- หน้าแรก
- อยากเป็นตำรวจน้ำดี แต่ระบบดันยัดเยียดวิถีโจรให้ซะงั้น
- บทที่ 43 สาเหตุการตายที่แท้จริง ทฤษฎีสมคบคิด?
บทที่ 43 สาเหตุการตายที่แท้จริง ทฤษฎีสมคบคิด?
บทที่ 43 สาเหตุการตายที่แท้จริง ทฤษฎีสมคบคิด?
เย่ฉางอันแทบจินตนาการไม่ออก
ในขณะเดียวกัน หัวใจเขาก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง
ทันใดนั้น
"ติ๊ง!"
"ในเมื่อโฮสต์มีศักยภาพที่จะเป็นจอมโจรสะท้านโลก"
"ก็ต้องทำเรื่องที่สะเทือนเลื่อนลั่นปฐพีให้สมศักดิ์ศรี"
"ภารกิจ: โฮสต์ โปรดสร้างระเบิดเพื่อทำลายอาคารหนึ่งหลัง ห้ามใช้โมเดลจำลองหรืออาคารเสมือนจริง"
"ระบบจะประเมินว่าภารกิจสำเร็จเกินคาดหรือไม่ โดยดูจากพื้นที่และความสูงของอาคาร"
"?"
"คุณพระช่วย นี่หมายถึงสะเทือนเลื่อนลั่นทางกายภาพจริงๆ สินะ?"
ฟังภารกิจที่ระบบมอบให้ เย่ฉางอันก็ตกอยู่ในภวังค์ความคิดอีกครั้ง
ทำลายอาคาร?
ในฐานะตำรวจ เขาจะไปหาโอกาสเหมาะๆ แบบนั้นได้ที่ไหน
แต่เขาก็เชื่อมั่น
เมื่อรถไปถึงหน้าภูเขา ย่อมมีหนทางไปต่อ
ขอแค่ใจเย็นเข้าไว้ สักวันโอกาสต้องมาถึง!
"จริงสิ!"
เย่ฉางอันพลันนึกอะไรขึ้นได้ เกิดประกายความคิดแวบขึ้นมา
เหตุการณ์ล่าสุดกับ "ฉลามดำ" ทำให้เขาได้ลิ้มรสความสำเร็จ
ตอนนี้
เขาเริ่มนึกถึงพวกในฟอรัมอาชญากรรมอีกครั้ง
ทันใดนั้น เย่ฉางอันก็เปิดหน้าต่างระบบขึ้นมา
เขาเพิ่มแท็กความสามารถใหม่ให้ตัวเอง
"ผู้เชี่ยวชาญระเบิด"
มองดูแท็กที่เพิ่งเพิ่มเข้าไป เขาพยักหน้าอย่างพอใจ
แท็กพวกนี้ก็เหมือนเบ็ดที่เขาหย่อนลงไป
ไม่มีใครรู้หรอก
ว่าเมื่อไหร่ปลาจะฮุบเหยื่อ
เผลอๆ อาจจะได้ปลาตัวใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่มเลยก็ได้!
...
ใกล้จะถึงวันปีใหม่แล้ว
เย่ฉางอันลางานไปซื้อของ
เงินรางวัลจากความดีความชอบหลายครั้ง ทำให้เงินเก็บเขาเพิ่มขึ้นหลายหมื่นหยวน
บวกกับสวัสดิการหลังจากได้บรรจุเป็นข้าราชการ เงินเก็บเขาก็ยิ่งพอกพูน
แน่นอน
ที่สำคัญที่สุดคือ
การเป็นตำรวจระดับปฏิบัติการนั้นยุ่งตัวเป็นเกลียว
เขาแทบไม่มีเวลาใช้เงินเลย
และครั้งนี้ ที่เย่ฉางอันออกไปซื้อของ ไม่ได้ซื้อให้ตัวเอง
แต่เพื่อไปเยี่ยมใครบางคน
แม่ของตำรวจรุ่นพี่ที่สละชีพเพื่อช่วยชีวิตเขา
แม่ผู้สูญเสียลูกชายและใช้ชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวมาหลายปี
ปีใหม่ใกล้จะมาถึง เย่ฉางอันต้องไปเยี่ยมท่านให้ได้
รายการของที่จะซื้อก็ชัดเจน
ส่วนใหญ่เป็นนาฬิกาสมาร์ตวอทช์เกรดการแพทย์ และเครื่องวัดความดันโลหิต
ส่วนของใช้จำเป็นอย่างข้าวสาร น้ำมัน เกลือ
ในฐานะครอบครัววีรชน รัฐบาลมักจะนำของพวกนี้ไปมอบให้อยู่แล้ว
"อ้าว?"
"นี่คุณตำรวจเย่นี่นา"
"เราจะรับเงินคุณได้ยังไง!"
"ใช่ๆๆ"
"ขืนรับเงินคุณ เราคงนอนไม่หลับแน่ๆ"
ไม่ว่าเย่ฉางอันจะไปที่ไหน ก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น
พ่อค้าแม่ค้าต่างแย่งกันให้ของฟรี
จนเขาต้องยืนกรานจะจ่ายเงินให้ได้
พวกพ่อค้าแม่ค้าถึงยอมขายให้ในราคาลดกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์
ยังไงซะ
ไม่นับผลงานที่สถานีตำรวจ
แค่การพัฒนาแอปฯ รัฐบาลเพื่อประชาชน
ก็ทำให้ชาวอำเภอถังอู่รู้จักเย่ฉางอันกันทั่วหน้าแล้ว
ไม่นานนัก
เย่ฉางอันหอบหิ้วของขวัญพะรุงพะรัง
เขานั่งรถไฟความเร็วสูงข้ามเมืองไปยังจุดหมายปลายทาง
...
สามชั่วโมงต่อมา
เมืองหงซิน
หลังจากลงรถไฟความเร็วสูง เย่ฉางอันก็เรียกแท็กซี่ต่อทันที
เมื่อมาถึงจุดหมาย
ป้ายจารึกแขวนเด่นเป็นสง่าอยู่เหนือประตูบ้าน
เขียนว่า—ครอบครัววีรชนชั้นหนึ่ง
ป้ายจารึกช่างดูรุ่งโรจน์
แต่เมื่อมองสภาพบ้านที่ทรุดโทรม หัวใจเย่ฉางอันก็ปวดหนึบขึ้นมา
"คุณย่าครับ!"
เย่ฉางอันหิ้วของเดินเข้าไป
ตะโกนเรียกเสียงดังพลางเดินเข้าไป
"ใครน่ะ...?"
ทันใดนั้น
เสียงอ่อนแรงดังมาจากในห้องนอน
จากนั้น หญิงชราคนหนึ่งก็เดินออกมาพร้อมไม้เท้า
คนนี้แหละที่เย่ฉางอันมาเยี่ยม—หลี่อิง
หลี่อิงหรี่ตามองสำรวจเย่ฉางอัน
เมื่อจำได้ว่าเป็นเย่ฉางอัน สีหน้าและแววตาของท่านก็ดูสดใสขึ้นทันตา
"เสี่ยวอันเองเหรอ!"
"ไม่เจอกันตั้งนาน"
"มาๆๆ เข้ามานั่งก่อนลูก"
ใบหน้าหลี่อิงเปื้อนรอยยิ้มอบอุ่น
แม้ต้องใช้ไม้เท้าพยุงตัว ท่านก็ยังอุตส่าห์ละมือมาดึงเย่ฉางอันให้นั่งลง
"ระวังครับ"
"ผมยืนได้ครับ"
เย่ฉางอันรีบเข้าไปประคองหลี่อิง
จากนั้น
ทั้งสองก็ถามสารทุกข์สุกดิบกัน
แต่หลี่อิงมักจะพูดเรื่องเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา
ส่วนเย่ฉางอันก็ตั้งใจฟังอย่างอดทนทุกครั้ง
และทุกครั้ง เขาก็แสดงท่าทีตื่นเต้นเหมือนเพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก
หลังจากคุยกันอยู่นาน
เย่ฉางอันหยิบบัตรประจำตัวตำรวจออกมาจากกระเป๋า แล้วยื่นให้หลี่อิง
"คุณย่าครับ"
"ปีนี้ผมสอบบรรจุเป็นตำรวจได้แล้วนะครับ"
เย่ฉางอันพูดอย่างระมัดระวัง
ทันทีที่พูดจบ
หลี่อิงชะงักกึก ราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง
เห็นได้ชัดว่าคำว่า 'ตำรวจ' ไปสะกิดแผลใจของท่าน
แต่เพียงครู่เดียว ท่านก็ปาดน้ำตา
สายตาที่มองเย่ฉางอันอีกครั้ง ไม่ใช่ความโล่งใจอย่างที่เขาคิด แต่กลับเต็มไปด้วยความห่วงใย!
"ลูกเอ้ย"
"ย่ารู้เจตนาของเอ็งดี"
"แต่เอ็งไม่จำเป็นต้องทดแทนบุญคุณด้วยวิธีนี้หรอกนะ"
"ย่าบอกเอ็งไปแล้ว เรื่องนั้นไม่ใช่ความผิดของเอ็ง"
"ต่อให้เป็นคนอื่น ลูกชายย่าเขาก็ทำแบบเดียวกัน"
"เขาไม่ได้ช่วยเอ็ง"
"แต่เขากำลังปกป้องอุดมการณ์ของเขาต่างหาก"
หลี่อิงพร่ำปลอบโยนและเกลี้ยกล่อมเย่ฉางอัน
กลัวว่าเย่ฉางอันจะต้องมาจบชีวิตลงหลังจากเป็นตำรวจอีกคน
"คุณย่าไม่ต้องห่วงครับ"
"ผมชอบอาชีพนี้จริงๆ ครับ"
"อีกอย่าง เป็นตำรวจเดี๋ยวนี้ไม่อันตรายเหมือนเมื่อก่อนแล้ว"
"บ้านเมืองสงบเรียบร้อยขึ้นเยอะ"
"สวัสดิการก็ดี แถมเลื่อนขั้นง่ายด้วยครับ"
เย่ฉางอันพูดด้วยรอยยิ้มร่าเริง
เขาบรรยายสรรพคุณอาชีพตำรวจซะสวยหรูเกินจริงไปหลายเบอร์
หลังจากคุยกันอีกพักใหญ่
ความกังวลของหลี่อิงที่มีต่อเย่ฉางอันก็ค่อยๆ คลายลง
ระหว่างนั้น เย่ฉางอันก็พยายามชวนหลี่อิงไปอยู่ด้วยกันหลายครั้ง
ตอนนี้เขามีกำลังพอที่จะดูแลท่านได้แล้ว
แต่หลี่อิงก็ยังยืนกรานปฏิเสธเสียงแข็ง
บางครั้งท่านก็เผลอหลุดปากออกมาว่า "กลัวลูกชายกลับมาแล้วจะไม่เจอแม่"
ทำเอาเย่ฉางอันจุกในอกจนพูดไม่ออก
ทันใดนั้น
"คุณย่าครับ"
"เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?"
เย่ฉางอันสังเกตเห็นอาการผิดปกติของหลี่อิง รีบถามด้วยความเป็นห่วง
"ไม่เป็นไรลูก" หลี่อิงโบกมือ ชี้ไปทางห้องนอน "ไปหยิบยาลดความดันให้ย่าที"
"ได้ครับ"
เย่ฉางอันรับคำแล้วรีบวิ่งไป
ทว่า
ขณะกำลังควานหายา เขาก็ไปเจอเอกสารฉบับหนึ่งเข้า
กระดาษเริ่มเหลืองตามกาลเวลา
ตัวหนังสือตัวโตๆ บนนั้นทำเอาเย่ฉางอันสะดุ้ง—รายงานผลการชันสูตรพลิกศพ
แต่นาทีนี้ เย่ฉางอันไม่มีเวลาคิดมาก
เขารีบคว้ายาวิ่งออกไปรินน้ำให้
หลังจากหลี่อิงกินยาและอาการดีขึ้นแล้ว
เขาก็หาข้ออ้างว่าจะเอาของฝากไปเก็บไว้ในห้องนอนให้
เขากลับเข้าไปอีกครั้ง แล้วหยิบรายงานฉบับนั้นขึ้นมา
เย่ฉางอันตั้งใจอ่านทุกตัวอักษร
แต่ยิ่งอ่าน คิ้วเขาก็ยิ่งขมวดมุ่น
จนสุดท้าย ดวงตาเขาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึง
เขาจำได้แม่นว่า หวังหลง ตำรวจรุ่นพี่ที่ช่วยชีวิตเขา ถูกคนร้ายแทงด้วยมีด
รายงานของทางการก็ระบุแบบนั้น
ถูกแทงเข้าจุดสำคัญจนเสียชีวิต
แต่ทว่า!
รายงานชันสูตรในมือเขาตอนนี้
ระบุสาเหตุการตายว่า—ได้รับอินซูลินเกินขนาด!?