- หน้าแรก
- อยากเป็นตำรวจน้ำดี แต่ระบบดันยัดเยียดวิถีโจรให้ซะงั้น
- บทที่ 39 หรือความดีความชอบ จะหล่นมาจากฟ้าจริงๆ?
บทที่ 39 หรือความดีความชอบ จะหล่นมาจากฟ้าจริงๆ?
บทที่ 39 หรือความดีความชอบ จะหล่นมาจากฟ้าจริงๆ?
ผู้อำนวยการจ้าวพูดประโยคเดียว ทำเอาหัวหน้าทีมสืบสวนถึงกับพูดไม่ออก
เขารู้ซึ้งดีว่าการจับกุมข้ามชาตินั้นยากลำบากขนาดไหน
เมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบ ผู้อำนวยการจ้าวจึงดำเนินการต่อ
ประการแรก ปฏิบัติการนี้ไม่ผิดกฎระเบียบแต่อย่างใด
กฎระเบียบระบุว่า คดีสำคัญที่สถานีตำรวจได้รับแจ้ง ต้องส่งต่อให้ทีมสืบสวนอาชญากรรมที่ประจำการอยู่จัดการ
แต่คดีนี้สถานีตำรวจไม่ได้รับแจ้ง แต่เป็นเย่ฉางอันที่บังเอิญไปเจอเข้า
ประการที่สอง เห็นความดีความชอบก้อนโตกำลังจะหล่นทับสถานีและเย่ฉางอันอยู่รอมร่อ ถ้าโดนทีมสืบสวนแย่งไปหน้าตาเฉย เขาในฐานะผู้อำนวยการก็คงไม่ต้องเป็นมันแล้ว
"เสี่ยวอัน เสี่ยวอัน"
หลิวฉางหยวนที่กำลังออกตรวจพื้นที่ ได้ยินข่าวก็รีบเคลียร์งานแล้วบึ่งรถกลับมาทันที
"อาจารย์"
"ผมอยู่นี่ครับ"
เห็นหลิวฉางหยวนวิ่งหน้าตื่นมา เย่ฉางอันรีบโบกมือเรียก
หลิวฉางหยวนจับเย่ฉางอันหมุนซ้ายหมุนขวา สำรวจประหนึ่งเช็กพัสดุ
พอแน่ใจว่าไม่มีบาดแผล ถึงได้ถอนหายใจโล่งอก
จากนั้น รอยยิ้มแห่งความปิติก็ปรากฏบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอย
"เจ้าเด็กนี่ ดวงดีชะมัด"
"อยู่ดีๆ ก็จับคนร้ายได้เฉยเลย"
"ไม่สิ ไม่ใช่"
"นี่ต้องเป็นเพราะสวรรค์ทนดูไม่ได้ เลยต้องยื่นมือมาช่วยแกแน่ๆ"
หลิวฉางหยวนยิ้มหน้าบาน ดูมีความสุขสุดๆ
"จับคนร้ายคนนี้ได้ เรื่องบรรจุก่อนสิ้นปีของแกผ่านฉลุยแน่"
"ถ้ายังไม่ผ่านอีก ต่อให้ต้องถอดเครื่องแบบนี้ ฉันก็จะร้องเรียนไปทุกระดับชั้นเพื่อทวงความยุติธรรมให้แก!"
เห็นท่าทีจริงจังของหลิวฉางหยวน ความอบอุ่นก็แผ่ซ่านในใจเย่ฉางอัน
อาจารย์รักและห่วงใยเขาจากใจจริง!
"เสี่ยวอัน"
"รีบมาทางนี้เร็ว"
จังหวะนั้น ผู้อำนวยการจ้าวก็ตะโกนเรียกเย่ฉางอัน
เขามอบหมายให้เย่ฉางอันรับผิดชอบติดตามความคืบหน้าของคดีตลอดเวลา กลัวจะมีคนมาฉกผลงานไป
ไม่นาน รายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับอู๋โหย่วเฉินก็ถูกเปิดเผย
1.ขู่กรรโชกทรัพย์โดยใช้ข้อมูลส่วนตัว ได้เงินผิดกฎหมายรวมกว่า 15 ล้านหยวน
2.รั่วไหลและขายข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนกว่า 300 ล้านรายการ
3.แฮ็กฐานข้อมูลองค์กรและสถาบันกว่า 200 แห่ง นำข้อมูลมัดรวมขายต่อให้คู่แข่งในราคาสูง
4.สร้างระบบใหม่ที่รวม "สถานีฐานปลอม + เสียง AI" ส่งข้อความ "ฟิชชิ่ง" 800,000 ข้อความต่อวัน
5.พัฒนาไวรัส "ปลาไหล" เจาะระบบอุปกรณ์อัจฉริยะไปแล้วกว่า 100,000 เครื่อง
ทันทีที่ข้อหาหนัก 5 กระทงถูกรวบรวม ตำรวจทุกคนในสถานีต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
คราวนี้ ลาภลอยก้อนโตหล่นทับเย่ฉางอันจังๆ
วู้ว วู้ว —
ทันใดนั้น รถตำรวจคันหนึ่งก็แล่นเข้ามาในสถานี
ท่านอธิบดีกรมตำรวจอำเภอก้าวลงจากรถ เดินจ้ำอ้าวเข้ามาข้างใน
ท่านรีบบึ่งมาทันทีที่ได้รับข่าว
"เด็กดี"
"ครั้งนี้เธอทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมาก!"
ท่านอธิบดีตบไหล่เย่ฉางอัน ปกติท่านมักจะเคร่งขรึม แต่วันนี้กลับยิ้มแก้มปริด้วยความชื่นชมและโล่งใจ
จากนั้น ท่านก็หุบยิ้ม ถามด้วยสีหน้าจริงจัง "เหล่าจ้าว ไม่มีใครเข้ามาวุ่นวายกับคดีนี้ใช่ไหม?"
"ไม่ต้องห่วงครับ"
"เสี่ยวอันตามเรื่องนี้ตลอดเวลาครับ"
ผู้อำนวยการจ้าวเข้าใจความหมาย รีบตอบรับหนักแน่น
"อืม!"
"ดีมาก"
ท่านอธิบดีพยักหน้าอย่างพอใจ
เดิมที ท่านกับผู้อำนวยการจ้าววางแผนให้เย่ฉางอันพัฒนาแอปฯ รัฐบาลให้อำเภอฟรีๆ
เย่ฉางอันก็ทำสำเร็จ แต่ทางอำเภอกลับดึงเรื่อง ไม่ยอมให้คำตอบที่ชัดเจน
เรื่องบรรจุก่อนสิ้นปีของเขาก็เลยเลือนลางลงทุกที
ทำให้ท่านรู้สึกผิดต่อเย่ฉางอันไม่น้อย
พอได้ยินว่าเย่ฉางอันสร้างผลงานใหญ่อีกครั้ง ท่านจึงตัดสินใจเด็ดขาด!
ยืนกรานว่าต้องบรรจุเย่ฉางอันก่อนสิ้นปีให้ได้ ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม
...
ในเวลาเดียวกัน "พรวด!"
เฉินอี้ที่เพิ่งกลับจากเข้าเวร กำลังดื่มน้ำ พอได้ยินข่าวเย่ฉางอันจับคนร้ายได้อีกแล้ว
เขาพ่นน้ำออกมาเต็มปาก
"ล้อเล่นน่า... พระเจ้า"
"แบบนี้ก็ได้เหรอ?!"
"มีโจรที่ไหนเดินมาให้จับเองด้วยเหรอวะ?!!!"
เฉินอี้ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัยในชีวิต
เขาอุตส่าห์ตัดโอกาสสร้างผลงานผ่านภารกิจตำรวจของเย่ฉางอันไปหมดแล้ว
แต่ปัญหาคือ เขาห้ามโจรไม่ให้เดินไปหาเย่ฉางอันเองไม่ได้นี่สิ!
"นี่มัน..."
"แล้วฉันจะบอกพ่อยังไงดีวะเนี่ย?"
เฉินอี้นึกถึงเรื่องรายงานสถานการณ์ให้เฉินเซียงเทียนฟัง
แต่พอลองคิดดู ก็ไม่รู้จะเริ่มยังไง
ในสายตาเขา เย่ฉางอันเหมือนลูกรักของพระเจ้า
ถ้าเย่ฉางอันได้บรรจุ การคัดเลือกประจำปีเขาจะเสียเปรียบมาก
ถึงจุดนี้ เฉินอี้ไม่มีกะจิตกะใจจะทำงานต่อ
เขาลากิจชั่วคราว ออกจากสถานีตำรวจ เตรียมกลับไปขอความช่วยเหลือจากเฉินเซียงเทียน
...
ดึกสงัด เฉินเซียงเทียนที่เพิ่งประชุมเสร็จในตัวเมือง รีบบึ่งรถกลับอำเภอถังอู่
เขาสูบบุหรี่มวนต่อมวน สีหน้าที่เคยเคร่งขรึมแฝงแววกลัดกลุ้ม
"มีโจรเดินไปให้ไอ้ตำรวจช่วยงานนั่นจับเองจริงๆ เหรอวะ... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?"
เฉินเซียงเทียนถอนหายใจ คิ้วขมวดมุ่น
เขาภูมิใจนักหนาว่าเตรียมการมาอย่างรัดกุม แต่เจอกับผลลัพธ์แบบนี้ ก็ไปไม่เป็นเหมือนกัน
"หรือว่า... จะเป็นวาสนาฟ้าลิขิตจริงๆ?"
เฉินเซียงเทียนหรี่ตาลง จิตใจเริ่มหวั่นไหว
แต่พอหันไปมองลูกชายที่นั่งอยู่ข้างๆ แววตาก็กลับมาแน่วแน่อีกครั้ง
"วาสนา?"
"เหอะ ก็แค่คำหลอกเด็ก"
แต่ถึงจะใจสู้ ก็ยังคิดหาทางออกไม่ได้
คดีที่เย่ฉางอันไขได้ครั้งนี้ นอกจากจะสเกลใหญ่แล้ว ที่สำคัญคือมันเป็นอาชญากรรมทางข้อมูล
คดีแบบนี้หาคนไขยากมาก ความสำคัญจึงไม่ธรรมดา
"พ่อครับ"
"ถ้าผมกับเย่ฉางอันลงแข่งคัดเลือกประจำปีทั้งคู่ พ่อจะคุยกับกรรมการได้ไหมครับ?"
เฉินอี้มองพ่อด้วยสายตาคาดหวัง
เฉินเซียงเทียนส่ายหน้า
"เกณฑ์การตัดสินครั้งนี้ให้ความสำคัญกับผลงานมาก"
"แกมีเหรียญกล้าหาญชั้นสองหนึ่งเหรียญ"
"แต่มันมีเหรียญกล้าหาญชั้นสองสองเหรียญ แถมชั้นสามอีกหนึ่ง"
"สถานการณ์แกเสียเปรียบสุดๆ"
"ขืนเล่นสกปรกจนเป็นข่าว จะได้ไม่คุ้มเสียเอา"
เฉินเซียงเทียนวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียอย่างจริงจัง
วิธีรุนแรงไม่ใช่ทำไม่ได้ แต่ต้องดูด้วยว่าคุ้มไหม
"พ่อครับ"
"งั้นผมก็หมดสิทธิ์เลยเหรอครับ?"
เฉินอี้มองพ่อตาละห้อย
การคัดเลือกดาวรุ่งตำรวจประจำปี คัดแค่คนเดียวจากทั้งอำเภอ
ถ้าเย่ฉางอันลงแข่ง เขารู้ดีว่าไม่มีทางสู้ได้แน่
"ช่างเถอะ"
เฉินเซียงเทียนเหมือนตัดสินใจได้แล้ว หันไปบอกลูกชาย
"หาเวลาว่างให้หน่อย"
"เดี๋ยวฉันจะไปคุยกับมันเอง"
"สถานการณ์ตอนนี้ คงต้องใช้ทั้งไม้อ่อนและไม้แข็ง บีบให้มันสละสิทธิ์การคัดเลือกปีนี้ไปซะ"
ได้ยินแบบนั้น เฉินอี้ก็ยังกังวล
"แต่..."
"มันจะยอมเหรอครับ?"
สิ้นเสียงลูกชาย เฉินเซียงเทียนขยี้ก้นบุหรี่ในมือลงกับที่เขี่ยบุหรี่อย่างแรง
มองดูก้นบุหรี่ที่แหลกละเอียด เขาแค่นเสียงหัวเราะ
"มันไม่มีทางเลือกหรอก"