เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 บุคคลต้องสงสัย การสืบสวน

บทที่ 15 บุคคลต้องสงสัย การสืบสวน

บทที่ 15 บุคคลต้องสงสัย การสืบสวน


ระหว่างที่สะกดรอยตามเหอเจิ้น เย่ฉางอันได้สัมผัสเป็นครั้งแรกถึงความหมายของการสังเกตการณ์รอบทิศทาง

เพียงแค่ปรายตามอง เขาก็ระบุจุดบอดของกล้องวงจรปิดและมุมอับสายตาได้อย่างแม่นยำ

ทุกการเคลื่อนไหว ทุกย่างก้าวของเขาดูเป็นธรรมชาติอย่างเหลือเชื่อ

ราวกับกิ้งก่าที่สามารถพรางตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ในจังหวะที่เหมาะสมที่สุดเสมอ

ตลอดการสะกดรอยตาม เย่ฉางอันรู้สึกเหมือนมีเทวดาช่วย

แม้เหอเจิ้นจะมีประสบการณ์ด้านการสืบสวนมาก่อน แต่เขากลับไม่ระแคะระคายการมีตัวตนของเย่ฉางอันเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งไปถึงจุดหมาย

...

สวนสาธารณะอี้เหอ

เหอเจิ้นหยุดที่นี่

บรรยากาศการเล่นหมากรุกจีนในสวนแห่งนี้คึกคักมาก

เหอเจิ้นมองไปรอบๆ ก่อนจะหยุดยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนที่กำลังล้อมวงดูหมากรุก

เขากอดอก ยืนดูเงียบๆ

คนรอบข้างสังเกตเห็นการมาของเหอเจิ้น ต่างก็ทักทายกันอย่างคุ้นเคย

เห็นได้ชัดว่าพวกเขาสนิทสนมกันพอสมควร

"หัวเสือ"

"เหอเจิ้นมาตามเก็บนายแล้ว!"

"สถิติชนะรวดของนายคงต้องจบลงตรงนี้แหละ"

ในบรรดาไทยมุง มีบางคนพูดจาหยอกล้อด้วยความสะใจ อยากเห็นการดวลเดือด

ทันทีที่สิ้นเสียง ชายไว้เคราเฟิ้มที่นั่งอยู่ฝั่งซ้าย ถือหมากสีแดง ซึ่งกำลัง "กวาดเรียบ" ทุกกระดาน ก็ของขึ้นทันที

เขาถลกแขนเสื้อขึ้น แล้วยกเท้าข้างหนึ่งเหยียบลงบนม้านั่งหิน

จากนั้นเขาก็มองเหอเจิ้นแล้วพูดอย่างไม่ยอมแพ้ว่า "เหอเจิ้น ตานี้ให้เอ็งเล่น"

"ข้าไม่เชื่อหรอกว่าคราวนี้ข้าจะชนะเอ็งไม่ได้"

"เออๆ ได้ๆ เอ็งเดินก่อนเลย"

"อย่ามัวแต่ฝอย เดี๋ยวจะเสียรถไปฟรีๆ หรอก"

เหอเจิ้นยิ้มพยักหน้า ท่าทางสบายๆ

ทุกอย่างดูสามัคคีกลมเกลียวและเป็นปกติ

ไม่มีอะไรที่ดูผิดสังเกตเลย

แต่ทว่า!

เย่ฉางอันที่อยู่ไม่ไกลกลับมีสีหน้าเคร่งเครียด

เมื่อครู่นี้ ท่ามกลางฝูงชน วินาทีที่เขาเห็นชายไว้เคราที่ชื่อหัวเสือ วงกลมเหนือศีรษะของหมอนั่นกำลังส่องแสงสีม่วง!

"เจ้านี่..."

"มีคดีติดตัวไม่ใช่น้อยเลยนี่หว่า"

เย่ฉางอันลอบตื่นตระหนก

แม้เขาจะยังไม่รู้แน่ชัดว่าสีม่วงหมายถึงระดับความผิดร้ายแรงแค่ไหน แต่ถ้าคำนวณจากระดับสีที่เข้มขึ้น หมอนี่ต้องไม่ใช่อาชญากรธรรมดาแน่

เขาคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าการสะกดรอยตามเหอเจิ้นครั้งแรกจะได้ผลลัพธ์ขนาดนี้

ไม่นานนัก คนที่เล่นหมากรุกกับหัวเสือก็ส่ายหน้ายอมแพ้ ลุกให้เหอเจิ้นเสียบแทน

ทันทีที่เหอเจิ้นเริ่มเดินหมาก เขาก็เดินหมากสวยๆ ติดต่อกันหลายตา เรียกเสียงเชียร์จากคนดูได้เกรียวกราว

ส่วนหัวเสือนั้นหน้าถอดสีไปแล้ว

"ค่อยๆ คิด"

"ตานี้ต้องระวังหน่อยนะ"

เหอเจิ้นพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ระหว่างพูด เขาไม่ลืมที่จะหยิบบุหรี่ออกมาแจกจ่าย

หัวเสือที่กำลังเคร่งเครียดกับการวางแผน รับบุหรี่จากเหอเจิ้นมา แต่ตอนนั้นเขาไม่มีกะจิตกะใจจะจุดสูบ

ทว่า เย่ฉางอันที่คอยสังเกตการณ์อยู่ตลอดเวลา กลับสังเกตเห็นพฤติกรรมแปลกๆ ของหัวเสือ

หัวเสือไม่ได้วางบุหรี่ไว้บนโต๊ะ ไม่ได้คาบไว้ที่ปาก และไม่ได้ทัดไว้ที่หลังหู

แต่เขากลับทำสิ่งที่ผิดวิสัย โดยการหยิบซองบุหรี่ของตัวเองออกมา แล้วยัดบุหรี่มวนนั้นเก็บเข้าไปในซอง

"หือ?"

"มีพิรุธ"

เย่ฉางอันหรี่ตาลงเล็กน้อย พลางครุ่นคิด

เขาพอจะเดาได้ลางๆ ว่าบุหรี่มวนนั้นต้องมีอะไรผิดปกติแน่

แต่เขาก็ยังไม่บุ่มบ่ามลงมือ เลือกที่จะซุ่มสังเกตการณ์ต่อไป

เวลาล่วงเลยไปทีละน้อย

ท้องฟ้าเริ่มมืดลงเรื่อยๆ

คนที่มาเล่นและมาดูหมากรุกก็ค่อยๆ ทยอยกลับ

เมื่อเห็นเหอเจิ้นและหัวเสือแยกย้ายกันไปคนละทาง เย่ฉางอันไม่ลังเลเลยที่จะตามหัวเสือไปทันที

ยังไงซะเหอเจิ้นก็เป็นตำรวจประจำสถานี ที่อยู่ของเขาหาได้ไม่ยาก

ในทางกลับกัน เจ้าหัวเสือคนนี้ดูเหมือนคนร่อนเร่พเนจร แถมยังมีวงกลมสีม่วงบนหัวอีก

ที่ซุกหัวนอนของมันน่าจะมิดชิดกว่า

หลังจากสะกดรอยตามมาประมาณยี่สิบนาที เส้นทางก็เริ่มเปลี่ยวขึ้นเรื่อยๆ จนเย่ฉางอันเริ่มหวั่นใจ

แต่ความสามารถที่ระบบมอบให้กลับยอดเยี่ยมเกินคาด

สถานที่แห่งนี้เปลี่ยวร้างไร้ผู้คน

ในสถานการณ์เช่นนี้ แม้แต่เสียงใบไม้ไหวก็อาจทำให้คนตื่นตัวได้ง่ายๆ นับประสาอะไรกับคนเป็นๆ

ทว่า แม้เย่ฉางอันจะตามติดเข้ามาลึกขนาดนี้ หัวเสือกลับไม่รู้ตัวเลยสักนิด

ชั่วขณะหนึ่ง เย่ฉางอันรู้สึกราวกับตัวเองเป็นมนุษย์ล่องหน

ไม่นานนัก หัวเสือที่เดินลัดเลาะไปมา ในที่สุดก็กลับมาถึงที่พัก

มันเป็นกระท่อมไม้ซอมซ่อตั้งอยู่ที่ตีนเขา

รอบๆ กระท่อมมีบ่อปลาอยู่หลายบ่อ

"คนขายปลาเหรอ?"

เย่ฉางอันตาเป็นประกาย เมื่อยืนยันที่อยู่ของหัวเสือได้แล้ว เขาก็ไม่บุกเข้าไปลึกกว่านี้

หลังจากจำตำแหน่งได้อย่างแม่นยำ เขาก็ถอยฉากออกมาอย่างเงียบเชียบ

ในอีกไม่กี่วันต่อมา เย่ฉางอันยังคงสะกดรอยตามเหอเจิ้นทุกวัน

เมื่อไม่ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพิ่มเติม เขาก็เลือกที่จะซุ่มดูต่อไป

...

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา เมื่อเขาไปทำงาน เพื่อนร่วมงานต่างดูสดใสกระปรี้กระเปร่ากันเป็นพิเศษ

ไม่มีเหตุผลอื่นใด นอกจากวันนี้เป็นวันเงินเดือนออก

(ธนาคารเพื่อการเกษตร เงินเข้า: 11,700 หยวน)

มองดูข้อความแจ้งเตือนในโทรศัพท์ ใบหน้าของเย่ฉางอันก็เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มกว้าง

ในที่สุดกระเป๋าตังค์เขาก็ตุงขึ้นมาบ้างแล้ว

ในจำนวน 11,700 หยวนนี้ 10,000 หยวนเป็นเงินรางวัลจากเหรียญกล้าหาญขั้นสาม

ส่วนอีก 1,700 หยวน คือเงินเดือนในฐานะตำรวจช่วยงาน

ตำรวจช่วยงานได้เงินเดือน 3,500 หยวนต่อเดือน เดือนที่แล้วเขาเพิ่งทำงานไปสิบสี่วัน ก็เลยได้เท่านี้

อย่างไรก็ตาม ทันทีที่เงินเข้า เย่ฉางอันก็แบ่งเงินออกเป็นส่วนๆ

ในฐานะเด็กกำพร้า สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าให้ข้าวให้น้ำ ให้ที่พักพิง เลี้ยงดูเขาจนเติบใหญ่

ดังนั้น เขาจึงต้องเก็บเงินสองในสิบของเงินเดือนเพื่อบริจาคให้สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า

ส่วนที่สอง เมื่อไม่กี่ปีก่อน หวังหลงสละชีวิตเพื่อช่วยเขา ทำให้ครอบครัวของหวังหลงต้องสูญเสียเสาหลักไป

เย่ฉางอันจึงต้องเก็บเงินอีกสองในสิบของเงินเดือนทุกเดือนเพื่อจุดประสงค์นี้

แต่เดือนนี้เขาเก็บได้เยอะหน่อยเพราะมีเงินโบนัส

ถ้าไม่ได้เงินรางวัลเหรียญกล้าหาญขั้นสาม ลำพังเงินเดือนอันน้อยนิดที่เขาเจียดออกมาได้ คงเป็นแค่เศษเงิน

วินาทีนี้ ความปรารถนาที่จะสร้างความดีความชอบของเขายิ่งรุนแรงขึ้น

ไม่ใช่แค่เพื่อได้บรรจุเป็นข้าราชการตำรวจเต็มตัว แต่ยังอยากได้เงินรางวัลมาทำหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบให้สมบูรณ์

เพราะยังไง ทั้งสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าและสหายหวังหลง ต่างก็เป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตเขาไว้ทั้งนั้น

...

ตอนเที่ยง อาศัยช่วงพักกลางวัน เย่ฉางอันแวะไปที่ร้านขายเหล้าและบุหรี่ใกล้ๆ

"เถ้าแก่ ขอไป๋ซาแบบซองอ่อนคอตตอนหนึ่งครับ"

"แล้วก็เหล้าเฟินจิ่วอีกขวด"

พอเข้าร้าน เย่ฉางอันก็สั่งอย่างอารมณ์ดี

ของสองอย่างนี้ เขาตั้งใจซื้อไปแสดงความกตัญญูต่อหลิวฉางหยวน

เหตุผลที่เลือกบุหรี่และเหล้าราคาชาวบ้าน ไม่ใช่เพราะขี้เหนียว แต่เพราะเขารู้นิสัยหลิวฉางหยวนดี ขืนซื้อของแพงๆ ไปให้ มีหวังโดนด่ายับและไม่ยอมรับของแน่

"ได้เลย!" เถ้าแก่รีบเดินออกมาจากหลังร้าน ห่อบุหรี่และเหล้าให้อย่างคล่องแคล่ว "ทั้งหมดสามร้อยครับ"

"โอเคครับ"

เย่ฉางอันสแกนจ่ายเงินแล้วเดินออกจากร้านไป

ทันใดนั้น หญิงวัยกลางคนก็รีบเดินออกมาจากร้าน

"ตาแก่ แกบ้าไปแล้วเหรอ?"

"ไปลดให้เขาตั้งห้าสิบหยวนทำไม?"

"ชู่ว!" เถ้าแก่รีบเอามือปิดปากเมีย แล้วชะเง้อมองออกไปนอกร้าน

เมื่อแน่ใจว่าเย่ฉางอันไม่ได้ยิน เขาถึงกระซิบตอบ "เบาๆ หน่อยน่า ข้าตั้งใจคิดราคาส่งให้เขาเองแหละ"

"ทำไมล่ะ?" เมียเถ้าแก่ถามด้วยความงุนงง

"จำตำรวจช่วยงานที่เป็นฮีโร่ในข่าวเมื่อวันก่อนได้ไหม? ก็เขานั่นแหละ" เถ้าแก่อธิบายด้วยสีหน้าชื่นชม

"หา!"

"งั้นทำไมยังไปเก็บเงินเขาอีกล่ะ? แกหน้าเลือดเกินไปแล้วมั้ง?"

พอได้ยินแบบนั้น เมียเถ้าแก่ก็ของขึ้นทันที

แต่เถ้าแก่ดึงตัวเมียไว้ แล้วมองค้อน "ข้าก็อยากจะให้ฟรีๆ นั่นแหละ แต่คิดว่าเขาจะกล้ารับไหมล่ะ?"

พอได้ยินเหตุผล เมียเถ้าแก่ก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ

จากนั้น เธอก็มองแผ่นหลังของเย่ฉางอันที่เดินไกลออกไป แล้วพึมพำว่า "ดีจังเลยนะ ที่อำเภอเล็กๆ ของเรามีตำรวจดีๆ แบบนี้..."

จบบทที่ บทที่ 15 บุคคลต้องสงสัย การสืบสวน

คัดลอกลิงก์แล้ว