- หน้าแรก
- ย้อนอดีตขีดชะตาท้าลิขิตฟ้า
- บทที่ 18 แตกหัก
บทที่ 18 แตกหัก
บทที่ 18 แตกหัก
เขาถึงกับกล้าลงมือกับอาสี่เพื่อฉันเชียวหรือ
เขา... เขา...
เขาไม่ใช่คนขี้ขลาดตาขาว!
หัวใจของหวงอิ่งพลิกคว่ำคะมำหงาย กวางน้อยในอกเต้นโครมครามไม่หยุด ใบหน้าแดงซ่านลามไปจนถึงลำคอ
เดิมทีหวงอิ่งคิดว่าหลิวอันผิงคงจะเกรงใจความเป็นญาติพี่น้อง จนไม่กล้าล่วงเกินอาแท้ๆ ของตัวเอง
แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่า หลิวอันผิงยอมลงไม้ลงมือกับอาสี่เพื่อปกป้องเธอ
สายตาที่หวงอิ่งมองหลิวอันผิงเริ่มเปลี่ยนไป มันอ่อนโยนขึ้น และเริ่มร้อนแรงราวกับสายตาของคนรัก
เธอไม่ได้กลัวหลิวลั่วเซิง
เธอแค่กลัวว่าหลิวอันผิงจะเป็นคนไม่ได้เรื่องอย่างที่หลิวลั่วเซิงพูดจริงๆ
ทางด้านเจ้าเยว่เอ๋อที่กำลังถือชามพุ้ยข้าวเข้าปาก ถึงกับตะลึงตาค้างมองฉากตรงหน้า ตะเกียบในมือร่วงหล่นลงพื้นโดยไม่รู้ตัว
เขา!!!
เขากล้าตีอาสี่!
เขากล้าทำแบบนี้ได้ยังไง!
ไอ้เด็กเวรนี่มันไปเอาความแข็งกร้าวมาจากไหน ทำไมแค่เดือนเดียวที่ไม่ได้เจอกัน มันถึงไม่ใช่ไอ้ขี้แพ้ที่ยอมให้พวกเรารังแกได้ตามใจชอบอีกแล้ว!
เจ้าเยว่เอ๋อตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ
และความหวาดกลัวก็เริ่มเกาะกุมจิตใจ
เธอนึกย้อนไปถึงตอนที่เธออยากได้จักรยานสองคันนั้น แล้วยังเรื่องที่เธอยุแยงให้พ่อสามีไปแย่งไก่ที่บ้านหลิวอันผิง
แต่พอเห็นพ่อสามีเดินออกมาจากบ้าน ความหวาดกลัวของเจ้าเยว่เอ๋อก็หายวับไปทันที
"พ่อคะ! อันผิงตีน้องสี่ ดูเหมือนแขนน้องสี่จะบาดเจ็บด้วย พ่อรีบสั่งสอนไอ้เด็กเนรคุณนี่เร็วเข้า!"
หลิวเม่าเหวินที่กำลังกินข้าวอยู่ ได้ยินเสียงลูกชายคนเล็กโวยวายจึงเดินออกมา
พอได้ยินคำฟ้องของเจ้าเยว่เอ๋อ สีหน้าเขาก็เปลี่ยนไปทันที เขาสาวเท้าไม่กี่ก้าวก็มายืนอยู่ตรงหน้าหลิวลั่วเซิง จ้องมองหลิวอันผิงด้วยความโกรธจัด
"ไอ้ลูกทรพี! เอ็งกล้าดีงยังไงมาตีอาของเอ็ง ใครให้ความกล้าเอ็งมา!"
หลิวเม่าเหวินหันไปมองลูกชายด้วยความปวดใจ ถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง "ลั่วเซิง แขนเป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนไหม?"
"พ่อ ผมไม่เป็นไร แค่ช้ำนิดหน่อย" หลิวลั่วเซิงพูดจบก็ลูบแขนที่โดนหลิวอันผิงปัดจนเขียวช้ำ แล้วเงยหน้าขึ้นมองหลิวอันผิงด้วยสายตาอาฆาต ตะคอกเสียงดัง
"ไอ้ลูกหมา! วันนี้ถ้ากูตีกบาลมึงไม่ตาย กูไม่ขอเป็นอาสี่มึงอีก!"
พูดจบ
หลิวลั่วเซิงก็คว้าก้อนหินบนพื้น พุ่งเข้าใส่หมายจะทุบหัวหลิวอันผิง
หวงอิ่งเห็นดังนั้นก็กรีดร้องลั่น "อันผิง ระวัง!"
หลิวอันผิงมองหลิวลั่วเซิงด้วยสายตาเย็นชา แค่นเสียงในลำคอเบาๆ
ในขณะที่ก้อนหินในมือหลิวลั่วเซิงกำลังจะฟาดลงบนหัวของหลิวอันผิง
พวกหวงอิ่งตกใจจนขวัญกระเจิง เอามือปิดปากกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว
เมื่อห้อนหินจวนเจียนจะถึงหัว หลิวอันผิงก็เริ่มขยับ
แต่เขาไม่ได้ใช้มือ เขาใช้เท้า
ขาของหลิวอันผิงตวัดขึ้นด้วยความรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาดเข้าที่หน้าท้องน้อยของหลิวลั่วเซิง
เปรี้ยง!
หลิวลั่วเซิงเสียหลัก หงายหลังล้มตึงลงไปนอนกองกับพื้น เสียงดัง ตุ้บ ตามมาด้วยเสียงร้องโอดโอย
"โอ๊ยยยย เจ็บ... เจ็บจะตายอยู่แล้ว ไอ้เด็กเวร มึงรนหาที่ตาย!"
เจ้าเยว่เอ๋อยืนอ้าปากค้างเป็นรอบที่สอง
แม้แต่หลิวเม่าเหวินเองก็ยืนตัวแข็งทื่อราวกับคนปัญญาอ่อน มองหลานชายตรงหน้าด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา
พวกหวงอิ่งที่ปิดปากกรีดร้อง พอเห็นว่าก้อนหินไม่โดนหัวหลิวอันผิง แต่กลายเป็นหลิวลั่วเซิงที่ลงไปนอนกองกับพื้น หัวใจที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายก็ตกลงสู่พื้นอย่างโล่งอก
"ไอ้สารเลว! ไอ้ชาติชั่ว! ตระกูลข้าช่างโชคร้ายจริงๆ มีหลานตีอา! หลานมันตีอาตัวเอง! ชาวบ้านร้านตลาดมาดูเร็วเข้า มาดูไอ้เด็กเวรนี่มันทำร้ายอาของมัน!"
หลิวเม่าเหวินอยากจะเข้าไปตบสั่งสอน
แต่ในใจเขาก็กลัว กลัวว่าหลิวอันผิงจะสวนกลับมา แม้เขาจะเป็นปู่ก็เถอะ
เพราะเวลานี้ สีหน้าของหลิวอันผิงเย็นชาถึงขีดสุด แผ่รังสีอำมหิตที่ทำให้คนมองรู้สึกหวาดหวั่น
หลิวเม่าเหวินที่อยู่ใกล้สุด ยิ่งรู้สึกหนาวสันหลังวาบ
นั่นเป็นเหตุผลที่เขาไม่กล้าลงมือเอง แต่เลือกที่จะตะโกนโวยวาย เพื่อเรียกเพื่อนบ้านและชาวบ้านให้มาช่วยรุมประณาม
ส่วนเรื่องความอับอายขายหน้าของตระกูล เขาไม่สนแล้ว
สิ้นเสียงตะโกนโวยวายของหลิวเม่าเหวิน เพื่อนบ้านที่กำลังกินข้าวและชาวบ้านที่อยู่ไกลออกไปต่างก็วิ่งกรูเข้ามามุงดู
พอหลิวเม่าเหวินเห็นคนมาเยอะ ก็เริ่มเปิดฉากใส่ไฟหลิวอันผิงอย่างไม่มีชิ้นดี หาว่าหลิวอันผิงเป็นไอ้สารเลว กล้าตบตีอาแท้ๆ
หนำซ้ำยังใส่สีตีไข่ว่า หลานชายคนนี้คิดจะลงไม้ลงมือกับปู่ด้วย
ชาวบ้านได้ฟังก็เริ่มวิพากษ์วิจารณ์สั่งสอนหลิวอันผิง
"อันผิง ทำแบบนี้ไม่ถูกนะ จะยังไงเขาก็เป็นอา เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ จะไปตบตีเขาได้ยังไง"
"ใช่ๆ อันผิง เธอผิดเต็มประตูเลยนะที่ไม่เคารพอา แถมยังจะคิดร้ายกับปู่แบบนั้นไม่ได้นะ"
"อันผิง นี่มันอกตัญญูชัดๆ เป็นเด็กเป็นเล็ก กล้าตบตีอา คิดจะทำร้ายปู่"
แต่ก็มีบางเสียงแย้งขึ้นมา
"อันผิงไม่น่าจะเป็นคนแบบนั้นนะ ปกติเห็นแต่โดนคนอื่นรังแก ไม่เคยเห็นไปรังแกใคร พวกเราเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า?"
"นั่นสิ ฉันเห็นอันผิงมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย แกเป็นเด็กซื่อๆ จะไปกล้าตีอาได้ยังไง ยิ่งตีปู่นี่ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่"
ชาวบ้านต่างวิจารณ์กันไปต่างๆ นานา
มีทั้งตำหนิ และแก้ต่างให้
หลิวอันผิงมองหลิวเม่าเหวินและหลิวลั่วเซิงที่ตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาจากพื้นด้วยสายตาเย็นชา แล้วพูดขึ้นว่า
"เขา สมควรโดนแล้ว! ถ้าผมไม่สั่งสอนเขา ป่านนี้เขาคงต้องเข้าไปนอนคุกสักสองสามปีแน่"
ชาวบ้านเริ่มงงเป็นไก่ตาแตก
"ตีอาตัวเองแล้วยังมีหน้ามาอ้างเหตุผลอีกเรอะ! ดูท่าทางแกสิ คงอยากจะตีปู่จริงๆ สินะ ไอ้เด็กนรก ถ้าแกกล้าขยับอีกนิดเดียว วันนี้ฉันจะจัดการล้างตระกูลแทนบรรพบุรุษเอง!"
'หลิวเซี่ยเซิง' สามีของเจ้าเยว่เอ๋อ วิ่งออกมาจากบ้านตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ พอเห็นชาวบ้านมุงดูเยอะ ก็รีบวางมาดผู้นำตระกูล ชี้หน้าด่าหลิวอันผิงเสียงดัง
หลิวอันผิงปรายตามองอารอง แล้วเหลบไปมองเจ้าเยว่เอ๋อ
อารองคนนี้ ปกติก็ชอบเบ่งวางอำนาจอยู่แล้ว
สถานการณ์แบบนี้ มีหรือจะพลาดโอกาสแสดงบารมี
ในขณะที่หลิวอันผิงกำลังจะอ้าปากพูด หลิวชุนเซิงที่เพิ่งรู้ข่าวก็พาภรรยากับลูกสาววิ่งกระหืดกระหอบมาถึง
พอได้ยินคำวิจารณ์ของชาวบ้าน หลิวชุนเซิงก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง พุ่งเข้าไปง้างมือจะตบหลิวอันผิงทันที
แต่หลิวอันผิงเบี่ยงตัวหลบได้อย่างง่ายดาย
หลิวชุนเซิงโกรธจนตัวสั่น ด่าทอเสียงดังลั่น
"ไอ้ลูกไม่รักดี! มึงกล้าดียังไงไปตบตีอาสี่ แถมยังคิดจะตีปู่ มึงนี่มันกำเริบเสิบสานเกินไปแล้ว รีบคุกเข่าลงเดี๋ยวนี้ ขอโทษปู่กับอาสี่ซะ!"
ความรู้สึกในใจของหลิวอันผิงตอนนี้ปนเปกันไปหมดทั้งขมขื่นและผิดหวัง
เขาคิดไม่ถึงว่า พ่อแท้ๆ ของเขา พอมาถึงยังไม่ทันถามไถ่ต้นสายปลายเหตุ ก็จะลงไม้ลงมือกับเขาก่อน เหมือนกับเมื่อชาติที่แล้วไม่มีผิด
หวงอิ่งที่ถูกเบียดออกไปอยู่นอกวงล้อม เห็นพ่อของหลิวอันผิงจะตบเขา หัวใจก็เจ็บแปลบ อยากจะแทรกตัวเข้าไปช่วยพูดแก้ต่างให้
แต่ลูกพี่ลูกน้องของเธอคว้าแขนดึงไว้แน่น
"พี่อิ่ง นี่มันเรื่องภายในครอบครัวเขา พี่อย่าเข้าไปยุ่งเลย"
หวงอิ่งร้อนรนจนแทบนั่งไม่ติด
"แต่อันผิงเขาตีอาสี่ก็เพื่อช่วยพวกเรานะ ถ้าเราไม่ช่วยพูดให้เขา แล้วเขาจะได้รับความยุติธรรมได้ยังไง!"