- หน้าแรก
- โรงเตี๊ยมกาลเวลา
- บทที่ 9 - สไปเดอร์แมน
บทที่ 9 - สไปเดอร์แมน
บทที่ 9 - สไปเดอร์แมน
หลายวันต่อมา เซียวเหล่งนึ่งแวะเวียนมาที่โรงเตี๊ยมทุกวัน
อิ๋งเจิ้งนานๆ มาที แต่มาทีไรก็ขนทองคำมาด้วยทุกครั้ง แลกเปลี่ยนเก็บสะสมเหรียญกาลเวลาได้ไม่น้อย ส่วนอิงม่านนั้นมารายงานตัวที่โรงเตี๊ยมตรงเวลาทุกวัน
เซียวเหล่งนึ่งไปเยือนสำนักช้วนจินอีกรอบ ได้คัมภีร์ยุทธ์มาเพิ่ม บวกกับยายซุนโอนเหรียญกาลเวลาสองร้อยเหรียญที่ได้จากการขายกำลังภายในยี่สิบปีให้นาง ทำให้นางรวยขึ้นอื้อซ่า
จนกระทั่งเจ็ดวันให้หลัง
เซียวเหล่งนึ่งพ่นลมหายใจขาวออกมา แล้วลุกขึ้นยืน
กลิ่นอายบนร่างของนางดูสงบสำรวมยิ่งขึ้น แต่แววตากลับเปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม
ใช้เงินเก็บของนางกับยายซุนทั้งหมดแลกเอากำลังภายในร้อยปี ตอนนี้นางรู้สึกว่าลมปราณไหลเวียนไม่ขาดสาย ร่างกายเบาหวิวดุจสายลม เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง แข็งแกร่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
"คุณชายพูดถูก ลับมีดไม่เสียเวลาผ่าฟืน ตอนนี้ข้าถึงจะมั่นใจพอที่จะไปขอคำชี้แนะวิชายุทธ์จากเหล่าผู้กล้าทั่วหล้า!"
"รอเก็บเงินครบเมื่อไหร่ จะซื้อของวิเศษต่ออายุขัยให้ยายซุน..."
ตัดสินใจได้ นางก็แววตาวูบไหว หันไปมองอิงม่านที่นั่งเล่นแท็บเล็ตอยู่บนโซฟา
ถ้าไม่ใช่เพราะองค์หญิงต้าฉินคนนี้มาตัดหน้า นางคงซื้อกำลังภายในร้อยปีได้ตั้งนานแล้ว
แถมองค์หญิงผู้นี้ยังหน้าไม่อาย ชอบมาชวนคุณชายคุย เสนอตัวอยากเป็นสาวใช้ของคุณชายอยู่เรื่อย
เจ้าเป็นถึงองค์หญิงนะ จะมาทำงานสาวใช้ได้ยังไง!
โชคดีที่คุณชายเป็นคนดีมีคุณธรรม ไม่หลงใหลในกามารมณ์ ถึงไม่หลงกลองค์หญิงผู้ไร้ยางอายคนนี้
นางสูดหายใจลึก เดินก้าวยาวๆ เข้าไปหาซูลั่ว
พอรู้ว่าเซียวเหล่งนึ่งจะออกไปท่องยุทธภพ คงไม่กลับมาสักพัก ซูลั่วรู้สึกเสียดายเล็กน้อย
ได้ยินว่านางอยากจะซื้อแท็บเล็ตเพิ่มอีกหลายเครื่อง เขาก็ตอบตกลงทันที
พอเซียวเหล่งนึ่งจากไป โรงเตี๊ยมก็ยิ่งเงียบเหงา
อิงม่านเอาแต่จ้องแท็บเล็ตตาไม่กระพริบ กลายเป็นเด็กติดเน็ตไปเรียบร้อยแล้ว
ซูลั่วรู้สึกเสียดายอีกรอบ
ตอนนี้เซียวเหล่งนึ่งกับอิ๋งเจิ้งแย่งกันซื้อสุราเพิ่มกำลังภายในสองชนิด ส่วนสุราชนิดอื่นถูกเมินเฉย
เซียวเหล่งนึ่งย่อมไม่ต้องการ
อิ๋งเจิ้งตอนนี้มีกำลังภายในร้อยกว่าปี ในโลกต้าฉินที่ไม่มีพลังเหนือธรรมชาติ เขาถือว่าไร้เทียมทาน
ทำให้เขาใจเย็นลงมาก ไม่เหมาสุราพิเศษเกลี้ยงร้านทุกวันเหมือนก่อน แม้แต่สุราเพิ่มกำลังภายในเขาก็ไม่รีบร้อนอยากได้ขนาดนั้นแล้ว
เศรษฐียังไม่มีเงินเหลือเลย
ซูลั่วเคยลองถามอิงม่าน พอจะรู้ความคิดของอิ๋งเจิ้งคร่าวๆ
ตอนนี้กำลังภายในของเขาเพียงพอป้องกันตัวแล้ว สุราที่ตุนไว้ก็พอสำหรับแจกจ่ายลูกน้อง จึงตั้งใจจะเก็บเงินไว้ก่อน รอให้มีของวิเศษใหม่ๆ ค่อยว่ากัน
ด้วยเหตุนี้
ซูลั่วเลยได้โอกาสลิ้มรสสุราพิเศษที่ตัวเองหมัก จนได้ครอบครอง 'คัมภีร์เก้าอิม' น่าเสียดายที่ไม่ได้มีความสุขอย่างที่คิด
ฟ้าเริ่มมืด
ซูลั่วบิดขี้เกียจ หันไปมองตู้เหล้า
แก้วคริสตัลสิบใบที่เรียงราย จากซ้ายไปขวา สามใบยังมีน้ำเมาหลากสีบรรจุอยู่
ขายไปแล้วสองใบ เหลืออีกห้าใบที่เขายังไม่ได้ใช้โควตา
ยังไงใช้ไปก็ขายไม่ออกอยู่ดี
ขณะที่ซูลั่วกำลังเสียดาย จู่ๆ ก็ได้ยินเสียง "กริ๊ก"
เขารีบหันไปมอง เห็นเด็กหนุ่มฝรั่งหน้าตาตื่นเดินเข้ามา
"ยินดีต้อนรับสู่โรงเตี๊ยมกาลเวลา" ซูลั่วเอ่ยทัก
เสียงทักทายกะทันหันทำเอาเด็กหนุ่มที่เพิ่งเข้ามาสะดุ้งโหยง ร่างกายเซวูบ กระโดดผึงไปเกาะหนึบอยู่บนกำแพง เหมือนแมงมุมไม่มีผิด
นี่มัน...
ซูลั่วกระพริบตาปริบๆ เรียกหน้าจอโรงเตี๊ยมออกมา
พอมองเห็นมิติที่เชื่อมต่อใหม่ เขาก็ตาเป็นประกาย
เด็กหนุ่มถามอย่างระแวดระวัง "โรงเตี๊ยมกาลเวลาคือที่ไหน?"
ชัดเจนว่าเขาเปิดประตูตู้เสื้อผ้า ตั้งใจจะหยิบชุดสไปเดอร์แมนที่เพิ่งทำเสร็จซ่อนไว้ออกมา แต่ทำไมถึงกลายเป็นสถานที่ประหลาดแบบนี้ไปได้
แถมภาษาที่คนคนนี้พูดดูเหมือนจะเป็นภาษาจีน แต่เขาดันฟังรู้เรื่อง แถมยังพูดโต้ตอบได้ด้วย!
ถ้าไม่ได้หยิกต้นขาตัวเองจนเจ็บจี๊ด เขาคงนึกว่าฝันไป
"แค่สถานที่ที่ให้เพื่อนจากต่างโลกมานั่งดื่มเหล้าคุยกันเท่านั้นเอง" ซูลั่วกล่าว "ยินดีต้อนรับครับ สไปเดอร์แมน ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์!"
"คุณรู้จักผม?" ปีเตอร์ทำท่าจะกระโดดลงมา แต่ตกใจจนกลับไปเกาะผนังแน่นกว่าเดิม
ซูลั่วยิ้ม "ลองลงมาดื่มสักแก้วก่อนไหม?"
ปีเตอร์ลังเล กระโดดลงพื้น มองดูเหล้านานาชนิดบนตู้เหล้า เกาหัวแกรกๆ "ผมยังอายุไม่ถึงเกณฑ์ดื่มเหล้าตามกฎหมายนะครับ"
เกณฑ์ดื่มเหล้าตามกฎหมาย?
อิงม่านที่วางแท็บเล็ตลงไม่ไกล ฟังแล้วงงเป็นไก่ตาแตก
คนเถื่อนคนนี้ประหลาดจัง!
ซูลั่วชี้ไปที่ตู้เหล้า "ที่นี่ไม่มีใครจับหรอก เลือกสักขวดไหม?"
ปีเตอร์กลืนน้ำลาย
อยู่ที่โรงเรียนเขาเป็นเด็กดี แต่ลึกๆ ในใจก็เคยมีความคิดอยากเป็น "เด็กดื้อ" เหมือนกัน
ดื่มเหล้าเหรอ เท่จะตาย!
น่าเสียดาย...
"ผมไม่มีเงิน" ปีเตอร์ก้มหน้า
ซูลั่วยิ้ม "ยีนสไปเดอร์แมนในตัวคุณ ก็เป็นสมบัติล้ำค่าราคาสูงลิบแล้ว"
ปีเตอร์ขมวดคิ้ว ประสาทสัมผัสตึงเครียดขึ้นมาอีกครั้ง
เขารู้สึกว่าชายชาวตะวันออกตรงหน้าอาจจะเป็นแก๊งค้ามนุษย์ลึกลับ
"โรงเตี๊ยมกาลเวลามีแต่การแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม" ซูลั่วกล่าว
แลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม?
ปีเตอร์ยิ่งระแวงหนัก
นี่มันมุกที่ปีศาจใช้ล่อลวงคนในนิยายชัดๆ
"ความสามารถของคุณมีค่าหนึ่งพันเหรียญกาลเวลา แค่คัดลอก ไม่ได้ดึงออกจากตัวคุณ" ซูลั่วยิ้ม
"เหรียญกาลเวลา?" ปีเตอร์ถาม
ซูลั่วพยักหน้า อธิบายสรรพคุณของเหรียญกาลเวลา
"สุราพิเศษที่คุณพูดถึง คือไอ้แก้วพวกนั้นเหรอครับ?" ปีเตอร์ถาม
"ใช่"
"ดื่มแล้วได้กังฟูจริงเหรอ?" ปีเตอร์เริ่มสนใจ มองไปที่ซูลั่ว
เรื่องกังฟู แน่นอนว่าเขาสนใจ
ซูลั่วพยักหน้า "ลองดูไหม?"
แมงมุมน้อยยังไม่ตอบตกลงทันที แต่ถามโพลงขึ้นมาว่า "เหรียญกาลเวลาแลกเงินดอลลาร์ได้ไหมครับ?"
ตอนนี้สิ่งที่เขาขาดแคลนที่สุดไม่ใช่กังฟู แต่เป็นเงินต่างหาก
เดิมทีเขาตั้งใจจะไปหาลำไพ่พิเศษที่สนามมวยใต้ดินอยู่พอดี
ที่น่าเสียดายคือ ชายตรงหน้าส่ายหน้าปฏิเสธอย่างสุภาพ
ปีเตอร์กำลังผิดหวัง ก็ได้ยินอีกฝ่ายพูดต่อ "แต่เหรียญกาลเวลาแลกทองคำได้นะ หนึ่งเหรียญกาลเวลาแลกได้ห้าร้อยกรัม คุณสนใจไหม?"
ปีเตอร์อึ้ง รีบคำนวณในใจ แล้วก็ได้ผลลัพธ์อย่างรวดเร็ว
เงินหลายสิบล้าน!
เขาหยิกต้นขาตัวเองแรงๆ อีกที เจ็บจี๊ดสะใจ
อิงม่านชำเลืองมองซูลั่ว
สองสามวันมานี้นางเรียนรู้วิธีแปลงหน่วยน้ำหนักมาแล้ว นึกในใจว่าทองคำของท่านอาจารย์แค่ผ่านมือก็กำไรเท่าตัว มิน่าถึงเป็นเซียน
ปีเตอร์กลืนน้ำลาย ยืนยันอีกครั้งว่าขายไปแล้วจะไม่มีผลกระทบต่อร่างกาย สุดท้ายก็เลือกตกลง
สำเร็จ!
เห็นวัตถุดิบหมักสุราที่เพิ่มขึ้นมา ซูลั่วเผยรอยยิ้ม
ปีเตอร์มองยอดเงินหนึ่งพันเหรียญกาลเวลาที่เพิ่มขึ้นมา ก็ยิ้มแก้มปริเช่นกัน
เขาชูกำปั้น วางแผนจะแลกเหรียญทั้งหมดเป็นทองคำ แต่คิดอีกทีก็รู้สึกไม่เหมาะ
ทองคำห้าร้อยกิโลกรัมเปลี่ยนเป็นเงินสดยาก ลุงกับป้ามาเห็นเข้าคงช็อกตาตั้ง
งั้นแลกสักสิบกิโลก่อน?
บอกลุงเบนว่าถูกหวย!
"ผมขอแลกทองคำสิบกิโลกรัมครับ!"
"ได้"
หลังจากรับปาก ซูลั่วก็หยิบกล่องไม้ใบหนึ่งออกมาจากหลังเคาน์เตอร์
ปีเตอร์รับไปเปิดดู เห็นก้อนทองคำส่องประกายวาววับ หัวใจเต้นรัว
ทั้งหมดนี่เป็นเรื่องจริง
รวยแล้ว!
ลุงเบนเห็นต้องดีใจแน่ๆ
เขากอดกล่องไว้แนบอก ถึงได้หันไปมองตู้เหล้า
(จบแล้ว)