- หน้าแรก
- พนักงานรีสอร์ทของผมเป็นเซียนกระบี่
- บทที่ 5 ค่าจ้างคือพลังแห่งศรัทธาและปณิธาน?!
บทที่ 5 ค่าจ้างคือพลังแห่งศรัทธาและปณิธาน?!
บทที่ 5 ค่าจ้างคือพลังแห่งศรัทธาและปณิธาน?!
บทที่ 5 ค่าจ้างคือพลังแห่งศรัทธาและปณิธาน?!
เย่เซิ่งเทียนส่ายหน้า: "ไม่ใช่ขอรับ สองปีก่อนผู้อาวุโสชิงเซียวของพวกเขามาสู่ขอศิษย์น้องหญิงของข้าให้กับศิษย์สายตรงของเขา แต่พวกเราปฏิเสธไป"
"ที่พวกเขาอยากแต่งงานกับศิษย์น้องหญิงเป็นเรื่องหลอกลวง ที่จริงแล้วพวกเขาหมายปองสมบัติล้ำค่าประจำสำนักของข้า"
"แม้ว่าสำนักฟ้าครามจะตกต่ำลง แต่ก็จะไม่ใช้การแต่งงานของศิษย์น้องหญิงมาแก้ไขปัญหา เพียงแต่หลังจากนั้นเป็นต้นมา พวกเขาก็คอยหาเรื่องพวกเราอยู่ตลอด!"
"มาตอนนี้ถึงกับลงมือปล้นชิงเหมืองศิลาวิญญาณกันซึ่งๆ หน้า!"
สีหน้าของเย่เซิ่งเทียนดูหม่นหมอง
หลินโปพยักหน้า สำนักนี้เจ้าเล่ห์ไม่เบา
เรื่องสู่ขอครั้งเดียว ก็ทำท่าทีเหมือนกับว่ากินรวบสำนักฟ้าครามได้อยู่หมัด
ไร้ระดับเช่นนี้ ไม่มีทางเป็นบุตรแห่งโชคชะตาได้อย่างแน่นอน
"เอาล่ะ ต้นสายปลายเหตุของเรื่องนี้ข้าเข้าใจแล้ว ส่วนเรื่องที่เจ้าร้องขอนั้น..."
เมื่อพูดถึงตรงนี้ หลินโปก็ลังเลเล็กน้อย เขายังไม่เคยเชิญชวนลงทุนมาก่อน
ยิ่งไม่รู้ว่าการเชิญชวนลงทุนในโลกเซียนจะเป็นอย่างไร
คงไม่ใช่ว่ามีตัวอักษรตัวใหญ่ๆ ว่า [เปิดให้เช่าพื้นที่ทำเลทอง] ลอยอยู่บนท้องฟ้าหรอกนะ
อีกอย่าง ตอนนี้ร้านค้ายังซ่อมแซมไม่เสร็จ... ฟังก์ชันเชิญชวนลงทุนก็ยังไม่เปิดใช้งาน
หลังจากพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง เขาจึงค่อยๆ เอ่ยขึ้น
"เจ้าเพียงแค่ให้คนในสำนักคอยสังเกตความผิดปกติของฟ้าดินในเร็ววันนี้ ถึงเวลานั้นย่อมมีโอกาสมายังโลกนี้ได้เอง"
เมื่อเย่เซิ่งเทียนได้ยินหลินโปสั่งเช่นนั้น ก็ดีใจจนเนื้อเต้น
เขากล่าวขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า: "ขอผู้อาวุโสโปรดอนุญาตให้ข้านำเรื่องของที่นี่ไปปรึกษาหารือกับคนในสำนักด้วย"
หลินโปพิจารณาถึงกำลังคนที่อาจจะต้องใช้ในอนาคต จึงพยักหน้าอนุญาต: "ผู้ที่รู้เรื่องของที่นี่ห้ามเกินสิบคน"
เย่เซิ่งเทียนพยักหน้ารับอย่างแข็งขัน ทันใดนั้นระบบก็มีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้น
[เหลือเวลาอีกสิบนาทีจะถึงเวลาเลิกงาน ต้องการให้พนักงานทำงานล่วงเวลาหรือไม่ การทำงานล่วงเวลาต้องจ่ายค่าจ้างเป็นสองเท่า]
เจ้าระบบนี่ แกถึงกับปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานเลยเหรอ!
ตอนอยู่บริษัทเก่าฉันยังทำงานล่วงเวลาฟรีตลอดเลย!
ตอนนี้ยังไม่มีอะไรต้องทำ หลินโปจึงตัดสินใจให้เย่เซิ่งเทียนกลับไปก่อน แล้วเลือก
"ไม่"
ในมือของหลินโปปรากฏป้ายหยกเล็กๆ อันงดงามขึ้นมา บนป้ายมีภาพวาดของเย่เซิ่งเทียน และด้านล่างของภาพวาดสลักตัวอักษรบรรจงสามคำว่า "เย่เซิ่งเทียน"
[(* ̄︶ ̄) โฮสต์สามารถติดต่อพนักงานและจ่ายค่าจ้างผ่านป้ายพนักงานได้]
หลินโปมองเย่เซิ่งเทียนอย่างอิจฉา เจ้าหนู ถือว่าแกมีบุญแล้ว!
ไม่เพียงแต่มีค่าล่วงเวลา ป้ายพนักงานยังทำจากหยกอีก ตัวเขาเองยังไม่มีเลย
แต่เมื่อนึกถึงว่าผู้ฝึกตนขั้นแก่นทองคำผู้ยิ่งใหญ่ ทำงานได้ค่าจ้างแค่วันละ 40 หยวน ในใจก็อ่อนยวบลง
ก็ถือว่าเป็นแรงงานราคาถูกเหมือนกัน
ตอนที่สุ่มกาชาวันนี้ก็เป็นช่วงบ่ายแล้ว จนถึงตอนนี้ก็ประมาณสองชั่วโมง
ระบบแจ้งเตือนให้จ่ายค่าจ้างสองชั่วโมง รวมเป็นเงินสิบหยวน
ในบัญชีของระบบไม่มีเงิน หลินโปต้องควักจ่ายเอง
ถึงจะล้มละลาย แต่เงินแค่นี้หลินโปก็ยังมีอยู่ เขาหยิบเงินสิบหยวนออกมาจากกระเป๋า วางลงบนป้ายพนักงาน
ในชั่วพริบตา เงินสิบหยวนก็สลายกลายเป็นไอสีทอง แล้วหลอมรวมเข้าไปในป้ายพนักงาน
หลินโปยื่นป้ายพนักงานให้เย่เซิ่งเทียน
ทันใดนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าโลกของผู้ฝึกตนกับดาวสีน้ำเงินอาจมีเวลาที่แตกต่างกัน จึงรีบเตือนว่า:
"เก็บป้ายพนักงานไว้ให้ดี ข้างในมีค่าจ้างสิบหยวนของเจ้าสำหรับวันนี้อยู่ ต่อไปเมื่อถึงเวลาทำงาน มันจะดึงเจ้าเข้ามาเอง สองวันนี้เจ้าคอยระวังหน่อย พอใกล้ถึงเวลาทำงานก็ไปหาที่ที่ไม่มีคน อย่าให้เกิดปัญหาที่ไม่จำเป็นขึ้น"
"ขอรับ ผู้น้อยเข้าใจแล้ว!" เย่เซิ่งเทียนรับป้ายด้วยสองมืออย่างนอบน้อม
เขารู้สึกว่าป้ายนี้คล้ายหยกแต่ไม่ใช่หยก สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและนุ่มนวลในมือ ขณะที่กำลังรู้สึกแปลกใจ
พลันรู้สึกถึงพลังอันอบอุ่นสายหนึ่งแทรกซึมเข้ามาทางปลายนิ้วของเขา
ในชั่วพริบตา มันก็หลอมรวมเข้ากับเส้นลมปราณที่เสียหายของเขา เคลือบบนเส้นลมปราณเป็นสีทองจางๆ
ความอบอุ่นนั้นพุ่งตรงไปยังแก่นทองคำ
"อึก!"
"เป็นอะไรไป?"
เย่เซิ่งเทียนกำป้ายหยกแน่น พยายามสะกดกลั้นความปรารถนาต่อพลังของร่างกายนั้น
เขารีบวาดมือในอากาศอย่างรวดเร็ว สร้างม่านพลังเล็กๆ ขึ้นมา ผนึกป้ายนั้นไว้ เพื่อเก็บรักษาพลังอีกครึ่งหนึ่งที่เหลืออยู่
"เถ้า...แก่? นี่คือค่าจ้างหรือขอรับ?"
ค่าจ้างที่ผู้อาวุโสพูดถึงแท้จริงแล้วคือ... พลังแห่งศรัทธาและปณิธาน?!
"อืม โอนเข้าป้ายพนักงานของเจ้าโดยตรงแล้ว ทำงานให้ดี! ในอนาคตยังมีอีกมาก"
เย่เซิ่งเทียนไม่อาจซ่อนความตกใจและความตื่นเต้นในใจไว้ได้ ไม่ใช่แค่วันนี้ ในอนาคตยังมีอีกงั้นหรือ?
ผู้ฝึกตนที่ต้องการจะทะยานขึ้นสู่สวรรค์ เพียงแค่ฝึกฝนอย่างเดียวย่อมไม่เพียงพอ
จำเป็นต้องสะสมบุญกุศลและพลังแห่งศรัทธาและปณิธาน มีเพียงพลังแห่งศรัทธาและปณิธานเท่านั้นที่สามารถสร้างกายาทองคำขึ้นมาได้ เพื่อที่จะต้านทานต่อทัณฑ์อัสนีสวรรค์ได้
แต่ในแดนสวรรค์สุญญตา คนธรรมดาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้ระหว่างสำนักเซียนไปนานแล้ว จะมีศรัทธาอันบริสุทธิ์ที่ไหนให้พูดถึงอีก
พลังแห่งศรัทธาและปณิธานจึงกลายเป็นเพียงตำนานไปแล้ว
ด้วยเหตุนี้ แดนสวรรค์สุญญตาจึงไม่มีผู้ใดทะยานขึ้นสู่สวรรค์ได้มาเป็นพันปี
ที่เขารู้เรื่องพลังแห่งศรัทธาและปณิธาน ก็เป็นเพราะหลังจากที่นิกายเก้าสวรรค์มาสู่ขอ อาจารย์ได้พาเขาไปยังใต้ชั้นม่านพลังของคลังสมบัติภายในด้วยตนเอง
วันนั้น อาจารย์ชี้ไปที่ศิลาจารึกขนาดหนึ่งฉื่อ* (*ประมาณ 1/3 เมตร*) แล้วพูดอย่างภาคภูมิใจว่า: "นี่คือสิ่งที่นิกายเก้าสวรรค์ต้องการ"
"เมื่อหนึ่งพันปีก่อน ท่านปรมาจารย์อวิ๋นเฮ่อได้ทะยานขึ้นสู่สวรรค์ ทิ้งศิลาจารึกที่สะสมพลังแห่งศรัทธาและปณิธานไว้เป็นจำนวนมากไว้เบื้องหลัง ซึ่งถูกสำนักใหญ่ต่างๆ แย่งชิงและแบ่งปันกันไป ในตอนนั้นสำนักฟ้าครามยังเป็นสำนักฟ้ากระจ่าง ถือว่ามีอำนาจมากในแดนสวรรค์สุญญตา จึงสามารถได้มาเพียงชิ้นเล็กๆ ชิ้นนี้ และเก็บรักษาไว้จนถึงปัจจุบัน"
"เจ้าเด็กเหลือขอพวกนั้นจากนิกายเก้าสวรรค์ ไม่รู้ไปได้ยินเรื่องนี้มาจากไหน ก็กล้าอาศัยเรื่องการแต่งงานมาทวงถามถึงหน้าประตู!"
ตอนนั้นร่างกายของอาจารย์ไม่ค่อยดีแล้ว หลังจากพูดจบประโยคข้างต้น ก็ไอออกมาอย่างรุนแรง
เขายังจำได้ว่าในตอนท้าย อาจารย์กำแขนของเขาไว้แน่น กล่าวด้วยเสียงสั่นเทา:
"เซิ่งเทียน เจ้าคือความหวังของสำนัก ฝึกฝนให้ดี รอจนเจ้าสร้างแก่นทองคำได้ ก็จงใช้วัตถุนี้เสีย..."
"อีกไม่กี่ปี เกรงว่าแม้แต่อาจารย์ก็คงจะรักษามันไว้ไม่ได้แล้ว"
ตอนนี้ ค่าจ้างที่ผู้อาวุโสมอบให้ง่ายๆ กลับเป็นพลังแห่งศรัทธาและปณิธาน
พลังแห่งศรัทธาและปณิธานที่มากกว่าในศิลาก้อนนั้นหลายเท่า!
พลังแห่งศรัทธาและปณิธานที่หลั่งไหลมาไม่ขาดสาย
เย่เซิ่งเทียนลูบไล้ป้ายพนักงานในมือ ยังคงรู้สึกเหลือเชื่ออยู่บ้าง
นี่คือพลังและบารมีของผู้ยิ่งใหญ่ยุคบรรพกาลที่สามารถทลายมิติสร้างแดนเร้นลับของตนเองได้งั้นหรือ?
ต้องรู้ว่าการมีของล้ำค่าไว้กับตัวย่อมนำมาซึ่งภัยพิบัติ เกรงว่าหลังจากออกจากที่นี่ไป หากมีคนสังเกตเห็นความมหัศจรรย์ของวัตถุชิ้นนี้ ตนอาจจะไม่สามารถกลับไปถึงสำนักฟ้าครามได้อย่างปลอดภัย!
แต่เย่เซิ่งเทียนรู้ดียิ่งกว่า ว่าวัตถุชิ้นนี้มีความหมายต่ออาจารย์และเจ้าสำนักมากเพียงใด
เมื่อหลายปีก่อนอาจารย์ได้รับบาดเจ็บสาหัส รากฐานเสียหาย จนบัดนี้ยังไม่ฟื้นตัว
หากมีสิ่งนี้ ไม่แน่ว่าอาจจะพอมีหนทาง!
สายตาที่เย่เซิ่งเทียนมองหลินโปยิ่งทวีความเคารพนับถือมากขึ้น เขาก้มคำนับอย่างสุดซึ้ง: "ขอบพระคุณผู้อาวุโสที่ประทานสมบัติล้ำค่า! ผู้น้อยจะทะนุถนอมมันอย่างดี! ผู้น้อยจะไม่ทำให้ผู้อาวุโสผิดหวัง จะปฏิบัติตามคำสั่งของผู้อาวุโสทุกประการ!"
"พอแล้ว ไปได้แล้ว"
หลินโปพยักหน้าอย่างใจเย็น
—
แต่ในใจกลับสับสนวุ่นวายไปหมดแล้ว
ค่าจ้าง 10 หยวนนี่มันต้องทำท่าทางโอเวอร์ขนาดนั้นเลยเหรอ?
หา?
สำหรับผู้ฝึกตนเหล่านี้มันคงมีความหมายพิเศษบางอย่างแน่ๆ แต่เขาก็ถามออกไปไม่ได้!
เย่เซิ่งเทียนเก็บป้ายหยกไว้อย่างดีแล้วกล่าวลาอย่างนอบน้อม
รู้สึกเพียงว่าหน้าอกร้อนผ่าว เขารู้สึกโชคดีอย่างเหลือล้นที่เมื่อครู่กล้าหาญพอที่จะเรียกร้องโอกาสให้กับสำนัก
เย่เซิ่งเทียนแอบสาบานในใจ เขา เย่เซิ่งเทียน จะจงรักภักดีต่อหลินโปตลอดไป!
ครบสิบนาที เย่เซิ่งเทียนก็ถูกระบบส่งกลับไปยังแดนสวรรค์สุญญตา
หลินโปมองดูเย่เซิ่งเทียนหายไปต่อหน้าต่อตา ในใจก็คร่ำครวญ
"ดีจริงๆ พนักงานบางคนเลิกงานแล้ว แต่เถ้าแก่กลับยังต้องทำงานต่อไป!"
การปรากฏตัวของเย่เซิ่งเทียนเป็นแรงบันดาลใจครั้งใหญ่ให้กับเขา
หลินโปพอจะคิดแนวทางการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวออกแล้ว
ทิวทัศน์ธรรมชาติ ภูเขาสู่หลิงปลอมๆ ของเขาคงสู้ภูเขาสู่หลิงของจริงไม่ได้ งั้นเขาก็ต้องหาหนทางอื่น
นั่นก็คือประสบการณ์ทางวัฒนธรรม!
ในเมื่อมีเงื่อนไขพิเศษจากระบบ
เรื่องราวเซียนกระบี่ในตอนนั้นเขาก็อ่านมาไม่น้อย ใช้เซียนกระบี่เป็นรากฐาน แล้วผสมผสานวัฒนธรรมชนเผ่าและศิลปะการแสดงที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้เข้าไป
สร้างรีสอร์ทพักผ่อนธีมเซียนกระบี่ขึ้นมา!
ภารกิจต่อไปมีอยู่หลายอย่าง:
หนึ่ง, จัดการเรื่องการถ่ายทำวิดีโอสั้น ต้องเตรียมสตอรี่บอร์ดและสคริปต์ไว้ล่วงหน้า แล้วต้องคิดว่าจะไปหาอุปกรณ์มาจากไหน
สอง, จากปฏิกิริยาของเย่เซิ่งเทียน เงินน่าจะมีความหมายพิเศษสำหรับพวกเขา ในกระบวนการเชิญชวนลงทุนต้องพยายามให้ได้ผลประโยชน์สูงสุด การดำเนินงานของพื้นที่ท่องเที่ยวในอนาคตก็ต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วย
สาม, หากจะเชิญชวนลงทุนจากโลกของผู้ฝึกตน เขาจำเป็นต้องกำหนดรายละเอียดปลีกย่อยที่ละเอียดยิ่งขึ้น เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ฝึกตนทำธุรกิจที่นี่
สี่, ออกแบบภารกิจในเกม และกำหนดเนื้อหาของการแสดงทางวัฒนธรรม
ยุ่ง ยุ่งหน่อยก็ดี
หลินโปกำลังวางแผนจะเดินเข้าไปในบ้าน ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือแผ่วเบามาจากเขตก่อสร้างเมืองถามเซียน
หลินโปเดินเข้าไป ก็เห็นชายชราผอมแห้งอายุราว 70 ปลายๆ เกือบ 80 ปี นอนคว่ำหน้าอยู่ในพงหญ้า
ในมือยังถือคันเบ็ดอยู่ ข้างๆ มีตะกร้าใส่ปลาแขวนอยู่ ในนั้นมีปลาตัวเล็กๆ สองตัว
เมื่อเห็นหลินโป ชายชราก็ราวกับเห็นผู้ช่วยชีวิต คลานสี่ขาเข้ามาหา
"เถ้าแก่น้อย... ในที่เที่ยวมีผี... มีผี..."
หลินโปกะพริบตา พนักงานคนเดียวของที่นี่ก็อยู่นี่แล้วไง
"ไม่ใช่ผี ต่อไปนี้ ที่เที่ยวของเรา จะมีเซียนแล้ว"
"เซียน...?