- หน้าแรก
- อยากเป็นตำรวจน้ำดี แต่ระบบดันยัดเยียดวิถีโจรให้ซะงั้น
- บทที่ 44 ถูกใส่ร้ายและคำสั่งย้ายฟ้าผ่า!
บทที่ 44 ถูกใส่ร้ายและคำสั่งย้ายฟ้าผ่า!
บทที่ 44 ถูกใส่ร้ายและคำสั่งย้ายฟ้าผ่า!
หรือว่า... เรื่องนั้นจะมีเบื้องลึกเบื้องหลัง?
ยิ่งเย่ฉางอันคิด หัวใจก็ยิ่งเต้นแรง
ทว่า ต่อให้หลี่อิงรู้ว่าเขาเป็นตำรวจแล้ว ท่านก็ไม่ยอมปริปากบอกเรื่องนี้
เห็นได้ชัดว่าท่านไม่อยากให้เขาต้องไปเสี่ยงอันตรายอีก!
แต่...
ถ้าเย่ฉางอันเพิกเฉยต่อเรื่องแบบนี้ เขาก็คงเป็นมนุษย์ที่ล้มเหลวสิ้นดี!
เขาถ่ายรูปรายงานนั้นเก็บไว้ในอัลบั้มอย่างระมัดระวัง
จากนั้นก็วางกลับที่เดิม ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
น่าเสียดายที่ด้วยความสามารถของเขาตอนนี้ การจะสืบสวนเรื่องนี้ยังเป็นไปไม่ได้
แต่เย่ฉางอันตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องสืบหาความจริงเรื่องนี้ให้ได้
...
หลายวันต่อมา เย่ฉางอันคอยอยู่ดูแลหลี่อิง สอนท่านใช้นาฬิกาสมาร์ตวอทช์และอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างใจเย็น
แต่เนื่องจากที่สถานีตำรวจขาดคน
แถมช่วงนี้เป็นช่วงตรุษจีน งานรัดตัวไปหมด
เย่ฉางอันจึงไม่สามารถลางานยาวได้
สุดท้าย เขาจำใจต้องบอกลาหลี่อิง และเดินทางกลับสถานีตำรวจ
...
ในเวลาเดียวกัน กลางดึกในหุบเขาลึกแห่งหนึ่ง เสียงขุดดินแว่วมาตามสายลม
"ลูกพี่"
"รอบนี้รวยเละแน่ สุสานใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่มเลย!"
ลูกน้องที่สวมไฟฉายคาดหัวพูดด้วยความตื่นเต้น
แต่สีหน้าหัวหน้ากลับเย็นชา ตวาดกลับไป "ของเก่าที่ค้างอยู่ในมือยังไม่พออีกเหรอ? ขายได้ถึงจะเรียกว่าทรัพย์สิน ถ้าขายไม่ออกมันก็แค่ตัวหายนะ!"
สิ้นเสียงหัวหน้า เงาร่างหนึ่งก็รีบวิ่งเข้ามา กางแผนที่ออกแล้วชี้พิกัดหนึ่ง
"ลูกพี่ครับ เราสืบมาแล้ว"
"เมืองเกาะหลินตงในอำเภอถังอู่ น่าจะเหมาะให้เราใช้ลักลอบขนของเก่าออกนอกประเทศครับ"
ได้ยินดังนั้น หัวหน้าก็หน้าบานขึ้นมาทันที รีบสั่งการ
"ประจวบเหมาะพอดี ระเบิดที่เราใช้ขุดสุสานก็หมดแล้ว"
"เอ็งพาคนไปดูลาดเลากันให้ละเอียดเลยนะ"
...
วันรุ่งขึ้น สถานีตำรวจเขตเอ อำเภอถังอู่ ทันทีที่เย่ฉางอันมาถึงที่ทำงาน เขาก็เห็นทุกคนยิ้มให้
คิดดูแล้ว ก็พอเดาได้ว่าเป็นเรื่องอะไร
คงเป็นผลการคัดเลือกดาวรุ่งตำรวจประจำปี และรางวัลจากการพัฒนาแอปฯ รัฐบาลที่ประกาศออกมาพร้อมกัน
"โอ้โห~"
"นี่ใครกันเนี่ย!"
"ดาวรุ่งดวงใหม่ของเรานี่นา?"
เพื่อนร่วมงานเห็นเย่ฉางอันก็แซวกันยกใหญ่
จังหวะนั้น หลิวฉางหยวนเดินเข้ามา
ในมือถือถ้วยรางวัลและกล่องเหรียญตรา
"เอ้า"
"ถ้วยรางวัลประจำปีของแก กับเหรียญกล้าหาญชั้นสาม"
"ขอบคุณครับอาจารย์!" เย่ฉางอันรับมาด้วยรอยยิ้มกว้าง
แม้จะได้เหรียญมาหลายเหรียญแล้ว แต่มองของใหม่สองชิ้นในมือ ความภาคภูมิใจก็ยังเปี่ยมล้นในอก
"พี่เย่"
"อนาคตพี่รุ่งโรจน์แน่นอน"
"อย่าลืมดันผมด้วยนะ!"
เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งพูดอย่างกระตือรือร้น
"ดัน?"
"อยากโดนดันไปเป็นหัวหน้าห้องน้ำหรือไง?"
ผู้อำนวยการจ้าวได้ยินเสียงเอะอะก็เดินออกมา ถลึงตาใส่ตำรวจนายนั้น
"ผมแค่ล้อเล่นน่ะครับ..."
ตำรวจนายนั้นยิ้มแห้งๆ รีบถอยกรูด เพราะสัมผัสได้ว่าผู้อำนวยการจ้าวอารมณ์บ่อจอยสุดๆ!
ปกติผู้อำนวยการจ้าวไม่ค่อยถือสาเวลาลูกน้องเล่นมุกแบบนี้
ยิ่งวันนี้เป็นวันมงคลของเย่ฉางอัน ได้รางวัลเบิ้ลสอง
แต่ผู้อำนวยการจ้าวกลับดูอารมณ์เสียมาก
ทุกคนไม่ได้เห็นสีหน้าถมึงทึงของผอ. มานานแล้ว
แต่ละคนเงียบกริบเหมือนแมลงในฤดูหนาว ไม่กล้าพูดอะไรอีก รีบก้มหน้าก้มตาทำงาน
"เสี่ยวอัน"
"มาหาฉันที่ห้องทำงานหน่อย"
ผู้อำนวยการจ้าวมองเย่ฉางอันแวบหนึ่ง แล้วพูดเสียงเรียบ
รู้สึกถึงความผิดปกติ หลิวฉางหยวนขมวดคิ้วเล็กน้อย รีบตามไปแอบฟังหน้าห้อง
...
ในห้องทำงานผู้อำนวยการ "เสี่ยวอัน"
"มีเรื่องหนึ่งที่ฉันอยากบอกเธอ"
"เมื่อกี้..."
ผู้อำนวยการจ้าวอึกอัก สุดท้ายก็พูดไม่ออก
"ผอ. จ้าวครับ ไม่เป็นไรครับ"
"มีอะไรก็พูดมาเถอะครับ"
เย่ฉางอันรู้ทันทีว่าต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น แต่เขาก็พยายามทำใจดีสู้เสือ
"เมื่อกี้ มีคำสั่งย้ายด่วนลงมาจากเบื้องบน"
"เธอ... ได้เลื่อนตำแหน่ง"
ผู้อำนวยการจ้าวกัดฟันพูดออกมาจนจบประโยค
"เลื่อนตำแหน่ง?"
เย่ฉางอันเลิกคิ้ว ผิดคาดไปหน่อย
จากนั้นเขาก็เปลี่ยนท่าที พูดติดตลก
"ผอ. จ้าวครับ นึกไม่ถึงเลยว่าผอ. จะอาลัยอาวรณ์ผมขนาดนี้~"
พูดจบ เย่ฉางอันก็รู้สึกว่าบรรยากาศมันแปลกๆ
ดูจากสีหน้าท่าทางของผู้อำนวยการจ้าว ไม่น่าจะเสียใจเพราะไม่อยากให้เขาไป
งั้น... ถ้าการเลื่อนตำแหน่งเป็นเรื่องแย่ ก็มีความเป็นไปได้อยู่สามอย่าง
หนึ่ง โดนโยนความผิดให้รับเคราะห์แทน
สอง โดนผู้นำใช้เป็นเบี้ยหมากเพื่อคานอำนาจฝ่ายอื่น
สาม เลื่อนตำแหน่งแต่ในนาม ความจริงคือการลดบทบาท
หลังจากตัดช้อยส์ เย่ฉางอันมั่นใจทันทีว่าเขาเจอข้อสาม!
"เบื้องบนบอกว่า ช่วงนี้เธอทำความดีความชอบไว้เยอะ เลยเลื่อนให้เป็นรองสารวัตร ไปเป็นรองผู้อำนวยการสถานีตำรวจที่นั่น"
"แต่..."
"เนื่องจากเธอชนะการคัดเลือกดาวรุ่งตำรวจประจำปีครั้งนี้ เธอจึงควรเป็นแบบอย่างให้ตำรวจคนอื่น"
"เขาเลยย้ายเธอไปประจำที่สถานีตำรวจในพื้นที่ทุรกันดาร เพื่อไปสร้างผลงาน..."
ผู้อำนวยการจ้าวพูดไปกัดฟันไป
จนสุดท้ายแกเองก็พูดต่อไม่ไหว
ข้ออ้างปัญญาอ่อนพรรค์นี้ ใครจะไปเชื่อ?
แต่ปัญหาคือ จะหาเหตุผลอะไรไปโต้แย้งคำพูดสวยหรูพวกนี้ไม่ได้เลย
ยังไงซะ ทุกคนก็พร่ำบอกว่ารับใช้ประชาชน
ในเมื่อรับใช้ประชาชน ทำไมจะไปรับใช้ในที่ที่ลำบากกว่าไม่ได้ล่ะ?
สรุปคือมีเหตุผลร้อยแปดพันเก้าที่จะอุดปากคนเห็นต่างได้
ปัง!
ทันใดนั้น ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างแรง
หลิวฉางหยวนเส้นเลือดปูดโปน หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ
เขาเดินดุ่มๆ ไปที่โต๊ะทำงาน คว้าใบคำสั่งย้ายขึ้นมาดู
พอเห็นที่อยู่บนนั้น มือเขาสั่นเทาด้วยความเดือดดาล
"สถานีตำรวจเกาะหลินตง..."
"ที่กันดารพรรค์นั้น..."
พูดจบ หลิวฉางหยวนทำท่าจะฉีกใบสั่งย้ายทิ้ง
"อาจารย์ครับ อย่า!"
เย่ฉางอันรีบคว้ามือหลิวฉางหยวนไว้แน่น
"ใจเย็นๆ ครับ"
"อย่าเพิ่งวู่วาม"
เขารีบปลอบหลิวฉางหยวน เพราะเขารู้ดีว่า นายอำเภอและอธิบดีกรมตำรวจอำเภอต่างก็ดีกับเขามาก
แต่ในสถานการณ์แบบนี้ คำสั่งย้ายยังมาถึงมือผู้อำนวยการจ้าวได้
แสดงว่าคนที่บงการอยู่เบื้องหลังต้องมีอิทธิพลล้นฟ้า
ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นใคร: ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการพรรคเทศบาล—เฉินเซียงเทียน
ระดับนั้น ต่อให้หลิวฉางหยวนดิ้นรนแค่ไหน ก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้หรอก
"หึ"
"นี่สินะผลของการไม่ให้ความร่วมมือ"
เย่ฉางอันแค่นยิ้มในใจ แรงต่อต้านในใจยิ่งลุกโชน
ตอนนี้เขาเหมือนหน่อไม้
ต่อให้มีหินก้อนยักษ์ทับถม สักวันเขาจะแทงทะลุหินผา เติบโตเป็นต้นไผ่ที่แข็งแกร่ง
"มันจะมากเกินไปแล้ว..."
"พวกผู้ใหญ่ที่นั่งกินลมชมวิว ไม่ต้องตากแดดตากลม นี่หรือคือวิธีที่พวกเขาปฏิบัติต่อวีรบุรุษแนวหน้า!?"
หลิวฉางหยวนโกรธจนแทบจะยอมตายเพื่อส่งจดหมายร้องเรียนไปถึงเมืองหลวง
เย่ฉางอันและผู้อำนวยการจ้าวมองหน้ากัน
จากนั้นก็ช่วยกันปลอบหลิวฉางหยวนอยู่นาน
ผ่านไปพักใหญ่ หลิวฉางหยวนนั่งหมดแรงบนโซฟา ตาบวมเป่งจากการร้องไห้
ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด โทษตัวเองว่าเป็นอาจารย์ที่ไม่ได้เรื่อง ปกป้องลูกศิษย์ตัวเองไม่ได้
"เสี่ยวอัน"
"สถานการณ์ตอนนี้ มีแค่สองทางที่จะช่วยเธอได้"
"ทางแรก คือต้องมีผู้ใหญ่ที่มีอำนาจมากกว่าหนุนหลัง"
ผู้อำนวยการจ้าวหยุดพูด แล้วส่ายหน้า
ถ้ามีคนแบบนั้นจริง เรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้นแต่แรก
ท่านจึงฝากความหวังไว้ที่ความเป็นไปได้สุดท้าย
"ส่วนทางที่สอง..."
"คือเธอต้องไขคดีใหญ่ที่นั่นให้ได้อีกครั้ง"