- หน้าแรก
- มหาแพทย์ไร้ขอบเขต
- บทที่ 12: ห้ามไปแม้แต่คนเดียว
บทที่ 12: ห้ามไปแม้แต่คนเดียว
บทที่ 12: ห้ามไปแม้แต่คนเดียว
สวี่ฉุนเหลียงผ่านร้อนผ่านหนาวมาสองชาติภพ เคยพบเจอคนมาแล้วสารพัดรูปแบบ แค่มองยายเฒ่าผู้นี้ปราดเดียวก็รู้ว่านางเป็นคนปากคอเราะร้ายและอำมหิต เขายิ้มบางๆ แล้วเอ่ยว่า "ไตเปิดทวารที่หู หูทั้งสองข้างของเราจึงสัมพันธ์กับไตทั้งสองข้าง โดยปกติหูของคนทั่วไปจะหนาและชุ่มชื้น แสดงว่าพลังหยินของไตแต่กำเนิดสมบูรณ์ แต่ใบหูของคุณยายกลับดำคล้ำแห้งเหี่ยว นั่นเพราะสารน้ำในไตพร่องอย่างรุนแรง หูทั้งสองข้างจึงร้อนผ่าวเช่นนี้"
ยายเจียงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา ใช้กล้องหน้าส่องดูหูของตัวเอง ก็พบว่าเป็นจริงอย่างที่สวี่ฉุนเหลียงพูดทุกประการ
สวี่ฉุนเหลียงกล่าวต่อ "ตอนนี้คุณยายรู้สึกปากแห้งคอแห้ง ปัสสาวะตอนกลางคืนบ่อยขึ้นใช่ไหมครับ? อยู่ดีๆ ก็หงุดหงิดโมโหง่าย ถึงขั้นนอนไม่หลับในตอนกลางคืนด้วยใช่หรือไม่?"
ยายเจียงพยักหน้า "ใช่... ฉันนอนไม่หลับเลยไปหาหมอที่แผนกประสาทวิทยา ไอ้จ้าวหย่งเซิ่งนั่นจรรยาบรรณแพทย์เสื่อมทราม ฉันจะทำให้มันฉิบหายวายวอด"
เฉิงเสี่ยวหงแอบเบ้ปากอยู่เงียบๆ จ้าวหย่งเซิ่งไปทำอะไรให้นางกัน? เห็นๆ อยู่ว่าเป็นความผิดของตัวเองแท้ๆ กลับเอาเรื่องผิดมาทำให้เป็นเรื่องถูก คนแก่สมัยนี้ร้ายกาจขึ้นจริงๆ
สวี่ฉุนเหลียงแสดงออกอย่างอดทนเป็นที่สุด "คุณยายครับ ความโกรธทำร้ายร่างกาย ขออภัยที่ต้องพูดตรงๆ ด้วยสภาพร่างกายของคุณยายในตอนนี้ หากโมโหง่ายๆ ก็เท่ากับราดน้ำมันบนกองไฟ ทันทีที่สารน้ำในไตเหือดแห้ง เกรงว่า...เฮ้อ..."
"เกรงว่าจะเป็นยังไง?" ยายเจียงมีสีหน้าหวาดวิตก
สวี่ฉุนเหลียงยังไม่ทันได้ตอบ ถานกั๋วเหลียง รองหัวหน้าแผนกศัลยกรรมทางเดินปัสสาวะก็พุ่งเข้ามาอย่างเกรี้ยวกราด ทันทีที่เข้ามาก็ตะโกนลั่น "ฝ่ายกิจการแพทย์พวกคุณทำงานกันยังไง? พวกเราหาเงินให้โรงพยาบาลอย่างเหนื่อยยากลำบาก ถึงไม่มีความดีความชอบก็ต้องมีคุณงามความดีบ้างสิ? พอเจอปัญหาก็โบ้ยมาให้พวกเรา"
เป็นเรื่องของหวังต้าเหลยอีกแล้ว วันนั้นเขาโดนสวี่ฉุนเหลียงตบไปสองฉาดที่ฝ่ายกิจการแพทย์ คราวนี้จึงเปลี่ยนกลยุทธ์ ไม่มาที่ฝ่ายกิจการแพทย์ แต่ไปหาถานกั๋วเหลียงที่แผนกตรวจผู้ป่วยนอกโดยตรง ถานกั๋วเหลียงคือศัลยแพทย์เจ้าของไข้ที่ผ่าตัดให้พ่อของเขา หวังต้าเหลยด่าถานกั๋วเหลียงเสียๆ หายๆ ต่อหน้าคนไข้ ทำให้เขาเสียหน้าอย่างมาก
ถานกั๋วเหลียงอัดอั้นตันใจจึงมาหาเรื่องฝ่ายกิจการแพทย์ เขาก็มีเหตุผลที่ต้องโมโห เรื่องพ่อของหวังต้าเหลยโรงพยาบาลได้ตั้งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญขึ้นมาตรวจสอบโดยเฉพาะ ผลสรุปออกมาว่าการผ่าตัดของเขาไม่มีปัญหาอะไรเลย หวังต้าเหลยหาเรื่องไปเรื่อยเปื่อย
วันนี้หวังต้าเหลยมาอาละวาด ถานกั๋วเหลียงให้เขาไปคุยกับฝ่ายกิจการแพทย์ หวังต้าเหลยกลับบอกว่าเป็นฝ่ายกิจการแพทย์นั่นแหละที่ให้มาหาเขา
ถานกั๋วเหลียงรู้สึกคับแค้นใจอย่างยิ่ง แพทย์ทำงานให้โรงพยาบาล พอเกิดเรื่องขึ้นโรงพยาบาลกลับผลักไสไล่ส่งพวกเขา แล้วจะไม่ให้ใจสลายได้อย่างไร
เมื่อเข้ามาแล้วไม่เห็นโจวเหวินปิน เขาก็โกรธจนทุบโต๊ะ "โจวเหวินปินอยู่ไหน? พอมีเรื่องก็เอาแต่หลบ ไม่รู้เลยว่าฝ่ายกิจการแพทย์พวกคุณมีไว้ทำอะไร งานทั้งหมดพวกเราเป็นคนทำ พอเกิดเรื่องพวกคุณไม่ประสานงานแล้วยังจะมาสร้างความวุ่นวายอีก โรงพยาบาลเลี้ยงพวกไร้ประโยชน์อย่างพวกคุณไว้ทำไม?"
เฉิงเสี่ยวหงเห็นเขาโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ก็รีบยิ้มประจบแล้วปลอบ "หัวหน้าถานคะ อย่าเพิ่งโมโหเลยค่ะ หัวหน้าโจวไปประชุมที่กรมอนามัย ดิฉันรับรองได้เลยค่ะว่าพวกเราไม่ได้ให้หวังต้าเหลยไปหาคุณ พวกเราพยายามช่วยคุณจัดการปัญหามาตลอด"
"ฉันมีปัญหาอะไร? คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญก็ตรวจสอบแล้ว การผ่าตัดของฉันไม่มีปัญหาอะไรทั้งนั้น!" ถานกั๋วเหลียงชี้หน้าเฉิงเสี่ยวหงแล้วตะคอก
"คุณบริสุทธิ์ คุณไม่มีปัญหาอะไรเลย แล้วหวังต้าเหลยไปหาคุณทำไม?"
ถานกั๋วเหลียงชะงัก หันไปมองเด็กหนุ่มที่เอ่ยปาก "พูดจาอะไรของแก?"
สวี่ฉุนเหลียงยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างไม่รีบร้อน "ในเมื่อคุณไม่มีปัญหาอะไรเลย แสดงว่าเป็นปัญหาของฝ่ายกิจการแพทย์เราทั้งหมด งั้นหวังต้าเหลยก็ควรจะมาหาพวกเราสิ เขาไปหาคุณทำไม?"
ถานกั๋วเหลียงฟังออกว่าคำพูดของเขามีหนามแหลมคม จึงเดินเข้าไปหาสวี่ฉุนเหลียง "แกพูดว่าอะไรนะ?"
ยายเจียงที่กำลังกังวลเรื่องสารน้ำในไตของตัวเองอยู่ข้างๆ เดิมทีกำลังคุยกับสวี่ฉุนเหลียงถึงจุดสำคัญพอดีแต่กลับถูกถานกั๋วเหลียงขัดจังหวะ เมื่อเห็นถานกั๋วเหลียงเข้ามาตะโกนโหวกเหวกโวยวายอย่างเกรี้ยวกราด ก็อดรู้สึกรำคาญไม่ได้ จึงชี้หน้าด่าถานกั๋วเหลียง "นี่คุณมีมารยาทบ้างไหม? พูดจากับคนหนุ่มคนสาวแบบนี้ได้ยังไง? อย่าคิดว่าเป็นแค่รองหัวหน้ากระจอกๆ แล้วจะทำตัวเหนือกว่าคนอื่นได้ ชื่อเสียงของโรงพยาบาลฉางซิงก็ถูกทำลายเพราะพวกหลอกลวงโลกอย่างพวกแกนี่แหละ"
ถานกั๋วเหลียงรู้จักยายเฒ่าคนนี้ แต่ก็ยังงงๆ อยู่ นางเอาแต่หาเรื่องจ้าวหย่งเซิ่งไม่ใช่เหรอ? แล้วจะมาหาเรื่องอะไรกับข้า? ข้าไปเหยียบตาปลาอะไรของเจ้า?
เฉิงเสี่ยวหงรีบแนะนำ "หัวหน้าถานคะ ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ นี่คือเสี่ยวสวี่ที่เพิ่งมาใหม่ที่แผนกเรา เขายังไม่คุ้นเคยกับงานค่ะ"
ถานกั๋วเหลียงพอได้ยินว่าเป็นเด็กใหม่ก็ยิ่งโมโห "แกเป็นใคร? ที่นี่มีสิทธิ์ให้แกพูดด้วยเหรอ?"
สวี่ฉุนเหลียงสวนกลับ "คุณมาตะโกนโหวกเหวกโวยวายที่นี่ได้ แล้วทำไมผมจะพูดในแผนกของตัวเองไม่ได้?"
ยายเฒ่าพูดแทรกขึ้นมา "เสี่ยวสวี่ ไม่ต้องไปถือสาคนไร้มารยาทหรอก เรามาคุยกันต่อดีกว่า ตกลงโรคของฉันเป็นยังไงบ้าง?" คนยิ่งแก่ยิ่งกลัวตาย เมื่อครู่สวี่ฉุนเหลียงพูดมาทั้งหมดตรงกับอาการของนางทุกอย่าง ภาพลักษณ์ของเขาในใจของยายเฒ่าจึงพุ่งสูงขึ้นทันที
ถานกั๋วเหลียงตระหนักได้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้เป็นพวกหัวแข็ง แต่ด้วยตำแหน่งและสถานะของเขาในโรงพยาบาล เด็กหนุ่มคนนี้สมควรจะต้องเกรงใจเขาสิ เขากำลังจะใช้บารมีข่มสวี่ฉุนเหลียง
หวังต้าเหลยก็พากลุ่มคนเข้ามาพอดี คราวนี้มากันทั้งหมดห้าคน
รปภ. ของโรงพยาบาลก็ไม่ปรากฏตัวในเวลาที่ควรจะมาอีกตามเคย
เฉิงเสี่ยวหงตกใจจนรีบโทรหาแผนกรักษาความปลอดภัย
ถานกั๋วเหลียงหน้าซีดเผือด แม้ภายนอกจะพยายามสงบนิ่ง แต่ในใจกลับร้อนรนไปหมด บัณฑิตเจอทหาร มีเหตุผลก็พูดไม่ออก เขาเคยลิ้มรสความป่าเถื่อนของหวังต้าเหลยมาอย่างเต็มที่แล้ว
หลังจากหวังต้าเหลยเข้ามา สายตาของเขาก็จับจ้องไปที่สวี่ฉุนเหลียงโดยตรง เพราะเรื่องที่ถูกสวี่ฉุนเหลียงตบไปสองฉาดวันนั้น เขาจึงไปสืบมาโดยเฉพาะ รู้ว่าสวี่ฉุนเหลียงเป็นช่างไฟ วันนี้พอเห็นสวี่ฉุนเหลียงปรากฏตัวอีกครั้งจึงรู้สึกประหลาดใจ หรือว่าหลอดไฟของฝ่ายกิจการแพทย์จะเสียอีกแล้ว? นี่มันจะบังเอิญเกินไปไหม? พอข้ามาหลอดไฟพวกเจ้าก็เสียเลยเหรอ?
สวี่ฉุนเหลียงไม่กลัวเขาเลยสักนิด เขายิ้มให้แล้วทัก "มาแล้วเหรอ! หน้าไม่เป็นอะไรใช่ไหม?"
จี้ใจดำกันชัดๆ ใบหน้าใหญ่โตของหวังต้าเหลยแดงก่ำขึ้นมาทันที เดิมทีผิวก็คล้ำอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งกลายเป็นสีตับหมู ต่อให้โง่แค่ไหนก็ฟังออกว่าคำพูดของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยการเยาะเย้ยถากถาง
หวังต้าเหลยชี้หน้าสวี่ฉุนเหลียง "เดี๋ยวข้าค่อยมาคิดบัญชีกับแก" แล้วหันไปจ้องถานกั๋วเหลียงอย่างโกรธแค้น "วันนี้พูดให้มันรู้เรื่อง ฆ่าคนต้องชดใช้ด้วยชีวิต เป็นหนี้ต้องคืนเงิน หัวหน้าถานอย่างแกทำพ่อข้าตาย จะให้คำอธิบายกับข้าได้รึยัง"
ถานกั๋วเหลียงกล่าว "การตายของพ่อคุณไม่เกี่ยวกับผมเลย"
"ตอแหล! ไม่ใช่เพราะแกผ่าตัดชุ่ยๆ เหรอ? เรื่องผ่าตัดของพ่อข้า ข้ายังเลี้ยงเหล้าแกไปตั้งสองมื้อ พอกินอิ่มเช็ดปากแห้งแล้วก็ไม่ยอมรับเลยรึไง?"
หวังต้าเหลยกับพวกพากันกรูเข้าไปล้อมถานกั๋วเหลียงไว้ ถานกั๋วเหลียงมองไปที่สวี่ฉุนเหลียง "ฝ่ายกิจการแพทย์พวกคุณยังจะจัดการอีกไหม?" ในยามคับขันกลับพึ่งพาใครไม่ได้ แต่ตอนนี้เขาก็หนีไปไหนไม่ได้ ถูกคนกลุ่มนี้ขวางไว้ในฝ่ายกิจการแพทย์
สวี่ฉุนเหลียงกล่าว "คุณไม่ได้บอกเหรอว่าพวกเราเป็นพวกไร้ประโยชน์? หน้าที่ของพวกเราคือประสานงานข้อพิพาททางการแพทย์ ส่วนการดูแลความปลอดภัยของบุคลากรทางการแพทย์เป็นขอบเขตความรับผิดชอบของแผนกรักษาความปลอดภัย คุณไปหาแผนกรักษาความปลอดภัยสิ?"
ที่จริงในใจของเฉิงเสี่ยวหงก็คิดแบบนี้เหมือนกัน แต่คำพูดแบบนี้จะพูดออกมาโต้งๆ ได้อย่างไร สวี่ฉุนเหลียงคนนี้ยังเด็กนัก วุฒิภาวะทางอารมณ์มีปัญหา แต่เธอก็ต้องยอมรับว่าการพูดแบบนี้ออกมามันสะใจจริงๆ เธอมองไปที่นอกประตู แผนกรักษาความปลอดภัยยังไม่มา ตามปกติแล้ว อย่างน้อยก็ห้านาที
หวังต้าเหลยรุกคืบเข้าไป ถานกั๋วเหลียงตกใจจนถอยหลัง แต่ถอยได้ไม่กี่ก้าวก็ถูกพรรคพวกของหวังต้าเหลยขวางจากด้านหลัง
หวังต้าเหลยเผยธาตุแท้อันดุร้าย กัดฟันกรอดราวกับจะกินถานกั๋วเหลียงเข้าไปทั้งตัว
ถานกั๋วเหลียงตัวสั่นเสียงสั่น "พวกแก... อย่าทำอะไรบ้าๆ นะ... แผนกรักษาความปลอดภัยกำลังจะมาแล้ว..."
ตุ้บ!
แต่กลับเป็นยายเฒ่าที่มาร้องเรียนเมื่อครู่ล้มลงกับพื้นอย่างหมดสติ
ทุกคนพากันงงเป็นไก่ตาแตก ในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ ทำไมมีคนมาขโมยซีน?
สวี่ฉุนเหลียงหันไปบอกเฉิงเสี่ยวหง "แจ้งตำรวจ!" จากนั้นก็ชี้หน้าหวังต้าเหลย "ถ้ามีคนตาย พวกแกทุกคนต้องติดคุกหัวโต"
หวังต้าเหลยกระพริบตาปริบๆ มองยายเฒ่าที่นอนอยู่บนพื้น "เกี่ยวอะไรกับข้าด้วย? ข้าไม่ได้แตะต้องนางสักหน่อย" พรรคพวกของเขาส่งสายตาให้ สถานการณ์ไม่ดีแล้ว รีบเผ่นดีกว่า
ที่จริงแล้วหวังต้าเหลยก็เป็นแค่พวกขี้ขลาดตาขาว มาอาละวาดก็เพื่อจะรีดไถเงินชดเชย เขาไม่อยากเข้าไปพัวพันกับเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องโดยไม่จำเป็น เขาใช้นิ้วจิ้มหน้าอกของถานกั๋วเหลียงอย่างแรง เป็นเชิงว่าบัญชีนี้ข้าจะมาคิดกับแกวันหลัง แล้วหันหลังเตรียมจะหนี
แต่สวี่ฉุนเหลียงได้ไปยืนขวางประตูทางออกของฝ่ายกิจการแพทย์ไว้แล้ว เขาขวางทางทุกคนไว้แล้วยิ้มเย็น "วันนี้ถ้าเรื่องนี้ยังไม่จบ ห้ามไปแม้แต่คนเดียว!"
หวังต้าเหลยโมโหจัด ยื่นมือไปผลักหน้าอกสวี่ฉุนเหลียง "ไอ้เวรหลีกทางให้ข้า!"
สวี่ฉุนเหลียงคว้าข้อมือของเขาไว้ บิดตัวทุ่มอย่างงดงาม เหวี่ยงร่างใหญ่โตของหวังต้าเหลยขึ้นทั้งตัว แล้วฟาดลงบนพื้นแข็งอย่างแรง หวังต้าเหลยร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
ในขณะนั้นเอง หัวหน้าแผนกรักษาความปลอดภัยก็นำกลุ่ม รปภ. จำนวนมากเดินขึ้นบันไดมา พอดีกับที่ได้เห็นภาพตรงหน้าพอดี พวกเขาแต่ละคนถึงกับตกตะลึงอ้าปากค้าง ไอ้บ้าเอ๊ย ตีกันแล้ว!
พรรคพวกของหวังต้าเหลยต่างกำหมัดแน่นเตรียมจะกรูเข้ามา สวี่ฉุนเหลียงใช้เข่ากดหลังของหวังต้าเหลยไว้ แล้วบิดแขนลายของเขา หวังต้าเหลยก็ร้องโหยหวนเหมือนหมูถูกเชือดอีกครั้ง
สวี่ฉุนเหลียงกล่าว "ยืนนิ่งๆ กันให้หมด เฉิงเสี่ยวหง แจ้งตำรวจ!"
อวี๋เซี่ยงตง หัวหน้าแผนกรักษาความปลอดภัยรีบวิ่งเข้ามา "เดี๋ยวก่อน เดี๋ยวก่อน พวกเราจัดการเอง!"
สวี่ฉุนเหลียงไม่สนใจเขาเลยแม้แต่น้อย "แจ้งตำรวจ!"
เฉิงเสี่ยวหงถือโทรศัพท์มือถือลังเลอยู่ ตอนนี้ถ้าแจ้งตำรวจก็เท่ากับตบหน้าคนกลุ่มนี้จากแผนกรักษาความปลอดภัยอย่างจังไม่ใช่เหรอ?
อวี๋เซี่ยงตงเดินมาตรงหน้าสวี่ฉุนเหลียง "พ่อหนุ่ม ฉันมาจากแผนกรักษาความปลอดภัย เรื่องนี้ให้พวกเราจัดการเถอะ"
สวี่ฉุนเหลียงกล่าว "เมื่อกี้ไปมุดหัวอยู่ที่ไหน? ถ้ามีคนตายคุณจัดการได้ด้วยเหรอ?"
"คนตาย?" ใบหน้าของอวี๋เซี่ยงตงซีดเผือดในทันที คงไม่ได้มีคนตายจริงๆ ใช่ไหม แม้ว่ารอบๆ จะมีหน่วยงานธุรการอยู่ไม่น้อย และคงได้ยินเสียงดังโวยวาย แต่กลับแทบไม่มีใครออกมาดู เพราะไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว ฝ่ายกิจการแพทย์วุ่นวายแบบนี้ทั้งวัน ทุกคนต่างก็ชินชากันแล้ว
เฉิงเสี่ยวหงยังคงทำตามคำสั่งของสวี่ฉุนเหลียง กดโทรศัพท์แจ้ง 110
ไม่นานตำรวจก็มาถึง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขามาที่โรงพยาบาล แต่ที่ผ่านมามักจะเป็นแผนกรักษาความปลอดภัยที่โทรแจ้ง โดยปกติแล้วหากแผนกรักษาความปลอดภัยจัดการไม่ได้ถึงจะเรียกใช้บริการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ครั้งนี้กลับเป็นฝ่ายกิจการแพทย์ที่โทรแจ้งโดยตรง
อวี๋เซี่ยงตงจากแผนกรักษาความปลอดภัยเดินเข้าไปพูดคุยสถานการณ์กับตำรวจ ก่อนที่ตำรวจจะมาถึง เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินของโรงพยาบาลได้นำเปลมาหามยายเฒ่าที่หมดสติไปห้องฉุกเฉินแล้ว
อวี๋เซี่ยงตงเองก็ไม่ทราบสถานการณ์โดยละเอียด รู้แค่ว่ามีคนสองกลุ่มมาอาละวาดที่ฝ่ายกิจการแพทย์ แล้วยายเจียงคนนี้ก็เกิดอาการป่วยกะทันหันจนหมดสติไป
หวังต้าเหลยร้องโอดครวญไม่หยุด ตะโกนแก้ต่างเสียงดังลั่น "คุณตำรวจ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพวกเรานะครับ พวกเราไม่ได้แตะต้องคุณยายคนนั้นเลย ผมขอเอาเกียรติของผมเป็นประกัน"
ตำรวจสอบถามจนได้ความคร่าวๆ นอกจากกลุ่มอันธพาลที่มาอาละวาดแล้ว ในที่เกิดเหตุยังมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการแพทย์สองคนและถานกั๋วเหลียงจากแผนกศัลยกรรมทางเดินปัสสาวะ
ตอนนั้นถานกั๋วเหลียงถูกกลุ่มอันธพาลของหวังต้าเหลยล้อมอยู่ เลยไม่เห็นเหตุการณ์ชัดเจน
สวี่ฉุนเหลียงยืนกรานอย่างหนักแน่นว่ายายเจียงถูกกลุ่มอาชญากรที่มีหวังต้าเหลยเป็นหัวหน้าข่มขู่ จนตกใจสุดขีดแล้วล้มลงไป
ถานกั๋วเหลียงได้ยินเขาพูดอย่างเป็นตุเป็นตะ วันนี้หวังต้าเหลยตั้งใจมาหาเรื่องเขา ดังนั้นเมื่อถูกสอบถามถึงสถานการณ์ เขาย่อมไม่หักหน้าสวี่ฉุนเหลียง เขาบอกตำรวจว่า อย่าว่าแต่ยายเฒ่าเลย แม้แต่เขาก็ยังถูกอันธพาลพวกนี้ขู่จนขวัญหนีดีฝ่อ ความนัยคือยายเจียงถูกอันธพาลพวกนี้ข่มขู่จนเป็นลม
เฉิงเสี่ยวหงก็ไม่เห็นเหตุการณ์ชัดเจน บอกเพียงว่าตอนนั้นเธอกลัวมาก คนกลุ่มนี้ท่าทางดุร้าย ไม่เพียงแต่ข่มขู่หัวหน้าถาน ยังจะทำร้ายสวี่ฉุนเหลียงอีกด้วย แต่กลับถูกสวี่ฉุนเหลียงจัดการได้ในที่เกิดเหตุ พร้อมกับเน้นย้ำเป็นพิเศษว่าสวี่ฉุนเหลียงเป็นการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย
พอตำรวจได้ฟัง ก็เชื่อว่าสิ่งที่สวี่ฉุนเหลียงพูดเป็นความจริง พวกเขารู้จักหวังต้าเหลียงดีว่าเป็นคนอย่างไร ครั้งนี้อาการของยายเจียงจะเป็นอย่างไรยังไม่รู้แน่ชัด แต่ถ้าเกิดมีคนตายขึ้นมาจริงๆ กลุ่มของหวังต้าเหลยก็คือตัวการสำคัญ ตำรวจจึงจับกุมหวังต้าเหลยและพรรคพวกทันที
ตอนนี้หวังต้าเหลยกลัวขึ้นมาจริงๆ เขาตะโกนร้องขอความเป็นธรรมไม่หยุด เขาไม่คิดเลยจริงๆ ว่าเรื่องจะบานปลายมาถึงขั้นนี้ ถ้าหากยายเฒ่าคนนั้นตาย พวกเขาทั้งหมดคงต้องนอนคุกจนแก่ตายแน่
ตอนที่หวังต้าเหลยถูกคุมตัวออกไป เขาตะโกนลั่น "สวี่ฉุนเหลียง แกใส่ร้ายข้า แกใส่ร้ายข้า! ข้าไม่ปล่อยแกไว้แน่! รอข้าออกมานะ ข้าจะฆ่าแกให้ตาย"
ตำรวจเตือนเขาว่า "แค่คำพูดของแกเมื่อกี้ ก็ต้องเพิ่มข้อหาข่มขู่เจ้าพนักงานของรัฐให้อีกกระทงแล้ว"
พรรคพวกของหวังต้าเหลยมองหน้ากันด้วยสีหน้าสิ้นหวัง ในใจคิดว่ายังจะไปฆ่าคนอื่นอีก ตอนนี้ได้แต่ภาวนาให้ยายเฒ่าคนนั้นไม่เป็นอะไร ถ้าหากนางเป็นอะไรไป คนที่จะถูกฆ่าให้ตายคงไม่ใช่สวี่ฉุนเหลียงแน่