- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในยุค เจ็ดศูนย์ เส้นทางพลิกชีวิตของสาวน้อยกำพร้า
- บทที่ 10 เก็บลูกท้อ
บทที่ 10 เก็บลูกท้อ
บทที่ 10 เก็บลูกท้อ
บทที่ 10 เก็บลูกท้อ
"คุณลุงหลิวไม่ต้องโทษตัวเองหรอกค่ะ เรื่องทั้งหมดนี้เกิดจากฝีมือของพวกสายลับข้าศึก หนูหวังแค่ว่าประเทศของเราจะกำจัดพวกเขาให้สิ้นซากโดยเร็ว ไม่อย่างนั้นในอนาคตคงมีคนบริสุทธิ์ต้องตายด้วยน้ำมือพวกเขาอีกมาก"
เฉินเสี่ยวหลินไม่รู้ว่าเจ้าของร่างเดิมจะโทษผู้บัญชาการกองพลหลิวหรือไม่ แต่ตัวเฉินเสี่ยวหลินเองไม่ได้โทษเขา ภารกิจย่อมต้องมีคนปฏิบัติ และสุดท้ายย่อมต้องมีคนเสียสละ หากไม่ใช่พ่อของเธอ ก็ต้องเป็นคนอื่น นี่คือหน้าที่ของชายชาติทหาร เธอคิดว่าพ่อคงไม่เสียใจที่ได้พลีชีพเพื่อชาติ!
"เสี่ยวหลิน หนูเป็นเด็กดีจริงๆ ต่อไปวางแผนจะทำยังไงต่อล่ะ? ให้ลุงช่วยฝากงานให้ดีไหม?" ผู้บัญชาการกองพลหลิวตั้งใจจะใช้เส้นสายจัดหางานให้เฉินเสี่ยวหลิน เพื่อให้เธอสามารถยืนหยัดพึ่งพาตัวเองได้
"พ่อสั่งเสียให้หนูกลับไปบ้านเกิดค่ะ หนูเก็บของเรียบร้อยแล้ว อีกสองวันก็จะออกเดินทาง รบกวนคุณลุงช่วยนำเงินสองพันหยวนนี้ไปคืนพวกคุณอาเหล่านั้นด้วยนะคะ" เฉินเสี่ยวหลินหยิบเงินสองพันหยวนออกมาจากกระเป๋า
"พวกเขามอบให้แล้วหนูก็รับไว้เถอะ! นี่คือน้ำใจของทุกคน จะไปวันไหนล่ะ? เดี๋ยวลุงจะจองตั๋วรถไฟตู้นอนให้" เมื่อเห็นว่าเฉินเสี่ยวหลินมีแผนการของตัวเองแล้ว ผู้บัญชาการกองพลหลิวก็เบาใจลง เขาเป็นห่วงกลัวว่าเฉินเสี่ยวหลินจะยังจมอยู่กับอดีต
"คุณลุงก็รู้ว่าหนูไม่ได้ขัดสนเรื่องเงิน เอาไปคืนพวกเขาเถอะค่ะ! หนูขอบคุณในน้ำใจของทุกคนจริงๆ" เฉินเสี่ยวหลินวางเงินลงและเตรียมตัวกลับ เพราะเธอมีธุระอย่างอื่นต้องไปทำต่อ
"งั้นก็ได้! อ้อ จริงสิ หนูยังไม่ได้ไปเก็บของที่บ้านพักในเขตทหารของพ่อหนูใช่ไหม? วันก่อนลุงลืมบอกไป" ผู้บัญชาการกองพลหลิวเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเฉินต้าจู้ได้รับจัดสรรบ้านพักในเขตทหารด้วย ถึงแม้ปกติเขาจะไม่ค่อยได้ไปอยู่ก็ตาม
"งั้นเดี๋ยวหนูจะแวะไปเก็บกวาดค่ะ" อันที่จริงเฉินเสี่ยวหลินวางแผนจะมาเก็บของของพ่อเจ้าของร่างเดิมในวันนี้อยู่แล้ว และเธอก็พกกุญแจมาด้วย
เฉินเสี่ยวหลินนั่งคุยต่อที่บ้านผู้บัญชาการกองพลหลิวอีกครู่หนึ่ง ปฏิเสธคำชวนให้อยู่ต่อของสองสามีภรรยา แล้วเดินไปยังบ้านพักของเฉินต้าจู้ในเขตทหารเพียงลำพัง
ตอนที่เฉินต้าจู้ได้รับจัดสรรบ้านพัก เขาขอเลือกเป็นบ้านชั้นเดียวตามความต้องการของเฉิงซิน
เฉินเสี่ยวหลินเปิดประตูรั้วเข้าไป เห็นลานบ้านกว้างขวาง มีซุ้มองุ่นเก่าโทรมและชิงช้าเล็กๆ อยู่ใต้ซุ้มนั้น
ในลานบ้านยังมีต้นท้อปลูกไว้อีกหนึ่งต้น ปลูกไว้ตั้งแต่ตอนที่เฉินเสี่ยวหลินเกิด ผ่านไปสิบกว่าปี ต้นไม้ยังคงออกผลดกเต็มต้น
เฉินเสี่ยวหลินเด็ดลูกท้อลงมาหนึ่งลูก เช็ดกับเสื้อแบบลวกๆ แล้วกัดเข้าปาก
อื้ม รสชาติดีทีเดียว เฉินเสี่ยวหลินวางแผนว่าจะเก็บลูกท้อทั้งหมด แล้วเอาไปแจกจ่ายให้เพื่อนบ้านในเขตทหาร
หลังจากกินลูกท้อหมด เฉินเสี่ยวหลินก็เดินไปที่บ่อน้ำ ตักน้ำขึ้นมาล้างมือ แล้วเตรียมเข้าไปเก็บของในบ้าน
ห้องที่เฉินเสี่ยวหลินเคยนอนตอนเด็กๆ ว่างเปล่า มีเพียงเตียงไม้กระดานกับตู้เสื้อผ้าใบใหญ่ตั้งอยู่
ห้องครัวก็ว่างเปล่าเช่นกัน ปกติเฉินต้าจู้นอนที่นี่คนเดียว เขาขี้เกียจทำอาหาร เพราะที่โรงอาหารก็มีข้าวให้กินอยู่แล้ว
วันนี้เฉินเสี่ยวหลินเน้นมาเก็บกวาดห้องของเฉินต้าจู้กับภรรยา ปกติเวลาเฉิงซินมีเวลาว่าง เธอมักจะไปอยู่เป็นเพื่อนเฉินเสี่ยวหลินที่บ้านในเมือง จึงไม่ค่อยมีของใช้ส่วนตัวอยู่ที่นี่มากนัก
เฉินเสี่ยวหลินหาถุงกระสอบสะอาดๆ มาหนึ่งใบ เก็บเสื้อผ้าของเฉินต้าจู้ใส่ลงไป ส่วนผ้านวมเธอตัดสินใจทิ้งไว้ กะว่าจะถามเพื่อนบ้านทีหลังว่ามีใครอยากได้ไหม
นอกจากนี้ เฉินเสี่ยวหลินยังเจอรูปถ่ายครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูกวางอยู่บนโต๊ะหนังสือ
เฉินเสี่ยวหลินมองดูรอยยิ้มที่มีความสุขของทั้งสามคนในรูป หวังว่าพวกเขาจะได้ไปใช้ชีวิตครอบครัวอย่างมีความสุขด้วยกันในภพหน้า
เฉินเสี่ยวหลินเก็บรูปถ่ายเข้ามิติ เธอตั้งใจว่าถ้ามีเวลาจะทำป้ายวิญญาณให้ทั้งสามคน และแอบเผากระดาษเงินกระดาษทองไปให้ในช่วงเทศกาล
หลังจากเก็บของเสร็จ เฉินเสี่ยวหลินก็หากรรไกรกับตะกร้าสะพายหลังใบใหญ่สองใบ แล้วออกไปเก็บลูกท้อที่ลานบ้าน
หลังจากเก็บผลที่อยู่ต่ำๆ จนหมดและกำลังจะปีนไปเก็บผลที่ยอดไม้ พอหันกลับมา เธอก็เห็นเด็กชายตัวเล็กๆ หลายคนกำลังแอบมองอยู่ที่หน้าประตู
"อยากกินลูกท้อเหรอ?" เฉินเสี่ยวหลินเห็นเด็กชายตัวผอมแห้งหกคนยืนกลืนน้ำลายอยู่ตรงหน้า ก็รู้ทันทีว่าพวกเด็กๆ อยากกินผลไม้
"พี่สาวครับ ถ้าพวกผมช่วยเก็บลูกท้อบนยอดไม้ พี่แบ่งให้พวกผมคนละลูกได้ไหมครับ?"
วันนี้จ้าวหลินพากลุ่มเพื่อนมาเล่นแถวนี้ พอดีเห็นพี่สาวบ้านผู้พันเฉินกำลังเก็บลูกท้อ พวกเขาไม่ได้กินผลไม้มานานแล้ว แต่พ่อสอนไว้ว่าห้ามขอของคนอื่นกินพร่ำเพรื่อ เขาเลยคิดว่าจะช่วยทำงานแลกกับลูกท้อสักลูก
"ถ้าอยากกินก็เข้ามาหยิบไปคนละลูกสิ พี่เก็บเองได้ ไม่ต้องช่วยหรอก" เฉินเสี่ยวหลินจะทนใช้งานแรงงานเด็กได้ยังไง อีกอย่างต้นท้อก็ไม่ได้สูงมากนัก เธอยกโต๊ะมาปีนเก็บเองได้สบายๆ
"พ่อผมบอกว่าห้ามรับของคนอื่นฟรีๆ ครับ ผมปีนต้นไม้เก่งมาก ให้ผมช่วยนะครับ!" จ้าวหลินมองลูกท้อในตะกร้าอย่างชั่งใจ ทำยังไงดี เขาอยากกินจริงๆ นะ!
"ใช่ครับ! พี่สาว ให้พวกผมช่วยเถอะนะครับ" ฟางอ้ายจวินที่ตัวเตี้ยกว่าจ้าวหลินหนึ่งช่วงศีรษะ น้ำลายแทบจะย้อยออกมาแล้ว
เด็กคนอื่นๆ ก็รีบพยักหน้าตามกันรัวๆ กลัวว่าถ้าช้าไปพี่สาวจะไม่ยอมให้ช่วย
"งั้นเอาอย่างนี้ พี่จะปีนไปเก็บข้างบน แล้วพวกเธอคอยรับอยู่ข้างล่าง ตกลงไหม?" เฉินเสี่ยวหลินมองสายตาคาดหวังทั้งหกคู่ แล้วปฏิเสธไม่ลงจริงๆ
"ตกลงครับ!" เด็กทั้งหกคนยิ้มแก้มปริอย่างมีความสุข
เฉินเสี่ยวหลินกับเด็กๆ อีกหกคนใช้เวลาอีกสิบนาทีก็เก็บลูกท้อจนหมดต้น
ต้นท้อต้นนี้ออกผลดกมากจริงๆ เก็บได้เต็มตะกร้าสะพายหลังใบใหญ่ถึงสองใบ
เฉินเสี่ยวหลินแบ่งให้เด็กๆ คนละสองลูก ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากให้เยอะกว่านี้ แต่เธอกะว่าจะเอาไปแจกให้เพื่อนบ้านชิมด้วย กลัวว่าแจกไปแจกมาจะไม่ทั่วถึง
บ้านพักชั้นเดียวแถวบ้านเฉินเสี่ยวหลินมีประมาณยี่สิบหลังเรือน เธอไม่คิดจะเอาไปแจกฝั่งตึกแถว คำนวณดูแล้วน่าจะแบ่งให้ได้บ้านละหกลูก
เฉินเสี่ยวหลินใช้เวลาครึ่งชั่วโมงเดินแจกจ่ายลูกท้อจนเกือบหมด เหลือติดก้นตะกร้าอยู่ประมาณสิบลูก ซึ่งเธอตั้งใจจะเก็บไว้ให้ผู้บัญชาการกองพลหลิว
โชคดีที่ลูกท้อในมิติของเธอก็ใกล้จะสุกแล้ว ไม่อย่างนั้นเธอคงตัดใจยกให้คนอื่นหมดแบบนี้ไม่ได้แน่ๆ
เฉินเสี่ยวหลินนำลูกท้อไปให้ที่บ้านผู้บัญชาการกองพลหลิว และฝากกุญแจบ้านพักในเขตทหารของเฉินต้าจู้ไว้กับเขา รบกวนให้ช่วยนำไปคืนฝ่ายพลาธิการด้วย
ผ้านวมที่เฉินต้าจู้เคยใช้ จ้าวหลินขอเอากลับไปบ้าน ส่วนพวกหม้อ ไห จาน ชาม เด็กคนอื่นๆ ก็แบ่งกันเอาไปคนละไม้คนละมือ
เฉินเสี่ยวหลินเดินสะพายถุงกระสอบใบเดียวออกจากบ้านพักเขตทหาร
ตอนที่เฉินเสี่ยวหลินจะกลับ จ้าวหลินและเด็กๆ วิ่งมากอดขาเธอไว้ไม่ยอมให้ไป สุดท้ายแม่ของจ้าวหลินต้องออกมาตามตัวกลับบ้านไป
เฉินเสี่ยวหลินรู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก เธอคงไม่มีโอกาสได้กลับมาที่นี่อีกแล้ว
พอกลับถึงตัวเมือง ฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว เฉินเสี่ยวหลินยุ่งมาทั้งวันจนรู้สึกเหนื่อยและขี้เกียจทำอาหาร เธอจึงนำแตงโมออกมาจากมิติลูกหนึ่ง ผ่าครึ่งแล้วใช้ช้อนตักกิน