เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 พ่อครัวมาแล้ว

บทที่ 26 พ่อครัวมาแล้ว

บทที่ 26 พ่อครัวมาแล้ว


บทที่ 26: พ่อครัวมาแล้ว

หลินโปนึกขำในใจ เด็กสาวคนนี้ใจดีแต่ซึนเดเระงั้นหรือ?

แต่พอเดินมาถึงจุดจำหน่ายตั๋ว จู่ๆ เขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ รอยยิ้มพลันแข็งค้างบนใบหน้า

เด็กสาวคนนี้ไม่ใช่นักเรียนจากหมู่บ้านใกล้ๆ ที่ไหน เธอคือหลานสาวของลุงจาง!

เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยในตัวเมือง และเติบโตมากับลุงจางตั้งแต่เล็ก

เมื่อสองปีก่อน ตอนที่หลินโปมาถึงที่นี่ เด็กสาวคนนี้กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย เขาเห็นว่าเธอดูใสซื่อน่ารัก จึงขับรถสปอร์ตคันหรูไปดักรอเธอที่โรงเรียน สุดท้ายเรื่องก็ไปถึงหูหลินผู้พ่อ เขาถูกพ่อตัวเองด่าเปิงไปยกหนึ่ง ถึงได้ยอมเลิกราไป

และนับตั้งแต่นั้นมา เด็กสาวคนนั้นก็หลีกเลี่ยงที่จะเจอหน้าหลินโปตลอด ไม่ค่อยได้มาที่นี่บ่อยนัก

วันนี้คาดว่าคงเห็นสถานการณ์วุ่นวาย เลยอยากจะเข้ามาช่วย แต่คงไม่คิดว่าหลินโปจะมาทำงานเป็นคนเก็บเงินอยู่ที่นี่ ถึงได้จ๊ะเอ๋กันเข้า

ภายนอก หลินโปยังคงทำหน้าเคร่งขรึม กำชับพวกที่แต่งตัวเหมือนทีมสำรวจพวกนั้น

"ห้ามนำเครื่องมือเข้าไปในเขตท่องเที่ยว และห้ามทำลายทรัพย์สินภายในเด็ดขาด มิฉะนั้น นอกจากจะไม่ได้เงินรางวัลแล้ว ทางเรายังจะเรียกร้องค่าเสียหายอีกด้วย"

แต่ในหัวกลับฉายภาพความทรงจำอันน่าอับอายของร่างเดิมวนไปมาไม่หยุด

วัยหนุ่มคะนองเอ๋ย วัยหนุ่มคะนอง!

กว่าจะส่งลูกค้ารอบเช้านี้เข้าไปในเขตท่องเที่ยวได้จยหมดก็เล่นเอาเหนื่อย

หลินโปหยิบน้ำขวดหนึ่งยื่นให้จางเสี่ยวเสี่ยว

"ขอโทษนะ เมื่อกี้ฉันจำเธอไม่ได้ในทันที เรื่องเมื่อก่อนเป็นเพราะฉันยังเด็กและไม่รู้จักโต"

"เธอทำเหมือนฉันไม่มีตัวตนก็ได้ อยากมาหาคุณปู่เมื่อไหร่ก็มาได้เลย"

"อืม" จางเสี่ยวเสี่ยวรับน้ำมา ก้มหน้าลง ใช้มือค่อยๆ บิดฝาขวดออกแล้วจิบน้ำไปหนึ่งอึก

เธอพยักหน้าอย่างไม่เป็นธรรมชาติ "ที่นี่ก็เปลี่ยนไปเยอะเหมือนกัน ตอนแรกนึกว่าจะอยู่ไม่รอดถึงสิ้นเดือนนี้แล้วเสียอีก กะว่าจะมารับคุณปู่..."

"อย่าเลย ตอนนี้ลุงจางเป็นเสาหลักของเขตท่องเที่ยวเลยนะ แล้วที่พ่อฉันเคยสัญญาว่าจะดูแลคุณปู่เธอตอนแก่ ที่ฉันนี่ก็ยังถือเป็นคำมั่นสัญญาเหมือนเดิม ฉันได้ยินว่าเธอทำงานพาร์ทไทม์ข้างนอกช่วงสุดสัปดาห์"

"ถ้าไม่รังเกียจ สุดสัปดาห์ก็มาช่วยงานที่นี่สิ เธอจะได้อยู่เป็นเพื่อนคุณปู่ไปด้วย ถ้าเธอกังวลเรื่องฉัน ต่อไปนี้จุดจำหน่ายตั๋วฉันจะยกให้เธอรับผิดชอบทั้งหมดเลย"

จางเสี่ยวเสี่ยวเม้มริมฝีปาก ลมในต้นฤดูใบไม้ผลิพัดปอยผมหน้าม้าอันนุ่มฟูของหญิงสาวเบาๆ

"เมื่อกี้ฉันเห็นคุณปู่จูงวัวไปตกปลาอยู่ริมแม่น้ำ ดูท่านมีความสุขมาก"

"ต่อไปนี้ทุกสุดสัปดาห์ฉันจะมา ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็ติดต่อมาได้ วันไหนไม่มีเรียนฉันก็มาได้"

"อย่างนั้นก็เยี่ยมไปเลย!"

แบบนี้ ก็น่าจะถือว่าเรื่องเก่าๆ ผ่านไปแล้วสินะ

หลินโปถอนหายใจอย่างโล่งอก

พอหันกลับไป ก็เห็นชายคนหนึ่งอายุราวสามสิบปีเดินเข้ามา เขามองซ้ายมองขวาดูไม่เหมือนนักท่องเที่ยว

ผิวของเขาค่อนข้างคล้ำ แขนเสื้อถูกพับขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นท่อนแขนที่แข็งแรง เสื้อผ้าที่สวมใส่แม้จะดูธรรมดาแต่ก็สะอาดสะอ้านและดูดี

"สำนักงานไปทางไหนครับ? ผมมาสัมภาษณ์งาน"

ดวงตาของหลินโปเป็นประกายขึ้นมา

วันนี้ช่างเป็นวันที่ดีจริงๆ คิดอะไรก็ได้สมใจปรารถนา

คนเก็บเงินก็ได้มาแล้ว พ่อครัวก็มาแล้ว!

หลินโปมอบหมายหน้าที่ที่จุดจำหน่ายตั๋วให้จางเสี่ยวเสี่ยวโดยตรง แล้วพาพ่อครัวที่มาสัมภาษณ์งานเดินเข้าไปในเขตท่องเที่ยว

“ทำเลร้านกำหนดไว้แล้ว คุณลองดูสภาพแวดล้อมก่อนได้ ข้างในมีเครื่องครัวพื้นฐานอยู่บ้าง เรามาลองทำอาหารกันสักสองสามอย่างก่อน”

"ได้ครับ" หลี่โหยวเดินไปพลางสำรวจสภาพแวดล้อมของเขตท่องเที่ยวไปพลาง

คนไม่เยอะมาก ทิวทัศน์ก็สวยดี คล้ายกับข้อมูลที่เห็นในอินเทอร์เน็ต

แต่พอเดินเข้ามาในเขตท่องเที่ยวได้เพียงไม่กี่ก้าว ไม่รู้ทำไม เขากลับรู้สึกสบายไปทั้งตัวอย่างบอกไม่ถูก

ไม่นาน ทั้งสองคนก็มาถึงที่ร้าน

ทำเลของร้านถือว่าดีเยี่ยม อย่างแรกคือตั้งอยู่บนเส้นทางที่ต้องผ่านเพื่อไปชมการแสดง

ด้านหน้าหันเข้าหาถนนสายหลักที่คึกคัก ส่วนด้านที่ติดกับแม่น้ำก็มีเรือนแถวสองชั้นอีกด้วย

ร้านของตัวเอง แน่นอนว่าต้องเก็บทำเลที่ดีที่สุดไว้

หลินโปพาหลี่โหยวเดินชมรอบๆ

"พื้นที่ร้านใหญ่พอสมควร แต่ตอนนี้ในร้านยังไม่มีอะไรเท่าไหร่ ขาดเหลืออะไรก็บอกผมได้เลย สองสามวันนี้ผมจะไปหามาเพิ่มให้"

"ที่นี่พักอาศัยได้ไหมครับ?" หลี่โหยวถาม

"ถ้าคุณอยากจะพัก แน่นอนว่าไม่มีปัญหา ด้านหลังมีลานบ้าน ต่อให้พาครอบครัวมาด้วยก็อยู่ได้สบาย”

"ไม่ใช่ครอบครัวครับ เป็นอาจารย์ของผม ท่านสุขภาพไม่ค่อยดี ผมเห็นว่าสภาพแวดล้อมที่นี่ดีมาก ถ้าเป็นไปได้ อยากจะพาท่านมาพักฟื้นร่างกายที่นี่"

เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างร้าน ก็จะเห็นภูเขาเขียวขจีและสายน้ำใสสะอาด หลี่โหยวรู้สึกพอใจอย่างยิ่ง

สภาพแวดล้อมแบบนี้ อาจารย์น่าจะชอบ

หลินโปเดาะลิ้นชื่นชม ช่างกตัญญูเสียจริง! อย่างน้อยเรื่องนิสัยใจคอก็ไม่มีปัญหาแล้ว

หลี่โหยวดูสภาพแวดล้อมแล้วก็พอใจ

"ให้ผมแสดงฝีมือให้คุณดูก่อนดีไหมครับ?"

"ได้เลย คุณรอตรงนี้สักครู่ ผมขอเข้าไปดูในครัวก่อน"

หลินโปซื้อวัตถุดิบทำอาหารไว้แล้วตั้งแต่ตอนไปซื้อของเมื่อวานตอนเช้า เขาเก็บมันไว้ในช่องเก็บของระบบ พอหยิบออกมาก็ยังคงสดใหม่เหมือนเพิ่งซื้อมา

หลังจากจัดวางของเรียบร้อยแล้ว หลินโปจึงเรียกหลี่โหยวให้เข้ามา

หลี่โหยวสวมผ้ากันเปื้อนแล้วเดินตรงเข้าไปในครัวด้านหลัง

เครื่องครัวและเตาในครัวมีไม่มากนัก แต่ดูแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นของใหม่ทั้งหมด

วัตถุดิบส่วนใหญ่เป็นของที่ใช้ทำอาหารตามบ้านทั่วไป

มีหมูสามชั้นชิ้นหนึ่ง ตับหมูหนึ่งชิ้น

ในกะละมังข้างๆ มีปลาหลีฮื้อสองตัวที่ผู้เฒ่าจางตกมาจากแม่น้ำ

ตอนนี้ผู้เฒ่าจางตกปลาเพื่อส่วนรวม เขานั่งอยู่ริมแม่น้ำได้ทั้งวัน แต่หลายวันที่ผ่านมา ตกได้แค่สองตัวนี้เท่านั้น

นอกจากนี้ ยังมีหัวไชเท้าหนึ่งหัว ต้นกระเทียมหนึ่งกำ ผักชุนหยาหนึ่งหยิบมือ และเครื่องปรุงรสจำพวกต้นหอม ขิง กระเทียมอีกเล็กน้อย

หลี่โหยวเพียงแค่กวาดตามอง ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก็ตัดสินใจได้คร่าวๆ แล้วว่าจะทำอะไร

เสียงหั่นผักดังขึ้นเป็นจังหวะอย่างสม่ำเสมอในห้องครัว ไม่นานนัก กลิ่นหอมก็ลอยตลบอบอวลออกมา

หลินโปยืนดมกลิ่นหอมอยู่ที่ประตูห้องครัว น้ำลายก็ไหลออกมาไม่หยุด

มีแต่สวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาเขาใช้ชีวิตอย่างไร

กลุ่มผู้ฝึกตนเหล่านั้น ไม่กินข้าวกันสักคน

ทำเลที่ตั้งของเขตท่องเที่ยวที่ห่างไกลความเจริญขนาดนี้ อย่าว่าแต่สั่งเดลิเวอรี่เลย แค่จะซื้อวัตถุดิบทำอาหารยังลำบาก

นอกจากบะหมี่เนื้อชามนั้นที่หลี่ม่อเคยหิ้วมาให้ครั้งหนึ่ง

ทุกวันนี้หลินโปก็ได้แต่กินข้าวต้มเป็นเพื่อนลุงจาง

ปากของเขาจืดชืดจนแทบจะไร้รสชาติไปหมดแล้ว

ในที่สุดวันนี้ก็ได้กินของดีๆ สักที!

เพียงแค่ยี่สิบกว่านาที อาหารก็ทยอยถูกยกขึ้นโต๊ะ

"หัวไชเท้าน้ำใส ยำปลาหลีฮื้อร้อน หมูผัดพริกเสฉวน อาหารสามสี่อย่างนี้น่าจะถูกปากคนท้องถิ่นนะครับ"

"แล้วก็ทำตับผัดซอสเปรี้ยวหวานมาด้วย ถือเป็นเมนูเด็ดของผม คุณลองชิมดูครับ"

"ได้เลย" สายตาของหลินโปไล่สำรวจบนโต๊ะอาหาร

ตับผัดซอสเปรี้ยวหวาน เป็นอาหารซานตงสุดคลาสสิก

วัตถุดิบไม่แพง แต่ฝีมือการใช้มีด การควบคุมไฟ การปรุงรส การทำน้ำราด ทุกอย่างล้วนต้องพิถีพิถันอย่างยิ่ง

หากพลาดไปเพียงนิดเดียว ตับก็จะแข็งกระด้าง หรือไม่ก็มีกลิ่นคาวของเครื่องใน

ในเมื่อเขาตั้งใจทำเป็นพิเศษ หลินโปจึงคีบตับผัดเข้าปากก่อนเป็นอย่างแรก

นุ่ม กรอบ หอม!

หลินโปคีบตับผัดเข้าปากพร้อมกับข้าวคำโต

เหมือนได้เกิดใหม่! ในที่สุดก็เหมือนได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง!

ตะเกียบของหลินโปขยับไม่หยุด คราวนี้เล็งไปที่ยำปลาหลีฮื้อร้อนต่อ

ปลาหลีฮื้อจากลำธารเล็กๆ นั้นสดและหอมที่สุด แต่ติดตรงที่ก้างฝอยเยอะ

แต่สิ่งที่ทำให้หลินโปประหลาดใจคือ เมื่อกินเข้าไปคำหนึ่ง เนื้อปลานุ่มละมุนและหอมสดชื่น กลับไม่เจอก้างฝอยเลยแม้แต่อันเดียว

ตัวปลาหลีฮื้อยังคงรูปทรงสมบูรณ์ หลินโปพิจารณาอย่างละเอียด ถึงได้เห็นว่ามีรอยบากอยู่บนหลังปลาหลายรอย

"ก้างเล็กๆ ถูกตัดจนขาดหมดแล้วเหรอ?"

หลี่โหยวยิ้มอย่างขัดเขินเล็กน้อย "ครับ เวลากินปลาหลีฮื้อกลัวที่สุดคือโดนก้างติดคอ ผมเลยใช้มีดบั้งที่หลังปลา ตัดก้างให้ขาดจากกันครับ”

"ตอนแรกนำไปนึ่งกับต้นหอมและขิงก่อน แล้วค่อยทำน้ำยำจากพริกหยวกเขียวกับพริกขี้หนูมาราด คลุกเคล้าให้เข้ากัน โรยหน้าด้วยผักชุนหยาสักหน่อยเพื่อเพิ่มความหอม รสชาติพอใช้ได้ไหมครับ?"

หลินโปกลืนน้ำลาย แค่อาหารจานเล็กๆ สองจาน ก็สามารถมองเห็นฝีมือของพ่อครัวได้แล้ว

มาตรฐานการคัดเลือกคนของระบบนี่ไม่เลวเลยจริงๆ!

หลินโปยิ้มกว้างจนแก้มปริ เขายื่นถ้วยข้าวให้หลี่โหยว

"มา นั่งลงกินด้วยกัน กินเสร็จแล้วเราค่อยมาคุยเรื่องงานกับเรื่องสัญญากัน"

พูดจบก็คีบหมูผัดพริกเสฉวนเข้าปาก

เนื้อหมูถูกหั่นเป็นแผ่นบางๆ น้ำมันถูกเจียวออกไปจนหมด นอกจากต้นกระเทียมแล้ว หลี่โหยวยังใส่เต้าซี่และผักกาดดองลงไปด้วย กินแล้วหอมกรุ่นไปทั่วทั้งปาก

ถึงแม้ว่าโลกใบนี้จะมีความแตกต่างมากมาย

แต่โชคดีที่ความปรารถนาในอาหารรสเลิศของมนุษย์นั้นเหมือนกัน

หลินโปได้ลิ้มรสชาติที่คุ้นเคย ขอบตาของเขาก็เริ่มแดงขึ้นมา

ในอนาคตถ้าเขตท่องเที่ยวสามารถเปิดประตูสู่โลกแห่งการฝึกตนได้ แล้วมันจะเป็นไปได้ไหมที่จะเปิดประตูบานหนึ่งสู่โลกที่เขาเคยจากมาบ้าง

หลินโปส่ายหัว สลัดความคิดถึงบ้านและจินตนาการในหัวทิ้งไป

เขากำลังจะหยิบตะเกียบขึ้นมาอีกครั้ง แต่ที่ริมประตูก็มีศีรษะทุยๆ ที่ผมดูนุ่มฟู ผูกริบบิ้นสีเหลืองอ่อนสองเส้นโผล่เข้ามา

“เถ้าแก่ มีของดีอะไรเนี่ย หอมมากเลย!”

จบบทที่ บทที่ 26 พ่อครัวมาแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว