เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 กองยานที่รับสมัครได้เฉพาะทหารหญิงเท่านั้น (รีไรท์)

บทที่ 2 กองยานที่รับสมัครได้เฉพาะทหารหญิงเท่านั้น (รีไรท์)

บทที่ 2 กองยานที่รับสมัครได้เฉพาะทหารหญิงเท่านั้น (รีไรท์)


[เริ่มการสุ่มเลือก...]

ไม่รอให้จ้าวเฉินได้ทันคิดฟุ้งซ่าน แถบแสงก็เริ่มวิ่งวนไปมาระหว่างตัวเลือกทั้งสามอย่างรวดเร็วราวกับกงล้อเสี่ยงโชค

ในที่สุด แถบแสงนั้นก็หยุดลงที่ตัวเลือกที่สอง

[ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับ 'โบนัสโชคลาภของกองยาน' และ 'ดวงตาหยั่งใจ' โปรดดำเนินการตามกฎ 'กองยานสามารถรับสมัครได้เฉพาะทหารหญิงเท่านั้น' หากฝ่าฝืนจะถูกริบรางวัลทั้งสองคืน พร้อมรับบทลงโทษที่ไม่อาจคาดเดาได้!!!]

จ้าวเฉินเอามือกุมหน้า...

รับสมัครได้เฉพาะทหารหญิงเท่านั้น... เงื่อนไขนี้มันจะดู ‘โจ่งแจ้ง’ เกินไปหน่อยไหม

แต่ก็ไม่รู้ทำไม ลึกๆ ในใจจ้าวเฉินกลับแอบมีความคาดหวังเล็กๆ ผุดขึ้นมาเสียอย่างนั้น

เอาเถอะ กลับเข้าเรื่องก่อน ในเมื่อเปลี่ยนความจริงไม่ได้ก็ต้องปล่อยให้มันเป็นไป

เขาหันมาสำรวจรางวัลทั้งสองอย่างที่ได้รับมา

รางวัลแรกคือ 'โบนัสโชคลาภของกองยาน' ความหมายตรงตัวคือ ไม่ว่าจะเป็นตัวจ้าวเฉิน หรือใครก็ตามที่อยู่ภายใต้สังกัดกองยานของเขาจะได้รับค่าโชคดีเพิ่มขึ้น ส่วนผลลัพธ์ที่จับต้องได้นั้นยังไม่แน่ชัด เพราะเรื่องของโชคมันเป็นอะไรที่ลึกลับและประเมินได้ยาก

ประการที่สองคือ 'ดวงตาหยั่งใจ' จ้าวเฉินสามารถใช้มันบนยานอวกาศทุกลำของตัวเอง เพื่อตรวจสอบสิ่งมีชีวิตทุกประเภท และสามารถบอกได้ว่าอีกฝ่ายมีความเป็นศัตรูหรือเจตนาร้ายต่อเขาหรือไม่

พูดง่ายๆ คือตราบใดที่อยู่บนยานของตัวเอง จ้าวเฉินจะปลอดภัยอย่างแน่นอน

"นักศึกษาทุกคน วันนี้พอแค่นี้ก่อน ภาคเรียนนี้ใกล้จะจบลงแล้ว ตั้งแต่ภาคเรียนหน้าเป็นต้นไป เราจะเข้าสู่การเรียนภาคปฏิบัติ

เนื่องจากทุกคนเป็นนักศึกษาแผนกกัปตัน ดังนั้นพวกคุณจำเป็นต้องมียานอวกาศเป็นของตัวเอง

ยานอวกาศนี้พวกคุณจะซื้อเองก็ได้ หรือจะใช้คะแนนของสถาบันแลกมาก็ได้ ส่วนลูกยานจะเป็นนักศึกษาจากแผนกอื่นสถานับ หรือจะจ้างมาเองก็ได้ ขอแค่ทำให้ถูกต้องตามที่ระเบียบกำหนดไว้ก็พอ” หลังจากอาจารย์ประกาศจบ เขาก็เดินออกจากห้องเรียนไป

เรื่องที่อาจารย์ประกาศคือหลักสูตรของเภาคเรียนหน้า ซึ่งนักศึกษาทุกคนต้องเตรียมยานอวกาศของตัวเองลำหนึ่ง

พวกที่มีฐานะทางบ้านดีหน่อยก็มักจะซื้อเอง

ส่วนพวกที่ไม่ร่ำรวยนัก ก็จะใช้คะแนนสะสมของสถาบันที่เก็บหอมรอมริบมาตลอดสามปี เพื่อแลกยานอวกาศออกมาหนึ่งลำจากรายชื่อยานอวกาศที่สถาบันกำหนดไว้

ทันใดนั้น นักศึกษาแต่ละคนก็เริ่มถกเถียงกันเรื่องยานอวกาศที่ตัวเองเตรียมไว้

“ฉันจะบอกพวกนายให้ พ่อฉันเตรียมยานพิฆาตระดับ T2 รุ่นใหม่ล่าสุดของปีนี้ไว้ให้แล้ว และยังเป็นยานพิฆาตที่ขายดีที่สุดในช่วงสิบปีที่ผ่านมาเลยนะ!”

“เหอะ ฉันจะบอกอะไรให้นะ ความโรแมนติกของลูกผู้ชายมันต้องยานขนาดใหญ่และปืนใหญ่ขนาดยักษ์โว้ย!

ถ้าจะขับมันต้องขับยานประจัญบาน ถึงจะสมกับเป็นของเล่นลูกผู้ชาย!”

“บ้านพวกนายรวยก็ดีไปสิ ฉันคงไม่ไหวล่ะ ภาคเรียนหน้าแค่หายานฟริเกตมาเรียนให้จบก็พอแล้ว”

เมื่อได้ยินเพื่อนร่วมชั้นถกเถียงกัน จ้าวเฉินก็อดไม่ได้ที่จะจินตนาการถึงยานอวกาศของตัวเอง

ในฐานะลูกผู้ชาย ใครบ้างล่ะที่ตอนเด็กๆ จะไม่เคยฝันอยากท่องไปในจักรวาล

“พี่เฉิน นายคิดไว้หรือยังว่าจะแลกยานลำไหน?

นายต้องรีบเตรียมตัวหน่อยนะ แม้รายชื่อยานที่สถาบันให้แลกจะมีเยอะ แต่ถ้าขยับตัวช้า ยานดีๆ จะโดนคาบไปกินหมดก่อน

ยิ่งไปกว่านั้น นายยังต้องหาลูกยานด้วย” หลีเว่ยขยับเข้ามาใกล้จ้าวเฉิน

จ้าวเฉินถามอย่างเป็นกันเองว่า “แล้วนายล่ะ เตรียมตัวไปถึงไหนแล้ว?”

หลีเว่ยยิ้มกริ่มพลางยกมือขึ้น ที่ข้อมือของเขาสวมคอมพิวเตอร์พกพาที่คล้ายกับนาฬิกา แต่บางเฉียบเหมือนปีกแมลง

ทันใดนั้น ภาพโฮโลแกรมสามมิติก็ถูกฉายออกมา มันเป็นแบบจำลองของยานอวกาศลำหนึ่ง

รูปลักษณ์ของมันค่อนข้างเป็นแบบดั้งเดิม คล้ายกับเรือรบในสมัยโบราณ

บนตัวยานปรากฏภาพปืนใหญ่หลักหลายกระบอก และท่อยิงขีปนาวุธที่สามารถมองเห็นได้

"ยานพิฆาตระดับ T2 ไฮยีน่า ราคาตลาดตอนนี้อยู่ที่ 4.3 ล้านเหรียญดาว!

พ่อของฉันเตรียมไว้ให้แล้ว แถมยังจัดเตรียมลูกยานเอาไว้ให้เสร็จสรรพ โดยทุกคนเป็นทหารผ่านศึกที่เคยประจำการมาไม่ต่ำกว่าสิบปีทั้งนั้น!” หลังจากหลีเว่ยพูดจบ ก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้

เขาจ้องไปที่จ้าวเฉินด้วยความกังวล และกล่าวว่า "พี่เฉิน เอ่อ... ถ้านายหายานที่เหมาะสมในโกดังของสถาบันไม่ได้จริงๆ เดี๋ยวฉันจะลองขอให้พ่อช่วย..."

“ไม่เป็นไร เรื่องยานฉันมีแผนในใจแล้วล่ะ เดี๋ยวพอกินข้าวเสร็จ เราค่อยไปรับยานของฉันกัน” จ้าวเฉินยิ้มตอบ

ภูมิหลังครอบครัวของหลีเว่ยถือว่าไม่ธรรมดา พวกเขาทำธุรกิจเกี่ยวกับการค้าระหว่างกาแล็กซี และว่ากันว่าติดสิบอันดับแรกในกาแล็กซีทางตอนเหนือของจักรวรรดิซีอา

ดังนั้น การที่ครอบครัวสามารถเตรียมยานพิฆาตระดับ T2 ไฮยีน่าที่มีมูลค่ากว่า 4 ล้านเหรียญดาวไว้ให้หลีเว่ยได้ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนัก

หลังจากพูดคุยเล็กๆ น้อยๆ จ้าวเฉินและหลีเว่ยก็ไปที่โรงอาหารของสถาบันด้วยกัน

ระหว่างทางหลีเว่ยเห็นจ้าวเฉินดูใจลอย เขาก็ทึกทักเอาเองว่าเพื่อนกำลังกังวลเรื่องยานอวกาศอยู่

จริงๆ แล้ว ฐานะทางสังคมของจ้าวเฉินไม่ได้ด้อยไปกว่าหลีเว่ยเลย เนื่องจากพ่อของจ้าวเฉินเสียชีวิตไปตั้งแต่เขายังเด็ก

ตอนนี้จ้าวเฉินจึงได้สืบทอดบรรดาศักดิ์ ‘บารอน’ และเป็นเจ้าของดินแดนกาแล็กซีหนึ่งแห่ง

แต่น่าเสียดายที่ดินแดนของจ้าวเฉินนั้นแห้งแล้ง และขาดแคลนทรัพยากรอย่างหนัก

อีกทั้งยังเป็นกาแล็กซีที่มีดาวฤกษ์เพียงดวงเดียว ซึ่งหมายความว่าไม่สามารถสร้างประตูดาวได้

เนื่องจากเป็นกาแล็กซีที่ไม่มีทั้งประตูดาวและไม่มีทรัพยากรพิเศษ จึงแทบจะถูกตีตราว่าเป็นกาแล็กซีไร้ค่า

บรรดาศักดิ์บารอนของจ้าวเฉิน ตกทอดมาจากปู่ทวดที่เคยเป็นผู้บัญชาการกองยานของจักรวรรดิซีอา ซึ่งสร้างความดีความชอบในสงครามจนได้รับแต่งตั้งเป็น ‘เคานต์’ พร้อมดินแดนศักดินา

อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงรุ่นปู่และรุ่นพ่อของจ้าวเฉิน ทั้งคู่กลับไม่มีผลงานที่โดดเด่นพอจะรักษาหรือยกระดับฐานันดรศักดิ์เอาไว้ได้

ทำให้ยศค่อยๆ ลดหลั่นลงมาทีละขั้น จนเมื่อมาถึงมือจ้าวเฉินจากเคานต์ก็กลายเป็นบารอนไปแล้ว

หากในรุ่นของจ้าวเฉินไม่มีความดีความชอบใดๆ อีก ทายาทของเขาก็จะไม่สามารถสืบทอดบรรดาศักดิ์นี้ได้ และดินแดนศักดินาก็จะถูกจักรวรรดิยึดคืน

เมื่อดูจากสถานการณ์ปัจจุบันของจ้าวเฉินแล้ว แทบจะมองไม่เห็นทางรอดเลย

ว่ากันว่าในกาแล็กซีของจ้าวเฉิน ตอนนี้ไม่มียานรบระดับ T2 เลยสักลำเดียว

ยานที่ใช้รักษาความสงบเรียบร้อยภายในกาแล็กซี ก็เป็นเพียงยานระดับ T1 รุ่นโบราณไม่กี่ลำ

โชคดีที่เพราะความยากจนข้นแค้นของกาแล็กซีนี้เอง ทำให้แม้แต่พวกโจรสลัดอวกาศยังไม่อยากจะมาปล้นให้เสียเวลา

ในอดีตหลีเว่ยพยายามจะช่วยจ้าวเฉินอยู่หลายครั้ง แต่จ้าวเฉินเป็นคนหัวรั้นและไม่เคยยอมรับความช่วยเหลือจากคนอื่น

"เอ่อ... พี่เฉิน เราไปนั่งฝั่งโน้นกันดีกว่า”

จู่ๆ หลีเว่ยก็กอดคอจ้าวเฉิน และพยายามจะพาจ้าวเฉินไปอีกทาง คล้ายกับจงใจจะหลบเลี่ยงบางสิ่งบางอย่าง

แต่คนที่หลีเว่ยไม่อยากให้จ้าวเฉินเห็น จ้าวเฉินกลับเห็นเข้าให้แล้ว

เจียงซาช่า

คู่หมั้นของจ้าวเฉิน... ตามทฤษฎีน่ะนะ...

เพียงแต่ในตอนนี้ คู่หมั้นของจ้าวเฉินคนนี้กำลังอยู่กับชายหนุ่มอีกคนหนึ่ง ทุกคนที่รู้จักเจียงซาช่าต่างรู้ดีว่าผู้ชายคนนั้นกำลังตามจีบเธออยู่

หลีเว่ยเอามือกุมขมับ

ให้ตายเหอะ เจอศัตรูทางคับแคบจริงๆ ทำไมไปที่ไหนก็ต้องเจอผู้หญิงคนนี้ด้วยนะ

เขารู้ว่าจ้าวเฉินกับเจียงซาช่าเติบโตมาด้วยกัน เพราะเจียงซาช่ามาจากกาแล็กซีเดียวกับจ้าวเฉิน และตระกูลของเธอก็เป็นขุนนางในดินแดนของจ้าวเฉิน

ดังนั้นทั้งคู่จึงมีการหมั้นหมายกันมาตั้งแต่เด็ก

ทว่านับตั้งแต่เจียงซาช่าและจ้าวเฉินเข้าเรียนในสถาบันแห่งนี้ด้วยกัน ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

เพราะในสถาบันมีผู้ชายที่ฐานะสูงส่งกว่าจ้าวเฉิน และใจปล้ำมากกว่า

เมื่อเทียบกันแล้ว จ้าวเฉินก็เหมือนขุนนางตกอับที่มาจากบ้านนอก

ในช่วงแรกจ้าวเฉินยังคงรักเจียงซาช่ามาก แต่การกระทำของเธอกลับทำร้ายจิตใจจ้าวเฉินครั้งแล้วครั้งเล่า

จ้าวเฉินพยายามจะรั้งเธอไว้ แต่ก็ได้รับเพียงความเย็นชาและความไร้เยื่อใยกลับมา

หลีเว่ยรู้ว่าจ้าวเฉินเสียใจมากจนกินไม่ได้นอนหลับอยู่หลายครั้ง

แต่สิ่งที่หลีเว่ยไม่รู้ก็คือ เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน จ้าวเฉินคนเดิมได้ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองด้วยยาพิษไปแล้ว

ตอนนี้ที่อยู่ข้างเขาเป็นจ้าวเฉินคนใหม่

“ตรงนั้นทำเลดี อยู่ใกล้หน้าต่าง นั่งตรงนั้นแหละ” จ้าวเฉินปฏิเสธคำแนะนำของหลีเว่ย และเดินตรงไปข้างหน้าทันที

ในสายตาของคนนอก ตอนนี้จ้าวเฉินกำลังเดินตรงไปหาเจียงซาช่า!

จบบทที่ บทที่ 2 กองยานที่รับสมัครได้เฉพาะทหารหญิงเท่านั้น (รีไรท์)

คัดลอกลิงก์แล้ว