เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

2-การปล้นที่ล้มเหลว

2-การปล้นที่ล้มเหลว

2-การปล้นที่ล้มเหลว


เมื่อมองไปที่มีดเป็นสนิมในมือของเขา โรดี้ไม่สามารถเชื่อได้ว่าเขาจะทำตามคนอื่นๆและมาเป็นโจร

สตาร์นำโรดี้ไปยังสถานที่ที่เรียกว่าหมูป่าคลับ(Wild Boar Pub) ซึ่งพวกเขาพบกับชายอ้วนวัยกลางคนที่มีตาข้างเดียว สตาร์บอกกับคนอ้วนว่าพวกเขาต้องการเงินและหางานทำ

แม้ว่าพวกเขารู้จักสตาร์แต่พวกเขาไม่เคยเห็นโรดี้มาก่อน แต่สตาร์ยืนยันว่าโรดี้นั้นมีฝีมือมากกว่าตนและเชื่อถือได้ ดังนั้นชายวัยกลางคนเลยทดสอบโรดี้เรื่องฝีมือเล็กน้อย

แต่หลังจากโรดี้ส่งโต๊ะไม้ให้ลอยผ่านหัวชายอ้วนไปด้วยมือเดียว พวกเขาก็ไม่ติดใจในฝีมือโรดี้

คนอ้วนกระตือรือร้นในตัวของโรดี้เป็นอย่างมาก เขาตระหนักได้ว่านักเรียนของโรงเรียนอิมพีเรียลคนนี้มีความแข็งแกร่งพอๆกับนักดาบระดับ1 ในกลุ่มของเขามีเพียง2คนเท่านั้นที่มีความแข็งแกร่งดังกล่าว การที่ได้ชายหนุ่มคนนี้มาร่วมงานด้วยจะเพิ่มโอกาสสำเร็จในงานนี้เป็นอย่างมาก

ชายอ้วนพาทั้งคู่ไปยังห้องลับด้านหลังผับ ด้านในมีคนสวมเสื้อผ้าสบายๆ3คนนั่งอยู่ ใบหน้าของพวกเขาถูกปกปิดไว้ด้วยหน้ากากที่ยาวไปถึงดวงตา พวกเขามองไปยังสตาร์และโรดี้ด้วยสายตาที่ตื่นตัว พวกเขาทั้งหมดรู้จักสตาร์และมองด้วยความเคารพ พวกเขาไม่กล้าที่จะทำตัวเย้อหยิ่งต่อหน้านักเวทย์โดยเฉพาะนักเวทย์สายฟ้าอย่างสตาร์ ไม่มีใครอยากถูกย่างด้วยสายฟ้าหรอก!

อย่างไรก็ตามเมื่อพวกเขามองไปที่โรดี้พวกเขามองด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรนัก โดยเฉพาะเมื่อเห็นปานดำบนใบหน้าของโรดี้ พวกเขาบางคนหัวเราะด้วยความขบขัน โรดี้เคยชินกับปฏิกิริยาแบบนี้จากผู้คน อย่างน้อยๆเขาก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงทางสีหน้า

เมื่อชายอ้วนเริ่มแจกแจงงานและมอบอาวุธโรดี้เริ่มเห็นแววความยุ่งยาก

"ทุกคนโปรดจำเอาไว้พวกคุณไม่ใช่โจรแต่พวกคุณต้องแสดงบทบาทเป็นโจรเพื่อสกัดขบวนรถม้าและสั่งสอนบทเรียนที่ขมขื่นให้กับพวกขุนนางในขบวน จำไว้อย่าลงมือสังหารใคร ปล้นทุกอย่างที่เอามาได้ หากพวกเเจ้าสังหารใครแม้นายจ้างก็ไม่อาจจะช่วยเหลือได้หัวเจ้าจะถูกตัดโดยกิโยตินตามข้อมูลที่รายงานมาเราทราบว่าพวกมันมีนักดาบมาด้วย3คนงานนี้สำเร็จพวกเจ้าจะได้รับคนละ2ทองเป็นเงินค่าจ้าง พวกเจ้าสมควรจะจัดการคนคุ้มกันได้ด้วยการลอบโจมตี"

โรดี้ สตาร์และคนอื่นๆอีก3คนนำอาวุธของพวกเขาออกมารอตรงป่านอกเมือง พูดอย่างตรงไปตรงมาโรดี้เริ่มเสียใจที่ตัดสินใจมาเข้าร่วมงานนี้

เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่งานใหญ่อะไรเพราะนี่เป็นงานแรกจากการเข้าเป็นโจรฝึกหัด ในเมืองมีคนจำนวนมากหาเงินด้วยวิธีแบบนี้ แม้แต่นักรบโฉดบางคนยังหาเงินด้วยวิธีการแบบนี้ อย่างไรก็ตามหากพวกเขาล้มเหลวและถูกเปิดโปงตัวจริงพวกเขาจะถูกขับไล่ออกจากสถาบันและอนาคตของพวกเขาก็จะยุติลง อย่างไรก็ตามเมื่อมองไปยังรายจ่ายของเขาหากเขาไม่ทำสุดท้ายเขาก็จะถูกขับไล่จากโรงเรียนอยู่ดี

ในเวลาไม่นานโรดี้ก็เริ่มรู้สึกดีขึ้น เพราะเป้าหมายที่เขาจำปล้นคือพวกขุนนางที่น่ารังเกียจ สิ่งนี้เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้โรดี้บรรเทาความผิดในใจลง เขาไม่เคนรรู้สึกดีกับพวกขุนนางไร้ศีลธรรมที่ร่ำรวย

พวกเขาเดินทางห่างออกมาจากเมือง ถนนนั้นว่างเปล่าไร้ผู้คน ถนนนี้ถูกสร้างโดยคำสั่งของจักรพรรดิสุดประสงค์หลักในการสร้างก็คือการเก็บภาษี!!

"ระวัง" นักดาบคนหนึ่งกระซิบโรดูก่อนจะส่งสัญญาณให้ทุกคนหมอบลงกับพื้น

"ทุกคนเตรียมตัวขบวนใกล้มาถึงแล้ว" ชายที่แต่งตัวประหลาดๆสั่งทุกคน

โรดี้ไม่ชอบชายคนนี้ในตอนที่เลือกอาวุธชายคนนี้แย่งดาบที่โรดี้ต้องการทั้งๆที่เขาไม่ใช่นักดาบ โรดี้อยากจะเอามีดขึ้นสนิมในมือกระซวกท้องมันซะจริง

ในช่วงกลางคืนปกติคุณจะไม่พบคนที่ใช้เส้นทางนี้สัญจร อย่างไรก็ตามไกลออกไปในตอนนี้มีเสียงของกีบเท้าม้าที่ห้อตะบึงดังมาแต่ไกล โรดี้รู้สึกตื่นตัวขณะที่มองไปยังสตาร์ที่ยังวิตกกังวล

"เป็นค่ำคืนที่ห่วยแตก" นิโคลใช้ปลายนิ้วลูบผ้าม่านรถม้าเล่น แสงจันทร์บนฟ้าส่องลงมากระทบผมสีทองของเธอทำให้เธอดูราวกับเทพธิดา

นิโคลไม่ได้มีความสุขในค่ำคืนที่แย่แบบนี้แบบนี้ บารอนสโลนหลานขายขององค์จักพรรดินีตามตื้อเธอมาอย่างน้อยก็หนึ่งเดือนแล้ว ในที่สุดเธอก็ต้องยอมรับคำชวนเพื่อไปทานอาหารกลางวันที่ปราสาทของเขา อย่างไรก็ตามเขาหาใช่สุภาพบุรุษเขาเป็นคนหยาบคายและมองเธอด้วยสายตาหื่นกระหาย

ฮึ้ม!และดูเหมือนว่าเพื่อนจากเมืองหลวงคนนี้จะไม่สามารถอดทนได้ เขาดื่มไวน์และพยายามที่จะจูบฉัน ฉันเตะไปที่น้องชายของเขาเป็นการลงโทษที่พยายามล่วงเกินฉันและฉันมั่นใจว่าน้องชายของเขาจะไม่สามารถใช้งานได้อย่างน้อยก็หนึ่งเดือน

อารมณ์ของนิโคลนั้นย่ำแย่อย่างที่สุด แม้ว่าเธอจะจัดการลงโทษเลคเชอร์ไปแล้วก็ตาม แต่หัวใจของเธอก็ยังครุกกรุ่นอยู่

ตระกูลทิวลิปนั้นเสื่อมโทรมลง  ตระกูลทิวลิปนั้นเคยเป็นเทพสงคครามที่คอยรับใช้ประเทศและองค์จักรพรรดิแต่หลังจากที่พวกเขาเสื่อมถอยลงจักรพรรดิกลังส่งพวกเขาไปอยู่แถบชนบทเพื่อให้เหล่าศัตรูภายนอกเล่นงาน?

นิโคลรู้ดีว่าตั้งแต่เมื่อพ่อของเธอเสียชีวิตไปตั้งแต่เมื่อ6ปีก่อน ครอบครัวก็ได้สูญเสียเสาหลักที่คอยค้ำยันไปแม้ว่าจะมาจากตระกูลจอมพลของจักรวรรดิ แต่ครอบครัวที่ไม่มีบุตรชายจะไม่สามารถมีตำแหน่งใดๆในกองทัพได้ ความหวังเดียวคือน้องชายคนเล็กของเธอ แต่น่าเสียดายที่เขาเป็นคนที่โง่เง่าที่สุดในหลายร้อยปี

พี่ชายของเธอซึ้งเป็นหลานของเทพสงครามได้สร้างความยุ่งยากให้กับทางสถาบันอิมพีเรียลเท่านั้นหากเขาก่อเรื่องที่อื่นเขาจำเป็นต้องจ่ายเงินให้กับขุนนางคนอื่นๆ เขาทำให้ทุกคนปวดหัวและเสียใจ ในเวลาที่เธอยังอายุไม่ถึง10ขวบดีเธอต้องขึ้นมาดูแลจัดการปัญหาหลายอย่างของตระกูล เธอเชื่อมั่นในศรัทธาและความเพียรพยายามในหลายปีของเธอ จนบ้างครั้งเธอมักถามตัวเองว่าเหตุใดเธอถึงไม่เกิดมาเป็นผู้ชาย ถ้าเธอเป็นผู้ชายเธอก็จะสามารถแบกรับและฟื้นฟูตระกูลของเธอได้

ในตอนที่เธอกำลังนึกถึงเรื่องเก่าๆม้าก็ร้องออกมาด้วยความตกใจ เฒ่ามาร์คคนขับรถก็ตะโกนขึ้นมา

"เวรเอ้ย โจร!"

โรดี้ยังไม่ออกไป แม้เขาจะเก่งกาจ แต่เขาไม่ประมาท เขามองไปที่คนอื่นๆที่วิ่งออกไปและคิดว่าในเมื่องานไม่จำเป็นต้องให้รับรู้ถึงตัวตนทำไมต้องออกไปละ?

รถม้าถุกหยุดโดย1ในพรรคพวกของเขา

โรดี้สังเกตถึงสิ่งผิดปรกติในข้อมูลบอกว่ารถม้ามีนักดาบ3คนคุ้มกันอยู่ทำไมที่รถถึงมีเพียงสารถีเพียงคนเดียว ถึงคนขับรถม้าจะดูแก่แต่เขาก็ถูกคุมตัวลงจากรถม้าโดยโจรคนหนึ่ง

การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่น ทำให้พวกเขารู้สึกตื่นเต้น โจรคนหนึ่งพุ่งเข้าโจมตีประตูรถม้าอย่างรุนแรงเพื่อข่มขู่ผู้โดยสารด้านใน

โดยที่ไม่มีใครคาดคิดประตูรถเปิดออกมาช้าๆ สิ่งแรกที่ทุกคนเห็นคือเท้าที่เพรียวและข้อเท้าที่กลมมน ผิวเรียบเนียนดั่งหิมะ พวกมันเหมือนเป็นงานปั้นจากมือของพระเจ้า แม้แต่โรดี้ยังตกตะลึงกับความสวยงามของมัน(ขนาดแค่ข้อเท้านะ)

ไม่เพียงแต่โรดี้ที่ตกตะลึง ทุกคนที่ร่วมงานก็ตกตะลึงเช่นกัน

หญิงสาวคนหรือว่าเธอเป็นเทพธิดา ภายใต้แสงจันทร์ใบหน้าที่เนียนสวยเหมือนกับงาช้าง ผมสีบลอนด์ของเธอพริ้วไหวเบาๆตาสีฟ้าสวยที่ดูเงียบสงบ ริ้มฝีปากแดงสดเช่นกุหลาบปากเล็กๆที่ดูทรงเสนห์เมื่อเธอยิ้ม เธอยิ้ม?

"ไม่ดีแล้ว!" โรดี้สังเกตได้ถึงความผิดปรกติ แต่เขาไม่สามารถตะโกนบอกได้ทันเวลา

ทันใดนั้นอากาศก็เริ่มเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วจากสายลมเอื่อยๆกลับกลายเป็นทอร์นาโดสูง34เมตร หญ้า ดินก้อนหินและต้นไม้ถูกสูบเข้าไปในงวงลมมรณะ

"เธอเป็นนักเวทย์!" สตาร์ตะโกนออกมาคนแรก ในฐานะนักเวทย์เขาบอกได้เลยว่าเธอแข็งแกร่งมาก สตาร์รู้ทันทีว่าเขาไม่อาจสู้เธอได้ ทุกคนที่นี่รวมถึงโรดี้เองก็ไม่สามารถเอาชนะเธอได้

แม่งเอ้ย! เธอไม่เพียงสวยงามมากกว่าปกติ พลังเธอก็มากกว่าคนปกติด้วย

เพียงหนึ่งรอยยิ้มที่ไม่ได้เตรียมการอะไรก็สามารถเรียกทอร์นาโดที่ก่อเกิดฝนฟ้าคะนองได้? นี้มันเป็นพลังของนักเวทย์อย่างน้อยที่สุดก็ระดับ6 ในการเปรียบเทียบกันแล้วพลังเวทย์ของเขาไม่ใกล้ปลายสุดของพลังเธอแม้แต่นิดเดียว

สตาร์ต้องการที่จะหลบหนี เขาได้รับการสั่งสอนจากปู่ว่าความตายไม่ได้ทำได้ให้เป็นฮีโร่

อย่างไรก็ตามหญิงสาวได้มองเห็นสตาร์และเขาตะโกนก่อนหน้านี้ ดวงตาสีฟ้าครามที่สวยงามจ้องมองไปยังสตาร์และพูดขึ้นว่า

"คุณพูดผิดแล้วฉันไม่ใช่นักเวทย์"

เมื่อพูดจบนิโคลชี้นิ้วของเธอไปที่สตาร์ ศรสายฟ้าก็ปรากฎออกมาจากภายในทอร์นาโดพุ่งใส่สตาร์ สตาร์ร่ายเวทย์ป้องกันได้เพียงสองคำก่อนที่ศรสายฟ้าจะโจมตีใส่เขา เสียงกรีดร้องดังขึ้นมาการการเผาไหม้

นิโคลค่อยๆยกมือขึ้น โจรสองคนลอยขึ้นมาราวกับว่าถูกมือที่มองไม่เห็นจับอยู่ นิโคลจับพวกเขาฟาดกันในอากาศจนสลบและโยนทิ้งลงบนพื้น

คนที่เหลือไม่แม้แต่จะคิดต่อสู้และวิ่งหนีทันที นิโคลไม่ได้ไล่ล่าเธอชี้นิ้วไปที่พวกเขาและยิงสายฟ้าใส่จนพวกเขาช๊อคผมตั้งและล้มลง

ปากของโรดี้กระตุกเนื่องจากเขาตกตะลึง ธรรมชาติเขารู้ว่าเขาไม่อาจเอาชนะคนๆนี้แม้ว่าเขาจะเป็นนักดาบระดับ1ต่อให้ใช้นักดาบระดับ1อีก10คนก็ไม่ทำให้เธอมีปัญหาด้วยซ้ำ!

นิโคลเดินสุ่มหาโจรสองคนและเตะพวกมันระบายอารมณ์ เมื่อเธออารมดีขึ้นก็หันไปหาคนขับรถม้า

"เอาละเฒ่ามาร์คฉันรู้ว่าคุณไม่เป็นไร จับพวกมันมาซักคนหนึ่งและพามันไปในที่สาธารณะในวันพรุ้งนี้ ส่วนคนที่เหลือช่างมันพวกมันจะขยับตัวไม่ได้ไปอีก1วันเต็ม" หลังจากนั้นเธอก็ขึ้นรถม้าและปิดผ้าม่านดังเดิม

โรดี้ไม่ต้องการออกจากที่ซ่อนตัวของเขา แต่เขาเห็นว่าชายแก่ยกสตาร์ที่บาดเจ็บขึ้นมาแบกไว้ก่อนจะมัดและโยนไปที่บรรทุกสัมภาระของรถม้า สตาร์แสดงสีหน้าหม่นหมอง

เมื่อไม่มีตัวเลือกใดๆ โรดี้สะกดรอยตามรถม้าไป เขาไม่ใช่คนประเภททิ้งเพื่อนยามลำบาก เขาจะต้องช่วยเหลือสตาร์ ไม่ต้องฑุดถึงเรื่องงที่สตาร์มาที่นี่เพื่อช่วยเหลือโรดี้ได้เงินค่าเทอม เขาจะไม่ตกอยู่ในสถานะการแบบนี้ถ้าไม่ต้องมาช่วยโรดี้

เมื่อโรดี้ก้าวผ่านพวกที่หมดสติอยู่เขาไม่ลังเลที่จะหยิบดาบของชายคนนั้น หลังจากพวกมันหมดสติไปด้วยสายฟ้าของสิ่งนี้ก็ไม่จำเป็นสำหรับพวกมันอีกต่อไป

จบบทที่ 2-การปล้นที่ล้มเหลว

คัดลอกลิงก์แล้ว