- หน้าแรก
- ความยิ่งใหญ่ของข้าถูกเปิดเผยโดยสวรรค์
- บทที่ 30: คำสั่งสังหารจินผิงเอ๋อร์! การปะทะกันระลอกแรกระหว่างธรรมะและอธรรม!
บทที่ 30: คำสั่งสังหารจินผิงเอ๋อร์! การปะทะกันระลอกแรกระหว่างธรรมะและอธรรม!
บทที่ 30: คำสั่งสังหารจินผิงเอ๋อร์! การปะทะกันระลอกแรกระหว่างธรรมะและอธรรม!
บทที่ 30: คำสั่งสังหารจินผิงเอ๋อร์! การปะทะกันระลอกแรกระหว่างธรรมะและอธรรม!
รัตติกาลอันเงียบสงบ...สายลมยามค่ำคืนพัดเอื่อยเฉื่อย
หญิงสาวนั่งกอดเข่าคู้ตัวอยู่บนขั้นบันไดหิน สองขาเรียวชิดกันแน่น
ศีรษะของนางเริ่มโอนเอนด้วยความง่วงงุน ก่อนจะค่อยๆเอียงไปทางขวา ซบลงบนไหล่กว้างของเย่ฉางเฟิง กลิ่นกายบุรุษเพศที่คุ้นเคยแผ่ซ่านเข้ามาในจมูก มอบความรู้สึกปลอดภัยอันเปี่ยมล้น
แล้วนางก็...ผล็อยหลับไปในที่สุด
สายลมแผ่วเบาไล้เลียใบหน้าอันงดงามของนาง
รูปโฉมที่สมบูรณ์แบบของหญิงสาวผู้เย็นชาปรากฏอยู่ตรงหน้าเย่ฉางเฟิงอย่างชัดเจน
เขาเหม่อมองนางด้วยสายตาอ่อนโยน
แม้ลู่เสวี่ยฉีในยามนี้จะยังดูอ่อนเยาว์ไร้เดียงสาไปบ้าง แต่ก็มีเสน่ห์ดึงดูดใจไปอีกแบบ ชวนให้ผู้คนหลงใหลได้อย่างน่าประหลาด...
เมื่อคิดได้ดังนั้น เย่ฉางเฟิงก็อดใจไม่ไหว ค่อยๆยกมือขึ้น
ปลายนิ้วสัมผัสแก้มเนียนนุ่มของนาง บีบเบาๆทั้งซ้ายและขวาอย่างหมั่นเขี้ยว
อื้มม...สัมผัสมันช่างดีเหลือเกิน
เย่ฉางเฟิงส่ายหน้ายิ้มๆ
เขามิได้ปลุกนางให้ตื่น แต่กลับเลือกที่จะนั่งนิ่งๆให้ไหล่เป็นที่พักพิง ร่วมดื่มด่ำกับความงามของค่ำคืนนี้ไปด้วยกัน...
จวบจนเวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงดึกสงัด ลู่เสวี่ยฉีจึงค่อยๆรู้สึกตัวตื่นขึ้นอย่างงัวเงีย
ทันทีที่ลืมตา นางก็พบว่าตนเองกำลังซบไหล่ของเย่ฉางเฟิงอยู่ แถมร่างกายยังแนบชิดติดกับเขาแทบจะกลายเป็นปลาหมึกเกาะเกี่ยว...
"อุ๊ย!"
แม่สาวหุ่นยนต์อุทานเสียงหลง
นางรีบดีดตัวขึ้นนั่งตัวตรงด้วยท่าทีเคร่งขรึม ทว่าใบหน้าที่แดงระเรื่อลามไปถึงใบหูนั้นกลับปิดไม่มิด สุดท้ายก็ได้แต่ปล่อยให้เย่ฉางเฟิงลอบหัวเราะในใจ...
"ตื่นแล้วหรือ?" เย่ฉางเฟิงถามยิ้มๆ
ลู่เสวี่ยฉีเม้มปาก สายตาลอกแลกไปมาไม่กล้าสบตาเขา ในใจนั้นเขินอายจนแทบอยากจะมุดดินหนี...
"ตื่นแล้วก็รีบกลับไปเถอะ"
"พรุ่งนี้ยังมีการประลองยุทธ์รออยู่"
"อย่าลืมนะว่าเจ้าสัญญากับข้าแล้ว ว่าจะช่วยข้าคว้าตำแหน่งชนะเลิศมาให้ได้"
เมื่อได้ยินดังนั้น ลู่เสวี่ยฉีก็เงยหน้าขึ้นมอง
นางพบว่าดวงจันทร์เริ่มคล้อยต่ำจนแทบมองไม่เห็นแล้ว บ่งบอกว่าเวลาล่วงเลยไปมาก นางจึงตกใจรีบลุกขึ้นยืน แล้ววิ่งตึกตักกลับไปยังที่พักของตน
ขณะวิ่ง นางก็หันมาโบกมือลา
"ศิษย์พี่หญิงมักจะมาตรวจห้องตอนกลางคืนโดยไม่บอกกล่าว ข้าต้องรีบกลับแล้ว..."
ทว่า...วิ่งไปได้เพียงครึ่งทาง หญิงสาวก็หยุดชะงักกึก
นางหมุนตัวกลับมายืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางทะเลเมฆ อาภรณ์สีขาวพลิ้วไสวตามแรงลม เส้นผมยาวสยายคลอเคลียบ่า ดวงตาที่เคยเย็นชาบัดนี้ฉายแววมุ่งมั่นจ้องมองเย่ฉางเฟิง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า
"ข้าจะคว้าตำแหน่งจ้าวแห่งการประลองเจ็ดยอดเขามาให้ได้!"
สิ้นคำ ใบหน้าของลู่เสวี่ยฉีก็แดงซ่านขึ้นมาอีกครั้ง
ทันใดนั้น โดยไม่รอให้เย่ฉางเฟิงได้ตอบกลับ นางก็รีบหมุนตัววิ่งหายลับไปในความมืดทันที
เห็นภาพนั้นแล้ว เย่ฉางเฟิงก็อดไม่ได้ที่จะหลุดขำออกมา
นางช่างน่ารักจริงๆ
เขาส่ายหน้าเบาๆแล้วก็ไม่ได้กลับไปที่พัก แต่เลือกที่จะหามุมสงบๆเอนกายงีบหลับค้างแรมที่นี่เสียเลย
ก็แหม...เรือนพักที่ยอดเขาธงสวรรค์จัดสรรให้นั้นช่างคับแคบเสียเหลือเกิน
คนเจ็ดแปดคนต้องมานอนเบียดเสียดกัน กลิ่นเหงื่อกลิ่นเท้าตลบอบอวล...ไม่อยากจะบรรยายเลยจริงๆ
…
วันรุ่งขึ้น
ยามเช้าตรู่ ท้องฟ้าเพิ่งจะเริ่มสาง
ณ ตําหนักหยูชิง ยอดเขาธงสวรรค์
เหล่าเจ้ายอดเขาทั้งเจ็ดสายสังกัดต่างมารวมตัวกันพร้อมหน้าตั้งแต่เช้าตรู่
เถียนปู้อี้มองไปยังเจ้านิกายเต้าเสวียนด้วยความสงสัย
"ศิษย์พี่เจ้านิกาย เรียกพวกเรามาประชุมที่ตําหนักหยูชิงแต่เช้าตรู่เช่นนี้ หรือว่ามีข้อเปลี่ยนแปลงใดเกี่ยวกับการประลองเจ็ดยอดเขาที่ต้องหารือกันหรือขอรับ?"
สิ้นคำถาม สายตาของเจ้ายอดเขาทุกท่านต่างจับจ้องไปที่เจ้านิกายเต้าเสวียนเป็นตาเดียว
ฟ้ายังไม่ทันสว่างดีเลย เรียกพวกเขามาด่วนเช่นนี้…หรือว่าจะเกิดเรื่องร้ายแรงอันใดขึ้น?
"ศิษย์น้องทั้งหลาย"
สีหน้าของเจ้านิกายเต้าเสวียนดูเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด
เขาหยิบแผ่นกระดาษจดหมายออกมาจากแขนเสื้อ แล้วส่งต่อให้ชางซงที่อยู่ข้างกาย เพื่อเวียนให้ทุกคนได้อ่าน...
"พวกลองอ่านดูเถิด"
เมื่อได้ยินดังนั้น เหล่าเจ้ายอดเขาต่างเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ
พวกเขาไล่อ่านเนื้อความในจดหมายทีละคน สีหน้าก็ค่อยๆเปลี่ยนไป...
"พวกมารนอกรีตเคลื่อนไหวเร็วถึงเพียงนี้เชียวหรือ!?"
ในจดหมายระบุถึงเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นในยุทธภพเมื่อวานนี้...
เมื่อวาน นิกายเหอฮวนจู่ๆก็ประกาศข่าวใหญ่
ซานเมี่ยวเซียนจื่อประกาศกร้าวว่าจินผิงเอ๋อร์ ศิษย์เอกสายตรงของนางได้ทรยศนิกาย และขโมย 'ดาบม่วงประกาย ' สมบัติล้ำค่าประจำนิกายหนีไป
ด้วยเหตุนี้ นิกายเหอฮวนทั้งนิกายจึงสั่นสะเทือน
ซานเมี่ยวเซียนจื่อได้ออก 'คำสั่งสังหาร' จินผิงเอ๋อร์ไปทั่วทั้งยุทธภพ ไม่ว่าใครก็ตามที่สามารถจับตัวจินผิงเอ๋อร์ได้ จะได้รับรางวัลอย่างงาม...
ทันทีที่ข่าวแพร่ออกไป ยุทธภพก็เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่
เหล่านักพรตอิสระและสาวกนิกายมารนับไม่ถ้วนต่างรับคำสั่งสังหารจากนิกายเหอฮวน เริ่มออกตามล่าหาตัวจินผิงเอ๋อร์กันอย่างบ้าคลั่ง...
มิหนำซ้ำ นิกายมารนิกายอื่นๆก็ต่างพากันตอบรับ
ไม่นับพวกนิกายเล็กนิกายน้อย
แต่นิกายใหญ่อย่างนิกายราชันย์ภูต, นิกายโถงอายุวัฒนะ และนิกายหมื่นพิษต่างก็ออกคำสั่งสังหารจินผิงเอ๋อร์ตามมาติดๆ
เท่ากับว่า...ในนิกายมารตอนนี้ ไม่มีที่ยืนสำหรับจินผิงเอ๋อร์อีกต่อไป
"คิดไม่ถึงเลยว่าเพียงแค่วันเดียวนิกายมารจะเคลื่อนไหวใหญ่โตขนาดนี้? ช่างเด็ดขาดนัก!"
เจิงซูฉาง เจ้ายอดเขาวายุหวนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักใจ
ได้ยินเช่นนั้น เจ้ายอดเขาท่านอื่นๆต่างก็พูดไม่ออก
ซูเยว่นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง
นางหันไปถามเจ้านิกายเต้าเสวียน
"ศิษย์พี่เจ้านิกาย ทางวัดเทียนอินและหุบเขาเฟินเซียง มีข่าวคราวอะไรส่งมาบ้างหรือไม่เจ้าคะ?"
เจ้านิกายเต้าเสวียนส่ายหน้า
"ข้าเพิ่งส่งศิษย์ไปแจ้งข่าวเมื่อวานนี้ ต่อให้พวกเขาอยากจะติดต่อกลับมา จดหมายลับก็คงยังมาไม่ถึงเร็วขนาดนี้หรอก..."
"นอกจากนี้"
สีหน้าของเจ้านิกายเต้าเสวียนดูหม่นหมองลง
น้ำเสียงของเขาแฝงความเศร้าสร้อย
"อี้ไฉ (เซียวอี้ไฉ) ไม่ได้ส่งข่าวกลับมาหาข้ากว่าเดือนแล้ว เขา...อาจจะประสบเหตุร้ายไปแล้วก็ได้"
"อะไรนะ?!"
สิ้นคำกล่าว ทั้งห้องประชุมก็ตกตะลึง
เหล่าเจ้านิกายต่างมองหน้ากันด้วยความตื่นตระหนก
เซียวอี้ไฉเป็นใครกัน?!
เขาคือผู้สืบทอดตำแหน่งเจ้านิกายชิงหยุนคนต่อไปเชียวนะ!
ไม่พูดถึงเรื่องตำแหน่งในอนาคต แค่สถานะศิษย์เอกก้นกุฏิของเจ้านิกายเต้าเสวียน ก็เพียงพอที่จะทำให้ทุกคนต้องให้ความสำคัญแล้ว...
บัดนี้ บุคคลสำคัญระดับนี้กลับเกิดเหตุไม่คาดฝัน?
หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป…เกรงว่ายุทธภพกว่าครึ่งคงสั่นสะเทือน!
"ศิษย์พี่เจ้านิกาย"
"ท่านวางแผนจะทำเช่นไรต่อไป?" ชางซงถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
การตายของเซียวอี้ไฉไม่อาจปฏิเสธความเกี่ยวข้องของเขาได้ เพราะเขาเองที่เป็นคนส่งข่าวให้นิกายมารรู้...
"เฮ้อ"
เจ้านิกายเต้าเสวียนถอนหายใจยาว
ร่างของเขาดูแก่ชราลงไปถนัดตา จิตวิญญาณดูอ่อนล้าลงอย่างเห็นได้ชัด
"ปล่อยข่าวออกไปก่อนเถิด ดูซิว่าจะช่วยรักษาชีวิตจินผิงเอ๋อร์ไว้ได้หรือไม่ ส่วนเรื่องอี้ไฉ..."
"ข้าตั้งใจจะให้ศิษย์สี่อันดับแรกจากการประลองเจ็ดยอดเขาครั้งนี้…ลงเขาไปสืบข่าวดู"
"เผื่อว่าจะได้เบาะแสอะไรบ้าง"
"อีกอย่าง คนของวัดเทียนอินและหุบเขาเฟินเซียงก็จะมาช่วยหนุนเสริมด้วย"
อันที่จริง เจ้านิกายเต้าเสวียนแทบจะหมดหวังแล้ว
ด้วยระดับพลังของเซียวอี้ไฉที่จวนเจียนจะถึงขอบเขตซ่างชิง การไปเป็นสายลับในนิกายโลหิต…ไม่น่าจะเกิดเรื่องร้ายได้ง่ายๆ
เพราะ...เหนียนเหล่าต้า หัวหน้านิกายโลหิต ก็มีฝีมือแค่ระดับหยูชิงขั้นที่เก้าเท่านั้น
แต่เขากลับหายตัวไป...
นั่นหมายความว่า มีจอมยุทธ์ระดับซ่างชิงลงมือ
นิกายหมื่นพิษ, นิกายโถงอายุวัฒนะ, นิกายราชันย์ภูต
ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของผู้อาวุโสท่านใดของนิกายมารกันแน่?!
แววตาของเจ้านิกายเต้าเสวียนวูบไหว ในใจเต็มไปด้วยความโศกเศร้า เพราะเซียวอี้ไฉคือศิษย์เอกที่เขารักดั่งบุตรในไส้...
บัดนี้กลับต้องมาจบชีวิตลงเช่นนี้!?
เฮ้อ...
.…….