- หน้าแรก
- พนักงานรีสอร์ทของผมเป็นเซียนกระบี่
- บทที่ 34 ฉากพลิกล็อก!
บทที่ 34 ฉากพลิกล็อก!
บทที่ 34 ฉากพลิกล็อก!
บทที่ 34 ฉากพลิกล็อก!
จ้าวกังเดินวนเวียนอยู่นานก็ยังหาทางออกจากตรอกไม่พบ ในที่สุดเขาก็เริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ เมื่อพบว่ามีหมอกหนาทึบเริ่มก่อตัวขึ้นปกคลุมเส้นทาง
เขายกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู ก่อนจะพบว่าสัญญาณขาดหายไปแล้ว
จ้าวกังเริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา
“ที่บ้าอะไรวะเนี่ย สัญญาณห่วยแตกชะมัด ไลฟ์สดคงหลุดไปแล้วมั้ง”
ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่เป็นไปตามที่จ้าวกังคาด ภาพในไลฟ์สตรีมไม่ได้หายไปไหน เหล่าผู้ชมยังคงคอมเมนต์ถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อน
[กล้องมัวป่ะวะ? ทำไมมองไม่เห็นทางเลย]
[เหมือนจะมีหมอกลงนะ?]
[ฉันจำได้ว่าเคยมีคนรีวิวไว้ว่าถ้ามาจุดนี้จะได้เจออาม่าที่เสียไปแล้ว เป็นจุดที่ช่วยฮีลใจให้สู้ต่อได้... ฟินมาก...]
[ฮ่าๆๆๆๆ เมนต์บนนี่เชื่อคนง่ายเกิ๊น ถ้าเรื่องนี้จริง ฉันคงเป็นจิ๋นซีฮ่องเต้กลับชาติมาเกิดแล้วละ]
[เดี๋ยวนะ สภาพแวดล้อมข้างๆ เปลี่ยนไปแล้ว!]
…
ท่ามกลางม่านหมอก ปรากฏกำแพงกระเบื้องสีขาวขึ้นมาด้านหนึ่ง
เด็กชายหน้ากลมคนหนึ่งอายุราวสิบสองสิบสามปีนั่งขดตัวสั่นอยู่ที่มุมกำแพง เขาใช้แขนบังใบหน้าที่มีรอยฟกช้ำเขียวม่วง น้ำมูกน้ำตาไหลอาบแก้ม ริมฝีปากขยับพะงาบๆ คล้ายกำลังพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับถูกเสียงซู่ๆ ของน้ำที่ไหลจากก๊อกข้างๆ กลบจนมิด
[เชี่ย! เกิดไรขึ้นวะ! ภาพโฮโลแกรมเหรอ?]
[เวทมนตร์ป่ะเนี่ย? สมจริงเกิ๊น!]
[แสดงว่ากระทู้รีวิวนั่นพูดจริงดิ?]
[ถ้าเห็นความทรงจำได้จริง แสดงว่าตอนเด็กพี่แกเคยโดนบูลลี่เหรอ? น่าสงสารว่ะ!]
[เป็นไปไม่ได้หรอก น่าจะเป็นฉากละครที่สถานที่ท่องเที่ยวเตรียมไว้มากกว่ามั้ง?]
ชาวเน็ตพากันแตกตื่นยกใหญ่!
ทันใดนั้น เด็กชายคนนั้นก็ระเบิดอารมณ์ ร้องไห้โฮแล้วพุ่งเข้าใส่กล้อง!
ในมือถือดินสอกดปลายแหลมแทงสวนเข้ามา!
[เฮียจัวเอาเรื่องว่ะ!]
[พี่แกเลือดนักสู้ ไม่ยอมก้มหัวให้ใครมาตั้งแต่เด็กแล้วสินะ]
[มุมกล้อง POV นี่ทำถึงเกิน! รู้สึกเหมือนจะโดนแทงหน้าจริงๆ เลย!]
ขนาดคนดูหน้าจอยังรู้สึกได้ถึงเพียงนี้ ไม่ต้องพูดถึงจ้าวกังที่อยู่ในเหตุการณ์จริง
ทั้งสภาพแวดล้อม แสง สี เสียง และกลิ่น ทุกสัมผัสดึงกระชากจ้าวกังกลับไปสู่บ่ายวันนั้นเมื่อ 20 ปีก่อน—ความทรงจำที่ถูกฝังลึกเอาไว้
จ้าวกังทั้งหวาดกลัวและโกรธเกรี้ยว
เขาคว้าดินสอกดตรงหน้าไว้ตามสัญชาตญาณก่อนจะสวนหมัดออกไปเต็มแรง
"ไอ้เด็กเวร! อย่ามาหลอกมาหลอนแถวนี้! ไสหัวไปซะ!"
เด็กน้อยถูกเหวี่ยงจนกระเด็นลงไปกองกับพื้น
จ้าวกังเงยหน้ามองท้องฟ้าสีมัวหมองพลางตะโกนลั่น
"ใครกันที่เล่นเรื่องบ้าๆ นี่! ฉันคนนี้ไม่เคยกลัวฟ้าไม่เคยกลัวดิน! ปล่อยฉันออกไป! ผู้รับผิดชอบอยู่ที่ไหน! ออกมา! ฉันจะฟ้องพวกแกให้ยับเลย!"
เด็กชายที่มีเลือดอาบศีรษะคลานเข้ามาบนพื้น ยื่นมือข้างหนึ่งมาคว้าขากางเกงของจ้าวกังไว้
จ้าวกังราวกับถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง
เขาเตะออกไปเต็มแรงจนเด็กชายกระเด็นไปกระแทกมุมกำแพง
"ไอ้เวรเอ๊ย! จะไม่จบไม่สิ้นใช่ไหม!"
"ก็มึงมันขี้ฟ้อง! มึงมันชอบยุ่งไม่เข้าเรื่อง! มึงหาที่ตายเองแล้วมันเกี่ยวห่าอะไรกับกู!! ผ่านไปกี่ปีแล้วยังจะตามมาจองเวรกูอีก! หาเรื่องใส่ตัวชัดๆ! คิดว่ากูจะกลัวมึงหรือไง!"
ในเมื่อที่นี่ไม่มีสัญญาณ เขาจะทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ!
ลูกเตะระดมใส่ร่างเด็กคนนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ในที่สุด หลังจากหมัดสุดท้ายที่ชกออกไปอย่างรุนแรง เขาก็ทำลายฉากตรงหน้าลงได้
ห้องน้ำเลือนหายไป กลับกลายเป็นม่านหมอกสีขาวโพลนอีกครั้ง
"ฮ่าๆๆๆๆ จะเล่นกูเหรอ! รอกูออกไปได้เมื่อไหร่ กูจะพังไอ้สถานที่ท่องเที่ยวเฮงซวยนี่ให้ยับ! อยากรู้เหมือนกันว่าพวกมึงจะแน่สักแค่ไหน!"
ในพจนานุกรมของจ้าวกังไม่มีคำว่า "ปอดแหก"!
จ้าวกังออกวิ่งต่อไปข้างหน้า
โดยหารู้ไม่ว่า ทุกการกระทำเมื่อครู่ได้ถูกถ่ายทอดสดออกไปจนหมดเปลือก
[???]
[สรุปคือมันเป็นคนไปบูลลี่เขาเหรอวะ!]
[เข้าใจอะไรผิดป่าวเนี่ย!]
[ประสาทแดก!]
[ฉันเคยหลวมตัวไปซื้อของในช่องมันด้วย โคตรขยะแขยง]
ด้านนอก ทีมงานของจ้าวกังร้อนรนจนทำอะไรไม่ถูก แต่กลับไม่สามารถติดต่อเขาได้เลย
"มันเกิดอะไรขึ้น! ในเขตท่องเที่ยวไม่มีใครตามพี่จ้าวอยู่เลยเหรอ? ติดต่อใครได้บ้าง!"
"ติดต่อใครไม่ได้เลยครับ!"
"พวกแกไม่ได้บอกพี่จ้าวเหรอว่าครั้งนี้ไม่มีสคริปต์? เพื่อให้ไลฟ์สตรีมมีคุณภาพที่สุด เราอัปเกรดกล้องให้ส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมยิงตรงเข้าเซิร์ฟเวอร์โดยตรง!"
"แล้วพี่จ้าวเคยตั้งใจฟังเรื่องพวกนี้ซะที่ไหนล่ะ!"
"เร็วเข้า! เข้าไปตามหาเร็ว!"
ภายในรถตู้เกิดความโกลาหลวุ่นวาย แต่กลับไม่มีใครคิดจะกดปิดไลฟ์สตรีมเลยสักคน
ดังนั้นชาวเน็ตจึงได้ชม "พี่จัว" ในเวอร์ชันเด็กเกเรยุค 90, ฉากในคุก, ไปจนถึงฉากรักร้อนแรงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (แก๊งคอลเซ็นเตอร์?)
สุดท้ายในช่วงไคลแม็กซ์ของฉาก 'หนึ่งชายสู้สามสาว' ผู้ดูแลระบบของแพลตฟอร์มที่มาช้าแต่มาชัวร์ก็สั่งแบนช่องไลฟ์สดไปในที่สุด
แต่ชาวเน็ตผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ก็ได้เริ่มปฏิบัติการขุดคุ้ยเรียบร้อยแล้ว
[เมื่อกี้ไปสืบมาละ สตรีมเมอร์ชื่อจ้าวกัง เลขบัตรปชช: xxxxxxxxxxxxxxxxxx เด็กอายุ 13 ในคลิปนั่นเสียชีวิตไปแล้ว แต่ตอนนั้นหลักฐานไม่พอ แถมจ้าวกังอายุยังไม่ถึง 14 เลยรอดคุกมาได้ แต่หลังจากนั้นก็มีคดีทะเลาะวิวาท ยกพวกตีกัน จนเคยติดคุกมาแล้ว 2 รอบ]
[น่าขยะแขยงเกินไปแล้ว]
[ไม่คิดเลยว่าเขาจะเป็นคนแบบนี้]
[ปกติฉันต่อต้านการล่าแม่มดออนไลน์และการเปิดโปงข้อมูลส่วนตัวนะ... แต่ไอ้หมอนี่มันขุดหลุมฝังตัวเองชัดๆ]
[โชคดีที่เดี๋ยวนี้กล้องวงจรปิดเยอะ กฎหมายก็ดีขึ้น]
[พวกเราต้องการคนมาช่วยตรวจสอบสังคมก็จริง แต่พวกฉวยโอกาสหากินแบบนี้ต้องโดนลงโทษให้สาสม!]
เมื่อจ้าวกังมองเห็นกล่องหยอดเหรียญสำหรับออกจากด่านทดสอบ เขาไม่ลังเลที่จะเลือกกดออกจากที่นี่ทันที
วินาทีที่ก้าวพ้นออกมา สัญญาณโทรศัพท์มือถือก็พลันกลับมาพร้อมกับโลกทั้งใบของจ้าวกังที่พังทลายลง เขาไม่สนใจงานใหญ่ที่รับมาหรือเงินค่าจ้างส่วนที่เหลืออีกต่อไป ชายหนุ่มรีบจ้ำอ้าวออกจากเขตท่องเที่ยวด้วยความตื่นตระหนก
ทว่าทันทีที่พ้นประตูทางออก รถตำรวจที่จอดรออยู่ก่อนแล้วก็ปรากฏแก่สายตา
“เราได้รับแจ้งความว่าคุณตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีก่อความไม่สงบในที่สาธารณะ ขู่กรรโชกทรัพย์ และหมิ่นประมาททำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียงหลายครั้ง เชิญไปกับเราด้วยครับ”
จ้าวกังถูกคุมตัวไปอย่างสิ้นหวังด้วยสภาพคอตก
หลินโปกำชับให้จางเสี่ยวเสี่ยวเฝ้าจุดจำหน่ายตั๋วไว้แทน ก่อนจะยืนยันกับตำรวจว่าเขาจะกลับมาให้ทันช่วงเที่ยง และในฐานะหนึ่งในผู้เสียหาย เขาจึงต้องร่วมเดินทางไปให้ปากคำด้วยเช่นกัน
ไม่นึกเลยว่าเกาหมิงเฟิ่งที่เพิ่งจะปรับปรุงและอัปเกรดค่ายกลของ ‘ด่านถามใจ’ ไปหมาดๆ จนภาพมายาสมจริงและกระตุ้นอารมณ์ได้รุนแรงขึ้น จะมีจ้าวกังเป็นหนูทดลองที่พรวดพราดเข้าไปหาเรื่องเองพอดี
ตามหลักการแล้ว ในแต่ละครั้งจะปรากฏภาพมายาขึ้นเพียงภาพเดียว หากนักท่องเที่ยวไม่สามารถปล่อยวางหรือผ่านด่านได้สำเร็จ ก็สามารถเลือกที่จะลองใหม่อีกครั้งหรือเดินจากไปได้
ทว่าจ้าวกังกลับไม่เคยตระหนักถึงจุดนี้เลย…
เขาเลือกใช้วิธีการรุนแรงฝ่าด่านออกไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนสุดท้ายก็เป็นฝ่ายพังพินาศเสียเอง
แต่นี่ก็ถือเป็นการทดสอบระบบไปในตัว เพราะท้ายที่สุดแล้วสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ย่อมให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันไปตามแต่บุคคล
เนื่องจากคนส่วนใหญ่ที่มาเยือนเขตท่องเที่ยวมักเป็นผู้ที่มีจิตใจแน่วแน่และดีงาม จึงไม่อาจเปิดเผยปัญหาซุกซ่อนได้ลึกถึงเพียงนี้
ขณะอยู่บนรถตำรวจ หลินโปยังคงจดบันทึกแนวทางการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
ข้อแรก... ความสมจริงดูเหมือนจะรุนแรงเกินไป จำเป็นต้องลดระดับลงหน่อย พร้อมกับจัดทำแผนฉุกเฉินเผื่อไว้ในกรณีที่นักท่องเที่ยวบางคนมีปัญหาสุขภาพจิต จะได้ไม่เป็นการกระตุ้นให้อาการกำเริบ
ข้อสอง... อาจมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมสำหรับเยาวชนปรากฏขึ้นมาได้ ต้องลองดูว่าจะมีวิธีป้องกันจากตัวค่ายกลโดยตรงได้หรือไม่ เพื่อเลี่ยงการถูกผู้ปกครองร้องเรียนในอนาคต
ข้อสาม... ปัญหาสัญญาณภายในค่ายกล เรื่องนี้ต้องเร่งแก้ไข มิฉะนั้นนักท่องเที่ยวอาจกังวลว่าจะขอความช่วยเหลือไม่ได้หากเกิดปัญหา
ต้องจดไว้ให้หมด…
ไลฟ์สตรีมของจ้าวกังถูกสั่งปิดไปแล้ว แต่เหล่าชาวเน็ตสายเผือกยังคงรู้สึกไม่หนำใจ ทั้งหมดจึงพากันแห่แหนไปที่ไลฟ์สตรีมของหวังเล่อเล่อแทน
[พี่สาวทั้งสวย ใจดี แถมแรงเยอะชะมัด]
[ฉันว่าไอ้ 'จอมล้มโต๊ะ' นั่นจงใจชัดๆ เกือบจะฟาดโดนพี่สาวแล้วเชียว!]
[พี่สาวเคยไปลองด่านถามใจหรือยัง?]
หวังเล่อเล่อกำลังยืดเส้นยืดสาย เมื่อเห็นคอมเมนต์เธอก็ยิ้มบางๆ แล้วเริ่มตอบคำถามทีละข้อ
“เคยไปแน่นอนค่ะ สนุกมากเลยนะ ได้ยินมาว่าแต่ละคนจะเห็นภาพไม่เหมือนกันด้วย”
“ตอนนั้นฉันได้เห็นเทพบุตรที่เคยแอบชอบสมัยมัธยมปลาย ได้มีความรักที่ร้อนแรงแต่จบแบบรันทดสุดๆ ไปรอบนึง! แถมถ้าครั้งแรกยังไม่หนำใจ ก็ยังกลับไปเริ่มคบใหม่ได้อีกรอบด้วยนะ!”
[เช้ดดด สุดจัด!]
[เล่นแบบนี้ก็ได้เหรอ!]
[งั้นถ้าเป็นฉันล่ะก็... หึๆ...]
[ไอ้เม้นบน! แกกำลังคิดเรื่องอกุศลอยู่ใช่ไหม! หยุดความคิดชั่ววูบของแกเดี๋ยวนี้]
[คอมเมนต์บนไม่ใช่ตัวฉันเสียหน่อย จะมารู้ดีว่าฉันคิดอะไรอยู่ได้ไง! แถมยังบอกให้หยุดอีกนะ หึๆ...]
[พี่สาว วันนี้เลิกตีเหล็กเถอะ พาพวกเราไปเดินเที่ยวในเขตท่องเที่ยวหน่อยสิ]
[พี่ชายรินชาคนนั้นพวกเรายังดูไม่จุใจเลย ไม่รู้ว่าแอบใช้กาวติดถ้วยชากับกระบี่หรือเปล่า]
“ได้เลยค่ะ งั้นตามฉันมาเลย!”
หวังเล่อเล่อคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมานำพาผู้ชมในไลฟ์ออกจากร้านตีเหล็ก มุ่งหน้าตรงไปยังร้านของเย่เซิ่งเทียน ทว่ายังไม่ทันจะถึงครึ่งทาง เธอก็ได้ยินเสียงโห่ร้องกึกก้องปานภูเขาถล่มทลาย
รอบซุ้มน้ำชามีผู้คนเบียดเสียดจนมืดฟ้ามัวดิน ฝูงชนบดบังเย่เซิ่งเทียนเสียมิด หวังเล่อเล่อมองไม่เห็นตัวเขาเลยแม้แต่นิดเดียว
เห็นเพียงถ้วยชาใบหนึ่งที่ลอยขึ้นลงอยู่กลางอากาศ และทุกครั้งที่เย่เซิ่งเทียนรับมันไว้ได้อย่างมั่นคง ฝูงชนก็จะส่งเสียงโห่ร้องด้วยความตื่นเต้นยินดี
หวังเล่อเล่อได้แต่ชูไม้เซลฟี่ขึ้นสูง ตัวเธอจะมองไม่เห็นก็ช่าง ขอแค่เหล่าลูกเพจผู้น่ารักได้เห็นเป็นพอ
ยิ่งตอนที่เขายื่นถ้วยชาให้ลูกค้า เสียงกรีดร้องยิ่งดังสนั่นหวั่นไหว!
เมื่อใกล้เวลาเที่ยง สิ่งที่ลอยล่องอยู่บนฟ้านอกจากถ้วยชาแล้ว บางครั้งยังมีถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอีกด้วย
[....นี่มันผิดกฎฟิสิกส์ชัดๆ!]
[น้ำไม่กระฉอกเลยเหรอ?]
[นี่มันกายกรรมชัดๆ!]
[ไอ้พวกที่หาว่าใช้กาวหรือโกงน่ะ หุบปากไปได้แล้ว]
[ไปๆๆๆ ไปต่อแถวกันเถอะพวกเรา!]
ที่หน้าประตูเขตท่องเที่ยว เล่ยเป้ายังคงง่วนอยู่กับการจดบันทึกข้อมูล
ทว่าลูกศิษย์ตัวน้อยของเขากลับเริ่มกระวนกระวายจนรอไม่ไหว เขายกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาจ่อตรงหน้าเล่ยเป้า
“พี่! เมื่อกี้สตรีมเมอร์สายจับผิดเพิ่งจะหน้าแตกยับคาไลฟ์ไป! เลิกเฝ้าประตูเถอะพี่ เข้าไปดูข้างในกันเถอะ!”