เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 - ผีดิบอาละวาด

บทที่ 29 - ผีดิบอาละวาด

บทที่ 29 - ผีดิบอาละวาด


แฮร์รี่เงยหน้ามองอย่างละเอียด

ดื่มสุราเสริมพลังแมงมุมแก้วนี้ จะเพิ่มสมรรถภาพร่างกายคนธรรมดาห้าเท่า เห็นได้ชัดว่าเป็นของดีทีเดียว

แม้ผลของสุราเสริมพลังปีศาจเขียวจะเป็นสองเท่าของมัน แต่ราคาก็แพงกว่าถึงห้าเท่า

เขาใจเต้นแรง กำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว

ลังเลอยู่ไม่กี่วินาที ในที่สุดเขาก็เอ่ยปาก "ปีเตอร์ ขอยืม 150 เหรียญกาลเวลาได้ไหม?"

โตมาขนาดนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเอ่ยปากยืมเงินคนอื่น

เมื่อก่อนมีแต่เขาถามปีเตอร์ว่าต้องการให้เขาให้ยืมเงินไหม

"แน่นอน" ปีเตอร์ยิ้ม "เพื่อนรักกัน จะเกรงใจทำไม!"

แฮร์รี่ตบไหล่เพื่อนอย่างซาบซึ้งใจ

มีเหล้าสองแก้วนี้ น่าจะกำจัดโรคพันธุกรรมของพ่อได้ อีกแก้วก็เอาไปปิดปากพวกคณะกรรมการบริษัท

ความลับของโรงเตี๊ยมเขาคงไม่บอกพ่อที่สติสตังดูไม่ค่อยดี ชอบพูดคนเดียวหน้ากระจก

คนกลางคนนี้ให้เขาเป็นคนรับหน้าที่เอง!

พ่อจะต้องเข้าใจ และจะต้องมองเขาใหม่อย่างแน่นอน!

เขาสูดหายใจลึก หันไปบอกซูลั่ว "คุณชาย ผมขอสุราเสริมพลังแมงมุมสองแก้วครับ"

ซูลั่วโบกมือ เหล้าสองแก้วที่บรรจุขวดเรียบร้อยก็ลอยมาตรงหน้าแฮร์รี่

เห็นแฮร์รี่คว้าขวดเหล้าอย่างตื่นเต้นทำท่าจะไป ซูลั่วถามขึ้นว่า "คุณขาดเงินหรือเปล่า?"

ผมเนี่ยนะขาดเงิน?

แฮร์รี่ชะงัก แต่ก็เข้าใจได้ทันทีว่าซูลั่วหมายถึงเหรียญกาลเวลา

"เลือดของผมก็ขายได้เหรอครับ?" เขาหน้าตาตื่นเต้น

จริงด้วย ตอนนี้เขาไม่ใช่คนธรรมดาแล้วนี่นา!

ต่อให้เลือดขายได้ราคาถูกกว่าปีเตอร์หน่อย ก็ยังดีถมเถ

ใครจะรู้ว่าบริษัทของพ่อต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะผลิตยาปีศาจเขียวได้สักขวด

ซูลั่วทำหน้าพิลึก ส่ายหน้าว่า "ไม่ใช่แน่นอน"

ลูกเศรษฐีระดับนี้ตกอับถึงขั้นจะขายเลือดแล้วเหรอ?

คิดแล้วซูลั่วก็อดขำไม่ได้

แฮร์รี่หน้าจ๋อย "งั้นคุณชายหมายความว่ายังไงครับ?"

ซูลั่วกวักมือเรียกเซียวเหล่งนึ่งที่อยู่ไกลๆ "แม่นางมังกร"

เซียวเหล่งนึ่งได้ยินก็วางแท็บเล็ตในมือ เดินเข้ามาด้วยท่าทางสงบนิ่งแต่ฝีเท้าไม่ช้าเลย

ซูลั่วพูดกับแฮร์รี่ "แม่นางมังกรอยากจะสั่งซื้อปืนและกระสุนจำนวนหนึ่ง สำหรับออสคอร์ปแล้วเรื่องแค่นี้จิ๊บจ๊อยใช่ไหม?"

แฮร์รี่พยักหน้า

ออสคอร์ปเน้นเรื่องชีวการแพทย์ แต่ก็มีเอี่ยวในอุตสาหกรรมอาวุธ สองปีก่อนเพิ่งซื้อโรงงานผลิตอาวุธมาแห่งหนึ่ง

ทักทายเซียวเหล่งนึ่งเสร็จ เขาถามว่า "ต้องการเท่าไหร่ครับ?"

"ปืนที่พอสำหรับคนหนึ่งพันคน กับกระสุนที่เพียงพอ" เซียวเหล่งนึ่งตอบ

"วันหลังผมจะเอามาส่งให้" แฮร์รี่ยิ้ม

"ราคาเท่าไหร่?" เซียวเหล่งนึ่งถาม

"ของแค่นี้ไม่เท่าไหร่หรอก ผมยกให้!" แฮร์รี่ทำหน้าสบายๆ

"ไม่ได้ ยังไงก็ต้องคุยเรื่องราคา" เซียวเหล่งนึ่งส่ายหน้ายืนกราน "วันหน้าข้ายังต้องใช้อีก"

ได้ยินว่าวันหน้ายังต้องใช้ แฮร์รี่ตาลุกวาว แต่ก็เริ่มลำบากใจ

ที่นี่ใช้เงินดอลลาร์ไม่ได้แน่ๆ จะใช้เหรียญกาลเวลาซื้อปืนราคาถูกพวกนั้น เขาก็ประเมินราคาไม่ถูก

"ปีเตอร์ นายว่าเท่าไหร่ดี?" เขาหันไปหาเพื่อน

ปีเตอร์เพิ่งตกลงกับจิ๋นซีฮ่องเต้เรื่องเพื่อนกันก็ต้องคิดบัญชีเมื่อไม่กี่วันก่อน ย่อมมั่นใจในเรื่องนี้ พูดว่า "หนึ่งเหรียญกาลเวลาแลกปืนกลมือสิบกระบอกบวกปืนพกสิบกระบอก ปืนทุกกระบอกแถมกระสุนหนึ่งพันนัด ถ้ามีพวกระเบิดร็อคเก็ตอะไรพวกนั้นก็แถมๆ ไปฟรีๆ"

"ฉันคุยกับพี่เจิ้งไว้แบบนี้แหละ"

แฮร์รี่เคยได้ยินปีเตอร์เล่าเรื่องฮ่องเต้โบราณทางตะวันออกให้ฟังแล้ว ได้ยินดังนั้นก็พยักหน้า

เขาหันไปทางเซียวเหล่งนึ่ง "ตกลงไหมครับ?"

"ตกลง" เซียวเหล่งนึ่งพยักหน้า แล้วโอน 100 เหรียญกาลเวลาให้แฮร์รี่

เห็นยอดเงินขยับ แฮร์รี่ตื่นเต้น "ขอบคุณครับ"

เซียวเหล่งนึ่งส่ายหน้าเบาๆ

ในใจนางกลับยินดีปรีดา

แบบนี้ก็ไม่ถือว่าหลอกก๊วยเจ๋งแล้ว

มีของพวกนี้ ก๊วยเจ๋งน่าจะตั้งใจช่วยนางรวบรวมวรยุทธ์ทั่วหล้าและเพาะเลี้ยงงูผูซือชวีให้มากขึ้น

เห็นปฏิกิริยาของทั้งสองคน ปีเตอร์จู่ๆ ก็รู้สึกร้อนรน

เขารับปากอิ๋งเจิ้งว่าจะหาอาวุธมาให้ แต่หลายวันนี้มัวแต่รอปฏิกิริยาของเพื่อน บวกกับเพลิดเพลินกับการเป็นฮีโร่ผดุงความยุติธรรม เลยละเลยการสะกดรอยตามพ่อค้าอาวุธเถื่อนคนนั้นไป

"วันนี้จะไปสะกดรอยตามหมอนั่น ต้องหาคลังแสงมันให้เจอ จะให้พี่เจิ้งดูถูกไม่ได้" ปีเตอร์กำหมัด

แฮร์รี่รีบกลับไปหาพ่อ ปีเตอร์ก็ตามเพื่อนออกไป

หลังจากทั้งสองจากไปไม่นาน อิ๋งเจิ้งที่กลับไปก่อนหน้านี้ก็ย้อนกลับมา

ได้ยินว่าปีเตอร์พาเพื่อนมา แถมยังตกลงซื้อขายอาวุธกับเซียวเหล่งนึ่งได้แล้ว เขากล่าวแสดงความยินดี แต่ในใจกลับเสียดายนิดๆ

เขาดูออกแล้วว่าปีเตอร์เป็นแค่เด็กจนๆ ที่ร่างกายกลายพันธุ์ เพื่อนที่ปีเตอร์เคยพูดถึงต่างหากที่มีฐานะในโลกนั้น การดึงตัวอีกฝ่ายมาเป็นพวกย่อมส่งผลดีต่อแผนการของเขามากกว่า

แต่มีซูลั่วเป็นคนแนะนำ เขาไม่กล้าไปปาดหน้าเค้กเซียวเหล่งนึ่ง

ทว่าสายตาของเขาก็ถูกสุราเสริมพลังปีศาจเขียวดึงดูดไปอย่างรวดเร็ว

พอรู้ว่าเหล้าลิมิเต็ดแก้วนี้มีผลเสริมพลังที่ไม่ทับซ้อนกับสุราพลังสไปเดอร์แมน เขาก็รีบซื้อทันที

ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ ดื่มเหล้าไปพลาง สอบถามข่าวคราวอีกเรื่องกับซูลั่วไปพลาง

"คุณชาย เมื่อครู่ข้ากลับไปลองแล้ว 《วิชาเต๋าเหมาซาน》 วิเศษจริงๆ ยอดคนผู้เป็นเจ้าของวิชานี้มีนามว่ากระไร?" อิ๋งเจิ้งถาม

เขาปรารถนาจะเป็นอมตะเป็นเซียน และดูเหมือนวิชาเต๋านี้จะเป็นหนทางที่ใกล้เคียงที่สุด

ซูลั่วยิ้ม "คนทั่วไปเรียกเขาว่าอาจารย์เก้า..."

...

อาจารย์เก้ากำลังรีบกลับเรือนพักศพ

เมื่อเช้าเพิ่งเก็บศพของเศรษฐีเหรินผู้พ่อ พบว่ามีแนวโน้มจะกลายเป็นศพเดินได้ จึงจัดแจงไว้อย่างระมัดระวัง กำชับศิษย์สองคนให้เฝ้าดูให้ดี

ส่วนตัวเขาเดินทางไปอีกเมืองเพื่อตามหาศิษย์น้อง

ต่างจากเขา ศิษย์น้องผู้นั้นชอบสะสมของแปลกมีค่า ในมือมีวิชานอกรีตของเหมาซานอยู่หลายอย่าง

เมื่อก่อนเขาเคยเตือนศิษย์น้องให้มุ่งมั่นฝึกวิชาเหมาซานสายหลัก อย่าไขว้เขว ตอนนี้กลับพบว่าศิษย์น้องช่างมองการณ์ไกล

ใครจะไปคิดว่ามีสถานที่อย่างโรงเตี๊ยมกาลเวลาอยู่ด้วย?

แต่ที่แห่งนี้มีความสำคัญยิ่งใหญ่ นอกจากเขาแล้วคนอื่นมองไม่เห็นทางเข้า

เขาไม่คิดจะป่าวประกาศ แต่เหล้าวิเศษที่ได้จากที่นั่นสามารถแบ่งปันให้ศิษย์น้องได้บ้าง

ทว่าเที่ยวนี้เขาคว้าน้ำเหลว

รอจนฟ้ามืด ศิษย์น้องที่ออกไปข้างนอกก็ยังไม่กลับมา

เป็นห่วงว่าศพเหรินผู้เฒ่าที่บ้านจะกลายเป็นผีดิบ เขาจึงต้องรีบเดินทางกลับทั้งที่มืดค่ำ

ระหว่างทางยังเจอผีแก่ตนหนึ่งคิดจะขี่คอเขา

ต่อให้ผีแก่จะเจ้าเล่ห์ แต่อาจารย์เก้าสายตาเฉียบคม บวกกับร่างกายที่แข็งแกร่งกว่าคนทั่วไป ความเร็วเป็นเลิศ จัดการผีแก่ได้ในสามกระบวนท่า

และที่เรือนพักศพซึ่งห่างออกไปหลายกิโลเมตร เหวินไฉกับชิวเซิงก็สะเพร่าจริงๆ

เมื่อฝาโลงเปิดออก ศพเหรินผู้เฒ่ากระโดดออกมา ทั้งสองคนก็สติแตก

ทำอาชีพนี้มานาน ต่อให้ไม่เคยเจอมาก่อน ก็ต้องเคยได้ยินเรื่องแบบนี้

ผีดิบ!

เหวินไฉมุดหัวเข้าผ้าห่มโดยสัญชาตญาณ แต่ถูกชิวเซิงลากออกมา

"เอ็งจะหลบทำไม ลืมที่อาจารย์บอกแล้วเหรอ ผีดิบจะไปหาญาติสนิทก่อน!"

นึกถึงคุณหนูเหรินที่เพิ่งเจอกันไม่นาน เหวินไฉตาลุกวาว รีบกระโดดลงจากเตียง "นี่มันโอกาสวีรบุรุษช่วยสาวงามนี่นา!"

เห็นเขาวิ่งก้นบิด ชิวเซิงด่าในใจ แล้วรีบตามไป

ไอ้ศิษย์น้องงี่เง่านี่ พอพูดถึงคุณหนูเหรินก็สติหลุด ผีดิบมันรับมือง่ายซะที่ไหน

ประเด็นคือ วีรบุรุษช่วยสาวงามน่ะ มันจะถึงคิวเอ็งเรอะ!

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 29 - ผีดิบอาละวาด

คัดลอกลิงก์แล้ว