- หน้าแรก
- เริ่มต้นด้วยหนี้สิน ผมกลายเป็นเศรษฐีได้ด้วยการแจ้งเบาะแส
- บทที่ 107 - เกมไพ่ที่รู้กันอยู่แก่ใจ
บทที่ 107 - เกมไพ่ที่รู้กันอยู่แก่ใจ
บทที่ 107 - เกมไพ่ที่รู้กันอยู่แก่ใจ
บทที่ 107 - เกมไพ่ที่รู้กันอยู่แก่ใจ
"ผอ.เฉิน!" เสียงของหลินหนิงแผ่วเบา
แต่เฉินจื้อก็ยังจับน้ำเสียงนั้นได้อย่างรวดเร็ว "คุณอย่าเพิ่งพูด"
หลินหนิงไม่สนใจเขา พูดต่อเองว่า "ห้องหนังสือบ้านมัน หน้าหนังสือสรรพนิพนธ์เหมา"
"ในลิ้นชัก มีกุญแจ"
"แล้วก็ เข้ารหัส เครื่องมือสื่อสาร"
"เซฟเฮาส์ อพาร์ตเมนต์จื้อเซี่ยง ห้อง 3-12 ใต้พื้นบ้าน สถานะพลเมืองประเทศ M"
หลินหนิงพูดไม่หมด แต่ชี้เป้าสองที่นี้ เชื่อว่าพวกเฉินจื้อคงค้นชนิดไม่เหลือแม้แต่ฝุ่น
พูดจบ หลินหนิงก็หลับตานอนลงที่เบาะหลัง กัดฟันทนความรู้สึกว่างเปล่าที่เหมือนกัดกินหัวใจและปอด อาการวิงเวียนเป็นพักๆ ทำให้เขาอยากจะอาเจียน
แต่โดยรวมแล้ว ดีกว่าสองครั้งก่อนมาก อย่างน้อยเขาก็ไม่หมดสติ
เขารู้สึกว่าถ้าฝึกฝนดีๆ หรืออัปเกรดอีกสักครั้ง พลังจิตของเขาน่าจะรับมือกับการดึงพลังของ "เนตรส่องกรรม" ได้
ไม่ต้องทุลักทุเลและเจ็บปวดแบบนี้ทุกครั้ง
รถเพิ่งจอดที่ลานจอดรถโรงพยาบาล กลุ่มคนก็กรูกันเข้ามา
ตอนนี้หลินหนิงฟื้นตัวขึ้นมานิดหน่อย แต่เขายังแกล้งทำเป็นกึ่งหมดสติ ปล่อยให้คนพวกนี้จัดการ
การตรวจต่างๆ ทำแล้วทำอีก แค่เลือดยังเจาะไปตั้ง 5 หลอดใหญ่ สุดท้ายตอนจะสวนท่อปัสสาวะ หลินหนิงทนไม่ไหวแล้ว เลิกแอ๊บ: "พวกคุณจะทำอะไร? ผมถึงขั้นต้องใช้อุปกรณ์นี้แล้วเหรอ?"
"แล้วก็ MRI พวกคุณสแกนไปกี่รอบแล้ว? หลอกกินค่าตรวจเหรอครับ?"
พูดพลางจะดึงแผ่นแม่เหล็กที่แปะอยู่บนหัวและหน้าอกออก
พยาบาลสองคนมือกาวตาว่องรีบกดเขาไว้ "เอ๊ะ อย่านะ!"
เขาว่าพยาบาลคือนางฟ้าชุดขาว แต่เจ๊สองคนนี้ เขาต้องเรียกว่า "คุณป้า"
แถมที่นี่คือโรงพยาบาลทหาร จะบอกว่าเอวหนาบึกบึนก็ไม่กล้าพูด แต่กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ นี่ของจริง
หลินหนิงถูกกดอยู่บนเตียงเหมือนลูกไก่ ประกอบกับใบหน้าซีดเผือดจากการเสียเลือดมาก ดูน่าสงสารและเวทนาจับใจ
พอหลินหนิงเห็นพวกหล่อนจะถอดกางเกงเขา ก็ดิ้นพราดๆ เหมือนปลา
"ผมฉี่เองได้ พวกคุณจะเอาตัวอย่างปัสสาวะใช่ไหม ผมจัดการเอง จะเอาเท่าไหร่เดี๋ยวผมจัดให้!"
คุณป้าที่ชื่อเหอหงคนนั้น เดาะลิ้น "จิ๊" อย่างไม่พอใจ แต่พอนึกอะไรได้ก็ปล่อยมือ
"เรื่องมาก!" หล่อนยกถาดเข้ามาอย่างหงุดหงิดนิดๆ "เร็วๆ เข้า ระวังสายที่ตัวด้วย สวนท่อไปก็จบแล้ว เรื่องเยอะจริงเรา!"
หลินหนิงมองหลอดทดลองเต็มถาด แล้วมองคุณป้าสองคนที่ยืนเฝ้าอยู่ข้างเตียง "ตรงนี้?"
พวกหล่อนทำท่าเป็นเรื่องปกติ "แล้วจะทำไม?!"
หลินหนิงแทบจะสติแตก ไม่ใช่สิ นี่มันซ่องโจรหรือเปล่า? นี่คือพยาบาลทหารเหรอ?
สู้ตายไม่ยอมจำนน
ตอนหลินหนิงเดินออกมาจากห้องน้ำ ก็ถูกคุณป้าที่เฝ้าหน้าประตูแย่งถาดไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
คุณป้าอีกคนเข้ามาพยุงเขา แล้วต่อสายเข้ากับเครื่องมือแถวหัวเตียงอีกครั้ง
หลินหนิงนอนตาละห้อยอยู่บนเตียง เขาอยากไปโรงพยาบาล X01 เขาผิดไปแล้ว เคยมีความอ่อนโยนในการช่วยชีวิตคนไข้วางอยู่ตรงหน้า แต่เขาไม่เห็นค่า เพิ่งมาเสียใจตอนเสียไปแล้ว ถ้าสวรรค์ให้โอกาสเขาเลือกใหม่อีกครั้ง...
"แอ๊ด" ประตูเปิดออก หมอและพยาบาลอีกหลายคนเดินเข้ามา
มีชายชราคนหนึ่ง นั่งลงข้างเตียงเริ่มจับชีพจรเขา
คนดูข้อมูลจากเครื่องก็ดูไป คนตรวจร่างกายก็ตรวจไป คนจับชีพจรก็จับไป คนซุบซิบปรึกษากันก็ปรึกษาไป
ทำเหมือนหลินหนิงไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น
หลินหนิงหลับตาลง เอาเถอะ!
วนเวียนอยู่หลายรอบ เขาถูกเข็นไปตรวจอีกหลายอย่าง อะไรไม่รู้ fNIRS, EMG, HD-sEMG, LSCI อะไรที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน
แล้วยังได้ยินพวกเขาคุยกันว่าผลวิเคราะห์เมตาโบโลมิกส์ออกมาแล้ว ให้ไปเร่งคิวทำลำดับเมทิเลชันจีโนมทั้งหมดให้เร็วขึ้น
หลินหนิงเริ่มเข้าใจในใจ ยิ้มเยาะออกมาทีหนึ่ง
พฤติกรรมและอารมณ์แปลกๆ ของเฉินจื้อวันนี้ มีคำอธิบายแล้ว
ลองเชิงเหรอ? ยังอยากตรวจสอบสภาพร่างกายเขาอีกเหรอ? หึ!
จะบอกว่าไม่มีอารมณ์คงโกหก แต่มันไม่ใช่ความโกรธหรือความผิดหวัง
เสียใจไหม? อาจจะมั้ง!
ยังไงซะเขาก็เริ่มลองเชิงเหมือนกัน นี่แหละโลกแห่งความเป็นจริงของผู้ใหญ่
ถ้าเขาอยู่ในตำแหน่งนั้น เขาก็คงทำแบบนี้เหมือนกัน
เมื่อคลายความสงสัยในใจ หลินหนิงกลับรู้สึกผ่อนคลาย นอนหลับไปอย่างไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
ตื่นมาอีกที ก็มืดค่ำแล้ว
สติเริ่มกลับมา หลินหนิงได้ยินเสียงเฉินจื้อเป็นอย่างแรก ดังแว่วๆ มาจากนอกประตู
พลังจิตของหลินหนิงที่ฟื้นฟูมาเกินครึ่งพุ่งออกไปตามทิศทางนั้นทันที
"...ตรวจอะไร? คุณให้ทิศทางที่ชัดเจนหน่อยได้ไหม? เครื่องมือทุกอย่างขนมาใช้หมดแล้ว นอกจากค่าครีเอตินินต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แต่ค่าครีเอทีนไคเนสปกติ กับพรีอัลบูมินเกือบจะเป็นศูนย์ นอกนั้นข้อมูลทุกอย่างอยู่ในเกณฑ์ปกติหมด"
"เราแค่อยากรู้สภาพร่างกายโดยรวมของเขา ไม่ได้มีทิศทางอะไรเป็นพิเศษ เขาทำอะไรบางอย่างที่พิเศษ เอ่อ... เขาจะอ่อนแรงลงอย่างกะทันหัน พวกคุณหาสาเหตุเจอหรือยัง?"
"ผมบอกแล้วไง ก็ครีเอตินิน... เอ่อ พูดภาษาชาวบ้านก็คือ ในเวลาสั้นๆ สารอาหารและพลังงานจำนวนมากถูกเผาผลาญไปอย่างรวดเร็ว พวกคุณกำลังทดลองมนุษย์ในสภาวะสุดขั้วอยู่เหรอ? ผมดูเขาก็ไม่เหมือนนักโทษประหาร..."
เฉินจื้อขัดจังหวะผอ.สวี "เฮ้ยๆๆ ไม่มี พวกผมไม่ได้ทำ!!"
หลินหนิงลืมตาขึ้น
สักพัก เฉินจื้อก็ผลักประตูเข้ามา
หลินหนิงมองไป สายตาทั้งสองประสานกันกลางอากาศ
ทั้งคู่ยิ้มออกมาพร้อมกัน
"มาแล้วเหรอ?"
"ตื่นแล้วเหรอ?"
กลัวที่สุดคือความเงียบกะทันหัน
หลินหนิงยังไงก็ชั้นเชิงอ่อนกว่า หาคำพูดอื่นไม่ออก
เฉินจื้อกระแอมไอ แล้วเอ่ยถึงหลี่เสียนหมิน "มีสถานการณ์หนึ่งจะบอกคุณ คุณอย่าเพิ่งใจร้อนนะ"
หลินหนิงฟังเงียบๆ ความจริงเขาเห็นผ่านเศษเสี้ยวความทรงจำแล้ว หลี่เสียนหมินไปสืบข่าวจากเสิ่นซินเฉิง ได้คำตอบแค่ว่ามีคนร้องเรียน พวกเขาถึงขั้นคิดว่าเป็นการกระจายกันร้องเรียนหลายคนด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับข้อมูลที่ว่าหลินหนิงคือผู้ร้องเรียน
ตอนนั้นหลินหนิงยังพอใจมาก เพราะนี่พิสูจน์ว่าเฉินจื้อไว้ใจได้
แต่เขาคิดไม่ถึงว่าหลี่เสียนหมินจะโกหกเพื่อแบล็กเมล์ "ศิลปิน" คนนั้นต่อไป ถึงขั้นเอา "ที่ปรึกษา" นอกสังกัดธรรมดาๆ อย่างหลินหนิงมาแต่งเรื่องเป็นข้อมูลเท็จให้น่าเชื่อถือ
คิดถึงตรงนี้ เลือดลมของหลินหนิงก็สูบฉีด ความแค้นใหม่เก่าผสมปนเป มองเฉินจื้อตาขวาง "พวกคุณที่เล่นกับข้อมูลข่าวนี่แม่งสกปรกแล้วก็เลวระยำจริงๆ!"
เฉินจื้อโกรธขึ้นมาเหมือนกัน "มึงว่าใครวะไอ้เด็กเปรต!"
"ไอ้แก่เปรต มึงจะสนทำไมว่ากูว่าใคร?" หลินหนิงไม่กลัวเลยสักนิด ปากแจ๋วสู้ตาย "ยังมีคนเก็บคำด่าไปใส่ตัวอีกเหรอ?!"
"กูจะฟาดมึงให้ตาย!"
หลินหนิงปัดสายระโยงระยางบนหัวและตัวออก ลุกขึ้นนั่งอย่างไม่ยอมแพ้
"มาดิๆ! ฟาดมาที่หัวกูนี่! ถ้าฟาดกูไม่ตาย กูจะ..."
ประตูห้องผู้ป่วยถูกเปิดผัวะ กลุ่มคนนำโดยชายชราคนหนึ่งพุ่งเข้ามา มองดูแผ่นแม่เหล็กและสายไฟที่กระจัดกระจายบนเตียง กับคนสองคนที่หน้าดำหน้าแดงประจันหน้ากันอย่างไม่สำรวม ชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วตะคอกเสียงดัง "พวกคุณจะทำอะไรกัน! ก่อกบฏเหรอ! อยากตายเดี๋ยวฉันสงเคราะห์ให้!!"
15 นาทีต่อมา หลินหนิงนอนสงบเสงี่ยมอยู่บนเตียง ต่อสายต่างๆ กลับเข้าไปใหม่
เฉินจื้อยืนสงบเสงี่ยมอยู่ที่มุมห้อง ยิ้มแห้งๆ ส่งผอ.สวีออกไป
ประตูปิดลง
เฉินจื้อถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน เดินมานั่งข้างเตียงหลินหนิง
มองดูหลินหนิงที่ทำแก้มป่องไม่ยอมมองหน้าเขา
แค่นหัวเราะออกมาทีหนึ่ง ทำท่าทางนักเลง แต่ก็แฝงความนัยลึกซึ้ง "ไอ้หนู นี่ก็เป็นสิ่งที่คุณต้องการไม่ใช่เหรอ แถมยังช่วยผลักดันอีกต่างหาก จะมางอแงอะไรกับผมนักหนา?"
หลินหนิงชำเลืองมองเขา ยิ้มเยาะ "งั้นรอคุณรวบผมเข้าสังกัด แล้วพาผมไปทำหน้าที่ตรวจสอบคนข้างกายท่านผู้นำเยอะๆ นะ!"
เฉินจื้อเงียบกริบ