- หน้าแรก
- ย้อนอดีตขีดชะตาท้าลิขิตฟ้า
- บทที่ 15 สายตาของถังเฟิ่งอิง
บทที่ 15 สายตาของถังเฟิ่งอิง
บทที่ 15 สายตาของถังเฟิ่งอิง
หวงอิ่งที่นั่งซ้อนท้าย คลายอ้อมแขนออกโดยอัตโนมัติ แต่หัวใจดวงน้อยยังคงเต้นโครมครามราวกับกวางตื่น
"หลิวอันผิง นายตั้งใจแกล้งฉันใช่ไหมเนี่ย" แม้ในใจอยากจะกอดเอวหลิวอันผิงใจจะขาด แต่ปากของหวงอิ่งก็ยังคงแข็งไม่ยอมรับ
หลิวอันผิงที่กำลังออกแรงปั่นจักรยาน ได้ยินเสียงบ่นของหวงอิ่งจากด้านหลัง ก็หัวเราะร่า "โธ่ คุณหนูหวง ดูถนนสิครับ หลุมบ่อขนาดนี้ ต่อให้คุณมาปั่นเอง เผลอๆ จะกระเด้งกระดอนยิ่งกว่าผมอีก"
หวงอิ่งก้มมองถนนลูกรังที่ขรุขระ แล้วก็หลุดขำออกมา
ไม่นานนัก ทั้งสี่คนก็เลี้ยวเข้าสู่ถนนดินมุ่งหน้าสู่หมู่บ้านซานสุ่ย
ระยะทางจากคอมมูนเป่ยไหวไปหมู่บ้านซานสุ่ย จะว่าไกลก็ไม่ไกล จะว่าใกล้ก็ไม่ใกล้
ระยะทางสิบลี้เศษๆ ดูเหมือนจะไม่ไกลนัก แต่ถนนดินที่มุ่งสู่หมู่บ้านนั้นเดินยากลำบากแสนเข็ญ ยิ่งช่วงนี้ฝนตกปรอยๆ ติดต่อกันหลายวัน ถนนยิ่งเละเทะ ทำให้การเดินทางล่าช้าและยากลำบากขึ้นไปอีก
เดิมทีน่าจะใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมงกว่าๆ
แต่หลิวอันผิงกับสามสาวต้องใช้เวลาปั่นจักรยานโขยกเขยกกันถึงหนึ่งชั่วโมงเต็ม กว่าจะมาถึงหน้าหมู่บ้านซานสุ่ย
ในขณะเดียวกัน
จางเจ๋อที่อุตส่าห์ดั้นด้นมาถึงคอมมูนเป่ยไหวได้สำเร็จ กำลังยืนเคว้งคว้างอยู่ที่หน้าประตูคอมมูน มองซ้ายมองขวา หวังจะเจอเงาของหวงอิ่งและพรรคพวก
ไกลออกไป
กลุ่มวัยรุ่นเจ้าถิ่นเห็นจางเจ๋อแต่งตัวดี ยืนชะเง้อชะแง้มองหาใครสักคน ก็หันมาซุบซิบกัน "เฮ้ยพวกเรา สาวๆ เมื่อกี้เราพลาดไปแล้ว แต่ไอ้หมอนี่น่าจะรีดไถได้สักก้อนว่ะ"
"ไอ้โล้น เอ็งลองเข้าไปหยั่งเชิงมันดูซิ" หนึ่งในนั้นพยักพเยิดไปทางวัยรุ่นหัวโล้น
เจ้าหัวโล้นไม่รอช้า ลุกขึ้นเดินตรงดิ่งเข้าไปหาจางเจ๋อทันที
จางเจ๋อมองหาหวงอิ่งไม่เจอ กำลังร้อนใจอยากจะถามทางใครสักคน
ประจวบเหมาะกับที่เจ้าหัวโล้นเดินเข้ามาใกล้ "ไอ้น้อง มาจากไหนวะ หน้าตาไม่คุ้นเลยนี่หว่า"
จางเจ๋อเห็นวัยรุ่นหัวโล้นมายืนตรงหน้า ตอนแรกก็ชะงักไปนิด แต่ด้วยความห่วงหวงอิ่ง จึงไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวอะไร
อีกอย่าง เขามายืนอยู่หน้าคอมมูนเป่ยไหว กลางวันแสกๆ แบบนี้ คงไม่มีใครกล้าทำอะไรบ้าบิ่นหรอก
"ผมมาจากในอำเภอครับ มาตามหาคน พี่ชายครับ พอจะเห็นผู้หญิงสามคน อายุประมาณสิบแปดสิบเก้าผ่านมาแถวนี้บ้างไหมครับ"
เจ้าหัวโล้นได้ยินว่าไอ้หนุ่มนี่มาจากในเมือง แถมยังมาตามหาสาวๆ กลุ่มเมื่อกี้ ก็ยิ้มกริ่มในใจ
กวาดสายตามองจางเจ๋อหัวจรดเท้าอยู่นาน จนจางเจ๋อเริ่มใจคอไม่ดี
พอแน่ใจแล้ว เจ้าหัวโล้นก็ยังไม่ตอบคำถาม แต่กวักมือเรียกพวกพ้องที่เหลือ
พรรคพวกของเจ้าหัวโล้นเดินเข้ามาสมทบ เจ้าหัวโล้นถึงเริ่มเปิดปาก "ไอ้หนุ่มนี่มันมาจากในเมือง มาตามหาคน ดูเหมือนจะมาตามหาสาวๆ กลุ่มเมื่อกี้ว่ะ"
จางเจ๋อได้ยินดังนั้น ก็ตาลุกวาว รีบถามเจ้าหัวโล้นกับพวก
"พวกพี่ๆ ครับ รบกวนช่วยบอกหน่อยได้ไหมครับว่าพวกเธอไปทางไหน?"
แววตาของพวกเจ้าถิ่นเป็นประกายวูบ หนึ่งในนั้นชี้มือไปทางทิศหนึ่ง "เห็นทางเส้นนั้นไหม สาวสามคนนั้นเพิ่งตามไอ้หนุ่มคนนึงไปทางนั้นแหละ เพิ่งไปได้ห้านาทีเอง ถ้าน้องรีบตามไปตอนนี้ อาจจะทันก็ได้"
พูดจบ พวกนักเลงก็ทำท่าเดินแยกย้ายกันไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
จางเจ๋อที่ตอนแรกยังระแวงอยู่บ้าง พอเห็นพวกเจ้าหัวโล้นชี้ทางให้แล้วก็เดินหนีไป ก็รีบออกวิ่งเหยาะๆ ไปตามทางเส้นนั้นทันที
พอจางเจ๋อลับหลังไป พวกนักเลงกลุ่มเดิมก็โผล่หัวออกมาอีกครั้ง
"พี่กัง มันไปแล้ว พวกเรารีบตามไปเหอะ เมื่อกี้ข้าเล็งไว้แล้ว นาฬิกาข้อมือไอ้หมอนั่นของดีชัวร์ น่าจะได้หลายตังค์" เจ้าหัวโล้นกระซิบกระซาบ
ชายหนุ่มที่ชื่อ 'พี่กัง' หัวเราะ หึหึ "มันกำลังรีบตามหาคน คงไม่ย้อนกลับมาเร็วๆ นี้หรอก ไป พวกเราไปดักมันทางโน้น อย่าลืมเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วก็หาอะไรมาปิดหน้าปิดตาด้วยล่ะ"
พูดจบ ทั้งแก๊งก็รีบเดินลัดเลาะไปอีกทางหนึ่ง
......
ข่าวที่หลิวอันผิงพาหญิงสาวหน้าตาดีสามคนกลับมาที่หมู่บ้านซานสุ่ย แพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว
หน่วยข่าวกรองประจำหมู่บ้านตามหัวระแหงและตรอกซอกซอย เริ่มเปิดประเด็นวิเคราะห์วิจารณ์กันอย่างออกรส
"รู้กันหรือยัง ลูกชายบ้านนังเฟิ่งอิง วันนี้พาผู้หญิงกลับมาบ้านตั้งสามคนแน่ะ เสื้อผ้าหน้าผมผู้ดี๊ผู้ดี ไม่มีรอยปะชุนสักนิด ดูทรงแล้วน่าจะเป็นคนในเมือง"
"จริงเหรอเนี่ย?"
"จริงสิ เมื่อไม่กี่วันก่อนนังเฟิ่งอิงยังบ่นว่าจะหาเมียให้ลูกชาย วันนี้ลูกชายก็พาผู้หญิงกลับมาบ้านตั้งสามคน หรือจะเป็นคู่ดูตัว?"
"จะเป็นไปได้ไง บ้านนังเฟิ่งอิงจนกรอบขนาดต้องเช่าบ้านญาติอยู่ ใครเขาจะมาเอาลูกชายบ้านนี้ ฉันว่านะ น่าจะเป็นเพื่อนที่โรงเรียนลูกชายมันมากกว่า"
หลิวอันผิงไม่รู้เรื่องที่ป้าข้างบ้านนินทากันสนุกปาก
และถึงรู้ เขาก็คงไม่เก็บมาใส่ใจ
ตอนนี้หลิวอันผิงกำลังแนะนำหวงอิ่งและเพื่อนๆ ให้ครอบครัวรู้จัก "พ่อ แม่ นี่หวงอิ่ง เพื่อนร่วมชั้น แล้วก็นั่งโต๊ะข้างๆ ผมเอง ส่วนสองคนนี้ คนนึงเป็นลูกพี่ลูกน้องหวงอิ่ง อีกคนก็เพื่อนโรงเรียนเดียวกันครับ... หวงอิ่ง นี่แม่ฉัน แล้วก็พี่สาว กับน้องสาว"
"สวัสดีค่ะคุณน้า พี่สาว น้องสาว"
หวงอิ่งและเพื่อนๆ รีบยกมือไหว้ทักทายถังเฟิ่งอิงและคนอื่นๆ
ทุกคนต่างทักทายตอบรับกันไปมา
ถังเฟิ่งอิงมองดูสาวน้อยทั้งสามคนด้วยความประหม่า ปากก็พร่ำบอกว่าดีๆๆ แต่สายตากลับจ้องมองหวงอิ่งไม่วางตา
ทำเอาหวงอิ่งเริ่มเขินทำตัวไม่ถูก รีบปลดเป้สะพายหลัง หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาหลายผืน "คุณน้าคะ หนูมาเยี่ยมบ้านครั้งแรก ไม่รู้จะเอาอะไรมาฝาก นี่เป็นผ้าเช็ดหน้าที่หนูซื้อมาจากตัวเมืองมณฑลเมื่อปีที่แล้วค่ะ หนูให้คุณน้า แล้วก็พี่สาวกับน้องสาวด้วยนะคะ"
ถังเฟิ่งอิงไม่กล้ารับของฝาก ได้แต่มองหน้าลูกชายเลิ่กลั่ก
หลิวไฉ่ฟางกับน้องสาวก็เช่นกัน แต่สายตาของทั้งคู่จับจ้องไปที่เสื้อผ้าสวยงามใหม่เอี่ยมของพวกหวงอิ่งตาไม่กระพริบ
หลิวอันผิงเห็นสายตาของพี่สาวและน้องสาว ก็ลอบถอนหายใจในใจ
เฮ้อ สงสัยต้องรีบหาเงินมาจุนเจือครอบครัวให้เร็วกว่านี้แล้ว
พี่สาวกับน้องสาวตั้งแต่เกิดมาแทบไม่เคยได้ใส่เสื้อผ้าดีๆ พอเห็นชุดสวยๆ ของพวกหวงอิ่ง ก็คงอดอิจฉาไม่ได้
บ้านหลิวอันผิงนั้นยากจนข้นแค้น เสื้อผ้าที่ถังเฟิ่งอิงและลูกสาวใส่ ล้วนแต่มีรอยปะชุนเต็มไปหมด แม้แต่บ้านที่ซุกหัวนอนก็ยังต้องเช่าญาติอยู่
หลังจากผ่านช่วงเวลาเกร็งๆ กันไปสักพัก บรรยากาศก็เริ่มผ่อนคลายขึ้น
หลิวไฉ่ฟางพาหวงอิ่งและเพื่อนๆ ไปยังห้องพัก หลิวอันผิงเดินตามหลังไป "หวงอิ่ง สองสามวันนี้พวกเธอพักห้องนี้นะ ถ้าเกิดรังเกียจว่าบ้านฉันคับแคบสกปรก จะให้ฉันไปส่งขึ้นรถกลับเข้าเมืองที่คอมมูนตอนนี้เลยก็ได้นะ"
คำพูดของหลิวอันผิง เรียกค้อนวงใหญ่จากหวงอิ่งได้ทันที
"หลิวอันผิง นี่นายยังเห็นฉันเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะอยู่ไหม พูดแบบนี้ดูถูกกันชัดๆ"
หลิวอันผิงหัวเราะแห้งๆ "ล้อเล่นน่า ล้อเล่น พักผ่อนกันตามสบายนะ เดี๋ยวฉันจะพาเดินดูรอบๆ บ้าน กินข้าวเที่ยงเสร็จค่อยพาขึ้นเขาไปเที่ยว"
พูดจบ หลิวอันผิงก็เดินออกจากห้อง
ถังเฟิ่งอิงรีบดึงตัวลูกชายไปหลบมุม กระซิบกระซาบถามเสียงเบา
"อันผิง แม่หนูเสื้อฟ้าคนนั้น เขาชอบลูกใช่ไหม?"
หลิวอันผิงถึงกับอึ้งกิมกี่ที่โดนแม่ยิงคำถามใส่แบบนี้
แม่ดูออกได้ยังไงเนี่ย?