- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในยุค เจ็ดศูนย์ เส้นทางพลิกชีวิตของสาวน้อยกำพร้า
- บทที่ 7 สถานีรับซื้อของเก่า
บทที่ 7 สถานีรับซื้อของเก่า
บทที่ 7 สถานีรับซื้อของเก่า
บทที่ 7 สถานีรับซื้อของเก่า
"เวลาเธออิจฉาใคร หน้าตาน่าเกลียดชะมัด สาวสวยรวยทรัพย์อย่างฉันไม่กลัวหาแฟนไม่ได้หรอกนะ เธอนั่นแหละที่ต้องรีบหา ไม่อย่างนั้นคนจบแค่มัธยมปลายแถมไม่มีงานทำอย่างเธอ คงหนีไม่พ้นต้องลงชนบทไปใช้แรงงานแน่!"
เฉินเสี่ยวหลินมองดูเหออิงอิงที่ทำแก้มป่องด้วยความโมโหแล้วรู้สึกขำ อันที่จริงเหออิงอิงก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร แต่ไม่รู้ทำไมถึงชอบหาเรื่องเธอนัก ราวกับว่าเธอไปแย่งคนรักของอีกฝ่ายมาอย่างนั้นแหละ
"เฉินเสี่ยวหลิน คอยดูเถอะ! เชอะ!" เหออิงอิงโดนเฉินเสี่ยวหลินจี้ใจดำจนแทบจะร้องไห้ ความจริงวันนี้เธอเพิ่งไปลงชื่อสมัครไปชนบทมาพอดี เพราะเรื่องนี้แหละเธอถึงอารมณ์ไม่ดี กะว่าจะมากินหมูสามชั้นน้ำแดงย้อมใจที่ร้านอาหารของรัฐสักหน่อย ดันมาเจอคู่ปรับอย่างเฉินเสี่ยวหลินเข้าให้
เฉินเสี่ยวหลินส่ายหัวอย่างจนใจ เหออิงอิงคนนี้ไม่มีพิษมีภัยอะไรหรอก ก็แค่คุณหนูเอาแต่ใจที่ปากร้ายไปหน่อยเท่านั้นเอง
"พี่สาวคะ ขอหมูสามชั้นน้ำแดงที่หนึ่ง แล้วก็ข้าวสวยหนึ่งชามค่ะ" เฉินเสี่ยวหลินกวาดตามองกระดานดำบนผนัง เมนูวันนี้มีแค่หมูสามชั้นน้ำแดง ปลาน้ำแดง ผัดมันฝรั่งเส้น เกี๊ยว บะหมี่เนื้อ หมั่นโถว และข้าวสวย
"หนึ่งหยวนเจ็ดสิบเฟิน คูปองเนื้อครึ่งจิน คูปองข้าวสองตำลึง อาหารเสร็จแล้วมารับเองนะ!" พนักงานเสิร์ฟของร้านอาหารรัฐรับเงินและคูปองไปอย่างเย็นชา แล้วยื่นป้ายเบอร์ให้เฉินเสี่ยวหลิน
เฉินเสี่ยวหลินหาที่นั่งว่างแล้วนั่งลง เธอค่อนข้างอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับร้านอาหารของรัฐในยุค 70 อยู่ไม่น้อย
รอสักพัก เฉินเสี่ยวหลินก็ได้ยินเสียงเรียก "หมูสามชั้นน้ำแดงกับข้าวสวยได้แล้ว มารับไปได้เลย"
เฉินเสี่ยวหลินมองดูหมูสามชั้นน้ำแดงสีสันสดใสน่าทานในจาน เธอคีบขึ้นมาหนึ่งชิ้นแล้วส่งเข้าปาก สมคำร่ำลือว่าเป็นเมนูเด็ดที่ต้องสั่งในนิยายย้อนยุคจริงๆ เนื้อนุ่มละลายในปาก มันแต่ไม่เลี่ยน
เฉินเสี่ยวหลินกินหมูสามชั้นสลับกับข้าวสวย แป๊บเดียวก็หมดเกลี้ยงจาน เธอเรอออกมาอย่างอิ่มเอม
เดินออกจากร้านอาหาร เฉินเสี่ยวหลินวางแผนจะไปดูลาดเลาที่สถานีรับซื้อของเก่าสักหน่อย
ในปักกิ่งมีสถานีรับซื้อของเก่าสองแห่ง คือฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก ฝั่งตะวันออกอยู่ถัดจากบ้านเฉินเสี่ยวหลินไปแค่สองกิโลเมตร
เนื่องจากไม่มีจักรยาน เฉินเสี่ยวหลินจึงต้องเดินเท้า ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงจุดหมาย
สถานีรับซื้อของเก่าแบบเดิม คุณปู่คนเดิม พนักงานที่สถานีรับซื้อของเก่าฝั่งตะวันออกก็เป็นคุณปู่อายุราวหกสิบเจ็ดสิบปีเหมือนกัน
"คุณปู่คะ หนูขอเข้าไปหาพวกหนังสือเรียนกับหนังสือพิมพ์เก่าหน่อยได้ไหมคะ?" เฉินเสี่ยวหลินหยิบบุหรี่ซองหนึ่งจากกระเป๋าเสื้อยื่นให้คุณปู่ที่นั่งเฝ้าอยู่หน้าประตู
"ได้สิ เข้าไปหาดูเถอะ หาเสร็จแล้วค่อยออกมา ชั่งน้ำหนักจ่ายเงินนะ แต่อย่าหยิบของที่ไม่ควรหยิบเชียวล่ะ" คุณปู่รีบรับบุหรี่ที่เฉินเสี่ยวหลินยื่นให้อย่างไว แล้วเปิดประตูให้เธอเข้าไป
เฉินเสี่ยวหลินเดินเข้าไปด้านใน พบว่าข้าวของถูกจัดหมวดหมู่ไว้เรียบร้อยแล้ว เธอตั้งใจจะเริ่มค้นหาจากโซนหนังสือพิมพ์และแบบเรียนก่อน
ค้นไปสักพัก เฉินเสี่ยวหลินก็เจอชุดแบบเรียนคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ และเคมีครบชุด ตอนนี้ปี 1970 อีกเจ็ดปีก็จะมีการสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีกครั้ง
เฉินเสี่ยวหลินแยกหนังสือเรียนชุดนั้นไว้ต่างหาก เธอกะว่าจะหาพวกหนังสือภาพไปฝากหลานๆ ที่บ้านเกิดด้วย ไม่รู้ว่าลูกพี่ลูกน้องทั้งสี่คนมีลูกกันกี่คนแล้ว ต้องขนไปเยอะๆ ไม่งั้นเดี๋ยวไม่พอแจก!
พอเจอพวกตำราแพทย์ ตำราอาหาร หรือหนังสือเย็บเล่มแบบโบราณ เฉินเสี่ยวหลินก็จะแอบเก็บเข้ามิติ เพราะหนังสือพวกนี้ตอนนี้ยังเอาออกมาให้คนเห็นไม่ได้
ไม่นานนัก เฉินเสี่ยวหลินก็ค้นห้องนี้จนทั่ว เธอได้ตำราแพทย์กับตำราอาหารมาหลายเล่ม รวมถึงตำราสมุนไพร "เปิ่นฉาวกังมู่" ฉบับภาพวาดด้วย ซึ่งเหมาะมาก เพราะเธอกะว่าจะหารายได้เสริมจากการเก็บสมุนไพรขายหลังจากกลับไปบ้านเกิด
ห้องข้างๆ ล็อกอยู่ เข้าไปหาขุมทรัพย์ไม่ได้ เธอเลยต้องเดินออกมาพร้อมกับหนังสือเรียนชุดนั้นและหนังสือพิมพ์เก่าปึกหนึ่ง
"คุณปู่คะ ช่วยชั่งน้ำหนักหนังสือพวกนี้หน่อยค่ะ"
"เอามาหยวนเดียวก็พอ เดี๋ยวลุงแถมถุงกระสอบให้ใบหนึ่ง" คุณปู่กวาดตามองผ่านๆ แกค่อนข้างชอบเด็กขยันเรียนอย่างเฉินเสี่ยวหลิน
"ขอบคุณค่ะ" เฉินเสี่ยวหลินหยิบเงินหนึ่งหยวนออกมาจ่าย แล้วเอาหนังสือใส่ถุงกระสอบเดินออกมา
เดินหิ้วถุงกระสอบมาได้สักพัก เฉินเสี่ยวหลินก็อาศัยจังหวะปลอดคนรีบเก็บหนังสือเข้ามิติ
ขากลับ เฉินเสี่ยวหลินเดินผ่านสำนักงานเขตพอดี เธอเลยคิดว่าจะเข้าไปติดต่อเรื่องปล่อยเช่าบ้านซะวันนี้เลย
"เสี่ยวหลิน มาทำอะไรที่นี่จ๊ะ? ป้ากะว่าเดี๋ยวจะแวะไปหาหนูที่บ้านอยู่พอดี!" หลิวอ้ายหงเป็นรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตและเป็นเพื่อนกับแม่ของเฉินเสี่ยวหลิน ลูกชายของป้าเพิ่งแต่งงานไปเมื่อไม่กี่วันก่อน ป้าเลยยุ่งจนไม่มีเวลาไปเยี่ยมเฉินเสี่ยวหลิน
"ป้าหลิวคะ หนูว่าจะปล่อยเช่าบ้านแล้วกลับไปบ้านเกิดน่ะค่ะ" จากความทรงจำ เฉินเสี่ยวหลินรู้ว่าป้าหลิวดีกับเจ้าของร่างเดิมมาก เพราะสนิทกันมากนี่แหละ เธอถึงกลัวว่าป้าจะจับพิรุธได้
"ทำไมถึงคิดจะกลับบ้านเกิดล่ะลูก? ตอนนี้หนูเป็นทายาทวีรชน ทางรัฐบาลเขาจะจัดหางานให้ทำนะ" หลิวอ้ายหงไมอยากให้เฉินเสี่ยวหลินไปชนบทจริงๆ เธอกลัวว่าเด็กที่ถูกเลี้ยงมาอย่างทะนุถนอมอย่างเฉินเสี่ยวหลินจะทนความลำบากไม่ไหว เกิดเป็นอะไรไปตอนที่เธอไม่ได้อยู่ใกล้ๆ เธอคงช่วยไม่ทัน
"พ่อสั่งเสียไว้ว่าให้หนูกลับไปบ้านเกิดค่ะ พ่อบอกว่าหนูอยู่คนเดียวที่นี่ไม่ปลอดภัย กลับไปอยู่บ้านเกิดยังมีปู่กับย่าคอยดูแล" ถึงเฉินเสี่ยวหลินจะไม่ได้กะไปอยู่กับปู่ย่าจริงๆ แต่ก็ไม่อยากบอกตรงๆ เดี๋ยวป้าหลิวจะเป็นห่วง
"งั้นเหรอ! งั้นปล่อยเช่าบ้านให้ป้าไหมล่ะ? พี่เจี้ยนกั๋วของหนูเพิ่งแต่งงาน ยังไม่มีเรือนหอพอดี ป้าให้เดือนละสิบห้าหยวน" หลิวอ้ายหงกำลังหาบ้านเช่าให้ลูกชายอยู่พอดี พอรู้ว่าเฉินเสี่ยวหลินจะปล่อยเช่าบ้าน ก็เหมือนมีคนยื่นหมอนมาให้ตอนง่วงเลย!
"ไม่ต้องเยอะขนาดนั้นหรอกค่ะ สิบหยวนก็พอ ป้าหลิวไม่ต้องห่วงเรื่องเงินหรอกค่ะ หนูมีพอใช้" ตอนนี้เฉินเสี่ยวหลินเป็นเศรษฐีนีแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะอยากหาข้ออ้างเรื่องที่มาของเงินในอนาคต เธอคงไม่อยากให้ใครมาอยู่บ้านตัวเองหรอก
"เอาตามนั้นก็ได้จ้ะ!" หลิวอ้ายหงคิดดูแล้วก็ตกลง เธอรู้ว่าเงินเดือนพ่อแม่เฉินเสี่ยวหลินไม่ใช่น้อยๆ คงทิ้งเงินไว้ให้ลูกสาวไม่น้อยแน่
"อีกสองวันหนูจะเอากุญแจมาให้แล้วค่อยทำเรื่องย้ายทะเบียนบ้านนะคะ ตอนนี้ขอตัวกลับไปเก็บของก่อน" เฉินเสี่ยวหลินไม่กล้าอยู่คุยกับป้าหลิวนาน กลัวความแตก
"เอาขนมพวกนี้กลับไปกินด้วยสิลูก ป้ากะว่าจะเอาไปให้หนูหลังเลิกงานอยู่พอดี"