- หน้าแรก
- ไรเดอร์ยอดนักสืบ ส่งอาหารอยู่ดีๆ ก็ต้องมาไขคดีซะงั้น
- บทที่ 6 ยืนยันที่มาของศพ!
บทที่ 6 ยืนยันที่มาของศพ!
บทที่ 6 ยืนยันที่มาของศพ!
“เชรดดด นั่นมัน... แขนเหรอ?”
“แขนคน?”
“ชิบหาย! ศพคน? มีคนโดนฆ่า? หั่นศพด้วยเหรอวะ?”
ห่างออกไปบนตลิ่ง เหล่าอวี๋และเพื่อนๆ ที่กำลังเก็บอุปกรณ์ตกปลาเตรียมตัวกลับ ถึงกับตาเหลือก
พวกเขาก็ถือเป็นคนมีหน้ามีตาในสังคม มั่นใจว่าผ่านโลกมาโชกโชน
แต่การเห็นชิ้นส่วนมนุษย์ถูกลากขึ้นมาจากแม่น้ำ น้ำหยดติ๋งๆ จากแขนซีดเผือดนั่น...
แถมยังเห็นผิวหนังที่ย่นจากการแช่น้ำมานาน!
คำผรุสวาทในใจของพวกเขาพรั่งพรูออกมาเร็วกว่ากระแสน้ำในแม่น้ำเสียอีก
“บ้าเอ้ย กูรู้แล้วทำไมวันนี้ปลาชุมนัก!”
“มิน่าล่ะ ไอ้หนุ่มคนเมื่อกี้ถึงทำหน้าแปลกๆ”
“มันต้องรู้อะไรแน่ๆ!”
พวกเขาชำเลืองมองปลาในกระชัง แล้วอยู่ดีๆ ก็รู้สึกพะอืดพะอมขึ้นมา
โดยไม่ได้นัดหมาย ทุกคนเทปลาทั้งหมดทิ้งลงแม่น้ำทันที!
“ทางนี้ก็เจอ!”
เสียงตะโกนของมนุษย์กบอีกคนดังมาจากทางปลายน้ำ
คราวนี้สิ่งที่ถูกยกขึ้นมาคือก้อนเนื้อรูปร่างบิดเบี้ยวขนาดเท่าลูกแตงโม
พอมองเห็นกระดูกสีขาวโผล่ออกมาจากเนื้อแดงๆ ได้ลางๆ
แต่ดูไม่ออกเลยว่าเป็นอวัยวะส่วนไหน!
บนฝั่ง!
ตำรวจต่างตื่นเต้นระคนประหลาดใจ
ตอนแรกที่หัวหน้าทีมเจิ้ง สั่งให้ทุกคนย้ายมางมหาที่นี่ พวกเขาก็ยังกังขาอยู่ไม่น้อย
คนแจ้งเบาะแสจะไปเชื่อถือได้แค่ไหนเชียว
นึกไม่ถึงว่าจะเจอศพง่ายดายขนาดนี้!
หลิวเหนิง หัวหน้าทีมมนุษย์กบทำหน้าไม่อยากเชื่อ:
“ตรงนี้เป็นจุดทิ้งศพจริงๆ เหรอเนี่ย?
ที่คนแจ้งพูดมาเป็นเรื่องจริงเหรอ?”
เมื่อกี้เขาเพิ่งจะเตรียมเสนอให้กลับไปงมที่อ่างเก็บน้ำ ไม่คิดเลยว่าจะเจอแจ็กพอตที่นี่
และอย่างที่หัวหน้าทีมเจิ้งพูดเป๊ะๆ ศพถูกหั่นแยกชิ้นส่วน!
“เฮ้อ~~”
เจิ้งหยวนเฉียวถอนหายใจยาวเหยียด รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าในที่สุด
ทว่ารอยยิ้มนั้นอยู่ได้เพียงชั่วครู่
เพราะการเจอศพเป็นเพียงก้าวแรก การยืนยันตัวตน นิติวิทยาศาสตร์ และการตามหาตัวผู้ต้องสงสัย คือภารกิจที่หนักหนากว่านั้นมาก!
“เสี่ยวหลิว สั่งให้มนุษย์กบทุกคนปูพรมค้นหาในรัศมีที่เจอชิ้นส่วนศพ
อ้อ แล้วเรียกกำลังพลจากฝั่งอ่างเก็บน้ำมาสมทบด้วย”
เมื่อกำลังเสริมมาถึง ชิ้นส่วนศพทั้งเล็กและใหญ่ก็ทยอยถูกกู้ขึ้นจากน้ำอย่างรวดเร็ว
ความตื่นเต้นบนใบหน้าตำรวจค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความสยดสยอง
มันโหดร้ายเกินไป!
เหยื่อถูกสับเป็นชิ้นๆ อย่างละเอียด!
อย่างน้อยห้าสิบหกสิบชิ้น!
อย่าว่าแต่ลำตัวเลย แม้แต่อวัยวะภายในที่สมบูรณ์สักชิ้นยังหาไม่เจอ
แถมทุกชิ้นส่วนยังเต็มไปด้วยรอยมีด ทั้งตื้นและลึก!
แม้แต่เจ้านหน้าที่นิติเวชที่ชินชากับความตาย ยังอดรู้สึกหนาวสะท้านในใจไม่ได้
หลังจากการตรวจสอบเบื้องต้น ชิ้นส่วนทั้งหมดก็ถูกส่งไปยังห้องชันสูตรเพื่อประกอบร่างและตรวจสอบอย่างละเอียดทันที!
...
ช่วงเย็น!
ต่างจากทีมสืบสวนที่เหนื่อยจนลิ้นห้อย เสิ่นถิงขี่รถส่งอาหารคู่ใจวนเวียนอยู่ในย่านที่พักอาศัยอย่างสบายใจเฉิบตลอดบ่าย
เขาไม่ได้มาส่งอาหาร แต่มาตามหาคนที่กำลัง "ส่งอาหาร" (แบบพิเศษ)
“สวัสดีครับ นั่นศูนย์แจ้งเหตุ 110 ใช่ไหม? ผมพลเมืองดีชาวเฉาหยางครับ!
ผมจะแจ้งเบาะแสการค้าประเวณี...
การ์เด้นคอมมูนิตี้ ตึก 2 ยูนิต 3 ห้อง 401 ช่วยส่งคนมาด่วนเลยครับ...
ผมรู้ได้ไง?
ผมเป็นเพื่อนบ้านเขา ห้องนี้เก็บเสียงห่วยแตก ผมได้ยินหมดแหละ
ตาแก่นั่นอายุปูนนั้นแล้ว ยังขยันออกกำลังกายรุนแรงทุกวัน ผมหวังดีกลัวแกหัวใจวายตายคาอก เลยโทรมาแจ้ง...
ใช่ครับๆ รีบหน่อยนะครับ ตาแก่นั่นอึดแค่ไม่กี่วิฯ ขืนมาช้า เสร็จกิจกันพอดี!
อ้อ แล้วลูกชายแกเป็นเจ้าของบริษัทหงเย่ ลูกสาวเป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฮุ่ยเหริน แนะนำให้เรียกมาให้หมดนะครับ กันไว้ก่อนเผื่อตาแก่นั่นตื่นเต้นเกินจนช็อค แล้วมาเรียกร้องค่าเสียหายกับพวกคุณ!
ไม่ต้องขอบคุณครับ ไม่ต้องขอบคุณ มันเป็นหน้าที่พลเมืองดี...
400004xxxxxxxx7655!
โอนเงินรางวัลเข้าบัญชีนี้ได้เลยครับ!”
เสิ่นถิงวางสายด้วยความเบิกบานใจ
ทำดีวันละนิด จิตแจ่มใส กุศลแรง!
เสิ่นถิงติดใจรสชาติเงินรางวัลสามหมื่นหยวนจากคดีหม่าโต้วเข้าให้แล้ว
เขาวางแผนจะเลิกส่งอาหาร แล้วหันมาเอาดีด้านการแจ้งเบาะแสเป็นอาชีพหลัก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง!
ด้วยประสบการณ์การเป็นไรเดอร์ เขาคุ้นเคยกับแหล่งเสื่อมโทรมและมุมมืดในเฉาหยางเป็นอย่างดี
การ์เด้นคอมมูนิตี้แห่งนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น!
เมื่อกี้ตอนซุ่มดู เขาเห็นสาวสวยแต่งตัววับๆ แวมๆ สวมส้นสูงเดินบิดสะโพก "ต๊อกแต๊ก" เข้าไปในโครงการ
ดูยังไงก็ไม่น่าจะมาดี!
เขาใช้ 【การแชร์ข้อมูล】 เจาะกล้องวงจรปิดตามสาวสวยคนนั้นไปจนถึงห้อง 401
เห็นตาแก่โอนเงิน อาบน้ำ ถอดเสื้อผ้า ตามด้วยฉากที่ต้องเซ็นเซอร์อีกแสนคำ บรรยายไม่หมด!
เพื่อให้มั่นใจว่าการแจ้งเบาะแสแม่นยำ เสิ่นถิงจึงเสพ... เอ้ย ตรวจสอบจนจบกระบวนการ แล้วค่อยโทรแจ้ง 110!
“หมื่นนึงเหนาะๆ!”
เสิ่นถิงยิ้มกริ่ม บิดรถมุ่งหน้าไปรับน้องสาว ‘เสิ่นมั่นมั่น’ ที่โรงเรียนอนุบาล
“พี่ชาย ทำไมวันนี้มาช้าจัง?
มั่นมั่นรอจนรากงอกแล้ว!
วันนี้งานยุ่งมากเหรอคะ?”
เสิ่นถิงหยิบมือถือขึ้นมาพิมพ์ข้อความ: “ไม่ยุ่งหรอก!
พี่ไปช่วยคุณปู่ที่ออกกำลังกายหักโหมเกินไปหน่อยน่ะ!”
“ว้าว พี่ชายใจดีจัง!”
เสิ่นถิงชี้ไปที่ร้านไก่ทอดและขนมขบเคี้ยวริมทาง
“พี่ชาย หนูไม่กิน!
ครูเสี่ยวเกาบอกว่าขนมพวกนี้ไม่สะอาด กินแล้วจะไม่โต แถมป่วยง่ายด้วย”
มีเหตุผล!
ตอนนี้เรามีเงินก้อนโตตั้งสามหมื่นหยวน ร้านข้างทางมันไม่สมฐานะเราแล้ว
เขาพาเสิ่นมั่นมั่นไปกินร้านอาหารดีๆ แล้วยังสั่งกลับบ้านไปฝากพ่อแม่ด้วย
“พี่ชาย วันนี้ใช้เงินเยอะไปแล้วนะ!
ต่อไปต้องประหยัดหน่อยนะ พี่ทำงานส่งอาหารเหนื่อยจะตาย!”
เสิ่นถิงที่กำลังขี่รถไม่ได้ตอบอะไร
เพราะเสิ่นมั่นมั่นไม่ได้ยินเสียงเขา!
ตอนสามขวบ ประสาทหูของเธอเสียหายอย่างรุนแรง เงินเก็บทั้งหมดของครอบครัวหมดไปกับการรักษา แต่ก็ยังไม่พอสำหรับค่าผ่าตัดประสาทหูเทียม
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เสิ่นถิงกลับถึงบ้าน
พ่อแม่กำลังทำเต้าหู้อยู่ เสิ่นถิงทักทายและวางอาหารที่ซื้อมาให้
“ตายแล้ว ทำไมฟุ่มเฟือยขนาดนี้?”
“ลูกคนนี้นี่ ใช้เงินเก่งจริง!”
ปากบ่นแต่ใบหน้าของทั้งคู่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
ทว่าความเหนื่อยล้าก็ฉายชัดบนใบหน้าเช่นกัน
มั่นมั่นจะเข้าประถมปีหน้า พวกเขาเร่งทำเต้าหู้ขาย หวังจะเก็บเงินค่าผ่าตัดให้ทัน
“ค่าผ่าตัดตั้งหลายแสน ขายเต้าหู้กี่ชาติถึงจะพอ?
แล้วก็ใช่ว่าจะมีโอกาสช่วยสาวหลงผิดได้ทุกวัน
ไขคดีแจ้งเบาะแสนี่แหละทางรอด”
เสิ่นถิงกลับเข้าห้อง
“ถ้าช่วยปิดคดีนี้ได้ ไม่รู้จะได้รางวัลเท่าไหร่กันนะ!”
【คดีกะโหลกปริศนาบนทางหลวง 245 มีความคืบหน้าใหม่!】
บังเอิญอะไรขนาดนั้น?
เสิ่นถิงรีบดึงข้อมูลจากทีมสืบสวนและอัปโหลดลงใน กรุ๊ปแชทไขคดี
หัวหน้ากลุ่ม: “ทุกคน เข้ามาดูหน่อย!”
ถังเหริน: “ในที่สุดก็คืบหน้าแล้วเหรอ?”
กิโกะ: “ฮะ ยืนยันตัวตนผู้ตายได้แล้ว?”
ข้อมูลระบุว่า ช่วงบ่ายมนุษย์กบเจอกองเสื้อผ้าของเหยื่อในจุดทิ้งศพ
ในกระเป๋าเสื้อพบคีย์การ์ดใบหนึ่ง
จากข้อมูลและรูปถ่ายบนบัตร ยืนยันตัวตนผู้ตายได้ว่าคือ ซ่งเสี่ยวเชี่ยน!
ปัจจุบันเป็นผู้รับผิดชอบบริษัท ‘ฮุยหวงวู้ดอินดัสทรี’!
เธอเพิ่งจะอายุแค่ 24 ปีเท่านั้น!
ทีมสืบสวนติดต่อพ่อแม่ของซ่งเสี่ยวเชี่ยนและทำการตรวจดีเอ็นเอ ผลปรากฏว่าตรงกัน!
เสิ่นถิงมุดตัวลงนอน เปิดผ้าห่มไฟฟ้า และเปิดคลิปจากกล้องวงจรปิดดูไปด้วย
เสียงร้องไห้โหยหวนดังขึ้นทันที:
“เชี่ยนเชี่ยน ทำไมลูกถึงทิ้งแม่ไป?
แล้วแม่จะอยู่ยังไง?
สวรรค์ ทำไมถึงทำกับเราแบบนี้ ทำไม?”
หญิงวัยกลางคนทรุดตัวลงหน้าห้องชันสูตร ใบหน้าอาบไปด้วยน้ำตา
มือของเธอทุบลงบนพื้นหินอ่อนที่เย็นเฉียบซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ฝ่ามือแดงก่ำจากการกระแทก แต่เธอดูจะไม่รู้สึกเจ็บปวดใดๆ
ข้างกายเธอคือชายวัยกลางคนในชุดสูท
เดิมทีเขาดูภูมิฐานมาก แต่พอได้ยินข่าวการตายของลูกสาว ร่างกายเขาก็เหมือนถูกสูบพลังงานออกไปจนหมดสิ้น ยืนหมดอาลัยตายอยาก
ดวงตาแดงก่ำ น้ำตาคลอเบ้า เขาใช้แรงเฮือกสุดท้ายคว้ามือตำรวจไว้แน่น:
“คุณตำรวจ ใครเป็นคนทำ?
ลูกสาวผม... ลูกสาวผมเป็นเด็กดี!
ใครฆ่าเธอ?
ใครกัน?”