เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 44 - เนี่ยเสี่ยวเชี่ยนกับเยี่ยนชื่อเสีย

บทที่ 44 - เนี่ยเสี่ยวเชี่ยนกับเยี่ยนชื่อเสีย

บทที่ 44 - เนี่ยเสี่ยวเชี่ยนกับเยี่ยนชื่อเสีย


เผชิญหน้ากับคำทักทายของเซียวเหล่งนึ่ง อาโปโบกอุ้งเท้าหัวเราะอย่างตื่นเต้น

"ฮ่าๆ มีคนเรียกข้าว่านักรบมังกรอีกแล้ว มนุษย์เป็นสัตว์ที่นิสัยดีที่สุดในโลกจริงๆ!"

ดีใจเสร็จ เขาก็หันไปหาเซียวเหล่งนึ่ง "สวัสดี เจ้าชื่ออะไรเหรอ?"

"เซียวเหล่งนึ่ง"

"นักรบมังกร เซียวเหล่งนึ่ง เรามีวาสนาต่อกันจริงๆ" อาโปพูด "ไว้เจอกันคราวหน้าข้าจะเลี้ยงบะหมี่เจ้านะ บะหมี่ร้านข้าอร่อยที่สุดในหุบเขาสันติเลย!"

"ขอบคุณ" เซียวเหล่งนึ่งตอบ

อาโปพูดอีกสองสามประโยค จู่ๆ ก็ตบหัวตัวเอง "เดี๋ยวสิ พวกเขารอข้าอยู่ นักรบมังกรต้องไปปรากฏตัวแล้ว!"

"ทุกท่าน ลาก่อน!"

โบกไม้โบกมือเสร็จ เขาก็หันหลังวิ่งออกจากประตูไป

เดิมทีเขาไม่ค่อยเชื่อคำพูดของซูลั่วเท่าไหร่ แต่พอได้วรยุทธ์มหัศจรรย์พวกนั้นมา เขาก็รู้สึกทันทีว่าอีกฝ่ายอาจจะพูดถูก

บางทีเขาอาจจะเป็นนักรบมังกรตามลิขิตฟ้าจริงๆ ก็ได้นะ!

...

โรงเตี๊ยมกลับสู่ความเงียบสงบทันที

เซียวเหล่งนึ่งยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ สีหน้าเหม่อลอย

ความไฮเปอร์ของอาโปทำให้นางปรับตัวไม่ทันอย่างเห็นได้ชัด

จนกระทั่งรู้สึกว่าซูลั่วจ้องมองนางด้วยสายตาแปลกๆ นางถึงหน้าแดงระเรื่อ เดินเงียบๆ ไปที่มุมห้อง

ก่อนไป นางหันไปมองเมนูสุรา แวบเดียวก็เห็นเหล้าที่เพิ่งวางขายใหม่

[สุรานักรบมังกร ราคา 2,000 เหรียญกาลเวลา]

ราคานี้ทำให้เซียวเหล่งนึ่งชะงักไปเล็กน้อย ฝีเท้าช้าลงโดยไม่รู้ตัว เพ่งมองคำอธิบายของเหล้าแก้วนี้

"ดื่มสุรานี้จะได้รับพรสวรรค์วรยุทธ์ของนักรบมังกรอาโป เพิ่มค่าความเข้าใจ 500"

อ่านคำบรรยายจบ เซียวเหล่งนึ่งยิ่งประหลาดใจหนักกว่าเดิม

"ถึงกับเป็นเหล้าเพิ่มความเข้าใจ!"

ตอนที่นางมองคำว่า "ความเข้าใจ" นางก็รับรู้ถึงคำอธิบายและค่าความเข้าใจของตัวเองแล้ว

ค่าความเข้าใจของคนธรรมดาสูงสุดมักจะอยู่ที่ 100 ส่วนเซียวเหล่งนึ่งอยู่ที่ 99 เกือบถึงขีดจำกัดของคนทั่วไป

ถึงอย่างนั้น เทียบกับอาโปก็ยังห่างกันถึงห้าเท่า

นึกถึงความเข้าใจระดับเทพของอาโป เซียวเหล่งนึ่งก็อดอิจฉาขึ้นมาดื้อๆ ไม่ได้

มีความเข้าใจระดับนี้ วรยุทธ์ใดๆ แค่มองผ่านตาก็คงบรรลุได้แล้วกระมัง

แต่เจ้าแพนด้าที่มีพรสวรรค์ขนาดนั้นกลับดูติงต๊องชอบกล

หรือนี่จะเป็นนิสัยประจำเผ่าพันธุ์แพนด้า?

คิดถึงตรงนี้ นางก็อดส่ายหน้าเงียบๆ ไม่ได้

...

หลายวันต่อมา โรงเตี๊ยมกลับสู่ความสงบ

อาโปไม่โผล่มาอีก ส่วนสุรานักรบมังกรที่ได้จากพรสวรรค์ของเขาก็ขายไม่ออกสักแก้ว

สำหรับลูกค้าในโรงเตี๊ยม สองพันเหรียญกาลเวลาไม่ใช่เงินจำนวนน้อย ในเมื่อไม่มีผลลัพธ์ที่จับต้องได้ชัดเจน ก็ไม่มีใครยอมจ่ายเงินก้อนนี้

เจ้าแพนด้าจอมติสต์ตัวนั้น กลายเป็นหัวข้อสนทนาเพิ่มสีสันให้โรงเตี๊ยมไป

ยอดขายเหล้าในแต่ละวันยังคงน้อยนิด

กลับเป็นเซียวเหล่งนึ่งที่ได้วรยุทธ์และงูผูซือชวีจำนวนมากมาจากก๊วยเจ๋ง ช่วยเพิ่มวัตถุดิบหมักสุราให้โรงเตี๊ยมได้ไม่น้อย

อาจารย์เก้าในที่สุดก็จับผีแก่ตบะสิบห้าปีมาได้หนึ่งตัว โรงเตี๊ยมรับซื้อในราคา 375 เหรียญกาลเวลา และเปลี่ยนเป็นวัตถุดิบหมักสุราชนิดใช้แล้วทิ้งที่เพิ่มตบะได้สิบห้าปี

สุราตบะสิบห้าปีที่แปลงมานี้ นอกจากอาจารย์เก้าซื้อไปหนึ่งแก้ว ก็ขายไม่ออกอีกเลย

เป็นเช่นนี้

วันเวลาผ่านไป

ซูลั่วชิมเหล้าแทบทุกชนิดจนครบ

ทองคำที่สะสมไว้ในห้องก็ถูกเปลี่ยนเป็นเงินสดเกือบพันล้านหยวนผ่านทางจางจื้อคุน นอนนิ่งอยู่ในบัญชีธนาคารของเขา

ชีวิตของเขาช่างเงียบสงบและสุขสบายเหมือนเคย

...

เจ็ดวันต่อมา

พลบค่ำ

นอกหน้าต่างหิมะตกหนัก ท้องฟ้าขาวโพลนไปหมด

ซูลั่วนั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ ประคองถ้วยชาร้อนๆ กำลังดูสตรีมเกมในมือถือ

เขากะว่าได้เวลาแล้ว รอคอยว่าจะมีลูกค้าใหม่คนไหนมาเยือน

วันนี้โรงเตี๊ยมค่อนข้างเงียบเหงา แม้แต่เซียวเหล่งนึ่งกับอิงม่านก็ไม่อยู่ มีแค่อาจารย์เก้าคนเดียวกำลังกินถั่วลิสงแกล้มเหล้า

ขณะที่อาจารย์เก้ากำลังคิดว่าเดี๋ยวจะไปเนินป่าช้าก่อน หรือไปดักรอผีร้ายที่หนีไปคราวก่อนที่เมืองข้างๆ ดี จู่ๆ ก็รู้สึกถึงลมเย็นยะเยือกพัดมา

เขาตัวสั่นสะท้านอย่างไม่มีสาเหตุ เงยหน้ามอง ก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งปรากฏตัวที่ประตูโรงเตี๊ยมตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

วินาทีที่เห็นหญิงสาว อาจารย์เก้าหน้าถอดสี ลุกขึ้นยืนโดยสัญชาตญาณ

ตอนนี้เขามีตบะห้าสิบกว่าปี สายตาย่อมไม่ธรรมดา ยิ่งไม่ต้องพูดถึงไอปีศาจมหาศาลบนตัวหญิงสาวคนนั้น

ผีสาวตนนี้น่าจะมีตบะเป็นร้อยปี!

วินาทีนี้อาจารย์เก้าถึงกับมีความคิดจะใส่เกียร์หมาวิ่งหนี

ซูลั่วมองผู้หญิงที่เข้ามาในโรงเตี๊ยม แล้วมองไปที่พื้น

ไม่มีเงา

รวมกับข้อมูลโลกใหม่ที่เชื่อมต่อในหน้าจอโรงเตี๊ยม เขาเดาตัวตนของผู้หญิงคนนี้ได้

"เนี่ยเสี่ยวเชี่ยน?" เขาถาม (Salty : จากเรื่อง 'โปเยโปโลเย' นะครับ)

เนี่ยเสี่ยวเชี่ยนเดิมทีกำลังเตรียมล่อลวงพ่อค้าเดินทางที่วัดหลานรั่ว นึกไม่ถึงว่าจะโดนนักพรตหนวดเครารุงรังที่เพิ่งเข้ามาในวัดเมื่อเร็วๆ นี้จ้องเล่นงาน

ระหว่างถูกไล่ล่า นางเห็นบ้านร้างหลังหนึ่งมีแสงสว่างลอดออกมา พุ่งเข้ามาก็มาโผล่ที่นี่

สำหรับวัดหลานรั่ว นางย่อมรู้ทะลุปรุโปร่ง แต่ในวัดมีโรงเตี๊ยมมหัศจรรย์แบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

โดยเฉพาะการตกแต่งที่นี่หรูหรา ไม่มีกลิ่นอายความผุพังเลยสักนิด

แล้วนางก็ได้ยินซูลั่วเรียกชื่อนาง

"ท่านเป็นใคร ท่านรู้ชื่อข้าได้อย่างไร?" เนี่ยเสี่ยวเชี่ยนมองซูลั่วอย่างระแวง

นางไม่สัมผัสถึงกลิ่นอายพวกเดียวกันจากตัวซูลั่วเลยสักนิด กลับกัน ไอหยางที่ร้อนแรงนั้นทำให้นางหวาดกลัวจับใจ

ซูลั่วกำลังจะอ้าปากพูด จู่ๆ ก็เห็นกระบี่เล่มหนึ่งพุ่งเข้ามาจากประตู

ตามด้วยนักพรตเคราดกพุ่งตามเข้ามา ฝ่ามือข้างหนึ่งซัดลูกไฟร้อนแรง อีกมือเงื้อกระบี่ฟันใส่เนี่ยเสี่ยวเชี่ยน

ภาพเหตุการณ์กะทันหันนี้ทำเอาเนี่ยเสี่ยวเชี่ยนกรีดร้อง "กรี๊ด" ถอยกรูดไปที่หน้าเคาน์เตอร์ สีหน้าสิ้นหวัง

อาจารย์เก้าที่อยู่ไม่ไกลตาค้าง

อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ขนาดนี้ เขาเคยได้ยินแต่ในตำนานเท่านั้น

ขณะที่ลูกไฟและคมกระบี่กำลังจะถึงตัวเนี่ยเสี่ยวเชี่ยน ทุกอย่างก็หยุดนิ่งกะทันหัน

"จอมยุทธ์เยี่ยน ดื่มเหล้าสักแก้วก่อนดีไหม มีอะไรค่อยๆ คุยกัน"

สิ้นเสียงซูลั่ว ลูกไฟก็สลายไป เยี่ยนชื่อเสียรู้สึกว่าตัวเองกลับมาควบคุมร่างกายได้อีกครั้ง

เขามองซูลั่วอย่างตื่นตระหนกแกมสงสัย

"เขาดูเหมือนมนุษย์ ไม่มีคลื่นพลังเวท แต่ทำได้ยังไงกัน?"

ชั่วขณะหนึ่ง เยี่ยนชื่อเสียลืมแม้กระทั่งจะพูด

เนี่ยเสี่ยวเชี่ยนรอดตายมาได้ เป็นคนแรกที่ได้สติ รีบขอบคุณซูลั่ว

ซูลั่วโบกมือ ยิ้มว่า "เข้ามาในโรงเตี๊ยมถือเป็นแขก ไม่ต้องฆ่าแกงกัน"

จากนั้นเขาหันไปมองเยี่ยนชื่อเสีย "อีกอย่าง ที่จอมยุทธ์เยี่ยนอยากกำจัดน่าจะเป็นปีศาจต้นไม้ตนนั้น ไม่ใช่ผีสาวที่ถูกปีศาจต้นไม้บังคับหรอกนะ?"

"บังคับ?" เยี่ยนชื่อเสียได้สติ

เขามองรอบๆ อย่างระแวง รู้สึกว่าที่นี่เต็มไปด้วยความแปลกประหลาด

สังเกตเห็นสายตาของซูลั่ว เนี่ยเสี่ยวเชี่ยนรีบเล่าประวัติความเป็นมาของตัวเอง และเรื่องที่ถูกปีศาจต้นไม้บังคับให้ล่อลวงผู้คน

รู้ว่านางชะตากรรมรันทด ที่ทำชั่วเพราะมีเหตุจำเป็น เยี่ยนชื่อเสียก็เงียบไป

เขาเดิมเป็นมือปราบชื่อดังแห่งยี่สิบหกมณฑลภาคตะวันออก แต่เพราะขุนนางชั่วครองเมือง จำใจต้องมาเร้นกายที่วัดหลานรั่ว

ทุกวันนี้เขาแกล้งเป็นผีต่อหน้าคน แกล้งเป็นคนต่อหน้าผี นี่ก็ไม่ต่างอะไรกับการถูกโลกนี้บีบคั้นหรอกหรือ?

วินาทีนี้เขาถึงกับเกิดความรู้สึกเห็นอกเห็นใจขึ้นมา

แต่สิ่งที่เขาใส่ใจมากกว่าไม่ใช่เรื่องนี้

"ที่นี่คือที่ไหน แล้วเจ้าเป็นใคร?" เยี่ยนชื่อเสียจ้องซูลั่วเขม็ง ถามเสียงเครียด

...

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 44 - เนี่ยเสี่ยวเชี่ยนกับเยี่ยนชื่อเสีย

คัดลอกลิงก์แล้ว