ "พี่ใหญ่ รีบเข้ามาเถอะ มาซดซุปไก่ร้อนๆ"
หลี่ชิงไห่ตาลุกวาว พุ่งเข้ามาดมฟุดฟิด "ซุปไก่? แถมยังเป็นซุปไก่สดๆ?" "ซูว่าง บ้านแกรวยแล้วรึ? ถึงได้กินหรูขนาดนี้?"
"ให้กินก็กินเถอะน่า พูดมากจริง"
หลี่ชิงไห่มองดูอีกที ยังไม่ยอมรับชาม กลับพูดว่า "อิงเอ๊ย เอาเนื้อไก่ออกไปเถอะ แล้วเทซุปออกครึ่งหนึ่ง ผสมน้ำร้อนให้ข้าดื่มก็พอแล้ว"
ยุคนี้เสบียงอาหารมีค่าแค่ไหน ยิ่งเนื้อสัตว์ไม่ต้องพูดถึง ใครจะไปกล้ากินข้าวบ้านคนอื่นกันจริงๆ! นี่เห็นว่าเขากับซูว่างสนิทกันมากหรอกนะ ถ้าเป็นบ้านอื่น แม้แต่ซุปไก่ผสมน้ำเขาก็ไม่กล้ากิน
ซูว่างขำกับท่าทีของเพื่อน "โธ่เอ๊ย กินไปเถอะ! ต่อให้เจ้าไม่มา ข้าก็กะว่าจะตักไปส่งให้เจ้าสักชามอยู่แล้ว"
หลี่ชิงไห่ตกใจ "โห งั้นแสดงว่ารวยจริงดิ! งั้นข้าถามหน่อย ไก่นี่ได้มาจากไหน? ที่มาไม่ชัดเจนข้าไม่กินนะบอกก่อน!"
"ไปไกลๆ เลย ที่มาขาวสะอาดโว้ย ไหวอันจับมาจากบนเขา แต่จะว่าไปต้องขอบใจเจ้าเหมือนกัน ทางที่พวกเราขึ้นเขา ก็ทางเดียวกับที่เจ้าไปเก็บสมุนไพรนั่นแหละ!"
"ทางที่ข้าไปเก็บสมุนไพร? เฮ้ย แล้วทำไมข้าไม่เคยโชคดีแบบนี้บ้างวะ!"
"นี่มันไม่ใช่เรื่องดวง แต่มันเป็นเรื่องของฝีมือ! ไหวอันเขาล่าสัตว์เป็น แถมฝีมือไม่ธรรมดาด้วย เจ้านั่งลงซดซุปก่อน เดี๋ยวข้าจะค่อยๆ เล่าให้ฟัง"
พอซูว่างเล่าจบ ซุปไก่ในชามของหลี่ชิงไห่ก็หมดพอดี เขาถอนหายใจด้วยความทึ่ง "ทำไมเรื่องดีๆ แบบนี้ไม่เกิดกับข้าบ้างนะ! คราวนี้ถือว่าเจ้าโชคดีจริงๆ ที่เก็บของล้ำค่าได้"
ซูว่างลูบจมูก คำพูดนี้เขาไม่เถียง โชคดีจริงๆ นั่นแหละ
หลี่ชิงไห่วางชามลง มองไปทางลู่ไหวอัน "เจ้าหนุ่ม! นึกไม่ถึงว่าจะเป็นพวกคมในฝัก! แล้วตอนนี้เจ้าวางแผนยังไงต่อ? จะอยู่ที่กองพลของเราไหม?"
"ครับ พรุ่งนี้คุณอาซูจะพาไปลงทะเบียนที่คอมมูน"
หลี่ชิงไห่พยักหน้า "ดี ดีมาก! ถ้าเจ้ามีความสามารถขนาดนี้ ข้าก็หมดห่วงเรื่องครอบครัวนี้แล้วล่ะ"