- หน้าแรก
- ย้อนอดีตขีดชะตาท้าลิขิตฟ้า
- บทที่ 16 อาสี่จอมโสด
บทที่ 16 อาสี่จอมโสด
บทที่ 16 อาสี่จอมโสด
เดิมทีหลิวอันผิงก็ไม่แน่ใจนักว่าหวงอิ่งชอบเขาหรือเปล่า
แต่จากเหตุการณ์ที่จางเจ๋อใส่ร้ายเขาคราวนั้น หลิวอันผิงอาศัยจังหวะนั้นลองหยั่งเชิงดู ก็พบว่าหวงอิ่งมีใจให้เขาอยู่บ้างจริงๆ
ยิ่งวันนี้ตอนที่เขาขี่จักรยานพาเธอซ้อนท้ายกลับมาที่หมู่บ้าน หลิวอันผิงก็ยิ่งมั่นใจ
แต่เขาคาดไม่ถึงเลยว่า แม่ของเขาจะตาไวขนาดนี้ มองแวบเดียวก็รู้ทันที สมกับเป็น 'ผู้ที่ผ่านโลกมาก่อน' จริงๆ
แม้หวงอิ่งจะมีใจให้ แต่หลิวอันผิงก็ไม่อยากยอมรับเรื่องนี้ต่อหน้าแม่ อีกอย่างฝ่ายหญิงยังไม่ได้เอ่ยปาก หลิวอันผิงเลยได้แต่แกล้งไขสือ
"แม่พูดอะไรเนี่ย เขาเป็นลูกคุณหนูในเมือง จะมาชอบลูกชายแม่ได้ยังไง"
"ลูกแม่เป็นอะไรไป ลูกแม่ไม่ได้ด้อยกว่าใครสักหน่อย ผู้หญิงเขาอุตส่าห์มาถึงบ้าน ก็ต้องเพราะชอบพอลูกนั่นแหละ ไอ้ลูกชายตัวดี โอกาสดีขนาดนี้ถ้าไม่รีบคว้าไว้ ระวังแม่จะอกแตกตายนะ"
ถังเฟิ่งอิงไม่เคยคิดว่าลูกชายตัวเองด้อยกว่าใคร
ในสายตาของเธอ ลูกชายเธอดีเลิศประเสริฐศรีกว่าใครทั้งนั้น
ถึงจะจน แต่เขาก็เป็นเลือดในอก เธอไม่มีทางมองว่าลูกชายตัวเองแย่กว่าคนอื่น
หลิวอันผิงหัวเราะแห้งๆ "แม่ครับ อย่าคิดมากเลยครับ เขาแค่อยากมาลองใช้ชีวิตชนบทสนุกๆ เท่านั้นเอง อีกอย่าง เรื่องนี้แม่ห้ามไปพูดซี้ซั้วนะ ผู้หญิงเขาหน้าบาง ขืนแม่พูดโพล่งออกไป เขาตกใจแย่ เดี๋ยวจะมองหน้ากันไม่ติดเปล่าๆ"
"เฮ้อ! แม่ไม่ได้จะว่าลูกนะ แต่ลูกก็โตป่านนี้แล้ว โอกาสดีๆ แบบนี้ต้องรีบคว้าไว้ แม่มองดูแล้วแม่หนูเสื้อฟ้านั่นน่ะเข้าทีมาก ถ้าโดนคนอื่นคาบไปกิน ลูกอย่ามาร้องไห้ทีหลังนะ"
ถังเฟิ่งอิงร้อนใจแทนลูกชายจริงๆ
หลิวอันผิงจนปัญญาจะเถียง ได้แต่ถอนหายใจยาว
"แม่ครับ พอเถอะครับ เลิกจับคู่มั่วซั่วได้แล้ว อนาคตลูกชายแม่คนนี้คือต้องไปเรียนมหาวิทยาลัยครับ ช่วงนี้ไม่มีกะจิตกะใจจะไปจีบสาวที่ไหนหรอก"
ถังเฟิ่งอิงได้ยินคำว่า 'มหาวิทยาลัย' ก็ชะงักกึก
มหาวิทยาลัย?
ลูกชายฉันจะไปเรียนมหาวิทยาลัย?
คราวก่อนยายของแกยังบอกอยู่เลยว่าผลการเรียนแกย่ำแย่ ทำไมจู่ๆ ถึงจะไปเรียนมหาวิทยาลัยได้?
ถังเฟิ่งอิงถอนหายใจอย่างปลงๆ ไม่ได้พูดขัดอะไร
เธอรู้ดีเรื่องผลการเรียนของลูกชาย
ญาติฝั่งเธอคนหนึ่งเป็นครูประจำชั้นของหลิวอันผิง
คนเป็นครูย่อมรู้ผลการเรียนลูกศิษย์ดีที่สุด
ที่หลิวอันผิงบอกว่าจะเรียนต่อมหาวิทยาลัย ถังเฟิ่งอิงคิดว่าเป็นแค่ฝันกลางวันของลูกชายเท่านั้น
ในใจลึกๆ เธอได้วางแผนอนาคตให้ลูกชายไว้เรียบร้อยแล้ว
หลังจากสามสาวเก็บของเข้าที่เรียบร้อย หลิวอันผิงก็พาเดินเที่ยวชมรอบหมู่บ้าน
มื้อเที่ยง หลิวไฉ่ฟางโชว์ฝีมือผัดเห็ดสนใส่เนื้อ หวงอิ่งกินแล้วชมไม่ขาดปาก
"พี่สาวคะ ฝีมือพี่สุดยอดมาก เกิดมาหนูยังไม่เคยกินกับข้าวที่ไหนอร่อยขนาดนี้เลย"
"เสี่ยวอิ่ง ถ้าชอบกิน มื้อเย็นเดี๋ยวให้น้าให้พี่เขาทำให้กินอีกนะ" ถังเฟิ่งอิงเห็นช่องทางทำคะแนน ก็รีบคีบกับข้าวใส่จานให้หวงอิ่งไม่หยุด
แน่นอนว่าอีกสองสาวก็ได้กินอิ่มหนำสำราญเช่นกัน
หวงอิ่งรีบยกมือไหว้ขอบคุณ "พอแล้วค่ะคุณน้า พอแล้วค่ะ น้าคะ หนูได้ยินหลิวอันผิงบอกว่าเขาทำกับข้าวเป็นด้วยเหรอคะ?"
ยังไม่ทันที่ถังเฟิ่งอิงจะตอบ หลิวไฉ่ฟางก็ชิงตอบก่อน
"น้องชายพี่ทำกับข้าวเป็นตั้งแต่แปดเก้าขวบแล้ว เขาทำอร่อยกว่าพี่อีกนะ"
สามสาววางตะเกียบลงพร้อมกัน หันขวับไปมองหลิวอันผิงที่กำลังก้มหน้าก้มตาโซ้ยข้าวเข้าปาก
หลิวอันผิงเงยหน้าขึ้นมาเจอรุมจ้อง ก็ยิ้มแห้งๆ "อย่ามองผมแบบนั้นสิ กินข้าวกันก่อน อย่าไปฟังพี่ผมโม้มาก ผมนานๆ ทำที ที่บ้านส่วนใหญ่ก็พี่สาวผมนี่แหละทำ ผมจะไปสู้ฝีมือพี่สาวได้ยังไง"
หวงอิ่งไม่เชื่อ
ขนาดพี่สาวยังยืนยันว่าน้องชายทำอร่อยกว่า หวงอิ่งกับเพื่อนๆ จึงคิดว่าหลิวอันผิงแค่ถ่อมตัว
หวงอิ่งไม่ได้พูดอะไร แต่สายตาจ้องมองหลิวอันผิงเขม็ง จนหลิวอันผิงรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ต้องรีบก้มหน้าก้มตากินข้าว ทำเป็นมองไม่เห็นสายตาคู่นั้น
ทำเอาหวงอิ่งย่นจมูกด้วยความหมั่นไส้
ฮึ!
ไอ้บ้าหลิวอันผิง
ตอนอยู่โรงเรียนยังคุยโวว่าจะโชว์ฝีมือให้ดู พอมาถึงบ้านดันทำเป็นลืมซะงั้น
คอยดูนะ ฉันจะต้องทำให้นายทำกับข้าวให้กินให้ได้
หลังมื้อเที่ยง
หลิวอันผิงกะว่าจะงีบสักหน่อย
ก้นยังไม่ทันแตะเก้าอี้ หวงอิ่งก็เดินเข้ามาหา "หลิวอันผิง ไหนนายบอกว่าจะพาพวกเราไปเก็บเห็ดบนเขาไง ไปกันเถอะ"
หลิวอันผิงเงยหน้ามองหวงอิ่ง ในใจร้องโอดโอย
แม่คุณเอ๊ย ให้พักสักหน่อยไม่ได้หรือไง
เฮ้อ วันนี้ถ้าบริการไม่ถึงใจ วันหน้าคงลำบากแน่
หลิวอันผิงจำใจลุกขึ้น หยิบกระสอบปุ๋ยมาสองสามใบ แล้วเหน็บมีดพร้าไว้ที่เอว
"เชิญครับ คุณหนูหวง"
หวงอิ่งยิ้มแก้มปริ กวักมือเรียกเพื่อนๆ ให้ตามหลิวอันผิงออกจากบ้านไป
พอสี่หนุ่มสาวคล้อยหลังไป ถังเฟิ่งอิงก็หันมาถามลูกสาวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม "ไฉ่ฟาง ลูกรู้สึกไหมว่าแม่หนูหวงอิ่งคนนั้นชอบน้องชายลูก?"
"แม่ พูดถูกค่ะ แต่หนูได้ยินเพื่อนอีกสองคนคุยกันว่าบ้านหวงอิ่งรวยมาก แถมพ่อเขายังเป็นข้าราชการระดับสูงในอำเภอด้วย"
พูดจบ หลิวไฉ่ฟางก็ถอนหายใจเบาๆ
เธอถอนหายใจให้น้องชาย
ในความคิดของเธอ แม้หวงอิ่งจะชอบน้องชายจริง แต่ด้วยฐานะทางบ้านที่ต่างกันราวฟ้ากับเหว น้องชายเธอคงไม่มีวาสนาได้คู่ครองที่ดีอย่างหวงอิ่ง
ถังเฟิ่งอิงได้ยินดังนั้นก็ยืนนิ่งอึ้ง พูดไม่ออกไปพักใหญ่
สุดท้ายก็ได้แต่ถอนหายใจยาว แล้วพึมพำกับตัวเอง "เฮ้อ!!! อันผิงลูกแม่ช่างอาภัพนัก อุตส่าห์มีผู้หญิงดีๆ มาชอบ แต่ติดที่ฐานะทางบ้าน..."
หลิวอันผิงพาสามสาวเดินลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยในหมู่บ้าน เพื่อเตรียมขึ้นเขาไปเก็บเห็ด
ตอนที่เดินผ่านหน้าบ้านใหญ่ จู่ๆ 'อาสี่' ของหลิวอันผิงก็เดินออกมาจากประตู
"อ้าว นี่มันหลานรักอันผิงนี่นา แหม... เสน่ห์แรงจริงนะเรา มีสาวสวยล้อมหน้าล้อมหลังตั้งสามคน หลานรัก เจออาสี่ทั้งที ไม่คิดจะแนะนำให้อารู้จักหน่อยเหรอ"
หลิวอันผิงเห็นอาสี่โผล่ออกมา แล้วยังมองพวกสาวๆ ด้วยสายตาหื่นกระหายที่น่ารังเกียจ
อาสี่ของหลิวอันผิง ชื่อ 'หลิวลั่วเซิง' อายุสามสิบเอ็ดปี เป็นชายโสดขึ้นคานประจำหมู่บ้านซานสุ่ย
นอกจากหลิวลั่วเซิงแล้ว อาของหลิวอันผิงอีกคนคือ 'อาสาม' ก็เป็นชายโสดเหมือนกัน อายุสามสิบสามแล้วยังหาเมียไม่ได้
จริงๆ แล้วฐานะทางเศรษฐกิจของบ้านใหญ่ก็ไม่ได้แย่จนหาเมียไม่ได้
แต่ชื่อเสียงของบ้านใหญ่นั้นเน่าเฟะ อาสามกับอาสี่ไปดูตัวมานับครั้งไม่ถ้วน แต่จนป่านนี้ก็ยังไม่มีผู้หญิงคนไหนยอมตกลงปลงใจด้วย
เมื่อเร็วๆ นี้ หลิวอันผิงได้ข่าวว่าอาสี่ไปติดพันแม่ม่ายคนหนึ่ง
ในยุคสมัยนี้ ผู้ชายอายุสามสิบกว่ายังหาเมียไม่ได้ ก็แทบจะหมดหวังในชีวิตคู่แล้ว
เว้นเสียแต่ว่าจะยอมลดเกรดไปแต่งงานกับแม่ม่าย ถึงจะพอมีเมียกับเขาได้บ้าง