- หน้าแรก
- เริ่มต้นด้วยหนี้สิน ผมกลายเป็นเศรษฐีได้ด้วยการแจ้งเบาะแส
- บทที่ 26 - การจับกุมในที่เกิดเหตุ
บทที่ 26 - การจับกุมในที่เกิดเหตุ
บทที่ 26 - การจับกุมในที่เกิดเหตุ
บทที่ 26 - การจับกุมในที่เกิดเหตุ
แต่เงาดำอีกร่างหนึ่งเร็วกว่า พุ่งออกมาจากด้านหลัง เตะตัดเข้าที่ข้อพับเข่าของจางเฮ่ออย่างรุนแรง
จางเฮ่อร้องลั่น ทรุดฮวบลงคุกเข่า ของดำๆ ในอกเสื้อร่วงลงมา ไม่ใช่ปืน แต่เป็นประแจเลื่อนอันใหญ่
ตำรวจหลายนายกรูเข้าไปกดตัวเขาไว้กับพื้นแน่น "แกร๊ก!" เสียงล็อกกุญแจมือดังสนั่น ตัดหนทางดิ้นรนของจางเฮ่ออย่างสมบูรณ์
แสงไฟฉายส่ายไปมา เสียงตวาดสั่งการ เสียงซ่าของวิทยุสื่อสาร และเสียงคำรามต่ำๆ ด้วยความเจ็บใจของจางเฮ่อ ดังระงมไปทั่วลานว่าง
หลินหนิงหมอบอยู่บนกองลังกระดาษ มองดูสถานการณ์ข้างล่างที่ถูกตำรวจควบคุมไว้อย่างรวดเร็ว เห็นร่างของหลี่เฟิงปรากฏขึ้นที่ขอบแสงไฟ กำลังพูดวิทยุสื่อสาร แล้วเงยหน้าขึ้น สายตาเหมือนจะกวาดมองมาทางทิศที่เขาซ่อนอยู่แวบหนึ่ง
หลินหนิงรีบหดหัวกลับ หัวใจยังเต้นแรงไม่หยุด ฝ่ามือชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ
สำเร็จแล้ว!
เขาค่อยๆ ไถลตัวลงมาจากกองขยะ ขาอ่อนจนแทบยืนไม่อยู่ ต้องเดินอ้อมเป็นวงใหญ่กว่าจะมุดออกมาจากเขตบ้านชั้นเดียว กลับสู่ถนนหลักได้
ตอนนี้เริ่มมีไทยมุงมาชี้ชวนกันดู แสงไฟวูบวาบจากรถตำรวจส่องสว่างแต่ไกล
เขาปัดฝุ่นตามตัว ปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แล้วเดินทอดน่องกลับไป
ใกล้จะถึงร้านปิ้งย่างลุงหยาง เขาเห็นหลี่เฟิงยืนคุยกับเพื่อนร่วมงานอยู่ริมถนน หลี่เฟิงเห็นเขา ก็พยักหน้าให้เบาๆ แทบสังเกตไม่เห็น
หลินหนิงพยักหน้าตอบ ไม่ได้เดินเข้าไปทัก แต่เดินตรงกลับไปที่โต๊ะของตัวเอง
เซี่ยงจี้ย่างเริ่มเย็นชืด แต่เบียร์ยังเย็นเจี๊ยบ
จินเอ้อร์เงยหน้ามองเขา "โห ไปเยี่ยวหรือไปทำไรวะนั่น นานขนาดนี้ ไตไม่ดีเหรอหลินจื่อ?"
สวีซานหัวเราะร่า ทำเสียงยานคางล้อเลียนโฆษณา "ฮุ่ย...เหยียนเซิ่นเป่า... ดีต่อเธอ ดีต่อฉัน~"
หลินหนิงคว้าขวดเบียร์เย็นเจี๊ยบ กระดกอึกใหญ่ ความเย็นซ่านไปทั่วร่างจนตัวสั่นสะท้าน แล้วค่อยพ่นลมหายใจออกยาวๆ ยิ้มกว้าง "ไปตายซะ! ป๋าเยี่ยวได้ไกลห้าเมตรเว้ย!"
จางสือโถวเงียบๆ แต่ดันจานปิ้งย่างที่เพิ่งสุกใหม่ๆ ยังมีน้ำมันเดือดปุดๆ มาตรงหน้าเขา
หลินหนิงหยิบขึ้นมาไม้หนึ่ง กัดคำโต
รอบนี้ เนื้อหอมของจริง
เส้นประสาทที่ขึงตึงมาครึ่งค่อนคืน ในที่สุดก็ "ผึง" ขาดลงด้วยความโล่งใจ
พอหายใจหายคอได้คล่อง หน้าจอมือถือก็สว่างขึ้น ข้อความวีแชตจากหลี่เฟิง มีแค่สั้นๆ:
"โคตรเจ๋ง! ขอบใจมาก!"
ตามมาด้วยอีกข้อความ: "เรื่องเงินรางวัลฉันตามเรื่องให้ พรุ่งนี้เช้ารีบมาให้ปากคำที่โรงพักหน่อย"
ตาหลินหนิงเป็นประกายวิบวับ เงินจ๋า~ เงินจ๊ะ~ ก็บอกแล้วว่าหนูเป็นของป๋า!
...
เช้าวันรุ่งขึ้น ตอนหลินหนิงเดินเข้าโรงพัก ก็ตกเป็นเป้าสายตาของพี่ๆ น้องๆ ในเครื่องแบบ
ถึงจะเป็นสายตาชื่นชม แต่สายตาตำรวจที่มีสกิลติดตัวคือ "มองอะไรก็สงสัยไว้ก่อน" เล่นเอาหลินหนิงเริ่มรู้สึกประหม่าจนแทบจะเป็นโรคกลัวสังคม
โชคดีที่หลี่เฟิงกับผู้กำกับจางมาช่วยชีวิตไว้
การสอบปากคำง่ายมาก ไม่เกี่ยวกับรายละเอียดคดี แค่เล่ากระบวนการว่าไปเจอผู้ต้องหาตามหมายจับได้ยังไง
ผู้กำกับจางโยนบุหรี่ให้หลินหนิงมวนหนึ่ง ตัวเองก็จุดสูบ สูดเข้าลึกๆ แล้วพูดด้วยใบหน้าเปี่ยมเมตตา "เสี่ยวหลินเอ้ย เธอนี่เป็นดาวนำโชคของโรงพักเราจริงๆ!"
หลินหนิงพ่นควันอย่างสบายอารมณ์ โดนผู้กำกับมองด้วยสายตาปลื้มปริ่มขนาดนี้ก็เขินนิดๆ "ดวงครับ ฮ่าๆ ดวงล้วนๆ!"
หลี่เฟิงตรวจทานบันทึกปากคำในมือ พูดอย่างกระตือรือร้น "เฮ้ย! ดวงก็เป็นส่วนหนึ่งของฝีมือนะ! อย่าถ่อมตัวๆ! เออ เซ็นชื่อตรงนี้!"
ยื่นเอกสารให้หลินหนิง แล้วพูดต่อ "คราวหน้ามีเรื่องดีๆ แบบนี้ก็นึกถึงพี่บ้างนะ! เอ้อ... ฟังจากที่นายเล่า สามคนนั้นตาไวใช้ได้ นายเองก็ถือว่ามีข่าววงในเหมือนกันนี่หว่า ฮ่าๆๆๆ..."
หลินหนิงดูออกว่าพวกหลี่เฟิงดีใจกันจริงๆ สงสัยงานนี้คงได้เหรียญตราเชิดชูเกียรติกันยกทีมแน่ๆ
จริงๆ หลินหนิงก็สงสัยนิดหน่อย "ทำไมจางเฮ่อถึงหนีมาปักกิ่งครับ? ติดประกาศจับขนาดนั้น ยังกล้าวิ่งเข้าเมืองที่เข้มงวดที่สุดในประเทศอีก?"
หลี่เฟิงชะงัก แล้วมองบน "จับคนเสร็จก็ส่งตัวให้กองบัญชาการเมืองแล้ว นายคิดว่าฉันมีสิทธิ์สอบสวนเขาเหรอ?"
แหม ทำยังกะไม่อยากรู้ เรื่องความขี้สงือกนี่ใครจะเกินตำรวจล่ะ!
ผู้กำกับจางหัวเราะร่า "เดี๋ยวคดีสรุปผลแล้วฉันช่วยถามให้ อย่าเพิ่งใจร้อนสิเสี่ยวหลิน เธอควรจะใจร้อนเรื่องเงินรางวัลของเธอมากกว่า!"
ผู้กำกับจางชอบหลินหนิงจริงๆ คดีจบแล้วไม่มีความลับแล้วค่อยสนองความอยากรู้ให้เด็กมันหน่อย เด็กดีขนาดนี้ มีความยุติธรรม มีไหวพริบ แถมดวงดี!
จิ๊ ถ้าเป็นลูกน้องในสังกัดเขาจะดีแค่ไหนนะ!
ตาหลินหนิงลุกวาว "เงินรางวัล? รับได้เมื่อไหร่ครับ?"
ของที่อยู่ในมือถึงจะเรียกว่าของตัวเอง ดูสิ เงินรางวัลสายลับบวกกับพลเมืองดี ยอดเงินในบัญชีรัฐบาลที่จะให้เขาทะลุล้านแล้ว แต่ยังจับไม่ได้สักหยวน! มันไม่เรียลเลย เหมือนเงินในเกมชัดๆ!
หลี่เฟิงเสกแบบฟอร์มใหม่ออกมาราวกับเล่นกล "มา กรอกนี่! เดี๋ยวพี่อัปโหลดเข้าระบบให้ อย่างช้าบ่ายนี้เงินเข้า!"
โอ้โห หลินหนิงปลื้มปริ่ม นี่สิความเร็วและความใจกว้างระดับชาติ!
ตาหลินหนิงสว่างจ้าเหมือนหลอดไฟ นี่คือเงินสดๆ เนื้อๆ เน้นๆ ชัวร์กว่าไอ้ "เงินรางวัลในฝัน" ของคดีสายลับตั้งเยอะ!
มือไม้สั่นไปหมด รีบกรอกแบบฟอร์มยิกๆ แทบจะจิ้มปากกาทะลุกระดาษ เขียนเสร็จตบแปะลงตรงหน้าหลี่เฟิง สายตาฟ้องว่า "รีบทำเรื่อง! อย่าขวางทางรวย!"
ผู้กำกับจางมองหลินหนิงกับหลี่เฟิงเล่นตลกกันก็นึกขำ เขาไม่ได้มองว่าหลินหนิงงกหรือความประพฤติไม่ดี คนทำความดีก็ต้องได้รับรางวัล!
ถูกต้องแล้ว! สมควรแล้ว!
จู่ๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ทำเอาหลินหนิงสะดุ้งโหยง
พอดูว่าเป็นมือถือตัวเอง หลินหนิงก็ส่งสายตาขอโทษผู้กำกับจาง
ผู้กำกับจางโบกมือไม่ถือสา ให้เขารับสาย
หลินหนิงมองหน้าจอที่ขึ้นชื่อตัวเบ้อเริ่มว่า "พี่ใหญ่เฉินจื้อ" กดรับสาย "ฮัลโหล พี่เฉิน?"
เฉินจื้อกำลังนั่งหน้าเครียดมองคอมพิวเตอร์อยู่ในห้องทำงาน
"นายไปทำอะไรมา? ฝั่งตำรวจดึงประวัติของนายไปดู" ประวัติของหลินหนิงมีการตั้งค่าแจ้งเตือนไว้
หลินหนิง: "ห๊ะ?"
แล้วก็นึกขึ้นได้ทันที "อ๋อ ผมแจ้งจับผู้ต้องหาตามหมายจับไปคนนึง"
จริงๆ หลินหนิงก็งง ตอนแจ้งเบาะแสเรื่องพนันกับช่วยเด็ก ไม่เห็นมีแจ้งเตือนเลย รอบนี้ทำไมดัง?
มุมปากเฉินจื้อกระตุกยิกๆ "นายมันคนอยู่นิ่งไม่ได้จริงๆ สินะ! งั้นฉันเข้าใจละ น่าจะเข้าสู่กระบวนการเบิกจ่ายเงินรางวัลยอดใหญ่"
หลินหนิงได้ยินคำพูดของเฉินจื้อ ก็นึกถึงเงินรางวัลคดีสายลับที่ยังมองไม่เห็นฝั่งฝัน อดไม่ได้ที่จะพูดแซะเบาๆ "อื้ม... ก็ทางตำรวจเขาทำงานไวนี่นา!"
เฉินจื้อฟังไม่ออกก็บ้าแล้ว "เฮ้ย! ทางฉันก็มีหมายจับแดงพวกสายลับนะ นายชี้เป้ามาเลยว่ามันอยู่ไหน ฉันทำเรื่องจ่ายเงินให้ไวกว่าตำรวจอีก!"
หลินหนิงรู้ว่าที่เขาแจ้งจับคือพวกความผิดซึ่งหน้า ยังต้องสอบสวนเก็บหลักฐาน ต่างกับพวกที่มีหมายจับอยู่แล้วที่เจอตัวปุ๊บจ่ายปั๊บ
หัวเราะแห้งๆ "แหะๆ ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างงั้น"
เฉินจื้อขี้เกียจต่อล้อต่อเถียง พูดแค่ "ไม่มีไรแล้ว แค่นี้นะ" แล้ววางสาย
ในห้องเล็กๆ พอหลินหนิงรับสาย ผู้กำกับจางกับหลี่เฟิงก็เงียบเสียงลง บวกกับเสียงลำโพงมือถือหลินหนิงค่อนข้างดัง ทั้งสองคนเลยได้ยินชัดแจ๋ว
ผู้กำกับจางมองหลินหนิงด้วยความทึ่ง ส่วนหลี่เฟิงนี่อ้าปากค้างไปแล้ว
เดี๋ยวนะ อะไรยังไง?
หลี่เฟิงถามโพล่งออกมา "นายเคยแจ้งจับสายลับด้วยเหรอ?"
หลินหนิงเริ่มเสียใจที่รับสายต่อหน้าพวกเขา แต่คิดอีกที วันหน้ายังต้องกินข้าวหม้อเดียวกันอีกเยอะ ให้พวกเขารู้ว่าตัวเองมีแบ็คอัพอีกทางก็ดีเหมือนกัน
หลินหนิงทำท่าเขินอาย พยักหน้า "อื้ม!"
หลี่เฟิงแทบไม่เชื่อหู อยากจะถามต่อแต่ก็กลืนลงคอ กฎระเบียบการรักษาความลับ ตำรวจย่อมรู้ดีกว่าใคร
ได้แต่บ่นอุบ "นายนี่มันโคนันแห่งปักกิ่งชัดๆ! เจอแต่เรื่อง!"
แต่ผู้กำกับจางกลับถามขึ้น "เธอมีสายข่าวพิเศษ หรือมีความสามารถพิเศษอะไรที่แยกแยะอาชญากรได้รึเปล่า?"